Masuk“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”
ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”
“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”
จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ
“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”
“อือ”
“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”
“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา
“พี่โฬมคะ”
กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่ว่าเสียงเรียกทำให้ต้องเอี้ยวหน้าไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเซ็กซี่ขยี้ใจมาก หล่อนอมยิ้มและเดินมาหยุดตรงหน้าผม ค่อยๆ ลากมือตามแผงอกจนมาหยุดตรงหัวเข็มขัด
“หนูชื่อเดือนนะคะ”
“...”
“หนูอยากทำความรู้จักกับพี่จะได้ไหมคะ” น้ำเสียงยั่วยวนและสีหน้า แววตาเชิญชวนอย่างเห็นได้ชัด เป็นเพราะผมไม่มีอารมณ์หรือถ้าหากผมสนใจใครผมจะเข้าหาเอง
“โทษที พี่ไม่ว่าง” ดันฝ่ามือบอบบางออกจากหัวเข็มขัด “ไม่ต้องมายั่ว”
“พี่โฬม”
“ถ้าพี่อยากเอา พี่เข้าหาเอง ชัดนะ”
ผมตอกหน้าเธอและเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งหากแต่ว่าหล่อนไม่ยอมที่จะถอย ทำให้ผมบีบแตรใส่หล่อนลั่นจนนักท่องราตรีหันมามองด้วยสีหน้ามึนงง ดูเหมือนหล่อนจะโกรธพอควร ผมสนเหรอ? บอกเลยว่ามีเรื่องให้คิดเยอะกว่านี้ จนแทบไม่มีสมองเอาไว้คิดเรื่องใต้สะดือด้วยซ้ำ
กลับมาถึงห้องผมถอดเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูพาดบนโซฟาพร้อมเสื้อยืดสีดำ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งเอนศีรษะกับพนักโซฟามองเพดานห้องที่เปิดไฟไม่ได้สว่างมากนัก
“กลับมาแล้ว” น้ำเสียงเข้มแหบพร่าเรียกสายตาของผมให้เสมองร่างสูงที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันเอว ออกมาจากห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องนอนของผม “เป็นอะไร”
“มึง กูถามอะไรหน่อยดิ”
“เรื่อง” ไอ้เจคเดินมาหยุดตรงชั้นวางของแบบยาวใต้จอทีวีขนาดยักษ์ที่ติดผนัง โซฟากลางห้องจะเป็นแบบตัวแอล ไอ้เจคหยิบซองบุหรี่กับไฟแช็กเลือกที่จะเดินไปเปิดผ้าม่านและแง้มประตูออกระเบียงแค่เล็กน้อย ผมยืนมองให้มันสูบบุหรี่ก่อนจึงตัดสินใจถามเรื่องที่สงสัย
“ทำไมมึงดูใส่ใจนินิว”
“ตรงไหน?”
“ทุกตรงเลยไอ้ควาย” ผมกระแทกเสียงใส่มัน “มึงชอบน้องเหรอ”
“ทำไม” ไอ้เจเสมองผมพลางยกยิ้มมุมปาก “หึง”
“หึงเหี้ยอะไร แค่สงสัย” ก็แค่สงสัยปะ ทำไมจะต้องถามว่าผมหึงยัยตัวเล็กด้วย “น้องเหมือนมีอะไรปิดบังกูหลายอย่าง คือถ้าไม่เล่าให้ฟังกูจะเซ้าซี้ก็ไม่ได้”
“...” ไอ้เจคเงียบ
“วันก่อนที่มาค้าง กินยานอนหลับด้วย ทำไมถึงต้องกินยานอนหลับ” หัวคิ้วของผมคงจะชนกันแล้วสินะ มันขมวดกันเป็นปมจนทำให้ไอ้เจคพ่นควันสีเทาพวยพุ่งไปข้างนอกนิ่งๆ “ไหนจะชอบหลงบ่อยๆ ยังไม่แก่เลยนะ ทำไมถึงจำไม่ได้ว่าตัวเองไปที่ไหนหรือทำอะไร”
“ยังไง”
“มึงรู้ใช่ไหมไอ้เจค มึงบอกกูดิว่านินิวเป็นอะไรกันแน่”
“น้องไม่ให้บอก”
“งั้นแสดงว่ามึงรู้” ไอ้เจคไม่ตอบคำถาม กลับเอากรองบุหรี่จิ้มลงบนที่เขี่ยบนชั้นใต้ทีวี หยิบรีโมทมาถือไว้และทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่เป็นทรงยาวให้นอนได้ “ไอ้เจค กูเพื่อนมึงนะ”
“สัญญากับน้องแล้ว”
“ไอ้เจค”
“ว่าจะไม่บอก”
“คือมึงเชื่อน้องมากกว่ากูที่เป็นเพื่อนมึงว่างั้น”
“อือ” ไอ้สัตว์นรกอเวจี ไม่ได้สำนึกบุญคุณผมเลยนะที่ให้ที่ซุกหัวนอนเนี่ย
“งั้นคราวหน้ากูเจอน้องอัญชัน กูบอกน้องนะว่ามึงอยู่ที่นี่กับกู”
“ไอ้โฬม” ผมฉีกยิ้มกว้างใส่มัน ขอขู่มันสักหน่อยเหอะ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลยแหะ “แล้วแต่”
“นี่มึงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับนินิว โดยไม่กลัวว่ากูจะบอกน้องอัญชันว่ามึงอยู่ที่ไหนเลยเหรอวะ!”
“ใช่”
“มึงคิดอะไรกับนินิวหรือเปล่า ดีๆ ดิไอ้เจค” ว้าวุ่น... ใช่ ผมกำลังว้าวุ่นแบบสุดๆ จนไอ้เจคกดเลื่อนช่องไปหยุดที่รายการแข่งรถ มันเสมองผมแวบหนึ่งก็มองจอทีวีตามเดิม
“ถามตัวเอง”
“อะไร?”
“กูหรือมึงที่คิดอะไรกับน้อง” ถามเหมือนไอ้เกียร์ราวกับพิมพ์กันมา พวกมันสองตัวแอบคุยกันโดยไม่บอกผมปะวะ ผมถอนหายใจพลางนอนตัวเหยียดยาว
“น้อง... กำลังจะหมั้นกับผู้ชายรุ่นพ่อ”
“ถึงทำให้มึงว้าวุ่น”
ไม่คิดจะตอบคำถามของไอ้เจค ผมโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยยกมือกุมศีรษะตัวเองพลางลูบใบหน้าสองสามครั้งและเปิดอกคุยกับมันเรื่องนินิวที่มาลาผมวันนั้น พอเล่าจบไอ้เจคก็เงียบไปทันที ผมไม่ได้หวังจะได้คำปลอบใจจากมันหรอกนะ สิ่งเดียวที่ต้องการคืออยากเจอหน้าเธอ ผมควรได้คุยกับเธอเพื่อยื่นมือเข้าไปช่วยให้เธอหลุดพ้นจากการหมั้นหมายที่เธอไม่ได้เต็มใจ มันเกิดจากความผิดพลาดไม่ใช่ความผิดของเธอด้วยซ้ำ ทำไมครอบครัวเธอถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
“น้องเชื่อใจมึง” หันไปมองไอ้เจคที่เอามือขวาสอดรองท้ายทอยเพื่อจะได้ดูรายการแข่งรถได้ถนัด “เชื่อทุกคำพูดของมึง”
“ใช่ ถึงได้ตัดสินใจทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นไง”
“สักวันน้องจะไว้ใจมึงและบอกมึงเอง” หมายถึงเรื่องที่ผมสงสัยสินะ “กูบอกได้แค่... อย่าทำร้ายจิตใจน้อง”
ผมมองสบตากับไอ้เจค ยังไงก็ยังคงสงสัย คนอย่างไอ้เจคที่เอาแต่นอน นอนแล้วก็นอนเป็นหมีโคอาลา มันดูใส่ใจ ดูห่วงใยนินิวจนผมคิดจริงจังเลยนะว่ามันชอบน้องหรือเปล่า แน่นอนถามไปก็เท่านั้นไม่ได้คำตอบจากปากมันหรอก
“สภาพจิตใจของน้องย่ำแย่”
“กูรู้”
“มันมากกว่าที่มึงคิด” ถ้าจะพูดแบบนี้ บอกผมตรงๆ มาเลยดีกว่าว่านินิวเป็นอะไรกันแน่ “ถ้ามึงไว้ใจกู”
“มึงก็รู้ กูไว้ใจมึงจะตายห่า”
“งั้นก็เชื่อที่กูพูด ทุกคำ”
“อือ”
“ดูแลน้องไม่ดี กูดูเอง”
“เหี้ยเจค” พอเห็นผมขึ้นมันก็ยกยิ้มมุมปากและหันไปจ้องหน้าจอทีวีตามเดิม “สารเลว”
[70%]
*------------------------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่







