LOGIN“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”
นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ
“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม
“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย
“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”
“อีแบบนี้ผมก็ด่าพ่อฟรีอะดิ”
“แกด่าอะไรฉันลาภิศ”
“ก็...” พี่โฬมยืนล้วงกระเป๋ากางเกงเสมองฉันที่เม้มปากตัวเองจนเจ็บหนึบ “มีคนมาลาผม บอกจะไปหมั้นกับไอ้แก่หน้าหม้อ ผมด่ายับเลย”
“ไอ้ลูกเวร” ท่านรณกรถึงกับขบขัน “ฉันรักแม่ของแกมากกว่าชีวิตของฉัน แกคิดว่าฉันจะนอกใจแม่แกได้ลงหรือไง”
“จะไปรู้เหรอ ผมไม่รู้ว่าเจ้าหนี้ของพ่อนินิวคือพ่อนี่นา” ผละสายตาจากคุณพ่อ พี่โฬมก็เสมองฉันอีกครั้ง “ดีใจที่พ่อเป็นเจ้าหนี้พ่อของนินิว”
“พี่โฬม”
เราสองคนสบตากันราวกับนึกถึงกันมาตลอด ใช่ ฉันนึกถึงพี่โฬมมาตลอดที่เราสองคนห่างกัน ฉันคิดว่าเขาอาจจะรังเกียจและไม่ชอบใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันตาลปัตรไปเสียหมด ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเอาเป็นว่าให้จบเรื่องวันนี้ จะขอคุยเรื่องนี้กับท่านรณกรแล้วล่ะ
“คือว่าท่านคะ ดิฉันขอเสนอแนะอะไรสักอย่างจะได้ไหมคะ” แม่เดินกลับเข้ามาพร้อมกับเดือนที่มองพี่โฬมและมองฉันพลางยิ้มเยาะเย้ย
“อะไรครับ”
“เปลี่ยนตัวคู่หมั้นได้ไหมคะ” คำพูดของแม่สร้างความประหลาดใจให้กับท่านรณกรและคุณหญิงภริตาเป็นอย่างมาก “แต่แรกนินิวก็ไม่ได้อยากหมั้นอยู่แล้ว ดิฉันเลยคิดว่าจะให้เดือนลูกสาวอีกคนหมั้นกับลูกชายของท่านแทน”
“นี่คุณคิดว่ากำลังเล่นขายของอยู่เหรอคะคุณนารี” คุณหญิงภริตาเอ่ยถามเสียงแข็ง
“ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่คะ มันก็ไม่ได้ต่างกันนี่นา อีกอย่างเดือนก็อยากหมั้นหมายกับคุณลาภิศด้วย” กะแล้วว่าต้องมีแผน ตอนฉันจะหมั้นกับท่านรณกรเยาะเย้ยกันเสียเต็มประดา พอรู้ว่าเปลี่ยนตัวคู่หมั้นเป็นพี่โฬมปุ๊บรีบชุบมือเปิบทันทีเลยนะ ฉันจ้องหน้าเดือนตาเขม็งหล่อนคงคิดสินะว่ายังไงแม่ก็ต้องประเคนหล่อนให้กับเขาแน่
หากแต่ว่าฉันกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ พี่โฬมก็เดินตัดผ่านหน้าฉันโน้มไปหยิบกล่องแหวนหมั้นขึ้นมา “นี่แหวนหมั้นใช่ไหมครับแม่”
“อืม” คุณหญิงภริตาตอบลูกชายของตัวเอง จากนั้นพี่โฬมก็เดินสวนฉันไปหยุดตรงหน้าของเดือน หล่อนทำหน้าตกใจยกมือปิดปากตัวเอง ถึงจะไม่เข้าใจการกระทำของพี่โฬมแต่เขาไปหยุดตรงนั้นคือรับข้อเสนอจากแม่เหรอ
“ยื่นนิ้วนางซ้ายมา” พี่โฬมสั่งเสียงเด็ดขาดและนั่นทำให้เดือนกระดี๊กระด๊ายื่นมือซ้ายมาตรงหน้าเขา “นินิว”
“!”
“พี่บอกให้หนูยื่นนิ้วมา” ตกใจสุดขีด ไม่เว้นแม้แต่เดือนที่เบิกตากว้างเพราะดูเหมือนหล่อนถูกหักหน้ากลางงานหมั้นที่แม้จะมีแค่คนในครอบครัว หากแต่ว่าพี่โฬมกลับหมุนตัวมาหยุดตรงหน้าฉัน “ไม่ยื่นเหรอ”
“นะ หนู...” ก็คือมันตกใจจนมือไม้แข็งไปหมด พี่โฬมเหมือนรู้นะเขาอมยิ้มและหยิบแหวนเพชรเม็ดงามขึ้นมา จับมือซ้ายฉันและสวมแหวนที่นิ้วนางซ้ายแบบพอดีนิ้ว จากนั้นริมฝีปากร้อนระอุก็กดจูบมาบนหลังมือ
“คนเดียวที่ผมจะหมั้นด้วยคือนินิว คนอื่นอย่าสะเออะ” ย้ำคำว่าคนอื่นและตอกหน้าเดือนด้วยคำว่าอย่าสะเออะอีก หาหมอคงไม่ทันหรอก เพราะยับเยินชนิดที่ว่าต่อไม่ติดเลยด้วยซ้ำ “สวมแหวนให้พี่สิ คุณคู่หมั้นคนสวย”
“ค่ะ” ตอบตกลงพลางลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ แหวนเงินสำหรับผู้ชายถูกสวมเข้านิ้วนางซ้ายของพี่โฬมเป็นอันว่ามันเสร็จสมบูรณ์แล้วใช่ไหม ฉันเหลือบตาขึ้นจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ระบายยิ้มอย่างสดใส
“ย้ายไปอยู่กับพี่”
“พี่โฬม”
“หลังจากนี้อีกครึ่งปี หนูจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับพี่ในฐานะคู่หมั้น ถูกต้องนะ” พี่โฬมจับมือฉันบีบเบาๆ ราวกับต้องการให้กำลังใจฉัน ซึ่งก่อนหน้านั้นเขารู้เรื่องราวทั้งหมดและไม่คิดไม่ฝันว่าทุกอย่างมันพลิกผันไปหมด แทบจะตั้งหลักตั้งตัวไม่ทันเลย พี่โฬมหันมาสบตากับท่านทั้งสองที่อมยิ้มเสมองแม่ของฉันที่ยืนทำหน้านิ่งเมื่อหันไปมองเดือน หล่อนแลดูอึ้งไปไม่เป็นที่ถูกโดนพี่โฬมหักหน้าจนพังยับ “ใช่ไหมครับ”
“อืม ตามนี้นะคุณนารี”
“เอ่อ...”
“หรือคุณมีปัญหาอะไร บอกมาได้เลยนะ”
“มะ ไม่มีค่ะท่าน” แม่รู้ว่าถ้าหากปฏิเสธหนี้ที่เหลือแม่จะต้องหามาชดใช้ ดังนั้นต่อให้ฉันไม่ได้หมั้นหมายกับท่านรณกรอย่างที่พวกเราคิด ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจมากที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม แม้จะเขินอายเล็กน้อยที่จะต้องไปอยู่กับพี่โฬมในระยะเวลาครึ่งปี มันจะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ นึกภาพเหล่านั้นไม่ออกเลยจนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง
“ห้องหนูอยู่ไหน”
“ทำไมคะ”
“พี่จะช่วยหนูขนของ” พี่โฬมบีบกระชับมือของฉันแน่น แน่นอนว่ามันชื้นไปด้วยเหงื่อและความเย็นวาบจากแหวนเพชรเม็ดโตที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย
“เอาเป็นว่าค่ำนี้พ่อจองโต๊ะอาหารบนดาดฟ้าโรงแรมเอาไว้ พาน้องมาดินเนอร์ร่วมโต๊ะกัน”
“ครับพ่อ”
“ไว้เจอกันนะนินิว”
“ค่ะคุณท่าน”
“แม่” คุณหญิงภริตาวางมือลงบ่าฉัน รอยยิ้มที่อ่อนโยนและแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเสมองพี่โฬมที่ยักไหล่ไหว
“ค่ะ คุณแม่” ท่านยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ควงแขนท่านรณกรเดินออกจากบ้านโดยมีแม่กับพ่อเลี้ยงเดินไปส่ง ส่วนเดือนก็มองฉันกับพี่โฬมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง พลางสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจ ฉันสนเหรอ... สะใจต่างหากที่หล่อนโดนพี่โฬมด่าเหน็บเสียจนหน้าแตก
“ไปเก็บของ”
“พี่โฬมคะหนู...”
“ไว้ถึงห้อง ค่อยอธิบายเรื่องทุกอย่างให้พี่ฟัง” ตอนนี้กลายเป็นว่าพี่โฬมดูหน้าตึงกว่าเดิมเสียอีก ฉันรู้ว่าเขาคงโกรธเรื่องวันนั้นไม่มากก็น้อย “ห้ามปิดบังพี่”
“ค่ะ”
“พี่จะไม่เซ้าซี้นะนิว พี่แค่อยากรู้ เราจะได้แก้ปัญหาด้วยกันได้ หนูเข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม” พยักหน้ารับขณะสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทของเขา ลมหายใจของเขาถูกถอนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โน้มใบหน้ามาจรดจูบลงบนศีรษะฉันเบาๆ “อย่าเดินหนีพี่แบบวันนั้นอีก รู้ไหมพี่แทบเป็นบ้า”
“หนูขอโทษ”
“กลับห้องกับพี่นะ”
เพียงแค่คำว่า ‘กลับห้องกับพี่นะ’ เล่นงานหัวใจดวงนี้ให้เต้นถี่มากยิ่งขึ้น ฉันพยักหน้ารับก่อนจะจูงมือพี่โฬมขึ้นมาบนบ้าน พี่โฬมช่วยฉันขนกระเป๋าที่จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยมาถึงรถของเขา หันกลับไปมองแม่ พ่อเลี้ยงและเดือนที่ยืนกอดอกมองมาที่ฉัน ทว่าไม่ได้นึกเสียใจเลยสักนิด ไม่ได้รู้สึกเศร้าที่ต้องจากบ้านหลังนี้ไป ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังพ้นจากเรื่องราวแย่ๆ ในบ้านหลังนี้เสียมากกว่า
อย่างน้อยฉันก็ได้ที่พักพิงแห่งใหม่... แม้ว่าที่พักพิงนี้จะเป็นแค่ชั่วคราว ก็ขอให้ได้พักให้หายเหนื่อยก่อน ฉันขอเวลาเพื่อพักใจตัวเองจะได้มีแรงต่อสู้กับเรื่องราวที่ตัวเองต้องเผชิญกับมันไม่มีวันจบสิ้น
*-------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่




![NightZ [IV] UNFAITHFUL](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


