MasukRome Game #12
คู่หมั้นขัดดอก
“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”
“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”
“หึ”
ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย
“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”
“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!
“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”
“ขอบคุณค่ะ”
“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”
“!”
“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้น จดจ้องมองใบหน้าหล่อคมคายที่ยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ คนเจ้าเล่ห์! “พี่ทำหนูได้นะนินิว แต่พี่ก็ยืนยันคำเดิมจนกว่าหนูจะยอมหรือหนูทำเอง พี่ถึงจะทำ”
“แน่นะคะ เราเกี่ยวก้อยกันก่อน หนูไม่ไว้ใจ” พี่โฬมอมยิ้มยินยอมเกี่ยวก้อยทำสัญญากัน
“พี่สัญญา แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่ทำให้หนูยอมไม่ได้นะ” เดี๋ยวนะ! ฉันฟังไม่ผิดใช่หรือเปล่า พอพี่โฬมพูดจบเขาก็ขยับไปยืนตัวตรงพลางเดินผิวปากออกจากห้อง ทิ้งฉันไว้กับใบหน้าที่ร้อนผะผ่าวเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้า
หมายถึงว่า... พี่โฬมสามารถทำให้ฉันยอมได้ ด้วยการไม่บังคับขืนใจ เพราะเขาได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของฉันแบบเต็มรูปแบบแล้วไง กรี๊ด! ฉันจะบ้าตายของจริงเลยนะเนี่ย ถึงอย่างนั้นตอนที่คิดว่าจะหมั้นกับท่านรณกรฉันก็ทำใจเรื่องนี้แล้ว พอเปลี่ยนไปหมดทุกอย่างมาเป็นพี่โฬม ทุกอย่างที่คิดเอาไว้มันก็เลยกลายเป็นเรื่องยากสำหรับฉันเลยอะ
“นี่เราต้องเสร็จพี่โฬมจริงๆ ใช่ไหมในเวลาครึ่งปีที่เป็นคู่หมั้นกัน”
ทั้งที่ควรจะกลัว... ทำไมหัวใจไม่รักดีถึงได้เต้นถี่รัวขนาดนี้ ทำยังกับว่าอยากได้อยากโดน จะบ้าหรือไงนินิว เธอมันบ้าที่สุดเลย! ไปคิดลามกกับพี่โฬม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพี่โฬมเจ้าชู้ประตูดินแค่ไหนเนี่ยนะ เฮ้อ แต่พอคิดไปคิดมา เขาก็เป็นคนแรกเลยนะที่ฉันคิดถึงและโหยหาที่สุด ราวกับว่าวันนั้นที่เราจากกัน คิดว่าจะไม่ได้เจอกับเขาอีกชีวิตของฉันก็ห่อเหี่ยวขึ้นมาเสียดื้อๆ
ฉันคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาหรอกใช่ไหม แหงสินินิว จะไปรู้สึกกับพี่เขาได้ยังไง พี่โฬมเองก็คงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก อย่างเขาเหรอจะมาคิดมากเรื่องของฉันและคิดกับฉันมากกว่าที่เราจะสนิทสนมเพียงเพราะพึ่งพากันและกันได้ ต้องบอกก่อนนะว่าฉันมากกว่าล่ะมั้งที่เอาแต่พึ่งพาเขา พี่โฬมไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเขาบอกบ่อยๆ ทำไมสำหรับฉันพี่โฬมกลับเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันจะนึกถึงเป็นคนแรกๆ ด้วยก็ไม่รู้
“พอ เลิกคิดได้แล้วนินิว”
สิ่งเดียวที่ควรคิดคือเรื่องหนี้ที่เหลือต่างหาก ต้องคุยกับท่านรณกรให้รู้เรื่องว่าเรื่องนี้ท่านจะเอายังไง ฉันจะได้ปรับตัวและทำตัวเองให้ถูกเพื่อชดใช้หนี้ที่คงค้างอยู่ ป่านนี้แม่ก็คงเสวยสุขกับเงินที่ท่านให้จนลืมฉันไป ช่างเถอะ ใครไม่เห็นค่าอย่างน้อยก็มีพี่โฬมนะที่เห็นคุณค่าในตัวของฉัน
“เอาเสื้อผ้าหนูแขวนกับพี่ได้เลยนะ ห้องแต่งตัวพี่กว้าง”
“ค่ะ” เพราะกำลังคิดว่าจะพับเสื้อผ้าของตัวเองและเอาไว้ด้านล่าง พี่โฬมโผล่พรวดมายืนกอดอกพิงขอบประตูทางเข้าห้องแต่งตัว แน่นอนว่ากว้างขวางและมีเสื้อผ้าของเขาเยอะมากๆ รวมไปถึงรองเท้าและอื่นอีกมากมาย
“ของทุกอย่างของพี่หนูหยิบใช้ได้หมด” ถึงจะไม่เคยชินที่จะต้องมาอยู่ร่วมห้องกับผู้ชาย นับเป็นครั้งแรกที่มาอยู่กับผู้ชายที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนสนิท ใช่ ตอนนี้พี่โฬมได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของฉัน แม้จะเป็นการหมั้นหมายแบบเรียบง่ายไร้ซึ่งการจัดงานที่ยิ่งใหญ่มีแขกเหรื่อมาร่วมงาน ทั้งสองครอบครัวได้รับรู้มันก็เพียงพอ อีกอย่างมันไม่ได้น่าภูมิใจสักนิดกับการหมั้นที่เกิดขึ้น
อย่าลืมว่าการหมั้นเกิดจากสาเหตุอะไรและฉันมีสิ่งที่ต้องทำคืออะไร ดังนั้นจึงไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป พี่โฬมคงจะรู้ถึงความหมายของการหมั้น เพียงแต่เปลี่ยนจากท่านรณกรพ่อของเขามาเป็นตัวของเขาแทน
“นินิว”
“คะ”
“หนูพร้อมเล่าปัญหาของหนูให้พี่ฟังได้หรือยัง” กะแล้วว่าพี่โฬมจะต้องอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น “พี่ไม่เซ้าซี้ หนูอยากเล่าแค่ไหนก็ได้ตามที่หนูอยากเล่า”
“...” ฉันหลับตาลงพลางถอนหายใจ
“เราเหมือนคนๆ เดียวกันแล้วนะ หนูมีปัญหาหรือมีเรื่องหนักใจตรงไหน หนูระบายมันให้พี่ฟังได้” ฉันรู้สึกหวั่นไหวกับคำว่าคนๆ เดียวกันของเขาจัง ทำไมจะต้องมาหวั่นไหวทั้งที่มันก็แค่ครึ่งปีที่จะต้องอยู่กับเขาในฐานะคู่หมั้นขัดดอก
“หนูเป็นแค่คู่หมั้นขัดดอกนี่คะ ไม่ได้สำคัญ”
“แล้วไง” พี่โฬมตอบเสียงแข็ง “จะขัดหรือไม่ขัด หนูก็เป็นคู่หมั้นของพี่”
คนตัวสูงแลดูไม่สบอารมณ์ที่ฉันพูดออกไปทั้งที่มันคือเรื่องจริง กระทั่งพี่โฬมเดินมาย่อตัวและนั่งซ้อนด้านหลังฉัน สอดแขนทั้งสองเข้าเอวจนตัวของฉันหดเกร็งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาจับมือซ้ายของฉันขึ้นมาเทียบกับมือซ้ายของตัวเอง ขนาดมือที่แตกต่างกันทำให้รู้สึกว่าใบหน้าหน้าร้อนผ่าวเสียดื้อๆ
แค่ขนาดมือที่แตกต่าง มือพี่โฬมใหญ่กว่ามือฉันประมาณสิบเท่าก็ไม่ควรจะมาเขินหรือเปล่านินิว งี่เง่าชะมัด
“เราหมั้นกันแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู “แหวนหมั้นของเราสองคนรวมกันเกือบสองแสนเลยนะ”
“คะ!”
“ยังจะคิดว่าหนูเป็นแค่คู่หมั้นขัดดอกอีกไหม” กระพริบตาถี่รัวเมื่อมองแหวนหมั้นของเราสองคน “คู่หมั้นขัดดอกอะไร ได้แหวนเพชรเม็ดเบ้อเร่อ”
“หนูไม่เข้าใจ” ทำไมท่านรณกรกับคุณหญิงภริตาต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ถึงจะเข้าใจว่ามีหนี้ก้อนโตติดค้างท่านอยู่ ไม่เห็นจะต้องลงทุนให้ฉันหมั้นเลยถ้าไม่ได้ต้องการเพื่อเอาไว้ขัดดอก “ว่าทำไมคุณท่านทั้งสองถึงตัดสินใจทำแบบนี้ รวมถึงพี่ด้วย”
“พี่ทำไม”
“พี่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องมาหมั้นกับหนูใช่ไหมคะ” พี่โฬมพยักหน้ารับพลางเกยคางบนบ่าฉัน “แล้วทำไม...”
“เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของพ่อพี่ ซึ่งพี่ขัดพ่อไม่ได้”
“ทั้งที่คนที่พี่หมั้นอาจไม่ใช่หนู”
“และคนที่หนูจะหมั้นไม่ใช่ชายแก่อย่างที่หนูคิด” เราสองคนจ้องตากัน มีแค่ฉันใช่ไหมที่มีความสงสัยอยู่เต็มหัวไปหมด มันคันปากอยากจะถามพี่โฬมมากกว่านี้ อยากถามคุณท่านทั้งสองด้วยซ้ำถ้าหากทำได้ “หนูไม่เห็นต้องคิดอะไรมากเลย หนูไม่ต้องไปหมั้นกับพ่อพี่ด้วยซ้ำ”
“ไม่ตลกนะคะ” ใครจะไปคิดล่ะ อุตส่าห์ร่ำลากับเขาซะดิบดีสุดท้ายไม่ได้หมั้นกับคนเป็นพ่อมาหมั้นกับลูกชายของท่านรณกรแทน “เกิดพี่ชายพี่โฬมตกลงขึ้นมา หนูก็คงไม่ได้หมั้นกับพี่”
“พี่รักไม่หมั้นหรอก เขาไม่ชอบถูกบังคับให้ทำอะไรทำนองนี้”
“แล้วพี่ชอบเหรอ”
“อืม ท้าทายดี” มองค้อนพี่โฬมที่ยิ้มมุมปาก “ถึงดีใจไงที่เป็นหนู”
[50%]
*------------------------------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่







