เข้าสู่ระบบ“ไอ้เหี้ยซีดี ไอ้สัส แม่งรอพวกกูด้วยดิ จะรีบเดินไปไหนวะ คลาสแม่งไม่หายหรอก อีกอย่างนึงนะ มึงแม่ง มาเสือกขยันเชี่ยไรเอาวันนี้วะ เห็นทุกทีพวกกูชวนโดด มึงก็เอาด้วยทุกรอบ”
“แล้วทำไมวะ ก็วันนี้กูมีอารมณ์ขยัน พวกมึงรีบตามมาเหอะ อย่ามัวแต่แหกปากไอ้สัส” ผมหันไปสวนไอ้เหี้ยเคซีไปสองสามดอกตามสันดานปากปีจอของผมแหละครับ ใครใช้ให้มันบ่นมาก ถามมากอีกต่างหาก จะสงสัยอะไรนักหนา กับการที่วันนี้ผมอยากขยัน
อ้อใช่! ชื่อซีดีที่ไอ้เวรเคซีมันเรียกอ่ะ ชื่อผมเอง ผมชื่อซีดี ย้ำว่าซีดีนะ อย่าเผลอสับสนกับไอ้เหี้ยเคซีมันล่ะ ถึงชื่อผมจะเสือกคล้ายกับชื่อมันก็เหอะ แต่สันดานผมกับมันไม่ได้เหมือนกันหรอก ผมแม่งปากหมากว่ามันเยอะ รวมถึงสันดานอย่างอื่นด้วย บอกเลยว่าเหี้ยกว่าไอ้เคซีกับไอ้สามตัวในแก็งค์เยอะเลย เตรียมใจรับกันให้ได้แล้วกัน แต่ถ้าไม่รับก็ช่างแม่ง ผม don’ t care!
“สารเลว สันดานปากหมาของมึงนี่ไม่แผ่วเลยนะครับไอ้เวร” ไอ้เคซีสวนผมกลับมาอีกดอก อ้อ! ไอ้เคซีอ่ะ เหมือนผมจะลืมบอกไปใช่ป่ะ ว่ามันเป็นใคร มันเป็นเพื่อนสนิทผมครับ สนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง
“โธ่ สัสเคครับ ถ้าแผ่วก็ไม่ใช่ไอ้เหี้ยซีดีสิครับ” เสียงไอ้นายตอบกลับไอ้เคซี
จะว่าไป ผมถือโอกาสแนะนำเพื่อนสนิทของผมอีกสามตัวที่เดินมาพร้อมกับไอ้เคซีไปเลยแล้วกัน จะได้รู้จักให้มันครบๆ เมื่อกี้ไอ้นายแล้วนะ เหลืออีกสองตัว พวกมันชื่อไอ้นนท์กับไอ้เซน พวกเราทั้งห้าคนเรียนวิศวะโยธาเหมือนกัน ตอนนี้ปีสาม ตั้งแต่รู้จักกันก็ไปไหนไปกันตลอด แม้กระทั่งตอนออกล่าเหยื่อมาเคี้ยวเล่นบนเตียง แต่เหยื่อใครเหยื่อมันนะ กินอิ่มแล้วค่อยแบ่ง ครับ สนิทกันจนถึงขั้นแบ่งเหยื่อกันกินนั่นแหละ
แต่ถ้าจะถามว่าผมสนิทกับใครที่สุด ก็คงไม่พ้นไอ้เคซีหรอก ก็อย่างที่บอกว่าสนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง เพราะผมกับมันรู้จักกันตั้งแต่จำความได้ เหตุผลก็เพราะอา (หมอ) เวย์พ่อมันกับเฮียแบดซ์พ่อผมเป็นเพื่อนสนิทกันน่ะครับ เราเลยรู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฮียสองคนเขาสนิทกัน (โคตรๆ) รึเปล่า พอเราสองคนแม่งเสือกเกิดในปีเดียวกัน แถมวันเกิดก็ยังเสือกใกล้ๆ กัน พวกเขาถึงได้ตั้งชื่อเราให้มันคล้ายๆ กัน จนเพื่อนๆ ญาติๆ เกือบจะจำสับสนกันไปตั้งหลายรอบ
แล้วแม่งแค่นั้นยังไม่พอนะ เพราะนอกจากจะตั้งชื่อให้คล้ายกันแล้ว เฮียสองคนนั้นเขาก็ยังส่งเราเข้าโรงเรียนเดียวกันด้วย และแน่นอนว่าแค่นั้นก็ยังไม่พออีก เพียงแต่รอบนี้เป็นผมกับไอ้เคซีเอง ที่เป็นคนซ้ำเติมความสับสนนั้น ด้วยการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมเดียวกัน สายเดียวกัน แถมสอบได้เหมือนกัน ได้อยู่ห้องเดียวกันอีกต่างหาก พอมหาลัยก็เสือกอยากเรียนวิศวะโยธาเหมือนกัน แล้วก็ใช่ครับ อย่างที่คิดนั่นแหละ ว่าเสือกสอบได้เหมือนกัน แถมมอเดียวกัน ถึงได้มาเดินแยกเขี้ยวกัดกันอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้นี่ไง
แต่การตอกย้ำความสับสนของมันกับผมยังไม่ได้หมดแค่นี้หรอก เพราะนอกจากที่ว่ามา ก็ยังมีเรื่องบาสด้วยอีกเรื่อง ที่ผมกับมันชอบเหมือนกัน และเพราะชอบ เลยเล่นกันมาเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่เรียกว่าโปรล่ะมั้ง ถึงฟลุ๊คได้เป็นนักบาสมหาลัยกันทั้งคู่ เอ้ย! ไม่สิ ไม่ใช่ทั้งคู่ แต่ทั้งทีมต่างหาก เพราะเรื่องชอบเล่นบาส ไม่ใช่แค่ผมกับไอ้เคซีหรอก แต่รวมถึงไอ้สามตัวนั่นด้วย
โดยรวมก็ประมาณนั้นแหละครับ ผมกับไอ้เคซีนอกจากจะชื่อคล้ายกัน อย่างอื่นก็ยังคล้ายกันตั้งหลายอย่าง แถมเรายังรู้จักกันมานาน อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดตั้งแต่เล็กจนโต และยังชอบเหมือนกันหลายๆ อย่าง แต่ก็อย่างที่บอก ว่าสันดานผมกับมันไม่ได้เหมือนกันหรอก ปากผมหมากว่ามันเยอะ หลายๆ อย่างก็เหมือนจะเหี้ยกว่ามัน
และที่สำคัญ รสนิยมการ ‘กิน’ ของผมกับมันก็โคตรต่าง เพราะมันเลือกกิน แต่ผมไม่ค่อยเลือกหรอก ผมแดกได้หมด แค่แดกอย่างระมัดระวังก็พอ
อีกอย่าง มันแดกทีละคน แบบคืนเดียวจบ อารมณ์น้ำแตกแล้วแยกทางนั่นแหละ แต่ผมไม่ใช่ ผมชอบเก็บสะสมเอาไว้กินไว้เล่นหลายๆ คน วันไหนเบื่อคนนี้ก็ไปกินคนโน้นเล่นคนนั้น ก็ของเล่นนี่ครับ จะมีชิ้นเดียวมันก็น่าเบื่อตายห่าดิ สู้เก็บสะสมเอาไว้หลายๆ ชิ้นไม่ดีกว่าเหรอ เก็บเอาไว้เล่นหลายๆ ชิ้นจนเบื่อก่อน จากนั้นค่อยโยนทิ้งก็ไม่สาย
แล้วถ้าถามว่าบรรดาผู้หญิงพวกนั้นยอมมั้ย ที่จะอยู่ในสถานะของเล่น (บนเตียง) แบบนี้ แล้วพวกเธอยอมมั้ย ตอนผมจะโยนทิ้งเวลาผมเบื่อจะเล่นและหมดอารมณ์จะสะสม งั้นผมตอบทีละคำถามแล้วกัน
คำตอบแรก คือผมไม่รู้หรอก ว่าจะยอมหรือไม่ยอม และผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ผมสนแค่ผมจะเอา ผมก็ต้องได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม จะดีจะเลว ผมก็ทำได้ทั้งนั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ผมต้องการ เพราะผมแม่งไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว จัดว่าเลวเลยก็ได้ สันดาน (โคตร) เหี้ยนั่นแหละ ถ้าพวกคุณจะเปรียบ
ส่วนตอนจะโยนทิ้งอ่ะเหรอ ก็เหมือนกันแหละครับ ผมจะทิ้งผมก็ทิ้ง ผมไม่ได้มานั่งสนใจหรอก ว่าผู้หญิงจะยอมหรือไม่ยอม สิทธิ์ขาดมันอยู่ที่ผม ก็ของเล่นมันพูดไม่ได้ ชีวิตหรือจิตใจแม่งก็ไม่มี แล้วผมจะต้องเสียเวลามาสนใจทำไม เบื่อแล้วก็ทิ้งดิวะ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
ใช่ โยนทิ้งง่ายๆ นี่แหละ ก็ผมมันไม่ใช่ประเภทพวกชอบยึดติดกับสิ่งของอยู่แล้ว ความรักหรือความผูกพันบ้าบออะไรพวกนั้น ผมก็ไม่มีมันหรอก ไม่จำเป็นต้องมี เพราะผมมองว่าของพวกนั้นมันไม่ได้สำคัญกับชีวิตเลยสักนิด แล้วจะมีเพื่อ? แม่งไร้สาระว่ะ เพราะอย่างนี้ผมถึงโยนของเล่นพวกนั้นทิ้งได้แบบสบายมาก ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ในเมื่อผมไม่ได้รักไม่ได้ผูกพัน ผู้หญิงสำหรับผมมันก็เป็นได้แค่ของกินกับของเล่น แค่นั้น ไม่เคยเป็นอย่างอื่น ไม่เคยคิดจะให้เป็น!
อ้อ! แต่ลืมบอกไป สาธยายไปตั้งโคตรยาว แต่เหมือนผมจะลืมบอก ว่าถึงสำหรับผม ผู้หญิงจะเป็นได้แค่ของกินกับของเล่น (สะสม) และผมไม่ค่อยจะเลือกแดกก็ตาม แต่มีอย่างนึงที่ผมไม่แดกและไม่คิดจะแดก ก็คือพวกผู้หญิงท่าทางหัวอ่อน ดูซื่อบื้อๆ อะไรทำนองนั้น เพราะเห็นหน้าแล้วก็แม่งนึกรสชาติออกเลยไง ว่าต้องจืดชืด ไม่อร่อย ไม่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ ไม่รู้งาน กระแทกไปก็คงเซ็งไป ไม่เร้าอารมณ์เอาซะเลย โคตรน่าเบื่อ
ครับ คิดได้แค่นี้ก็โคตรน่าเบื่อแล้ว แล้วผมจะหาทำทำไม จะหยิบมากินเพื่อ? แม่งเสียเวลา คอลเลคชั่น (ของเล่น) ของผมไม่มีที่ว่างให้ของน่าเบื่อๆ ที่แค่คิดก็ไม่สบอารมณ์แบบนั้นหรอก ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลย
“จริงว่ะ ไอ้เชี่ยนายพูดถูก” ไอ้นนท์เสริมขึ้นมาอีกคน
“โธ่ พวกมึง อย่าไปซ้ำเติมเหี้ยซีดีมันมากดิ แค่นี้มันก็แยกเขี้ยวงับไม่ทันละ”
“เหรอ ดูมึงหวังดีกับกูมากเลยนะครับไอ้เหี้ยเซน ไอ้ห่า ไอ้สารเลว” ผมจัดไปสองดอก ค่ามันกวนตีน แต่มันก็ยังมีหน้ามาหัวเราะอย่างกับไม่รู้สึกรู้สา และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่มัน ไอ้อ้ายอีสามตัวก็ด้วย แม่งรวมหัวกันแหกปากหัวเราะอย่างกับชาตินี้จะไม่มีโอกาสได้หัวเราะอีกแล้วยังไงอย่างงั้น เล่นเอาผมชักคันไม้คันมือ ไม่สิ คันตีนมากกว่า
“ถ้าพวกมึงยังไม่เลิกแหกปากแล้วเดินตามกูมาให้ไวนะ กูจะแจกตีนพวกมึงเรียงตัว” ผมหันไปถลึงตาใส่พวกมันพร้อมชี้หน้าคาดโทษจริงจังเลยแม่ง หมั่นไส้!
“โว้วๆ กลัวแล้วคร้าบ เดินตามเดี๋ยวนี้แหละ” ปากบอกอย่างนั้นก็จริง แต่ยังเสือกหัวเราะนี่คือผมไม่ต้องบอกหรอกใช่มั้ย ว่าพวกมันไม่ได้กลัวจริงหรอก แต่แม่งกวนส้นตีน แต่ช่างเหอะ ผมขี้เกียจเสียเวลากับพวกมัน ขืนเอาแต่ไร้สาระกับพวกมันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวแม่งก็เข้าสายกันพอดี
“ดี งั้นพวกมึงก็ตามมาให้ไว” ผมจ้องพวกมันนิ่งพร้อมกดเสียงต่ำ ก่อนหันหลังเดินนำไปยังคลาสที่พวกผมเรียน
“วันนี้เอาไว้แค่นี้ครับนักศึกษา ไว้เจอกันคาบต่อไป สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” เสียงนักศึกษาตอบรับ ก่อนอาจารย์จะเดินออกจากคลาสไป ส่วนฉันยังหรอก แบบว่ายังงงๆที่อาจารย์สอนเมื่อกี้อยู่นิดหน่อย เลยยังนั่งจ้องตัวหนังสือในชีทอยู่เลย “เป็นไรรึเปล่า ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอ” ซีดีลุกมาหาฉันที่โต๊ะ ฉันเลยจำต้องละสายตาจากชีทแล้วเงยมองเขา “อ๋อ ติดตรงนี้นิดหน่อยน่ะ” ฉันบอกเขาพร้อมกับชี้ไปที่ตัวหนังสือในชีท “อ๋อ การหาค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินเหรอ” “อืม เรายังงงๆอยู่นิดหน่อยน่ะ” “งั้นฉันติวให้เอามั้ย” “หืม? จะดีเหรอ เสียเวลานายรึเปล่า” “ไม่เลยสักนิด บอกแล้วไง เรียนด้วยกันก็ต้องช่วยกัน งั้นสรุปว่าตามนี้นะ เดี๋ยวฉันติวให้เธอเอง เอาเป็นเย็นนี้แล้วกัน สักทุ่มนึงโอเคมั้ย” “ทุ่มนึงเหรอ อืม ได้ ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร งั้นทุ่มนึง เธอไปหาฉันที่โรงยิมของคณะแล้วกัน อยู่ติดกับตึกนี้นี่แหละ พอดีฉันมีซ้อมบาสตอนห้าโมงเย็น ใกล้แข่งแล้วน่ะ ช่วงนี้เลยต้องซ้อมถี่” เขาบอกยิ้มๆเหมือนไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แต่มันก็ทำให้ฉันนึกเกรงใจขึ้นมา “เอ่อ แล้วนายไม่เหนื่อยเหรอ ถ้าซ้อมเสร็จแล้วต้องมาติวให้ฉันอีก ถ้
10 นาทีผ่านไปในที่สุดก็ถึงแล้วล่ะครับ และตอนแรกผมนึกว่าจะเข้าสายแล้วนะ เพราะอย่างที่เห็นว่าเมื่อกี้ผมมัวยืนกัดกับไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวนี่อยู่ แต่ปรากฏว่าอาจารย์ยังไม่เข้าว่ะ รอดตัวไปดิ แต่แปลกนะ ทำไมอาจารย์ยังไม่เข้าสอนวะ ทั้งๆที่มันถึงเวลาแล้ว“จารย์ยกคลาสป่ะวะ ไม่เห็นวี่แววเลย” ไอ้เคซีพูดขึ้นมา ก่อนเดินไปนั่งลง“ไม่รู้ว่ะ รถติดมั้ง”ผมตอบในสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ออกไป ก่อนเดินไปนั่งบ้าง ไอ้นายกับไอ้นนท์แล้วก็ไอ้เซนก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้เหมือนๆผม“เออ เย็นนี้กูอาจจะซ้อมได้ไม่นานนะ ลืมบอกพวกมึงไปว่าบุพการีชวนไปกินข้าวที่บ้านว่ะ” จู่ๆผมก็พูดขึ้นมา พอดีเพิ่งนึกออกน่ะครับ ว่าเฮียแบดซ์กับหม่อมแม่เอวาสุดที่รักชวนไปกินข้าวที่บ้าน ผมเลยคงต้องเลิกซ้อมบาสก่อนเวลาสักหน่อย แต่ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้งครับ ถึงแม้ว่าใกล้จะแข่งแล้วก็เหอะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ซ้อมหนักกันมาทุกวัน“เค ตามนั้นว่ะ”“ฝากหวัดดีป๊าม๊าสุดที่รักด้วยละกัน”“บอกว่าพวกกูคิดถึงฝุดๆ”“นั่นดิ คิดถึงในสามโลกเลยว่ะ” ไอ้สี่ตัวบอกยิ้มๆ“เออ เดี๋ยวบอกให้” ผมบอกพวกมันกลับไป ก่อนจะหันไปมองที่ประตู จะดูว่าอาจารย์มารึยังน่ะครับ“หืม?” เอ่อ.. จะดูอาจ
“ไอ้เหี้ยซีดี ไอ้สัส แม่งรอพวกกูด้วยดิ จะรีบเดินไปไหนวะ คลาสแม่งไม่หายหรอก อีกอย่างนึงนะ มึงแม่ง มาเสือกขยันเชี่ยไรเอาวันนี้วะ เห็นทุกทีพวกกูชวนโดด มึงก็เอาด้วยทุกรอบ”“แล้วทำไมวะ ก็วันนี้กูมีอารมณ์ขยัน พวกมึงรีบตามมาเหอะ อย่ามัวแต่แหกปากไอ้สัส” ผมหันไปสวนไอ้เหี้ยเคซีไปสองสามดอกตามสันดานปากปีจอของผมแหละครับ ใครใช้ให้มันบ่นมาก ถามมากอีกต่างหาก จะสงสัยอะไรนักหนา กับการที่วันนี้ผมอยากขยันอ้อใช่! ชื่อซีดีที่ไอ้เวรเคซีมันเรียกอ่ะ ชื่อผมเอง ผมชื่อซีดี ย้ำว่าซีดีนะ อย่าเผลอสับสนกับไอ้เหี้ยเคซีมันล่ะ ถึงชื่อผมจะเสือกคล้ายกับชื่อมันก็เหอะ แต่สันดานผมกับมันไม่ได้เหมือนกันหรอก ผมแม่งปากหมากว่ามันเยอะ รวมถึงสันดานอย่างอื่นด้วย บอกเลยว่าเหี้ยกว่าไอ้เคซีกับไอ้สามตัวในแก็งค์เยอะเลย เตรียมใจรับกันให้ได้แล้วกัน แต่ถ้าไม่รับก็ช่างแม่ง ผม don’ t care!“สารเลว สันดานปากหมาของมึงนี่ไม่แผ่วเลยนะครับไอ้เวร” ไอ้เคซีสวนผมกลับมาอีกดอก อ้อ! ไอ้เคซีอ่ะ เหมือนผมจะลืมบอกไปใช่ป่ะ ว่ามันเป็นใคร มันเป็นเพื่อนสนิทผมครับ สนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง“โธ่ สัสเคครับ ถ้าแผ่วก็ไม่ใช่ไอ้เหี้ยซีดีสิครับ” เสียงไอ้นายตอ
ATLAS UNIVERSITY@FACAUTY OF ENGINEERING“ใช่ห้องนี้มั้ยนะ”ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ตาก็หันมองห้องสลับกับตารางเรียนในโทรศัพท์ในมือหลายรอบมาก กลัวจะผิดน่ะ แต่จากที่มองอยู่หลายรอบ ฉันคิดว่าใช่แหละ งั้นเข้าไปเลยแล้วกันฉันย้ายมาจากม.อื่นน่ะ ตอนแรกก็เรียนวิศวะโยธานี่แหละ แต่เรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่พ่อแม่ต้องย้ายมาทำงานที่นี่ ฉันก็เลยอยากย้ายตามมาด้วย โชคดีที่ย้ายได้ ทั้งๆที่มันเป็นกลางๆเทอมแล้ว จริงสิ ฉันชื่อโมนานะ เรียกสั้นๆว่าโมก็ได้ เรียนวิศวะโยธาปีสามแล้วล่ะถามว่าทำไมถึงเรียนวิศวะโยธาน่ะเหรอ ทั้งๆที่สาขานี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเรียนกัน ก็นะ ฉันชอบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ ตอนนั้นฉันดูซีรี่ส์เรื่องนึง นางเอกเรียนวิศวะโยธา เห็นแล้วมันคือดีอ่ะ ทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่าง เท่ห์มากด้วย ฉันก็เลยตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจะเรียนวิศวะโยธาถึงแม้ว่าดูทรงฉันแล้ว มันจะไม่ค่อยให้กับการเรียนวิศวะโยธาก็เถอะ เพราะฉันไม่ได้ดูเป็นหญิงแกร่งที่พึ่งพาได้อย่างกับผู้ชายหรอก ตรงกันข้าม ฉันดูเหมือนยัยแว่นจอมซื่อบื้อที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นมากกว่า แบบว่าฉันสายตาสั้นน่ะ เลยต้องใส่แว่น แล้วฉันก็







