Masuk"ไอ้ฟินน์"
เสียงของปืนแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด แววตาของมือกลองหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน "มึงรู้จักน้องใบตองด้วยเหรอวะ?" คำถามนั้นทำให้ฟินนิกซ์ละสายตาจากดวงหน้าหวานเพียงเสี้ยววินาที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักเตรียมจะขยับเอ่ยตอบความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดหลายปี "รู้จั...." "เราไม่รู้จักกันค่ะ" ทว่า... เสียงหวานใสที่เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างเด็ดขาดนั้น กลับตัดบททุกอย่างจนขาดสะบั้น ฟินนิกซ์ชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อไปในทันที ดวงตาคมที่เคยมั่นคงสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อตวัดกลับไปมองหน้าคนตัวเล็ก คำว่าไม่รู้จักจากปากของเธอ คล้ายกับมีดเล่มคมที่กรีดลงกลางความรู้สึกของเขาสดๆร้อนๆ ใบตองยืนประสานมือแน่นอยู่ด้านหน้า พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมน้ำเสียงและแววตาไม่ให้สั่นไหว เธอปรายตามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนคนถูกมองรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ "อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ" บาสเกาหัวแกรกๆ "ก็เมื่อกี้เห็นพี่ฟินน์ทักว่าไม่ได้เจอกันนาน ผมก็งงเลย นึกว่าพี่ว๊ากสายโหดของคณะผมจะไปแอบรู้จักกับน้องสาวคนสวยตั้งแต่ตอนไหน" "พี่เขาคงทักคนผิดมั้งคะ" ใบตองตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันขวับไปทางอาจารย์ที่ปรึกษาวงที่ยืนงงอยู่ไม่แพ้กัน "อาจารย์คะ พอดีวันนี้ตองเพิ่งย้ายเข้าหอพักวันแรก ของในห้องยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องรีบไปจัดการให้เสร็จ ถ้าวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันแล้ว ตองขอตัวกลับก่อนได้ไหมคะ" "อ้อ... เอาสิๆ วันนี้แค่อยากให้มาทำความรู้จักกับพี่ๆในวงเฉยๆ ยังไงก็แลกไลน์กลุ่มกันไว้แล้วกันนะ" อาจารย์พยักหน้าอนุญาตอย่างใจดี "ขอบคุณค่ะ" ใบตองยกมือไหว้ลาอาจารย์และรุ่นพี่ทุกคนในห้องอย่างรวดเร็ว โดยจงใจข้ามชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้าไปเสียดื้อๆ เธอเบี่ยงตัวหลบฟินนิกซ์ ก้าวเท้ายาวๆออกจากห้องซ้อมดนตรีไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาอีกเลย ปัง! เสียงประตูห้องซ้อมปิดลง พร้อมกับสติของฟินนิกซ์ที่ขาดผึง ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาสาวเท้ายาวๆพุ่งพรวดออกไปจากห้องซ้อมทันที ทิ้งให้ทุกคนในวงยืนอ้าปากค้างกับพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป "อ้าวเฮ้ย! ไอ้ฟินน์!" ศิลาที่เพิ่งได้สติรีบตะโกนไล่หลังเพื่อนรักไปติดๆ "มึงจะรีบไปไหนวะ แล้วนัดแดกเหล้าอ่ะ มึงไม่ไปแล้วเหรอวะ" ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากฟินนิกซ์ มีเพียงแผ่นหลังกว้างที่วิ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น "อะไรของมันวะ ร้อยวันพันปีไม่เห็นมันจะสนใจผู้หญิงคนไหน พอมาเจอน้องใบตองเข้าหน่อย วิ่งตามตาเหลือกเลย" วศินบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจ ปืนมองตามแผ่นหลังของเพื่อนสนิทไปอย่างครุ่นคิด "กูว่างานนี้ น่าจะมีอะไรซัมติงแน่ๆ แววตาไอ้ฟินน์เมื่อกี้ แม่งไม่ปกติเลยว่ะ" บริเวณโถงทางเดิน คณะดุริยางคศิลป์ ใบตองกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากตึกคณะด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สองมือเล็กกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อ ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทำไม... ทำไมต้องมาเจอเขาที่นี่ด้วย ภาพของผู้ชายตัวผอม ผิวดำคล้ำ ที่มักจะยิ้มเขินๆให้เธอเสมอในอดีต ซ้อนทับกับภาพของพี่ว๊ากวิศวะสุดหล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ เขาเปลี่ยนไปมาก มากจนเธอแทบจำไม่ได้ แต่แววตาคู่นั้น แววตาที่เคยมองเธอด้วยความรักและอบอุ่น ตอนนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหว 'ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...' น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยทักทาย ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับจะตอกย้ำบาดแผลในอดีตให้เปิดออกอีกครั้ง "จะมาทักทำไม ทิ้งกันไปขนาดนั้นแล้วแท้ๆ" ใบตองกัดริมฝีปากตัวเองแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา "ใบตอง! เดี๋ยว! หยุดก่อน!" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยตะโกนเรียกตามหลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆที่วิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เธอไม่ยอมหยุดเดิน กลับยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีก หวังเพียงให้หลุดพ้นจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ไปให้เร็วที่สุด แต่ช่วงขาของคนตัวเล็กหรือจะสู้ช่วงขายาวๆได้ เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างสูงของฟินนิกซ์ก็วิ่งมาดักหน้าเธอเอาไว้ได้สำเร็จ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธออย่างถือวิสาสะ "พี่บอกให้หยุดก่อนไง ทำไมไม่ฟังกันบ้าง" ฟินนิกซ์หอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ปล่อยค่ะ" ใบตองสะบัดข้อมืออย่างแรง แต่เขากลับยิ่งจับมันไว้แน่นขึ้น "ตองบอกให้ปล่อยไงคะพี่ฟินนิกซ์!" "ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและเอาแต่ใจ "เมื่อกี้ทำไมถึงบอกว่าไม่รู้จักพี่ ทำไมถึงทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้ากัน" ใบตองแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาของเธอวูบไหวไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด "แล้วเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันเหรอคะ? สำหรับตอง... พี่ฟินน์คนเดิมที่ตองเคยรู้จัก เขาตายไปจากชีวิตตองตั้งแต่วันที่เขาหนีหายไปโดยไม่บอกลาแล้วค่ะ" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความตัดพ้อของเธอ ทำเอาฟินนิกซ์หน้าชาไปทั้งแถบ แรงที่บีบข้อมือเธออยู่คลายลงโดยอัตโนมัติ "ตอง พี่..." ชายหนุ่มพูดไม่ออก ราวกับมีก้อนเหนียวๆจุกอยู่ที่ลำคอ เขาอยากจะอธิบาย อยากจะบอกเหตุผลมากมายร้อยพันที่ทำให้เขาต้องทำตัวขี้ขลาดในวันนั้น แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของเธอ เขากลับพูดอะไรไม่ออกเลย "พี่มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหมคะ? อ้อ คงไม่มีหรอก เพราะสถานะของเราตอนนี้ มันก็แค่รุ่นพี่ต่างคณะกับรุ่นน้องร่วมมหาลัยเท่านั้น กรุณาปล่อยมือตองด้วยค่ะ ตองรีบ" ใบตองพยายามดึงมือตัวเองกลับอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฟินนิกซ์กลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ "พี่ขอโทษ" น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม แววตาที่เคยเย็นชาและแข็งกระด้าง บัดนี้กลับมีเพียงความรู้สึกผิดและเว้าวอน "พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับตองไว้มาก พี่รู้ว่าตองโกรธ แต่ตอนนั้นพี่มีเหตุผลของพี่จริงๆ พี่ไม่ได้อยากทิ้งตองไปเลยนะ" "เหตุผลอะไรคะ?" ใบตองเชิดหน้าขึ้น สบตาเขากลับอย่างไม่ลดละ "เหตุผลอะไรที่ทำให้คนเป็นแฟนกัน เขาหายตัวไปเฉยๆ เปลี่ยนเบอร์ ย้ายบ้าน หนีหน้ากันไปเป็นปีๆ โดยที่ไม่ทิ้งคำอธิบายไว้สักคำ พี่รู้บ้างไหมว่าตอนนั้นตองเป็นห่วงพี่แค่ไหน ตองร้องไห้ตามหาพี่เหมือนคนบ้า แล้วดูพี่ตอนนี้สิคะ ดูดีขึ้นซะขนาดนี้" หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ พังทลายลงมาอาบสองแก้มใสในที่สุด ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานถูกระบายออกมาจนหมดสิ้น ฟินนิกซ์มองน้ำตาของเธอด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอกซ้าย มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะเกลี่ยซับน้ำตาให้คนตรงหน้าด้วยความเคยชิน "อย่ามาแตะตัวตอง!" ใบตองปัดมือเขาออกอย่างแรง ถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง "เก็บคำขอโทษและคำอธิบายของพี่เอาไว้เถอะค่ะ ตองไม่อยากฟังแล้ว เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว จบไปตั้งแต่วันที่พี่เลือกที่จะเดินหันหลังให้ตอง" "พี่ไม่ให้จบ!" ฟินนิกซ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาดุดันขึ้นจนน่าตกใจ "พี่ไม่เคยบอกเลิกตอง และตองก็ไม่เคยบอกเลิกพี่ สถานะของเรายังเป็นเหมือนเดิม พี่จะไม่ยอมให้มันจบลงแค่นี้เด็ดขาด" "นี่พี่กำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ!" ใบตองตวาดกลับเสียงสั่น "พี่ทิ้งตองไปตั้งหลายปี แล้วจู่ๆก็จะกลับมาบอกว่าเรายังเป็นแฟนกันเนี่ยนะ? พี่คิดว่าความรู้สึกของตองเป็นของเล่นหรือไง นึกจะทิ้งก็ทิ้ง นึกจะเก็บมาเล่นใหม่ก็แค่เดินมาบอกงั้นเหรอ!" "พี่ไม่ได้เห็นตองเป็นของเล่น! พี่แค่..." "แค่ขี้ขลาดไงคะ" เธอต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "พี่ก็แค่คนขี้ขลาด ที่ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ากับความจริง" คำว่าขี้ขลาดกระแทกเข้ากลางใจของฟินนิกซ์อย่างจัง ใช่... เธอพูดถูกทั้งหมด เขาในวันนั้นมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ ไม่หล่อ ผอมแห้งแรงน้อย เขาเกลียดตัวเองที่ต้องยืนเคียงข้างผู้หญิงที่แสนดีอย่างเธอ จนพาลคิดไปเองว่าถ้าเธอยังคบกับเขาต่อไป เธอจะต้องอับอายคนอื่น... เขาถึงเลือกที่จะหนีมา แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า การหนีของเขา มันจะสร้างบาดแผลลึกให้กับผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด "ใบตอง จัดของเสร็จหรือยัง เรามารอช่วยแล้วนะ" จู่ๆเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียด ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสมส่วน สวมเสื้อยืดสบายๆกับกางเกงยีนส์ เดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา ใบหน้าของเขาระบายไปด้วยรอยยิ้มสดใส แต่รอยยิ้มนั้นก็พลันจางหายไปทันทีเมื่อเห็นว่าใบตองกำลังยืนร้องไห้ และมีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังยืนจับข้อมือเธออยู่ "มาร์ค" ใบตองเรียกชื่อเพื่อนด้วยความโล่งใจ มาร์ครีบเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนทันที เขาดึงตัวใบตองให้ไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับฟินนิกซ์ด้วยสายตาเอาเรื่อง "พี่เป็นใครครับ? แล้วมาทำรุ่มร่ามอะไรกับเพื่อนผม ทำไมใบตองถึงร้องไห้ พี่ทำอะไรเธอ!" มาร์คยิงคำถามใส่เป็นชุด พร้อมกับผลักอกฟินนิกซ์ออกไปเบาๆเพื่อปกป้องคนด้านหลัง ฟินนิกซ์ปรายตามองมือของมาร์คที่แตะลงบนอกของเขา ก่อนจะตวัดสายตาดุดันและเย็นเยียบขึ้นมองหน้าไอ้เด็กหน้าอ่อนตรงหน้า เส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆด้วยความหงุดหงิด ยิ่งเห็นว่าใบตองยอมไปยืนหลบอยู่หลังมันอย่างว่าง่าย ไฟหึงหวงที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆก็เริ่มปะทุขึ้นมา "มึงเป็นใคร ถึงกล้ามาสอดเรื่องของกูกับแฟนกู" น้ำเสียงของฟินนิกซ์กดต่ำ เย็นเยียบจนน่าขนลุก คำว่าแฟนทำเอามาร์คชะงักไปชั่วขณะ เขาหันขวับกลับไปมองใบตองอย่างต้องการคำตอบ "ใบตอง ไอ้พี่คนนี้มันพูดเรื่องอะไร มันเป็นใครกันแน่?" ใบตองหน้าซีดเผือด เธอรีบส่ายหัวปฏิเสธเสียงแข็ง "เขาบ้าไปแล้วมาร์ค! เราไม่รู้จักเขา เขาเป็นแค่เพื่อนของรุ่นพี่ในวงดนตรีที่เพิ่งเจอกันเมื่อกี้เอง อย่าไปสนใจเขาเลยนะ เราไปกันเถอะ ตองอยากกลับหอแล้ว" หญิงสาวคว้าแขนเสื้อของมาร์คแล้วออกแรงกระตุกเบาๆเชิงเร่งเร้าให้รีบเดินออกไปจากตรงนี้ "เดี๋ยวสิใบตอง คุยกันให้รู้เรื่องก่อน!" ฟินนิกซ์ทำท่าจะพุ่งเข้าไปคว้าตัวเธออีกครั้ง แต่มาร์คก็ยกแขนขึ้นมากั้นเอาไว้เสียก่อน "พี่ได้ยินที่เพื่อนผมพูดไหมครับ เธอรังเกียจที่จะคุยกับพี่ กรุณาถอยไปไกลๆด้วย ถ้าพี่ยังขืนเข้ามายุ่งกับใบตองอีก ผมไม่สนนะว่าพี่จะเป็นใคร ผมเอาเรื่องแน่!" มาร์คประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัว แม้สรีระจะดูเสียเปรียบกว่าก็ตาม ฟินนิกซ์แค่นยิ้มมุมปากอย่างสมเพช แววตาของเขาไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อคำขู่ของเด็กปีหนึ่งตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขามองข้ามหัวมาร์คไปสบตากับร่างเล็กที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลัง "ตองจะหนีพี่ไปแบบนี้จริงๆใช่ไหม?" ฟินนิกซ์ถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความร้าวราน ใบตองเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่ยอมสบตาเขา "ตองไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ...รุ่นพี่" สรรพนามที่เน้นย้ำความห่างเหิน ทำเอาฟินนิกซ์ถึงกับสะอึก ใบตองไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ เธอรีบดึงแขนมาร์คให้เดินหนีออกไปทันที มาร์คหันมามองหน้าฟินนิกซ์อย่างผู้ชนะอีกครั้ง ก่อนจะยอมเดินตามแรงดึงของหญิงสาวไป ฟินนิกซ์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านร่างไปอย่างเงียบเหงา สองมือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาคมทอดมองตามแผ่นหลังเล็กที่ค่อยๆห่างออกไปจนลับสายตา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสน โกรธตัวเอง หึงหวง และเจ็บปวด เขาทำพัง... เขาทำทุกอย่างพังด้วยมือของเขาเองตั้งแต่อดีต จนถึงตอนนี้ เธอกำลังจะเดินออกไปจากชีวิตเขาจริงๆและยังมีไอ้เด็กนั่นที่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายเธออีก "หึ... คิดว่าจะหนีพี่พ้นเหรอใบตอง" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆรอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก แววตาที่เคยสั่นไหวกลับมาแข็งกร้าวและดุดันอีกครั้ง ในเมื่ออดีตเขาเคยทำพลาด ปล่อยให้เธอหลุดมือไปเพราะความขี้ขลาดของตัวเอง มาวันนี้... ในวันที่เขามีพร้อมทุกอย่าง เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ฟินนิกซ์ไม่เคยอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ และสำหรับใบตอง เธอคือข้อยกเว้นเดียวในชีวิต เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขารัก และจะเป็นของเขา...เพียงคนเดียวเท่านั้น"ตองต้องแคร์สิคะ ก็พี่ฟินน์เป็นแฟนตองนี่นา ตองไม่อยากให้เราต้องมาผิดใจกันเพราะคนอื่น ตองรู้ว่าพี่ธันเขาเข้าหาแบบสุภาพบุรุษ เขาใช้ความใจดีมาทำให้ตองเกรงใจจนปฏิเสธยาก""แต่ตองก็รู้ดีว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร ตองไม่ชอบเลยค่ะพี่ฟินน์ ตองอึดอัดมากเลยเวลาที่ต้องปั้นหน้ายิ้มรับของจากเขา" น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า"พี่เข้าใจครับ ผู้ชายแบบไอ้ธันมันฉลาด มันรู้ว่าถ้ามันรุกหนักตองก็จะหนี มันเลยเลือกใช้วิธีสุภาพบุรุษแสนดีเพื่อกดดันให้ตองปฏิเสธไม่ได้ มันใช้มารยาทสังคมมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้ตองต้องยอมรับไมตรีจากมัน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ารำคาญใช้ได้เลย""แล้วตองจะทำยังไงดีคะ? พรุ่งนี้ถ้าเขามาดักรออีกตองจะหลบหน้าเขายังไงดี ยัยแอนบอกให้ตองวิ่งหนีไปเลยแต่ตองว่ามันดูเสียมารยาทไปหน่อย""ไม่ต้องหลบหน้าหรอกครับตอง การหลบหน้ายิ่งทำให้มันคิดว่าตองหวั่นไหวหรือกำลังสับสน ตองก็แค่ทำตัวปกติ วางตัวให้เป็นแค่รุ่นน้องที่เคารพรุ่นพี่คนนึงก็พอ ส่วนเรื่องกันท่าไอ้หมอนั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เองครับ""พี่ฟินน์จะทำอะไรคะ? สัญญากับตองแล้วนะว่าจะไม่ไปมีเรื่องชกต่อยกับเขาน่ะ ตองไม่อยากให้พี่ฟินน์โ
"ทำไมคิ้วผูกเป็นโบว์แบบนั้นล่ะครับคนเก่ง วันนี้เรียนหนักหรือว่าเหนื่อยซ้อมดนตรี หืม?" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยถามขึ้นทันทีที่ฟินนิกซ์เปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูให้แฟนสาวก้าวเข้ามานั่งประจำที่ ชายหนุ่มโน้มตัวตามเข้ามาเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดให้คนตัวเล็กอย่างเอาใจใส่เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าหวานได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมโตที่เคยมองเขาด้วยความสดใสบัดนี้กลับมีแววกังวลและสับสนฉายชัดอยู่ภายใน ใบตองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้ หญิงสาวฝืนยิ้มบางๆส่งให้เขาก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่าค่ะ วันนี้วงงดซ้อม ตองแค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก" "แน่ใจเหรอครับว่าไม่มีอะไร ปากบอกว่าไม่มีอะไรแต่สายตาตองมันฟ้องพี่หมดแล้วนะ มีใครแกล้งอะไรตองหรือเปล่า หรือว่ามีปัญหาเรื่องเพื่อนบอกพี่ได้นะตอง พี่พร้อมรับฟังแล้วก็พร้อมจัดการให้ตองทุกเรื่องเลยนะ" ฟินนิกซ์ยังคงไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มจับมือเล็กที่วางประสานกันอยู่บนตักขึ้นมากุมไว้หลวมๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหลังมือเนียนอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและคลายความกังวลให้เธอ ความอ่อนโยนและความใส่ใจที่
"ก็พี่เขาเล่นพูดจาซะขนาดนั้นแกจะให้ทำยังไงล่ะตอง ขืนแกปฏิเสธไปตรงๆ พี่เขาก็หน้าแตกสิคะ อีกอย่างพี่เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่และสุภาพมากเลยนะ""เขาไม่ได้ทำท่าทางคุกคามหรือลุ่มล่ามอะไรแกสักหน่อย แค่เอาขนมมาฝากตามประสารุ่นพี่ที่เอ็นดูรุ่นน้องเฉยๆหรือเปล่า เขาอาจจะไม่ว่าอะไรก็ได้นะ" สาพยายามพูดปลอบใจแม้ลึกๆจะรู้ดีว่าสถานการณ์มันไม่ง่ายขนาดนั้น"รุ่นพี่เอ็นดูรุ่นน้องบ้านแกสิยัยสา เอ็นดูแบบไหนถึงได้เจาะจงซื้อมาการองจากโรงแรมตัวเองมาฝากแค่คนเดียว แถมยังทำสายตาหวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น คนตาบอดก็ยังดูออกเลยว่าพี่ธันกำลังจีบยัยตองอยู่ แกก็อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย" แอนหันไปเถียงเพื่อนก่อนจะหันมามองใบตองด้วยแววตาจริงจัง"ฉันว่าแกต้องหาทางบอกพี่ธันไปตรงๆแล้วล่ะตอง ว่าแกมีคนรู้ใจแล้ว ขืนปล่อยให้พี่เขามาทำดีด้วยบ่อยๆแบบนี้ คนทางนั้นเอาตายแน่ แกก็เห็นวีรกรรมความหวงก้างของเขาแล้วนี่ ขนาดแค่เดินเฉียดเขายังทำตาขวางใส่เลย ถ้าเขารู้ว่ามีคนมาตามจีบแกถึงคณะแถมยังซื้อของมาฝากอีก งานนี้มีหวังมหาลัยแตกแน่ๆ""ฉันก็อยากบอกไปตรงๆนะแอน แต่พี่เขายังไม่ได้พูดออกมาเลยว่าจีบฉัน เขาบอกแค่ว่าเอาขนมมาฝากเป็นกำลังใจ ถ้าฉันชิงบอกไปก่อนว
"น้องใบตองครับ บังเอิญจังเลย เพิ่งเลิกเรียนเหรอครับ"เสียงทุ้มละมุนที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาคนที่กำลังเดินกอดหนังสือเรียนชะงักฝีเท้า ใบตองหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่ยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้คือธัน รุ่นพี่บริหารธุรกิจปีสี่ที่เพิ่งเดินชนกันเมื่อวาน ชายหนุ่มอยู่ในชุดนักศึกษาที่ดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ในมือของเขามีถุงขนมจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังของโรงแรมหรูถือติดมาด้วย"พี่ธัน สวัสดีค่ะ เพิ่งเลิกคลาสพอดีเลยค่ะ พี่ธันมาทำอะไรที่คณะดุริยางค์เหรอคะ?" หญิงสาวยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทพลางส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไป"พี่ตั้งใจมาหาน้องใบตองนั่นแหละครับ พอดีพี่ไปทำธุระแถวโรงแรมของคุณพ่อมา ตอนเดินผ่านร้านเบเกอรี่พี่เห็นมาการองเซ็ตนี้แล้วนึกถึงน้องใบตองขึ้นมาทันทีเลย สีมันหวานๆน่ารักเหมาะกับน้องใบตองดี พี่ก็เลยซื้อมาฝากครับ ถือซะว่าเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยๆสำหรับการซ้อมดนตรีที่เหนื่อยมาทั้งสัปดาห์นะครับ"ธันยื่นถุงกระดาษลวดลายเรียบหรูไปตรงหน้าหญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส แต่สำหรับใบตองแล้วรอยยิ้มนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเหลือบมองถุงขนมสลับกับใบหน้
"เขาก็แค่พูดตามมารยาทไปอย่างนั้นเองค่ะ ไม่มีใครเขาคิดจริงจังหรอก ปล่อยเอวตองได้แล้วค่ะ คนมองกันทั้งตึกแล้วเนี่ย พี่ฟินน์ชอบทำตัวเป็นจุดสนใจอยู่เรื่อยเลย""มองก็มองไปสิครับ พี่อยากประกาศให้คนทั้งมหาลัยรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือดวงใจของฟินนิกซ์ ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแหยม พี่หวง หวงมากด้วย หวงจนอยากจะจับตองขังไว้ในห้องไม่ให้ใครหน้าไหนมาเห็นความน่ารักของตองอีกแล้ว""พี่ฟินน์ก็เป็นซะแบบนี้ จะบ้าอำนาจไปถึงไหนคะ ตองมีสังคมมีเพื่อนมีรุ่นพี่ที่ต้องรู้จักนะ จะให้ตองคุยกับพี่ฟินน์คนเดียวหรือไง ตองอึดอัดนะถ้าพี่ฟินน์จะคอยตามหึงตามหวงทุกคนที่เดินเฉียดตองแบบนี้""ก็พี่รักของพี่นี่ครับ ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้โลกนี้มีแค่เราสองคนด้วยซ้ำ แต่พี่ก็รู้ว่าพี่บังคับตองไม่ได้ พี่ถึงได้อารมณ์เสียอยู่นี่ไง ตองต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่ไปกินขนมกับมันเด็ดขาด ถ้าตองอยากกินอะไรพี่จะซื้อมาประเคนให้ถึงที่เลย" ฟินนิกซ์เปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูให้ใบตองเข้าไปนั่งก่อนจะอ้อมมาฝั่งคนขับ"ตองไม่ได้ตะกละขนาดนั้นสักหน่อย ตองก็มีเงินซื้อกินเองได้ค่ะ พี่ฟินน์เลิกคิดเรื่องพี่ธันแล้วขับรถพาตองไปหาอะไรกินดีกว่า ตองหิวจนตาลายแล้วเนี่ย ซ้อมดนตรี
"ระวังครับน้อง"เสียงทุ้มแปลกหูเตือนขึ้นพร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่ตวัดโอบรอบเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ร่างเล็กของใบตองที่กำลังจะหงายหลังล้มกะทันหันเพราะสะดุดขาตัวเองตอนหอบแฟ้มโน้ตเพลงกองโตเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตรงหน้าอย่างจัง แฟ้มร่วงหล่นกระจายเต็มพื้นทางเดินหน้าอาคารเรียนรวม"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? เจ็บตรงไหนไหม?"เจ้าของวงแขนแกร่งก้มลงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใบตองเงยหน้าขึ้นมองคนช่วยชีวิตแล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย ผู้ชายตรงหน้ามีโครงหน้าหล่อเหลาละมุนละไม ผิวขาวจัดแบบคนดูแลตัวเองมาอย่างดี รอยยิ้มที่ส่งมาให้ดูอบอุ่นและเป็นมิตรจนคนมองรู้สึกเกรงใจ"มะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยรับไว้ ไม่อย่างนั้นตองคงหัวฟาดพื้นไปแล้ว" ใบตองรีบขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยความเกรงใจพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ"ไม่เป็นไรครับ พี่เห็นเราหอบของมาเยอะแยะแล้วมัวแต่ก้มมองทางก็เลยเดินเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะสะดุดล้มจริงๆ" ร่างสูงหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะย่อตัวลงไปช่วยเก็บแฟ้มโน้ตเพลงและชีทเรียนที่หล่นกระจายอยู่บนพื้น"ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ ตองซุ่มซ่ามเองค่ะ" หญิงสาวรีบนั่งลงช่วยเก็บของด้วยความรู้







