Masukณ ภัตตาคารสุดหรู...
“เอ่อ...คุณคะ ทำไมคุณต้องพาหนูมาที่นี่ด้วยคะ?”
นาบีกวาดสายตามองด้วยความสงสัย ทั้งห้อง มีแค่เธอกับเพื่อนของแม่คนนี้เท่านั้น
“มันเงียบสงบดี ฉันมาเป็นประจำ”
เพราะนับดาวเป็นคนที่มีความลับมากมาย เวลาที่เธอจะเลือกคุยกับใครก็ตาม เธอจะเลือกสถานที่ ที่เป็นส่วนตัวเท่านั้น
“งั้น คุณพูดธุระของคุณมาได้เลยค่ะ”
“เธอหิวมั้ย หรือจะกินอะไรกันก่อน”
“หนูกินมาแล้วค่ะ คุณพูดมาเถอะค่ะ”
“...” นับดาวนิ่ง มองเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มตรงหน้า เธอกำลังรวบรวมความกล้าที่จะคุยกับเด็กคนนี้
‘เธอใช้ข้ออ้างเรื่องหนี้สินของเพียงใจต่อรองสิ’
จอมขวัญบอกเธอว่า มันเป็นเงื่อนไขเดียวที่เด็กคนนี้จะยอมรับได้ เท่าที่นับดาวไปที่บ้านของเพื่อนเธอวันนี้แล้ว
‘ก็น่าจะเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะสำเร็จ’
แต่นับดาวก็กลัวใจของเด็กคนนี้จัง มีสองทางคือ หนึ่งขอร้องเด็กคนนี้อย่างจริงใจ หรือสอง นับดาวต้องสวมบทร้ายแบบสุดๆ เพื่อบังคับให้เด็กคนนี้ยอมจำนน
“คือว่า...เธอตั้งใจฟังฉันก่อนนะ มีคำถามอะไร ค่อยถามทีหลังก็ได้”
“ค่ะ”
คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เรื่องอะไรกันแน่ ทำไมต้องดูทางการขนาดนี้นะ
“แม่เธอยืมเงินฉันไป ห้าแสน เธอรู้มั้ย”
“รู้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเงิน ห้าแสนค่ะ แม่บอกว่า แค่ค่ารักษากับค่าผ่าตัดพี่นิชาค่ะ”
“เธอคิดว่าเงิน ห้าแสนนี้ แม่เธอจะใช้คืนฉันหมดตอนไหน”
“หลายปีค่ะ อาจจะเกือบสิบปีค่ะ เพราะเงินเดือนแม่แค่หมื่นห้า หักค่าใช้จ่ายในบ้าน คงเหลือจ่ายคุณเดือนละประมาณ 7 พันบาทค่ะ ถ้า 7 พันคูณกับ...”
“พอๆ ไม่ต้องคำนวณขนาดนั้นหรอก ฉันแค่อยากบอกให้เธอรู้ว่า ถ้าเงิน ห้าแสนมันเยอะขนาดนั้น ฉันเชื่อว่า แม่เธอไม่น่าจะผ่อนฉันหมดนะ นี่ฉันยังไม่ได้คิดดอกเบี้ยเลยนะ”
“คุณจะบอกอะไรหนูคะ หนูไม่เข้าใจ ทำไมเรื่องนี้ คุณไม่ไปคุยกับแม่ล่ะคะ แล้วเรื่องนี้ แม่ของหนูรู้หรือเปล่าคะ”
“เรื่องนี้ ฉันคุยกับแม่เธอตรงๆ ไม่ได้หรอก แม่ของเธอทำงานเป็นแม่บ้านของโรงแรมฉัน อีกอย่าง ก่อนหน้านั้น ฉันกับแม่เธอ เราเคยทะเลาะกัน และไม่เคยติดต่อกันมา 24ปีแล้ว อยู่ดีๆ แม่เธอก็โผล่มาขอยืมเงินฉัน”
“คุณช่วยพูดตรงๆ กับหนูได้มั้ยคะ”
“เฮ้อ...ถ้าฉันพูด เธอจะยอมรับได้มั้ยล่ะ”
“คุณก็ลองพูดมาก่อนสิคะ”
“เอาล่ะๆ ก็ได้ ฉันจะพูดตรงๆ กับเธอก็ได้ คือว่า ฉันต้องการให้เธอใช้หนี้แทนแม่ของเธอ โดยการที่เธอทำงานให้ฉันหนึ่งอย่าง โอเคมั้ย”
“เงินห้าแสน แลกกับหนูทำงานให้คุณงั้นเหรอคะ?”
“อืม...ฉันยกเงินให้เลย ถ้าเธอตกลงจะทำงานให้ฉัน”
“แล้วงานของคุณมันคืออะไรคะ?”
“ทำให้ลูกชายฉันเลิกกับแฟนให้ได้...”
“ห๊ะ! ลูกชายคุณ? เลิกกับแฟน?”
“ใช่...เธอฟังไม่ผิดหรอก ฉันไม่พร้อมที่จะเล่ารายละเอียดลึกๆ และสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้หรอกนะ เอาเป็นว่า แค่ทำให้ลูกชายฉันเลิกกับแฟนเขาสำเร็จก็พอ”
“แล้ว...คุณคิดว่า หนูจะทำเรื่องนี้ได้เหรอคะ?”
“ได้สิ...หน้าตาเธอสวยและน่ารักขนาดนี้ ลูกชายฉันเห็นเธอ เขาต้องชอบแน่ๆ เลย...อืม...เธอก็แค่ชุบตัวนิดหน่อย ฉันว่าก็โอเคเลยนะ”
“ลูกชายคุณเป็นผู้ชายเจ้าชู้หรือเปล่าคะ?”
ถ้าความสวยความน่ารักก็อาจจะใช้กับผู้ชายเจ้าชู้มากรักได้ แต่ถ้าคนที่รักแฟนมาก สิ่งเหล่านั้น มันก็อาจไม่ได้ผลนะ
“ไม่นะ...ตาวินทร์...เอ่อ ลูกชายฉันไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้นะ เท่าที่สังเกต ลูกชายฉันไม่เคยพาใครมาที่บ้านเลย”
“คุณมั่นใจเหรอคะ ว่าหนูจะช่วยคุณได้”
“ช่วยได้สิ เดี๋ยวฉันสอนเธอเองนะ ขอเพียงเธอตกลงกับฉัน เรื่องทั้งหมด เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ช่วยเหรอคะ? หนูไม่ได้ช่วยคุณฟรีๆ นะคะ”
“ฉันรู้แล้วย่ะ แลกกับเงินห้าแสน ถ้าภารกิจนี้สำเร็จ และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันจะขอร้องเธอ”
“ค่ะ...คุณพูดมาได้เลยค่ะ”
“เธอห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด แม้แต่แม่ของเธอ ก็ห้ามบอก ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น”
“ทำไมถึงบอกแม่หนูไม่ได้คะ?”
“ถ้าบอกแม่เธอ...เธอคิดว่า แม่เธอจะยอมให้เธอทำมั้ย”
“ไม่ค่ะ แม่ไม่ยอมแน่ แค่เรื่องที่แม่ยืมเงินคุณมา แม่ยังไม่ยอมบอกเลย ถ้าคุณไม่มาที่บ้านวันนี้ หนูก็คงจะไม่รู้ ว่าคุณคือเพื่อนแม่มาก่อน และคุณคือคนที่ให้แม่หนูยืมเงิน”
“เฮ้อ...เข้าใจซะที เธอเป็นคนที่ฉลาดมากเลยนะ คิดเป็น และเข้าใจอะไรง่ายๆ”
“แต่หนูก็สงสัยอย่างหนึ่งนะคะ”
“ถามมาสิ”
“สงสัยว่าทำไม วันนี้ แม่ของหนู ถึงพูดไม่ดีกับคุณคะ? ทั้งที่ คุณเป็นคนที่มีพระคุณกับแม่ ให้เงินแม่ยืมตั้งห้าแสนค่ะ”
“ฉัน...แม่เธอ...และพ่อของเธอ...เราเคยทะเลาะกันมาก่อน ซึ่งเป็นการทะเลาะที่หนักมาก ฉันไม่ขอเล่าให้เธอฟังตอนนี้หรอกนะ เอาไว้ให้เธอโตกว่านี้สักหน่อย ฉันจะเล่าให้เธอฟังแน่นอน โอเคมั้ย”
“ได้ค่ะ แล้วเรื่องที่คุณจะให้หนูทำ ต้องมีอะไรบ้างคะ”
“เธอโอเคจริงๆ ใช่มั้ย ที่ฉันใช้ข้อเสนอแบบนี้กับเธอ”
“หนูอยากช่วยแม่ค่ะ เงินตั้งห้าแสน หนูคำนวณดูแล้ว มันต้องใช้เวลาตั้ง 6ปี กว่าจะใช้หมด และอีกอย่าง หนูสงสารแม่มาก ที่ทำงานหนักทุกวัน ไหนจะต้องดูแลพี่นิชาอีกค่ะ แม่เหนื่อยมานาน ตั้งแต่พ่อของหนูเสียไป เราสามคนอยู่อย่างลำบากมากค่ะ”
นาบีผ่านเรื่องราวมากมาย เธอรับรู้ ความลำบากของผู้เป็นแม่ และความใจร้ายของครอบครัวพ่อ ที่ไล่เธอ แม่ และพี่สาวออกจากบ้าน สามคนแม่ลูกต้องลำบาก
นาบีเคยไม่มีข้าวกิน นาบีเคยไปล้างจานเพื่อแลกข้าวให้แม่และพี่สาว นาบีทำงานตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เธอผ่านความลำบากถึงขั้นขีดสุดมาแล้ว เรื่องที่เพื่อนของแม่เสนอมา มันเทียบไม่ได้เลย กับความลำบากที่เธอเคยได้รับ
“เธอเป็นเด็กดีมากเลยนะนาบี อดทน อ่อนโยนเหมือนผีเสื้อ ตรงกับความหมายของชื่อเธอเลยนะ แต่เธอก็แข็งแกร่ง ฉันชื่นชมเธอจริงๆ แม่เธอคงภูมิใจในตัวเธอมากนะ...นาบี”
“งั้น คุณก็สบายใจเถอะค่ะ หนูจะทำเรื่องนี้ให้คุณ เพื่อแลกกับเงินห้าแสน และจะไม่บอกเรื่องนี้กับแม่ของหนูค่ะ”
“โอเค งั้น เรามาเริ่มเรื่องที่ฉันจะให้เธอทำกันเลยนะ...”
“ได้ค่ะ คุณบอกหนูมาได้เลย หนูพร้อมค่ะ”
.......................
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







