LOGINเพียะ!!!
ฉันตบโซ่ไปอีกที เต็มแรงเลยด้วย ตบไปพร้อมกับน้ำตาฉันที่มันไหลทะลัก เพราะเจ็บปวดอย่างที่สุดกับคำพูดนั้น “ฉันไม่ใช่ของแก้ขัดของนาย! อย่ามาทำแบบนี้อีก นายไม่มีสิทธิ์! จำเอาไว้!!!” ปึก! ฉันตวาดใส่โซ่ทั้งน้ำตา ก่อนเปิดประตูวิ่งลงจากรถ ไม่อยากจะอยู่ใกล้หมอนั่นแล้ว ผู้ชายใจร้ายที่ทำให้ฉันต้องผิดคำพูดกับตัวเอง ว่าจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา “สมายด์!” หมับ! โซ่วิ่งตามมาจับแขนฉัน แถมกระชากฉันให้ปลิวตามไปอย่างแรง “ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!” “ไม่ใช่ตอนนี้! ตอนนี้เธอต้องตามฉันมา ไปขอโทษริสากับฉัน!” “ไม่ไป! ปล่อย! บอกว่าไม่ไป ยังไงฉันก็ไม่ไปขอโทษยัยตอแหลนั่น!” “ต้องไป! ตามมา!!” “โอ๊ย!!” โซ่กระชากแรงขึ้น จนแขนฉันเหมือนจะหลุด “โซ่! ฉันเจ็บ!!” “เรื่องของเธอ! อยากดื้อเองทำไม!” “โอ๊ย!!!” คราวนี้โซ่กระชากแรงกว่าเดิมหลายเท่า จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ “โซ่ นี่นายจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ แค่อยากจะให้ฉันขอโทษยัยนั่น นายต้องทำรุนแรงกับฉันขนาดนี้เลยเหรอ แล้วนี่ถ้ายัยนั่นบอกให้นายมาฆ่าฉัน นายก็คงทำโดยไม่ลังเลเลยสินะ” “ใช่! ฉัน-ไม่-ลัง-เล !” โซ่หันมาย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงและแววตาดุดัน ก่อนจะกระชากฉันต่อไปยังประตูทางเข้าห้าง และที่ฉันเงียบ ไม่คิดโต้ตอบ แต่ยอมปล่อยร่างของฉันให้เซถลาไปตามแรงกระชากของโซ่ เพราะฉันช็อก มันจุก มันเจ็บ จนมันไม่มีแรง เหมือนหัวใจถูกควักออกไปแล้วเฉือนออกเป็นชิ้นๆด้วยมีดที่แสนคมกริบ มันทรมานคล้ายจะไม่มีแรงจะหายใจอีกแล้ว TT lll-lll : ; “ฮัลโหลริสา ฉันมาถึงแล้ว เธอรออยู่ไหน ห้ะ โอเค ฉันกำลังไป” พอมาถึงในห้าง โซ่ก็โทรหายัยริสา ก่อนจะวางสายแล้วหันมาหาฉัน มือก็ยังไม่ยอมปล่อยฉัน ถ้าเป็นคนอื่นมองมา คงคิดว่าเขาคงห่วงฉันมากล่ะมั้ง กลัวฉันหาย ถึงได้จับมือฉันไม่ยอมปล่อย แต่ในความเป็นจริง ไอ้หมาบ้านี่กลัวฉันหนีแล้วไม่ได้ลากคอฉันไปคุกเข่าขอโทษยัยแฟนเลวของเขาก็แค่นั้น! “ริสาอยู่ชั้น 2 ตามฉันมา แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนฉันพาเธอมาฆ่าสักที” ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่านั่นแหละ! ฉันพูดในใจ แต่ความจริงคือไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะฉันกัดฟันข่มน้ำตาอยู่ เพราะเมื่อกี้มันเจ็บเหมือนจะตายเลย กับคำพูดนั้น คำพูดของไอ้ผู้ชายควายๆที่แสนจะใจร้าย น้ำตาเลยเอาแต่จะไหล ฉันเลยต้องพยายามกลั้น โชคดีที่ตอนนี้มันเหมือนจะเชื่อฟังเลยหยุดไหลไปแล้ว ไม่งั้นคงได้อายคนทั้งห้าง แบบนั้นยิ่งน่าสมเพชตายเลย เสียเซลฟ์อีกต่างหาก เพราะความจริงแล้วน้ำตา มันควรจะเก็บเอาไว้ให้เห็นแค่ตัวเองถึงจะถูก แต่ฉันก็ดันพลาดให้โซ่เห็นไปแล้ว บ้าที่สุด! “ไม่ได้ยินที่พูดเหรอ บอกว่าอย่าทำหน้าแบบนั้น” “แล้วโดนบังคับมา จะให้ยิ้มเหรอ!” เพราะน้ำตาหยุดไหลไปแล้ว เลยพอจะสวนกลับออกไปได้ด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น “ได้ก็ดี” ตอบได้น่าตบให้ปากแตกซ้ำอีกรอบ! “…” !!! “เออ ตามใจ อยากทำหน้าแบบไหนก็เรื่องของเธอเหอะ ฉันไม่จำเป็นต้องสนอยู่แล้ว ในเมื่อฉันสนอยู่เรื่องเดียว คือเธอต้องไปขอโทษริสา ตามมา!” ฟึ่บ!! กระชากอีกแล้ว เจ็บนะเว้ย! ไอ้บ้า! ไอ้สารเลว! “เบาๆหน่อยไม่ได้เหรอ แขนจะหลุดอยู่แล้ว ถ้าจะกระชากแรงขนาดนี้นะ เอาแขนฉันไปขอโทษแทนเหอะ เพราะแขนคงหลุดก่อนอ่ะ!!” “พูดมาก! ตามมา!” ฟึ่บบ!!! สงสัยแขนฉันคงได้หลุดก่อนจริงๆx-x SMILE END SECOND FLOOR “สมายด์?” ริสาคงแปลกใจที่ผมจูงมือสมายด์มาด้วย เธอถึงขมวดคิ้ว งั้นผมคงต้องอธิบาย “ฉันพาสมายด์มาขอโทษเธอเรื่องเมื่อวาน” ผมบอกเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปหาสมายด์ที่ตอนนี้ หน้าแม่งก็ยังไม่รับแขก เห็นแล้วผมแม่งโคตรขัดใจ เธอมันโคตรดื้อเลย “ขอโทษริสาดิ” “อยากให้ฉันขอโทษมันจริงเหรอ” ผมไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆสมายด์ถึงทำหน้านิ่งๆ เสียงก็นิ่ง ไม่โวยวายเหมือนเมื่อกี้ แต่ก็คงเพราะเธอโกรธผมแหละครับ ที่บังคับเธอมา แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อพูดดีๆเธอไม่ยอม “รู้คำตอบอยู่แล้ว จะถามทำไม” “งั้นก็ได้” สมายด์ตอบรับ ก่อนจะแกะมือผมออกจากมือเธอแล้วหันไปทางริสา “ขอโทษนะ..” เธอเดินเข้าไปหาริสาอีกนิด “ที่กูขอโทษมึงไม่ได้” ว่าไงนะ! “เพราะอีกะหxตอแหลอย่างมึงอ่ะ สมควรแล้วที่จะโดนตบปากฉีก นี่ดีนะ ที่น้ำกรดหรือว่ามีดมันไม่ได้วางอยู่แถวนั้นด้วย ไม่งั้นกูคงเอาน้ำกรดสาดหน้า หรือไม่ก็คงเอามีดกรีดหน้ามึงจนเละไปแล้ว จำใส่สมองชั่วๆของมึงเอาไว้ด้วย อีริสา! อีเหี้ย!!” ปึก!!! สมายด์ด่าริสารัวๆก่อนผลักริสาเต็มแรงแล้วเดินหนีไปเลย ทุกอย่างมันเร็วมากจนผมคว้าตัวยัยผู้หญิงป่าเถื่อนหัวรุนแรงเอาไว้ไม่ทัน แต่ผมจะไปเอาตัวเธอกลับมาเดี๋ยวนี้แหละ เพราะผมโกรธมาก โกรธมากจริงๆ นี่ขนาดต่อหน้าผมนะ เธอยังกล้าขนาดนี้ แล้วลับหลังผมอ่ะ แม่งจะขนาดไหน แล้วแบบนี้จะให้ผมเชื่อเธอเหรอ ไอ้ที่เธอบอกว่าตอนนั้น ริสาตบเธอก่อน! “สมายด์! สมายด์! หยุดเดี๋ยวนี้นะสมายด์ ฉันบอกให้หยุด! หยุด!!” ผมเดินเร็วๆตามไป แต่เรียกเท่าไหร่ ยัยผู้หญิงหัวรุนแรงก็ไม่ยอมหยุดเดิน “โซ่ โซ่! เดี๋ยวก่อนโซ่ รอริสาก่อน” เสียงริสาทำผมชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับไปหา เป็นขณะเดียวกันกับที่ริสากึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงผมพอดี “โซ่ไม่ต้องตามไปหรอก ริสาโดนแบบนี้จากสมายด์ประจำ ริสาชินแล้วล่ะ” “ได้ไงอ่ะริสา ขืนปล่อยไป สมายด์ก็ได้ใจ เหมือนที่กำลังได้ใจอยู่ตอนนี้ไง ทำผิดถึงไม่เคยคิดจะขอโทษ ไม่สำนึกเลยสักนิด สมายด์นะสมายด์ ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้วะ” นี่ผมผิดหวังกับยัยนั่นมากจริงๆนะ ผิดหวังโคตรๆเลย “เอาน่าโซ่ ไม่เป็นไร ริสาโอเค ไม่อยากให้โซ่ไปเสียเวลาเดินตามสมายด์ด้วยอ่ะ ริสาอยากอยู่กับโซ่ เราไปหาอะไรกินกันนะ แล้วก็ไปดูหนังด้วย” “แต่ฉันว่า..” “นะโซ่ นะๆ” ริสาเขย่าแขนอ้อนผม และยิ้มน่ารักๆของเธอ มันทำให้ผมอดใจอ่อนไม่ได้ ผมก็เลยยอมถอดใจเรื่องตามไปเอาเรื่องสมายด์แล้วพยักหน้าให้ริสา “โอเค ก็ได้ครับ” “เย่ โซ่น่ารักที่สุดเลย” ฟอดด เธอหอมแก้มผมไปฟอดนึง ก่อนจะยิ้มกว้างให้ผมแล้วจูงมือผมให้เดินไปกับเธอ ผมก็ยอมเดินตามนั่นแหละครับ และผมบอกว่ายอมถอดใจเรื่องสมายด์ก็จริง แต่ก็แค่ตอนนี้! SO ENDซึ่งถ้าใช่มันก็ดี แต่ผมก็ยังคงอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี ว่าทำไมถึงได้เจอเร็วขนาดนี้(วะ)? ไหนบอกว่าหายากไง“หืม คุณท่านอะไร เรียกคุณพ่อกับคุณแม่สิ” สมายด์ยิ้มบอกอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเมียผมจะถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้น่าดูเลย “นั่นสิ เราคนกันเองทั้งนั้นนะ” ซึ่งผมเองก็รู้สึกเอ็นดูเธอไม่ต่างกับสมายด์หรอก เพราะผมว่าเธอก็น่ารักดี ดูใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีอะไรแอบแฝง ผมถึงยิ้มบอกเธออีกคน“เอ่อ ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่”“น่ารักมากจ้ะ” สมายด์ยิ้มบอก“แน่สิครับ พลอยไพลินของผมน่ารักอยู่แล้ว ผมถึงรักไง”ฟอดด!!กึก!จู่ๆไอ้เสือก็หอมแก้มว่าที่เมียโชว์พวกผมซะอย่างนั้น แล้วยัยลูกสะใภ้ขี้ตกใจของเราจะเป็นยังไงได้ ถ้าไม่ใช่สะดุ้งอีกรอบ เพราะขนาดโดนโอบไหล่เมื่อกี้ เธอยังสะดุ้งเลย แล้วเล่นโดนหอมแก้มโชว์อย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ แม่งจะเหลือเหรอแต่ถึงจะอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามนิ่งและคลี่ยิ้มบางๆออกมา คงไม่อยากให้เสือเสียหน้ามั้งครับ เลยพยายามทำให้เราเห็นว่า เธอเต็มใจและไม่ได้ตกใจ ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจเธออยู่ แต่ยังไม่เข้าใจไอ้ลูกชายเลยสักนิด วันนั้นยังทำท่าทางจะเป็นจะตาย มาวันนี้กลับยิ้มหน้าบาน แถมยังพูดคำว่า‘รัก’ได้เต็มป
นั่นไม่ใช่เสียงของเสือคนเดียวหรอก แต่เป็นเสียงของสิงห์กับกระทิงด้วย ที่พลันหันมามองแม่ตัวเองเต็มตาขึ้นแล้วอุทานพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ส่วนกวางเหรอ ก็หันมามองนะ แต่เหมือนตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง“แม่ว่าแม่พูดชัดนะ เพราะงั้นไม่ต้องมาทำเป็นงงกันเลย”“เอ่อ แต่ผม ผมยังไม่มีแฟนเลยนะครับ จะให้แต่งงานได้ไง” เสือบอกเสียงเครียดระคนกับความตกใจ(หนักมาก)ที่ยังไม่หาย และผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ในเมื่อเจ้าลูกชายยังรักชีวิตโสดและไม่อยากแต่งงาน“ก็หาสิ ไม่เห็นจะยาก”“ยากสิครับ หาเมียนะครับ ไม่ใช่ลูกหมา”“ก็ใช่ แต่แม่พูดเรื่องนี้ตั้งนานแล้วนะ ลูกจะได้มีเวลาหาเมียที่มันต้องใช้เวลานานกว่าหาลูกหมา แต่เราอยากปล่อยเบลอเองนี่นา และคราวนี้แม่จะไม่ยอมแล้ว แม่จริงจัง ลูกต้องหาเมียมาให้ได้เร็วๆนี้ แม่อยากให้ลูกแต่งงาน แม่กับพ่ออยากอุ้มหลานใจจะขาด” ฮึก! โดนพาดพิงซะอย่างนั้น จะแก้ตัวก็ไม่ได้ กลัวจะไม่ได้อยู่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้“แต่ว่าผม..”“ไม่มีแต่ รีบไปหาเมียมาเลย ใครใช้ให้ทำเฉยก่อนหน้านี้”“แต่ไอ้สิงห์กับไอ้กระทิงก็ปล่อยเบลอนี่ครับ แล้วทำไมแม่ไม่ไปกดดันไอ้สองตัวมันด้วยล่ะ
หลายปีต่อมาผมบอกรึยังว่าผลจากการปั๊มรัวๆแรงๆแบบไม่พักทั้งคืน(เข้าหอ)วันนั้นมันประสบความสำเร็จจริงๆอย่างที่ผมเคลมเอาไว้ ก็นะ อย่างที่บอกว่าฝีมือ(ตอก)ของผมขั้นเทพขนาดนั้น และผมกับเมียพยายามกันอย่างหนักขนาดนั้น โซ่จูเนียร์จะไม่มาเข้าท้องเมียได้ไง แต่โซ่จูเนียร์ไม่ได้มีแค่หนึ่งหรอกครับ แต่มีถึงสี่ เพราะคนเดียวมันไม่พออ่ะนะ มีคนแรกแล้ว เราเลยปั๊มกันต่ออีก เลยได้มาสี่จูเนียร์แบบจุกๆ แถมเผลอแป๊บเดียวก็โตๆกันหมดแล้ว ร้ายๆกันทุกคนอีกต่างหาก ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ใครมา“ที่รัก ทำไรอยู่ครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว หืม” หมับ!ฟอดด..ผมไม่ใช่แค่ถามหรอก แต่นั่งลงปลายเตียงข้างๆสมายด์แล้วโอบไหล่เธอพร้อมกับหอมแก้มนุ่มๆนั่นไปฟอดนึงด้วย ถึงแม้จะมีลูกสี่คนแถมโตๆกันหมดแล้ว แต่ผมก็ยังรักเธอหมดหัวใจไม่เคยเปลี่ยน แก้มนิ่มๆหอมๆนั่นของเธอก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกัน แม้อายุจะเยอะขึ้น แต่เธอก็ยังสาวยังสวยเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ไม่รู้ว่าเมียผมเป็นอมตะหรือไง ถึงได้สวยไม่สร่างขนาดนี้ “อ่านเสร็จแล้วเหรอ” เธอหันมาถามผมพร้อมกับคลี่รอยยิ้มบางๆนั่นให้กว้างขึ้นอีกนิด แล้วก็ที่เธอถามแบบนั้น เพราะก่อนจะนอน ผมเข้าไปอ่านสรุ
ในที่สุดผมก็ได้ชวนเมียเข้าหอ(ฉ่ำ)อย่างใจอยากแล้วล่ะครับ น้ำแตกกันไปตั้งสามสี่ยกแล้ว จะไม่ให้บอกว่าฉ่ำได้ยังไง ฉ่ำทั้งข้างนอก ฉ่ำทั้งข้างใน แถมฉ่ำทั้งปากทั้งท้องเมีย เพราะยกก่อนหน้านี้กับยกนี้ สมายด์ทั้งดูดทั้งเลียน้ำรักของผมลงคอไปจนหมด ไม่สิ ยกนี้ยังไม่หมด เพราะเธอยังดูดเลียน้ำผมอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เลย และแน่นอนว่าผมโคตรชอบ ที่เมียยัดเยียดทั้งความฟินและความเสียวให้แบบไม่พักแบบนี้ ทั้งเสียวทั้งฟินจนร้อนไปหมดทั้งตัวอีกรอบ “อาา~ ผัวร้อนอีกแล้วครับเมีย ไป อืมม ไปอาบน้ำกันมั้ย”หมับ! ผมบอกพลางขยุ้มผมนุ่มสลวยของสมายด์แรงขึ้นอีกนิด พร้อมกับแหงนหน้าครางกระเส่าแหบพร่าปนเสียงพูดที่กระท่อนกระแท่น เพื่อระบายความเสียวจนแทบขาดใจออกมาและไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าผมไม่ใช่แค่จะชวนเมียไปอาบน้ำ แต่จะชวนไปปลดปล่อยความร้อนระอุที่เธอนั่นแหละเป็นคนยัดเยียดให้ ..ซึ่งตอนนี้อุ้งปากร้อนๆของเธอก็ยังคงยัดเยียดมันให้ผมไม่หยุดหย่อน!แล้วไหนจะมือบางร้อนผ่าวนั่นของเธออีก ที่มันสาวลูกชายแข็งขึงของผมไปพร้อมกับจังหวะการดูดเอ็นเข้าออกจนเปียกแฉะด้วยน้ำลายเธอไปเกินครึ่งลำ แล้วแบบนั้นผมจะไปไหนรอด ถ้าไม่ใช่xxxแข็งแล
สี่เดือนต่อมา ผมอยากจะบอกว่า วันนี้คือวันแต่งงานของผมกับสมายด์ครับ ตั้งแต่ผมขอเธอแต่งงานไปวันนั้น ในที่สุดก็ถึงวันแต่งสักที กว่าจะถึงวันนี้ได้ บอกเลยว่ามันหนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะพ่อแม่สมายด์ไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะพ่อของเธอ ที่ยังเคืองผมอยู่มาก แม้จะไม่ถึงขั้นโกรธจนอยากฆ่าผมให้ตายคามือเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังโกรธมากและไม่ค่อยจะยอมไฟเขียวเรื่องแต่งงาน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเอาใจว่าที่พ่อตาแม่ยายสารพัด จนในที่สุด พวกท่านก็เริ่มจะเป็นปลื้มขึ้นมาบ้าง แม้ว่าที่พ่อตาจะยังคงเขม่นผมอยู่อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับโอเคก็แล้วกัน แต่เรื่องหนักหนามันไม่ได้มีแค่เรื่องพ่อตาแม่ยาย(ไม่ปลื้ม)หรอกครับ แต่มันยังมีอีกเรื่อง ..คือเรื่องของริสา ! ทั้งๆที่ผมเคยคิดว่าเธออาจจะออกไปจากชีวิตของผมกับสมายด์แล้ว เพราะเธอหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนนั้น แต่เปล่าเลย เธอยังคอยดูสมายด์อยู่ตลอด จนวันนั้น จู่ๆเธอก็บุกมาหาสมายด์ถึงบ้าน ตลอดสี่ปี เธอยังโกรธแค้น และเธอจะมาแก้แค้น เธอจะมาฆ่าสมายด์ ! ที่ผมรู้ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย คือวันนั้นผมรู้สึกเอะใจที่สมายด์หายออกไปรับแขกข้า
สองเดือนต่อมา ‘ริสา’ ‘อีสมายด์?’ มันตกใจจนตาแทบถลน ที่เห็นว่าเป็นฉัน ก่อนแววตาแห่งความตกใจจะเปลี่ยนเป็นแววตาแดงก่ำแห่งความโกรธแค้น ‘มึงมาทำไม! มาเยาะเย้ยกูเหรอ มาสมน้ำหน้ากูใช่มั้ย! ที่สภาพกูเป็นแบบนี้!!’ ‘เปล่า กูมาเยี่ยม แล้วก็มาขออโหสิกรรม’ ‘ไม่มีทาง! มึงทำให้ชีวิตกูเป็นแบบนี้! กูไม่มีวันอโหสิกรรมให้มึง กูจะจองล้างจองผลาญมึงไปตลอดชีวิต กูจะสาปแช่งมึงทุกคืนทุกวัน ไม่ให้ชีวิตมึงมีความสุขอีกตลอดไป!’ ได้ยินแบบนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ถ้ามึงทำแบบนั้น คนที่จะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตไม่ใช่กูหรอก แต่เป็นมึงต่างหาก เพราะมึงเลือกจะจมปลักกับความโกรธแค้น ความโกรธแค้นที่ไม่เคยทำให้ใครมีความสุข’ ‘มึงไม่ต้องมาสอนกู!! กูมีความสุขดี ยิ่งกูได้สาปแช่งมึง กูก็ยิ่งมีความสุข ได้ยินมั้ยว่ากูมีความสุข!!’ ดวงตาแดงก่ำถลึงใส่ฉันอย่างกร้าวแข็ง ‘งั้นก็แล้วแต่มึง มึงไม่อโหสิกรรมให้กูก็ไม่เป็นไร แต่กูอโหสิกรรมให้มึง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ขอให้เราไม่ต้องมาพบเจอกันอีก ลาก่อน’ ฮึก! สองแขนแกร่งที่สวมกอดหน้าท้องฉันจากด้านหลัง ทำฉันที่กำลังยืนมองออกไปข้างนอกผนังกระจกบนคอนโดสูงของโซ่ พร้อมก







