LOGINแสงไฟอบอุ่นภายในร้านอาหารหรูทอดเงาลงบนโต๊ะไม้สีเข้ม และมีเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ ชายหนุ่มดึงเก้าอี้ให้หญิงสาว ก่อนที่ตัวเองจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม...
“ขอบคุณค่ะ”
‘ไอริน’ เอ่ยขอบคุณชายคนรักเบาๆ
“...”
อาหารจานแรกถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า แต่สายตาของเขากลับยังคงจ้องเธอไม่กระพริบ
“วันนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะวินทร์ ทำไม คุณถึงจ้องไอรินขนาดนี้คะ?”
“...”
อนาวินทร์ยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มว่า
“อ่อ...คือว่า...วันนี้ ผมมีเรื่องจะคุยกับไอรินน่ะครับ”
“พิเศษหรือเปล่าคะเนี่ย หรือเรื่องเซอร์ไพรส์ไอรินหรือเปล่า หวังว่าจะไม่ใช่อย่างหลังนะคะ”
“อืม...สองปีแล้วนะครับ…ที่เราคบกัน”
อนาวินทร์เว้นจังหวะการพูด เพื่อปล่อยให้ตัวเองกำลังสูดลมหายใจเข้าปอดในการรวบรวมความกล้าครั้งนี้
ไอรินยิ้มบางๆ มองชายคนรักตรงหน้า สองปีที่คบกันมา อนาวินทร์ไม่เคยทำให้เธอเสียใจเลยสักครั้ง นอกจากเขาจะหน้าตาหล่อเหลาและชาติตระกูลที่ดีแล้ว ผู้ชายคนนี้ ยังเสมอต้นเสมอปลายกับไอรินอีกด้วย
“คือว่า...”
“พูดมาเถอะค่ะ ไอรินรอฟังคุณอยู่นะคะ”
อนาวินทร์หัวเราะเบาๆ ในความเก้อเขินของตัวเอง
“ผมเรียนปีสุดท้ายแล้วนะครับ อีกไม่นานก็จบ ผมเลยคิดว่า…หลังจากนั้น ผมอยากขอไอรินแต่งงาน”
“...” ไอรินชะงัก มือที่ถือส้อมหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ไหนวินทร์บอกไอรินว่า วินทร์จะไปเรียนต่อนี่คะ แล้วอยู่ดีๆ ทำไม ถึงคิดที่จะแต่งงานก่อนล่ะคะ”
“ผมยกเลิกไปเรียนต่อแล้ว”
“ทำไมคะวินทร์?”
“...”
อนาวินทร์หยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“ผมรักคุณนะไอริน คือว่า...เอาจริงๆ ผมไม่อยากจะห่างจากคุณเลย เรื่องเรียนต่อ มันไม่ได้สำคัญกับผมเท่ากับคุณเลยนะครับ”
“มันเร็วไปรึเปล่าคะ คุณอายุ 22 เองนะคะ การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และวินทร์ต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้นะ อีกอย่างวินทร์อายุน้อยกว่าไอรินตั้งสองปี ประสบการณ์ทำงาน ก็ยังไม่มี ไอรินคิดว่า วินทร์ไปเรียนต่อก่อนดีมั้ยคะ กลับมาทำงาน แล้วค่อยมาคุยกันอีกทีค่ะ”
“...” อนาวินทร์ยิ้มอย่างมั่นใจ สายตาไม่สั่นไหว จ้องมองใบหน้าเนียนที่อยู่ตรงข้าม
“อายุไม่เคยทำให้ผมรักไอรินน้อยลงเลยนะครับ”
“ไอรินรู้ค่ะ แต่ไอรินก็เพิ่งจะทำงานนะคะ”
“...” เขาเอื้อมไปจับมือเธอเอาไว้
“แต่งงานแล้ว คุณก็ทำงานต่อได้ ผมไม่เคยคิดจะให้คุณหยุดความฝันของตัวเองเลยนะไอริน ส่วนผม…แม่ก็ตั้งใจให้ผมรับตำแหน่ง CEO ต่อเหมือนกัน เราแค่บริหารชีวิตไปพร้อมๆ กับบริหารบริษัทนะครับ”
ไอรินมองมือที่เขาจับไว้ สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาอ่อนลง
“วินทร์คิดเรื่องอนาคตไว้ไกลมากเลยนะคะ แต่เรื่องนี้ วินทร์ได้ปรึกษาแม่ของวินทร์หรือยังคะ”
“ยังครับ ไม่ว่าผมจะตัดสินใจยังไง แม่ของผม ท่านก็เห็นด้วยกับผมทุกอย่างครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ”
ไอรินถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนบีบมือเขาตอบเบาๆ
“งั้น ไอรินว่า วินทร์ลองไปคุยกับแม่ของวินทร์ก่อนดีมั้ยคะ อีกอย่าง สองปีที่เราคบกันมา ไอรินยังไม่เคยไปเจอแม่ของวินทร์เลยสักครั้ง เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ความจริง เราต้องให้ผู้ใหญ่รับรู้ด้วยค่ะ”
“ไอรินพูดแบบนี้ เหมือนกับว่า ไอรินไม่ค่อยจะรักผมเลยนะครับ ไอรินต้องเชื่อใจผมสิครับ ผมรักไอรินมากนะ ขอแค่ไอรินตกลง มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“วินทร์...ไอรินรักคุณนะคะ แต่ว่าเรื่องนี้ ไอรินขอให้วินทร์คิดให้รอบคอบก่อนค่ะ...เอาแบบนี้มั้ยคะ เราสองคน ไปเจอแม่ของวินทร์ก่อน แล้วค่อยมาตกลงกันอีกทีนะคะ ดีมั้ย”
“แต่ว่า...”
“นะคะ...ถ้าแม่ของวินทร์อนุญาต ก็ค่อยไปเจอพ่อของไอรินอีกคนค่ะ ถ้าทั้งสองท่านอนุญาต ไอรินก็ตกลงตามนี้ค่ะ”
“จริงนะครับ ไอรินตกลงกับผมแล้วนะครับ”
“จริงค่ะ...”
........................
แต่อีกเหตุการณ์หนึ่ง...
“คุณจะย้ายหนูมาเรียน*มหาลัยที่ลูกชายคุณเรียนด้วยเหรอคะ?...เอ่อ...หนูว่ามันเรื่องใหญ่มากเลยนะคะ ถ้าคุณทำแบบนี้ แม่หนูท่านจะไม่รู้เหรอคะ”
“ถ้าเธอไม่ย้ายมาอยู่*มหาลัยเดียวกันกับลูกชายฉัน เธอจะเข้าไปจีบลูกชายฉันได้ยังไง? เรื่องย้ายไม่ได้เป็นปัญหาหรอก ฉันทำได้ง่ายมาก ส่วนแม่เธอ ไม่มีวันรู้แน่นอน เธอวางใจได้”
“ค่ะ แล้วแผนเข้าหาลูกชายคุณจะยังไงต่อคะ จากรูปที่คุณให้หนูดู ลูกชายคุณ...เอ่อ...หน้าตาหล่อขนาดนั้น แล้วเขาจะมาสนใจเด็กอย่างหนูเหรอคะ แล้วแฟนของเขา ก็สวยขนาดนี้ หนูว่าคุณลองคิดดูใหม่มั้ยคะ”
“ใช่...ลูกชายฉัน...หล่อมาก แต่ถ้าเขาได้เห็นเธอ เขาก็น่าจะ*คลิกกับเธอบ้างแหละ แฟนเขาหน้าตาสวยก็จริง แต่คนละแบบกับเธอนะ เธอเคยส่องกระจกดูตัวเองครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ล่ะ เลยไม่รู้ว่าตัวเองก็สวยน่ารักเหมือนกัน”
“...”
“เธอรู้มั้ยนาบี ว่าเธอน่ารักมาก แค่เสื้อผ้าที่เธอใส่ มันปิดบังออร่าความสวยความน่ารักของเธอก็แค่นั้นเอง ฉันยังไม่ได้แปลงโฉมเธอเลย มั่นใจหน่อยสิ สายตาของฉันไม่พลาดหรอก”
“แล้วถ้าหนูเข้าไปเรียนที่นั่น และชุบตัวเองตามที่คุณบอก หนูจะต้องไปทำอะไรขนาดไหนคะ...หนูหมายถึง ว่าหนูต้องเล่นใหญ่ขนาดไหนคะ?”
“เธอเคยดูละครหลังข่าวมั้ย”
“เคยดูแต่ซีรี่ส์ค่ะ”
“นั่นแหละ...เคยเห็นนางร้ายหรือเปล่า?”
“ค่ะ...บทที่แย่งพระเอกมาจากนางเอกเหรอคะ”
“ใช่...เธอต้องเล่นบทนั้น”
“ค่ะ...”
“เธอฟังฉันนะนาบี...หนึ่ง...เธอต้องใจกล้าหน้าด้าน สอง...เธอต้องมั่นใจห้ามเขินอายหรือกลัวใดๆ ถึงแม้ลูกชายฉันจะตะคอกใส่เธอ เธอก็ต้องมั่นหน้าลุยต่อ และสาม...ไม่ว่าวิธีการไหนก็ตาม เธอจะต้องพร้อมและทำมันให้สำเร็จ ทุกๆอย่าง เธอมีฉันหนุนหลังเธอตลอดเวลา จำไว้”
“หนูเคยเห็นนางร้ายในซีรี่ส์ ที่ตบนางเอกเพื่อแย่งพระเอกอยู่นะคะ”
“อุ้ย! เธอไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ แรงไปๆ เธอโฟกัสที่ลูกชายของฉันก็พอ ยั่วหนักๆ ถึงเนื้อถึงตัวได้ยิ่งดี ผู้ชายถ้าเจอสัมผัสแบบนั้น ฉันว่า เขาทนไม่ไหวแน่”
“คนที่คุณให้หนูยั่ว คือลูกชายคุณเองนะคะ”
“อืม...ฉันรู้แล้วน่า ถ้าเธอทำสำเร็จ ฉันมีรางวัลให้เธออย่างงาม”
“แค่เงินห้าแสนให้ผ่านก่อนเถอะค่ะ หนูไม่รู้ว่าตัวเองจะทำสำเร็จหรือเปล่า...อืม...หนูขอถามอะไรคุณอีกอย่างได้มั้ยคะ”
“ถามมาสิ...”
“ผู้หญิงคนนั้น เขาแย่มากเลยเหรอคะ ทำไมคุณถึงต้องแยกเขาออกจากลูกชายคุณ...”
“...”
“ไม่ได้แย่หรอก...วันหนึ่ง...ถ้าทุกอย่างโอเค...ฉันจะบอกเหตุผลที่แท้จริงของฉันให้เธอฟังนะ...นาบี”
ถ้านับดาวรู้ว่า ความลับที่เธอเคยเก็บซ่อนไว้ มันจะทำให้เธอทุกข์ใจขนาดนี้ล่ะก็ นับดาวจะไม่ขอมีความลับแน่นอน...
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







