Masukเขามองไปทีเรเน่แล้วปวดใจต้องเห็นสภาพเธอที่อยู่ในอันตราย ร่างบางก็พยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ มองดูคนรักที่ยืนอยู่ไม่ห่าง “เป็นห่วงเป็นใยกันเหลือเกินนะ!” เธอรู้สึกไม่พอใจที่เอริคแสดงความเป็นห่วงเรเน่แต่ไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย “ปล่อยเรเน่ซะ เอวาลินในตอนที่ฉันยังพูดดีด้วย” “ไม่! แต่คุณยังจำได้ ที่ที่เราได้พบกัน เอริคฉันรักคุณนะคะ” เอวาลินพูดออกไปอย่างแผ่วเบารู้สึกดีที่เขาจำได้ “เอวาลิน หยุดทำเรื่องเลวๆ สักทีเถอะ เธอยังต้องการอะไรอีก” เขาไม่ได้สนใจคำพูดเธอเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบมองไปแต่เรเน่ “ฉันต้องการคุณ ฉันรักคุณทำไม ทำไมคะคุณไม่รักฉันหรอ” “ใช่ฉันไม่ได้รักเธอ ไม่ความรู้สึกรักเธอหลงเหลือเลยแม้แต่น้อย” “ปล่อยเรเน่ซะ ถ้าจะฆ่าใคร คนนั้นให้มันเป็นฉันที่ตายไป” “ไม่นะคะเอริค อึก ไม่ค่ะ” เรเน่รีบร้องออกมา เธอจะไม่ยอมให้เขาตายหรอกนะไม่ว่าจะยังไง เขาห้ามตาย “ได้ในเมื่อคุณไม่รักฉัน ฉันไม่ฆ่าคุณหรอกค่ะแต่จะทำให้คุณทรมานไปจนตาย!” เอวาลินกำมีดที่มือไว้แน่นย้ายมันมาที่อกข้างซ้ายของเรเน่ “อย่า! เอวาลิน!” ฉึก! ปัง!“อย่าทำอะไรเรเน่นะเอวาลิน!”เอริคร้องตะโกนจนสุดเสียงเมื่อเห็นมีดที
เอริคยังคงมองการเคลื่อนจีพีเอสที่มันกำลังเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ รอนานเป็นสองชั่วโมงที่จีพีเอสนั้นอยู่ใกล้เขาแล้ว เอริคเก็บโทรศัพท์ตัวเองเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มือล้วงไปในกระเป๋ากางเกง ยืนอยู่กลางสะพานสีขาวที่ยื่นเข้าไปในทะเลสีคราม ในช่วงบ่ายแก่กำลังจะเย็นแสงอาทิตย์ที่สาดส่องกระทบผิวน้ำทะเล เขายืนอยู่เพียงคนเดียว… “มาจบเรื่องนี้กันเถอะ…เอวาลิน” ทางด้านเอวาลินเธอตั้งใจจะฆ่าเรเน่ที่นี่แล้วโยนลงไปในทะเล แต่คิดไว้ว่าจะต้องอัดคลิปส่งให้เอริค เธอจะได้เขาทรมานไปจนตาย ในเมื่อเธอไม่ได้มีความสุขกับเขาเธอก็ไม่ต้องการเห็นเขามีความสุข!!!! “ถึงที่ตายของแกแล้วยัยน้องสาว!” แควก เอวาลินดึงเทปที่ปิดปากออกพร้อมกับถุงที่คลุมหัวเธอ “ทะเล? จะฆ่าฉันในที่ดีๆ เลยหรอพี่สาว” เธอแกล้งพูดออกไป ใจก็คิดว่าอาจจะรอดกลับไปหาเอริค เธอไม่ได้รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันตายของเธอ… “ปากดีเหลือเกินนะ” เอวาลินดึงลากตัวเรเน่เดินมายังสะพานขาวซึ่งที่เขาและเอริคเคยได้เจอกัน จังหวะการก้าวเดินที่จะไปให้ถึงสุดขอบสะพาน เอวาลินและเรเน่ก็ได้เห็นร่างหนาที่ยืนออกไปไม่ไกลมาก “เอริค” “เอริค”สองสาวนั้นเรียกชื่อผู้ชายที่ตัวเองรักออกมาพร้อ
“กูว่า กูเจอแล้วล่ะว่ารถคันไหนที่มันพานายหญิงของพวกเรรออกไป” จอร์ชยื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่ต่อกับกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยให้โจอี้ดู เพื่อนบอดี้การ์ดอย่างโจอี้รีบคว้าโทรศัพท์ไปดู “ไอ้เหี้ย! กูจะฆ่าแม่งให้หมด พวกมันบังอาจมาแตะต้องตัวนายหญิง ถ้านายหญิงเป็นอะไรไปกูจะไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไป!” เขาจะชดใช้ด้วยชีวิตของตัวเองถึงมันจะแลกอะไรกลับคืนมาไม่ได้…ในตอนนี้พวกเขาทำได้แค่เพียงภาวนาว่าขอให้พวกมันไม่ได้ทำอะไรนายหญิง… “กูด้วย! แต่ก่อนอื่นที่เราจะตาย พวกเราต้องมาช่วยนายหญิงให้ได้ นายหญิงจะต้องรอด!” ทั้งสองหนุ่มดูจนเห็นว่าเอวาลินพานายหญิงพวกเขาขึ้นรถตู้สีดำและขับออกไปจากมหาวิทยาลัย เมื่อรู้รถตู้คันไหน ถึงไม่มีป้ายทะเบียนแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับพวกเขาเลย สองหนุ่มบอดี้การ์ดรายงานให้เอริคทราบและคอยดูรถตู้ที่กำลังออกจากเส้นเมืองตรงไปยังจังหวัดสมุทรปราการ นายท่านบอกให้ตามรถตู้คันนั้นมาให้ทัน นายท่านรู้ว่ามันจะไปที่ไหน เขาจะไปรอพวกมันอยู่ที่นั่น… “หรือว่าคุณเอวาลินจะพานายหญิงไป” จอร์ชหันมาพูดกับเพื่อนรัก “อืม กูคิดว่าน่าจะใช่ที่นั่นแหละ…” โจอี้เอ่ยสายตาก็ยังคงขับตามรถตู้คันนั้นโชคดีที่กรุงเทพรถต
“ขึ้นไปดูเธอในห้องน้ำเดี๋ยวนี้!” “ครับ!!!” “กลับ! ไม่ต้องไปแล้ว ตามจีพีเอสเรเน่ไป!” เอริคโยนไอแพดไปให้วิน นี่มันแปลกมากไม่มีทางที่โทรศัพท์เรเน่จะออกจากมหาวิทยาลัยได้ ลูกน้องบอดี้การ์ดนับสิบวิ่งขึ้นตึก แบ่งกันหาจนทั่วตึกส่วนจอร์ชกับโจอี้ตรงไปที่ห้องน้ำ เป็นที่สุดท้ายที่เห็นนายหญิง เมื่อพวกเขาค้นดูทุกห้องก็ไปสะดุดตาเข้ากับรอยเลือดที่หยดอยู่กับพื้น เมื่อเข้าไปในห้องนั้นสิ่งที่เขาเจอคือ รอยเลือดที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ avalin help (เอวาลิน ช่วยด้วย!) แชะ โจอี้กดถ่ายรูปคำนั้นแล้วส่งไปให้เอริคได้ดู เอริคที่ได้รับข้อความก็เปิดดูในทันที เมื่อได้เห็นภาพสิ่งที่คิดมาตลอดนั้นคือความจริง คนที่ไม่ยอมปล่อยและคอยทำร้ายเขาเป็นเอวาลิน เป็นเธอมาตลอด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจแกร่งนั้นสั่นไหว ตัวหนังสือที่เขียนจากเลือดนี่มันรอยเลือดของเธอ!!! เธอไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม ทำไมถึงใช้เลือดเขียน “แม่ง! ถ้าตอนนั้นกูฆ่าเธอไปซะ คงไม่ต้องมาเกิดเรื่องอย่างนี้กับเรเน่” สบถออกมาอย่างร้อนรุ่ม มือกำเข้าหากันแน่น “นายหญิงต้องไม่เป็นอะไรครับ นายหญิงเป็นคนฉลาด” วินเอ่ยบอกอย่างเป็นกังวลสีหน้าเคร่งเครียด “เส้นทาง.. เส้นทางมันเ
เอริคกำลังมุ่งหน้าไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.. ตามที่ลูกน้องสืบมา บุคคลต้องสงสัยพักอยู่ที่นั่น และคนที่สงสัยไม่พ้น เอวาลิน เขาพยายามทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนถึงการที่ผู้หญิงคนนี้พยายามทำลายชีวิตเขา “มันเพราะอะไรเธอถึงต้องทำแบบนี้…” สายตามองออกไปยังนอกรถ ทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ครั้งหนึ่งเราเคยมีช่วงเวลาที่ใช้ด้วยกัน ผู้หญิงคนนั้นช่างไม่แตกต่างจากที่เขาเคยรู้จัก “ทำไมมันไม่จบสักทีวะ ไอ้นิคมึงบอกกูมาหน่อย คนอย่างกูมันไม่ควรจะอยู่กับใครใช่ไหม” เขามีแต่คำว่าทำไมอยู่เต็มหัว “กูควรปล่อยเรเน่ไปใช่ไหมวะ..” ถึงพูดออกมาอย่างนั้นแต่ภายในใจของเขามันกลับไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย “ไม่ครับ! นายท่านสมควรได้รับความรัก นายท่านเหมาะกับนายหญิง ทั้งสองคนควรที่จะอยู่ด้วยกัน..” “นี่แค่อุปสรรคในการท้าพิสูจน์ความรักของนายท่านครับ อย่าคิดอย่างั้นเลยนะครับคนที่ผิดจริงก็คือคุณเอวาลิน เธอไม่รู้จักที่จะปล่อยวาง” จบประโยคของนิคก็ไม่ได้มีใครพูดอะไรกันต่อ เอริคมองดูนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าใกล้เวลาที่เรเน่จะสอบเสร็จแล้ว เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจอร์ช “เรเน่ สอบเสร็จหรือยัง” “เสร็จแล้วครับ นายหญิงแยกกับเพื่อนที่หน้าห้องแล้วเ
“มันเป็นที่แสนวิเศษ ฉันเคยได้ใช้เวลาร่วมกันกับเอริคไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีทางลืม” น้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อได้พูดถึงเรื่องราวในอดีต“ถ้ารักเอริคมากขนาดนั้น เธอทำร้ายเขาไปทำไม”“ทำลายความเชื่อใจ ทำลายความรักที่เขามีให้เธอ มาตอนนี้เธอจะมาเรียกร้องอะไรจากเอริคอีก ที่ผ่านมาเขายังเจ็บปวดไม่พออีกหรอ”“กรี๊ดด! ไม่ต้องมาพูดอะไรกับฉันทั้งนั้น มันก็เพราะแม่ของแกนั่นแหละ!”หมับ! เอวาลินจับไปที่ผมเรเน่ออกแรงกระชากผมเรเน่จนเธอหน้าหงาย เรเน่จับไปที่ข้อมือเล็กของเอวาลินข้างที่ถือมีด เธอดันมันไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้“ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะทุกคน ทุกคนต่างทอดทิ้งฉัน!”“เธอเอาแต่โทษคนอื่น เธอเคยลองมองย้อนกลับมาบ้างไหมว่าที่เขาทำไปแบบนั้นมันเพราะอะไร”“ฉันไม่ฟัง! แกมันไม่รู้อะไรแกไม่ต้องพูด! แกไม่เคยถูกทิ้งแกจะไปรู้อะไร! ใครๆ ก็ต่างรักแก!”“ฉันเองก็เป็นคนที่โดนทิ้ง เธอพูดออกมาได้ไงว่าฉันจะไม่รับรู้ว่าการโดนทิ้งมันรู้สึกยังไง” เอวาลินลดมือลง ค่อยๆ ปล่อยมือออกจากผมของเรเน่คนที่ถูกทิ้งมันคือเธอ การที่ไม่เคยรับรู้เลยตลอด21ปีที่ผ่านมาว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใครมันก็คือเธอ แต่เธอก็ไม่เคยเลยที่จะคิดโกรธแค้นเ





![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

