Share

4 | อ่อยเหยื่อ

Author: B.crazy’
last update publish date: 2026-07-27 20:00:50

 “วันนี้เอาไว้แค่นี้ครับนักศึกษา ไว้เจอกันคาบต่อไป สวัสดีครับ”

 “สวัสดีค่ะ”

 “สวัสดีครับ”

 เสียงนักศึกษาตอบรับ ก่อนอาจารย์จะเดินออกจากคลาสไป ส่วนฉันยังหรอก แบบว่ายังงงๆที่อาจารย์สอนเมื่อกี้อยู่นิดหน่อย เลยยังนั่งจ้องตัวหนังสือในชีทอยู่เลย

 “เป็นไรรึเปล่า ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอ” ซีดีลุกมาหาฉันที่โต๊ะ ฉันเลยจำต้องละสายตาจากชีทแล้วเงยมองเขา

 “อ๋อ ติดตรงนี้นิดหน่อยน่ะ” ฉันบอกเขาพร้อมกับชี้ไปที่ตัวหนังสือในชีท

 “อ๋อ การหาค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินเหรอ”

 “อืม เรายังงงๆอยู่นิดหน่อยน่ะ”

 “งั้นฉันติวให้เอามั้ย”

 “หืม? จะดีเหรอ เสียเวลานายรึเปล่า”

 “ไม่เลยสักนิด บอกแล้วไง เรียนด้วยกันก็ต้องช่วยกัน งั้นสรุปว่าตามนี้นะ เดี๋ยวฉันติวให้เธอเอง เอาเป็นเย็นนี้แล้วกัน สักทุ่มนึงโอเคมั้ย”

 “ทุ่มนึงเหรอ อืม ได้ ขอบใจนะ”

 “ไม่เป็นไร งั้นทุ่มนึง เธอไปหาฉันที่โรงยิมของคณะแล้วกัน อยู่ติดกับตึกนี้นี่แหละ พอดีฉันมีซ้อมบาสตอนห้าโมงเย็น ใกล้แข่งแล้วน่ะ ช่วงนี้เลยต้องซ้อมถี่”

 เขาบอกยิ้มๆเหมือนไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แต่มันก็ทำให้ฉันนึกเกรงใจขึ้นมา

 “เอ่อ แล้วนายไม่เหนื่อยเหรอ ถ้าซ้อมเสร็จแล้วต้องมาติวให้ฉันอีก ถ้ายังไงเอาไว้วันหลังก็ได้นะ”

 “ไม่เป็นไร ฉันไม่เหนื่อยหรอก สรุปว่าเอาตามนี้แหละ แล้วเจอกัน”

 เขารวบรัดตัดบทพร้อมกับยิ้มบางๆให้ฉันอีกทีแล้วเดินห่างออกไป และฉันก็อดไม่ได้ที่จะมองตาม เลยเห็นว่าเขาเดินไปหาผู้ชายกลุ่มนึง สงสัยคงเป็นเพื่อนเขา

 น่าจะใช่นั่นแหละ ผู้ชายสามสี่คนนั้นคงเป็นเพื่อนสนิทของเขา จะว่าไป กลุ่มเขางานดีกันทั้งกลุ่มเลยล่ะ ไม่รู้ตอนคัดคนเข้ากลุ่มนี่คัดหน้าตาด้วยรึเปล่า ถึงได้หล่อยกเซ็ตขนาดนั้น

 “นี่ หวัดดี”

 หืม? จู่ๆใครมาเรียกฉัน เป็นผู้หญิงน่ะ

 “หวัดดี”

 ฉันจำต้องละสายตาจากกลุ่มของซีดีแล้วหันไปสวัสดีตอบ

 “มีอะไรเหรอ” ฉันถามไปอีกประโยคพร้อมรอยยิ้มบางๆ

 “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่เห็นว่าเธอน่าจะเพิ่งย้ายมาใหม่ พวกฉันเลยจะมาทำความรู้จักน่ะ ฉันชื่อเฟิร์นนะ” เธอยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร

 “ส่วนฉันชื่อน้ำหวาน” ลืมบอกไปน่ะ ว่าพวกเธอมากันสองคน

 “อ๋อ เราชื่อโมนา เรียกโมเฉยๆก็ได้ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

 “จ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถ้างั้นเราไปกินข้าวด้วยกันดีมั้ย จะได้ถือโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้นไง”

 อืม.. ที่พวกเธอบอกมาก็น่าสนใจเหมือนกันนะ เพราะฉันเพิ่งมาเรียนที่นี่วันแรก เพราะงั้นนอกจากซีดีแล้ว ฉันก็ยังไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย ทำความรู้จักกับสองคนนี้ไว้มันก็ต้องดีอยู่แล้วว่ามั้ย

 “อืม โอเค ไปสิ”

 “โอเค งั้นไปเลยเนอะ ปะ”

 “จ้ะ” ฉันยิ้มรับ ก่อนจะเก็บชีทใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้น เดินไปพร้อมๆกับพวกเธอสองคน

 ซึ่งแบบนี้ก็โอเคดีนะ ฉันคิดว่ามันเป็นนิมิตหมายที่ดีเลยล่ะ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตการเรียนในที่แห่งใหม่ของฉัน เพราะแค่มาเรียนคาบแรก ฉันก็ได้เพื่อนที่ดูท่าทางใจดีตั้งสามคนแน่ะ ทั้งซีดี ทั้งเฟิร์น ทั้งน้ำหวาน

 เพราะงั้นชีวิตในรั้วมหาลัยแห่งใหม่ของฉันต่อจากนี้มันคงไม่แย่หรอกว่ามั้ย ในเมื่อมันเริ่มต้นด้วยดีนี่นา เนอะ^^

 MONA END

  

 6:50 PM

 โรงยิม

 “เห้ย มึงนี่ขั้นเทพไม่แผ่วจริงเลยนะเว้ยไอ้สัสซีดี แม่งไปนั่งตกสาวแค่คาบเดียว สาวก็ติดเบ็ดจนตามมาถึงโรงยิม”

 สงสัยเพราะเหลือบไปเห็นโมนาเดินเข้ามาในโรงยิมล่ะมั้งครับ ต่อมกวนส้นของไอ้เหี้ยนายมันเลยกระตุก ทั้งๆที่กำลังซ้อมบาสกับพวกผมอยู่อย่างดุเดือด

 “ของมันแน่อยู่แล้วว่ะ” ผมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มโคตรภาคภูมิใจ

 “สัส มึงคิดดีแล้วเหรอวะ กูสงสารว่ะ ท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์แบบนั้น ไม่น่าจะต้องมาแปดเปื้อนความสารเลวจากมึงเลยว่ะ”

 “พูดไรอย่างนั้นครับเหี้ยเค ไอ้ที่มึงต้องพูดอ่ะ คือยัยนั่นควรจะขอบคุณกูมากกว่านะ ที่นึกอยากลองของแปลก ไม่งั้นชาตินี้คงไม่มีทางได้เจอกับความสนุกหรอกเว้ย เออ ถ้างั้นไหนๆก็ไหนๆแล้ว กูชิ่งก่อนละกัน ก็สาวมาแล้วนี่หว่า”

 “เลว เห้ย! เดี๋ยวนะ แล้วมึงไม่ไปแดกข้าวกับป๊าม๊าแล้วเหรอ จำได้ว่ามึงบอกว่าวันนี้มีนัดแดกข้าวกับป๊าม๊านี่หว่า”

 “ไม่อ่ะ ป๊าม๊าไว้วันหลัง เหยื่อติดเบ็ดแล้ว แม่งต้องรีบคว้าเว้ย ไปละ เจอกัน”

 ปึก!

 ผมยิ้มบอกพร้อมส่งสายตาเลวๆ ก่อนชู้ตบาสลงห่วงไปแล้วแยกตัวออกมาจากสนามเลย ครับ เป้าหมายคือเหยื่อป้ายแดงของผมที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์นั่นไง

 ส่วนสาวๆคนอื่นที่มานั่งเชียร์พวกผมซ้อมบาสวันนี้ ผมคงต้องขอแสดงความเสียใจกับพวกเธอก่อนละกัน เพราะวันนี้พวกเธอไม่มีคิวจะมาอยู่ในสายตาผม

 แต่พวกเธอรอคิวไม่นานหรอกครับ ในเมื่อผมคงใช้เวลาไม่นานในการสนุกกับว่าที่ของเล่นจืดชืดชิ้นนี้หรอก ได้แม่งเมื่อไหร่ ผมค่อยโยนทิ้ง เมื่อนั้น!

 CD END

  

 “มาเร็วจัง” ซีดีเดินมาหาฉันพร้อมทักทายด้วยรอยยิ้ม ฉันเลยยิ้มตอบไป

 “เรากลัวนายรอน่ะ นายอุตส่าห์ใจดีจะติวให้เรา ถ้าเรามาช้าอีกคงเสียมารยาทแย่เลย”

 “งั้นเหรอ”

 “อืม”

 “หึ เธอนี่น่ารักดีนะ”

 “ห้ะ?” จู่ๆเขาก็ยิ้มชมฉัน เล่นเอาฉันตั้งรับไม่ทัน

 “งงอะไร ก็น่ารักไง คนที่แคร์ความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ ฉันว่าน่ารักจะตาย” ยัง เขายังไม่เลิกชมไม่เลิกยิ้มให้ฉันอีก คือฉันเหมือนจะเขินจนตัวแตกอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ๆ ฉันต้องเก็บอาการเอาไว้

 “เอ่อ คือ ขะ..ขอบคุณนะ”

 “ด้วยความยินดีครับ งั้นติวกันเลยมั้ย”

 “อือ อืม”

 “เค มะ” เขาบอกแล้วนั่งลงข้างๆฉัน และฉันยอมรับนะ ว่าฉันใจง่ายมากๆ เพราะแค่ได้เจอกับเขาเป็นครั้งที่สอง ในวันแรกของการได้รู้จักกัน ฉันก็เหมือนจะหวั่นไหวกับเขามากๆแล้ว

 ยิ่งได้ใกล้กันขนาดนี้ ยิ่งเขามานั่งใกล้ๆ ขยับหน้าเข้ามาพูดมาติวให้ฟังใกล้ๆ มันก็ยิ่งหวั่นไหวเข้าไปใหญ่ เหมือนฉันแพ้เขามาก แพ้ความหล่อของเขา แพ้รอยยิ้ม แพ้น้ำเสียงอบอุ่น แพ้ความใจดี แพ้ความมีน้ำใจ

 แล้วถ้ายังแพ้ต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ ความรู้สึกของฉันมันจะปลอดภัยมั้ย ฉันจะต้านทานเขาไหวรึเปล่า ฉันจะยังบังคับตัวเองให้นิ่งและไม่แสดงความรู้สึกหวั่นไหวออกไปให้เขาเห็นได้มั้ย

 ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่แน่ใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ความหล่อของผู้ชายนี่มันอันตรายจริงๆอย่างที่คิดเอาไว้เลย อันตรายมากๆเลย

 MONA END

  

 8:34 PM

 “โอเค ทีนี้พอจะเข้าใจขึ้นมั้ย”

 ผมยิ้มถามโมนาเพื่อความแน่ใจ หลังจากจัดการติวเรื่องที่เธอไม่เข้าใจให้เธอจนเสร็จเรียบร้อย แต่ถึงไม่ถาม ผมก็มั่นใจว่าเธอเข้าใจแล้ว ในเมื่อผมก็ติวให้เธอจนหมดเปลือก ไม่มีกั๊ก

 ก็มีอย่างเดียวแหละครับ ที่ผมกั๊กไว้ยังไม่ให้เธอรู้ แผนขย้ำเธอไง หึ ไว้ขย้ำเสร็จก่อน แล้วผมค่อยบอก รับรอง ว่านาทีนั้นแม่งคงโคตรสนุกน่าดู นาทีที่เธอรู้ว่าผมเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นโง่ๆชิ้นนึง ใช่ ของเล่นโง่ๆ!

 “อืม เราเข้าใจแล้ว ขอบใจนายมากเลยนะ ที่ช่วยติวให้เรา งั้นเพื่อเป็นการขอบคุณ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราขอเลี้ยงข้าวเที่ยงนายได้มั้ย”

 เธอบอกผมพร้อมยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มโคตรน่าเอ็นดู ซึ่งมันก็น่ารักดีแหละครับ น่ารักจนผมอยากจับเธอขย้ำซะเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้สิ ยังไม่ได้ บอกแล้วไงว่าต้องใจเย็นไว้ ช้าๆได้พร้าสองเล่มงามไง เคยได้ยินใช่ป่ะ

 “ไม่อยากได้ข้าวเที่ยงอ่ะ ขอเปลี่ยนเป็นเบอร์โทรกับไลน์แทนได้มั้ย”

 ผมไม่ใช่แค่ยิ้มบอกเธอเนียนๆ แต่จัดการส่งสายตาอ่อย(เหยื่อ)ปนออดอ้อนไปให้เธอด้วย และผมมั่นใจว่าซื่อๆอย่างเธอ ต้านทานสกิล(อ่อยเหยื่อ)ของผมไม่ได้หรอก

 “หะ..ห้ะ นายว่าอะไรนะ เบอร์กับไลน์เหรอ” เธอถามด้วยสีหน้าแววตางงๆเอ๋อๆบวกกับรับไม่ทัน อารมณ์แบบคาดไม่ถึงว่าผมจะถาม สั้นๆคือท่าทางเธอตอนนี้มันเป็นไปตามแบบฉบับยัยแว่นซื่อบื้อเป๊ะๆเลย

 ซึ่งแน่นอนว่านั่น แม่งเข้าทางผม ซื่อๆโง่ๆแบบนี้แหละ ที่ผมต้องการ เพราะมันหมายถึงว่า ผมกำลังจะได้ขย้ำเธอในอีกไม่ช้านี้แหละ

 “อืม ก็แลกเบอร์แลกไลน์กันไว้ไง เวลามีธุระด่วนหรือมีเรื่องอะไรจะปรึกษา จะได้ติดต่อกันได้”

 “อ๋อ อืม จริงด้วย” เธอยิ้มเจื่อนอย่างเห็นด้วย งั้นผมขอเสริมแป๊บ

 “ใช่มั้ย”

 “อืม”

 “เค งั้นเอาโทรศัพท์มาดิ”

 “อือ อืม” เธอพยักหน้าแล้วจัดการล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายของเธอขึ้นมา เยี่ยมเลย แบบนี้แหละใช่ ทีนี้ก็เสร็จผมล่ะ ขั้นแรกผ่านฉลุย ทีนี้ก็ขั้นต่อไป..

 CD END

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • SAVAGE TRAP กับดักวิศวะ   4 | อ่อยเหยื่อ

    “วันนี้เอาไว้แค่นี้ครับนักศึกษา ไว้เจอกันคาบต่อไป สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” เสียงนักศึกษาตอบรับ ก่อนอาจารย์จะเดินออกจากคลาสไป ส่วนฉันยังหรอก แบบว่ายังงงๆที่อาจารย์สอนเมื่อกี้อยู่นิดหน่อย เลยยังนั่งจ้องตัวหนังสือในชีทอยู่เลย “เป็นไรรึเปล่า ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอ” ซีดีลุกมาหาฉันที่โต๊ะ ฉันเลยจำต้องละสายตาจากชีทแล้วเงยมองเขา “อ๋อ ติดตรงนี้นิดหน่อยน่ะ” ฉันบอกเขาพร้อมกับชี้ไปที่ตัวหนังสือในชีท “อ๋อ การหาค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินเหรอ” “อืม เรายังงงๆอยู่นิดหน่อยน่ะ” “งั้นฉันติวให้เอามั้ย” “หืม? จะดีเหรอ เสียเวลานายรึเปล่า” “ไม่เลยสักนิด บอกแล้วไง เรียนด้วยกันก็ต้องช่วยกัน งั้นสรุปว่าตามนี้นะ เดี๋ยวฉันติวให้เธอเอง เอาเป็นเย็นนี้แล้วกัน สักทุ่มนึงโอเคมั้ย” “ทุ่มนึงเหรอ อืม ได้ ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร งั้นทุ่มนึง เธอไปหาฉันที่โรงยิมของคณะแล้วกัน อยู่ติดกับตึกนี้นี่แหละ พอดีฉันมีซ้อมบาสตอนห้าโมงเย็น ใกล้แข่งแล้วน่ะ ช่วงนี้เลยต้องซ้อมถี่” เขาบอกยิ้มๆเหมือนไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แต่มันก็ทำให้ฉันนึกเกรงใจขึ้นมา “เอ่อ แล้วนายไม่เหนื่อยเหรอ ถ้าซ้อมเสร็จแล้วต้องมาติวให้ฉันอีก ถ้

  • SAVAGE TRAP กับดักวิศวะ   3 | อยากได้

    10 นาทีผ่านไปในที่สุดก็ถึงแล้วล่ะครับ และตอนแรกผมนึกว่าจะเข้าสายแล้วนะ เพราะอย่างที่เห็นว่าเมื่อกี้ผมมัวยืนกัดกับไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวนี่อยู่ แต่ปรากฏว่าอาจารย์ยังไม่เข้าว่ะ รอดตัวไปดิ แต่แปลกนะ ทำไมอาจารย์ยังไม่เข้าสอนวะ ทั้งๆที่มันถึงเวลาแล้ว“จารย์ยกคลาสป่ะวะ ไม่เห็นวี่แววเลย” ไอ้เคซีพูดขึ้นมา ก่อนเดินไปนั่งลง“ไม่รู้ว่ะ รถติดมั้ง”ผมตอบในสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ออกไป ก่อนเดินไปนั่งบ้าง ไอ้นายกับไอ้นนท์แล้วก็ไอ้เซนก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้เหมือนๆผม“เออ เย็นนี้กูอาจจะซ้อมได้ไม่นานนะ ลืมบอกพวกมึงไปว่าบุพการีชวนไปกินข้าวที่บ้านว่ะ” จู่ๆผมก็พูดขึ้นมา พอดีเพิ่งนึกออกน่ะครับ ว่าเฮียแบดซ์กับหม่อมแม่เอวาสุดที่รักชวนไปกินข้าวที่บ้าน ผมเลยคงต้องเลิกซ้อมบาสก่อนเวลาสักหน่อย แต่ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้งครับ ถึงแม้ว่าใกล้จะแข่งแล้วก็เหอะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ซ้อมหนักกันมาทุกวัน“เค ตามนั้นว่ะ”“ฝากหวัดดีป๊าม๊าสุดที่รักด้วยละกัน”“บอกว่าพวกกูคิดถึงฝุดๆ”“นั่นดิ คิดถึงในสามโลกเลยว่ะ” ไอ้สี่ตัวบอกยิ้มๆ“เออ เดี๋ยวบอกให้” ผมบอกพวกมันกลับไป ก่อนจะหันไปมองที่ประตู จะดูว่าอาจารย์มารึยังน่ะครับ“หืม?” เอ่อ.. จะดูอาจ

  • SAVAGE TRAP กับดักวิศวะ   2 | ผู้หญิง=ของเล่น

    “ไอ้เหี้ยซีดี ไอ้สัส แม่งรอพวกกูด้วยดิ จะรีบเดินไปไหนวะ คลาสแม่งไม่หายหรอก อีกอย่างนึงนะ มึงแม่ง มาเสือกขยันเชี่ยไรเอาวันนี้วะ เห็นทุกทีพวกกูชวนโดด มึงก็เอาด้วยทุกรอบ”“แล้วทำไมวะ ก็วันนี้กูมีอารมณ์ขยัน พวกมึงรีบตามมาเหอะ อย่ามัวแต่แหกปากไอ้สัส” ผมหันไปสวนไอ้เหี้ยเคซีไปสองสามดอกตามสันดานปากปีจอของผมแหละครับ ใครใช้ให้มันบ่นมาก ถามมากอีกต่างหาก จะสงสัยอะไรนักหนา กับการที่วันนี้ผมอยากขยันอ้อใช่! ชื่อซีดีที่ไอ้เวรเคซีมันเรียกอ่ะ ชื่อผมเอง ผมชื่อซีดี ย้ำว่าซีดีนะ อย่าเผลอสับสนกับไอ้เหี้ยเคซีมันล่ะ ถึงชื่อผมจะเสือกคล้ายกับชื่อมันก็เหอะ แต่สันดานผมกับมันไม่ได้เหมือนกันหรอก ผมแม่งปากหมากว่ามันเยอะ รวมถึงสันดานอย่างอื่นด้วย บอกเลยว่าเหี้ยกว่าไอ้เคซีกับไอ้สามตัวในแก็งค์เยอะเลย เตรียมใจรับกันให้ได้แล้วกัน แต่ถ้าไม่รับก็ช่างแม่ง ผม don’ t care!“สารเลว สันดานปากหมาของมึงนี่ไม่แผ่วเลยนะครับไอ้เวร” ไอ้เคซีสวนผมกลับมาอีกดอก อ้อ! ไอ้เคซีอ่ะ เหมือนผมจะลืมบอกไปใช่ป่ะ ว่ามันเป็นใคร มันเป็นเพื่อนสนิทผมครับ สนิทกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้มั้ง“โธ่ สัสเคครับ ถ้าแผ่วก็ไม่ใช่ไอ้เหี้ยซีดีสิครับ” เสียงไอ้นายตอ

  • SAVAGE TRAP กับดักวิศวะ   1 | เด็กใหม่

    ATLAS UNIVERSITY@FACAUTY OF ENGINEERING“ใช่ห้องนี้มั้ยนะ”ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ตาก็หันมองห้องสลับกับตารางเรียนในโทรศัพท์ในมือหลายรอบมาก กลัวจะผิดน่ะ แต่จากที่มองอยู่หลายรอบ ฉันคิดว่าใช่แหละ งั้นเข้าไปเลยแล้วกันฉันย้ายมาจากม.อื่นน่ะ ตอนแรกก็เรียนวิศวะโยธานี่แหละ แต่เรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่พ่อแม่ต้องย้ายมาทำงานที่นี่ ฉันก็เลยอยากย้ายตามมาด้วย โชคดีที่ย้ายได้ ทั้งๆที่มันเป็นกลางๆเทอมแล้ว จริงสิ ฉันชื่อโมนานะ เรียกสั้นๆว่าโมก็ได้ เรียนวิศวะโยธาปีสามแล้วล่ะถามว่าทำไมถึงเรียนวิศวะโยธาน่ะเหรอ ทั้งๆที่สาขานี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเรียนกัน ก็นะ ฉันชอบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ ตอนนั้นฉันดูซีรี่ส์เรื่องนึง นางเอกเรียนวิศวะโยธา เห็นแล้วมันคือดีอ่ะ ทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่าง เท่ห์มากด้วย ฉันก็เลยตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าจะเรียนวิศวะโยธาถึงแม้ว่าดูทรงฉันแล้ว มันจะไม่ค่อยให้กับการเรียนวิศวะโยธาก็เถอะ เพราะฉันไม่ได้ดูเป็นหญิงแกร่งที่พึ่งพาได้อย่างกับผู้ชายหรอก ตรงกันข้าม ฉันดูเหมือนยัยแว่นจอมซื่อบื้อที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นมากกว่า แบบว่าฉันสายตาสั้นน่ะ เลยต้องใส่แว่น แล้วฉันก็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status