로그인10 นาทีผ่านไป
ในที่สุดก็ถึงแล้วล่ะครับ และตอนแรกผมนึกว่าจะเข้าสายแล้วนะ เพราะอย่างที่เห็นว่าเมื่อกี้ผมมัวยืนกัดกับไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวนี่อยู่ แต่ปรากฏว่าอาจารย์ยังไม่เข้าว่ะ รอดตัวไปดิ แต่แปลกนะ ทำไมอาจารย์ยังไม่เข้าสอนวะ ทั้งๆที่มันถึงเวลาแล้ว “จารย์ยกคลาสป่ะวะ ไม่เห็นวี่แววเลย” ไอ้เคซีพูดขึ้นมา ก่อนเดินไปนั่งลง “ไม่รู้ว่ะ รถติดมั้ง” ผมตอบในสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ออกไป ก่อนเดินไปนั่งบ้าง ไอ้นายกับไอ้นนท์แล้วก็ไอ้เซนก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้เหมือนๆผม “เออ เย็นนี้กูอาจจะซ้อมได้ไม่นานนะ ลืมบอกพวกมึงไปว่าบุพการีชวนไปกินข้าวที่บ้านว่ะ” จู่ๆผมก็พูดขึ้นมา พอดีเพิ่งนึกออกน่ะครับ ว่าเฮียแบดซ์กับหม่อมแม่เอวาสุดที่รักชวนไปกินข้าวที่บ้าน ผมเลยคงต้องเลิกซ้อมบาสก่อนเวลาสักหน่อย แต่ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้งครับ ถึงแม้ว่าใกล้จะแข่งแล้วก็เหอะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ซ้อมหนักกันมาทุกวัน “เค ตามนั้นว่ะ” “ฝากหวัดดีป๊าม๊าสุดที่รักด้วยละกัน” “บอกว่าพวกกูคิดถึงฝุดๆ” “นั่นดิ คิดถึงในสามโลกเลยว่ะ” ไอ้สี่ตัวบอกยิ้มๆ “เออ เดี๋ยวบอกให้” ผมบอกพวกมันกลับไป ก่อนจะหันไปมองที่ประตู จะดูว่าอาจารย์มารึยังน่ะครับ “หืม?” เอ่อ.. จะดูอาจารย์ แต่สายตาผมดันเสือกไปเห็นอะไรบางอย่าง ทำเอาลมหายใจสะดุด ลูกกะตาก็ค้างอยู่อย่างนั้น “หืม? มีไรวะสัส ตาไม่กะพริบเลย” ไอ้เคซีหันมาถามผม และเสียงของมันเป็นเหมือนระฆังดึงผมให้หลุดจากภวังค์ “เฮ้ อย่าบอกนะ ว่ามึงเห็นสาว” ไอ้นนท์แม่งโคตรเดาแม่นเลย ใช่ครับ ผมเห็นสาว “อืม” ผมพยักหน้า ก็อย่างที่บอก ว่าผมเห็นสาวจริงๆ สงสัยเพิ่งย้ายมาใหม่ เพราะผมไม่เคยเห็นหน้าเลย แถมดูๆแล้วก็ไม่ใช่สเปคผมเลยสักนิด ทั้งใส่แว่น ทั้งดูซื่อบื้อ หน้าตาก็งั้นๆ จืดชืด ดูแล้วไม่น่าอร่อยเลยว่ะ กระแทกไปก็คงไม่มันส์ แค่คิดก็น่าเบื่อ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คนนี้ผมถึงรู้สึกอยากได้ ถึงแม้ว่าเล่นไปก็คงไม่สนุกก็เถอะ “คนไหนวะ หืม? มึงอย่าบอกนะว่าคนนั้น” ไอ้นายหันมาถามด้วยสีหน้าแปลกใจ “อืม” “เห้ย จริงดิ! แบบนั้นไม่ใช่สเปคมึงไม่ใช่เหรอ” ไอ้เซนขมวดคิ้วใส่ผมอีกคน “อืม แต่ไม่รู้ดิ สงสัยกูอยากลองของแปลกมั้ง” ครืด! ฟึ่บ! ผมบอกแล้วเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะลุกขึ้น “เห้ย ไปไหน” ไอ้เคซีถาม “ไม่น่าถาม ไปล่าของเล่นชิ้นใหม่ไง ท่าทางโง่ๆแบบนั้น แม่งคงไม่ยากหรอก” ผมบอกพร้อมกระตุกยิ้ม ก่อนจะเดินตรงไปหาว่าที่ของเล่นชิ้นใหม่ของผมด้วยความมั่นใจ ว่าของเล่นชิ้นนี้ ผมต้องได้แน่ๆ เพราะอย่างที่บอก ว่าท่าทางโง่ๆแบบนั้น แม่งคงไม่ยากหรอก หึ! CD END อืม.. เลทไปหลายนาทีแล้วนะ แต่อาจารย์ก็ยังไม่มาอีก ทำไมกันนะ หรือว่าอาจารย์จะติดธุระด่วน? “หวัดดี ขอนั่งตรงนี้ได้รึเปล่า” จู่ๆเสียงนั้นก็ดังขึ้นตรงหน้าฉัน และฉันแปลกใจจนต้องเงยมอง ถึงได้เห็นว่าเป็นผู้ชายคนนึง และเขาหล่อมากจนฉันถึงกับสตั๊นท์ไปเลย“ว่าไง ขอนั่งตรงข้างๆเธอได้รึเปล่า”
“เออะ..เอ่อ อือ อืม อืม ได้สิ ตรงนั้นไม่ได้มีใครนั่งอยู่แล้ว” เสียงเขาถามฉันซ้ำช่วยดึงสติฉันกลับมา แต่เหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ เพราะเสียงฉันยังตะกุกตะกักอยู่เลย “เค ขอบใจนะ” เขาบอกยิ้มๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใกล้ๆกับฉัน “ย้ายมาใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้าเลย” เขาหันมาถามฉันด้วยรอยยิ้มบางๆ ในขณะที่สติของฉันเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้วล่ะ ฉันเลยหันไปยิ้มตอบเขา “อืม ย้ายตามพ่อแม่มาน่ะ” ฉันหันไปยิ้มพร้อมกับเอ่ยบอกอย่างเป็นมิตร “อ๋อ เออจริงสิ เธอชื่ออะไรอ่ะ เกือบลืมถามไปเลย ส่วนฉันชื่อซีดีนะ” หืม? ซีดีเหรอ ชื่อคุ้นๆแฮะ? จริงสิ! นี่มันชื่อของผู้ชายในบทสนทนาของพวกผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆฉันเมื่อกี้นี้นี่ พอฉันแอบเหลือบไปมองพวกผู้หญิงที่คุยกันเมื่อกี้ก็เห็นว่าพวกเธอนั่งมองมาทางนี้ด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แบบว่าแอบกรี๊ดกร๊าดอยู่เบาๆ แสดงว่าคงไม่ผิดแน่ สรุปว่าหมอนี่นี่เองสินะซีดี แต่ก็ หล่อจริงสมกับที่สองคนนั้นกรี๊ดกร๊าดกันหนักมากนั่นแหละนะ “เธอ เธอ เฮ้! เธอ!” “หะ..ห้ะ ห้ะ อะ..อะไรนะ เอ่อ คือ ขอโทษที เผลอคิดอย่างอื่นเพลินไปหน่อยน่ะ” ฉันเอาสติกลับมาอยู่ที่ซีดีพร้อมรอยยิ้มเจื่อน “ไม่เป็นไร ฉันแค่ถามเธอว่าตกลงเธอชื่ออะไร” “อ๋อ เราชื่อโมน่ะ โมนา” “โมนา?” “อืม” “ชื่อน่ารักดีนะ” ตอนพูด เขายิ้มส่งสายตาอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ให้ฉัน ทำเอาใจฉันสั่นไปหมด แต่ฉันก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ จะให้เขารู้ได้ไงกันล่ะ ว่าฉันใจง่ายถึงขนาดปลื้มความหล่อกับสายตาอะไรก็ไม่รู้ของเขาตั้งแต่แรกเห็นเลย “เอ่อ ขะ..ขอบใจนะ” “ด้วยความยินดี จริงสิ เพราะเธอเพิ่งย้ายมาใหม่ อาจจะมีเนื้อหาอะไรตรงไหนที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามฉันได้ ยินดีให้คำปรึกษาเต็มที่เลย” เขาบอกแล้วยิ้มให้ฉันอีกแล้ว คราวนี้ยิ้มน่ารักแล้วก็ดูใจดีมาก จะว่าไปแล้ว ดูๆไปเขาก็เหมือนผู้ชายอบอุ่นอยู่เหมือนกันนะ “อืม ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร เรียนด้วยกันก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว” “…” คราวนี้ฉันไม่ตอบเขาเป็นคำพูด แต่ยิ้มตอบเขาแทน ก่อนสายตาฉันจะเหลือบไปเห็นนักศึกษาคนอื่นๆในห้องแล้วเห็นว่ามีผู้หญิงหลายคนเลยที่กำลังมองมาที่ฉันกับซีดีสลับกัน ไม่ใช่แค่พวกผู้หญิงเมื่อกี้ แต่บางคนเหมือนเน้นมองที่ฉันมากกว่า มองด้วยสายตาที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ คล้ายๆพวกเธอกำลังไม่พอใจฉันเลย หรือฉันจะคิดมากไปก็ไม่รู้ คงใช่แหละ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรพวกเธอซะหน่อย เลยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ผู้หญิงพวกนั้นต้องไม่พอใจฉันนี่เนอะ “สวัสดีครับนักศึกษา” จู่ๆเสียงนั้นก็ดังขึ้น ใช่ ในที่สุดอาจารย์ก็มาแล้วล่ะ “ขอโทษที พอดีผมคุยธุระอยู่กับท่านคณบดี ก็เลยเลทไปหน่อย งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ เรามาเริ่มเรียนกันเลยแล้วกันครับ” อาจารย์บอก ก่อนจะพาเราทั้งหมดเข้าสู่บทเรียน แต่ไม่รู้ทำไม จิตใจฉันถึงว่อกแว่กนักนะ ไม่ใช่ว่อกแว่กเพราะสายตาไม่พอใจของพวกผู้หญิงพวกนั้นนะ แต่ว่อกแว่กเพราะสายตากับรอยยิ้มของซีดีต่างหาก ก็เขาเอาแต่ยิ้มมองฉันอยู่ได้ ไม่ยอมมองอาจารย์ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือเขาอยากจะแกล้งฉันให้ตบะแตกเพราะความหล่อกับรอยยิ้มอบอุ่นๆของเขากันนะ เพิ่งรู้ว่าความหล่อกับรอยยิ้มนั่นของเขามันก็อันตรายเหมือนกัน MONA END ‘หึ!’ ผมกระตุกยิ้มในใจ เพราะผมแน่ใจ ว่ายัยว่าที่ของเล่นคงเริ่มจะติดกับดักผมแล้วล่ะครับ ท่าทางแบบนั้นไม่ผิดหรอก แต่ผมจะไม่ทำอะไรผลีผลามตอนนี้หรอก มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้สิครับ เดี๋ยวไก่ตื่น พอไก่ตื่นแล้วเดี๋ยวมันจะหมดสนุก มันต้องใจเย็นๆก่อน ให้เหยื่อตายใจ จากนั้นค่อยเชือดก็ยังไม่สาย ไม่สายเลยสักนิด ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น! CD END“เกี่ยวดิ แบบว่าผัวรู้ใจเมียไง พอลูกออกมา ลูกเลยรู้ใจแม่ เห็นมั้ย ลูกได้เชื้อรู้ใจจากพ่อมาเต็มๆ” ไง ทีนี้ชัดมั้ยล่ะครับ เมียเองก็คงได้ยินชัดแล้วล่ะ เธอถึงเปลี่ยนจากยิ้มแปลกเป็นยิ้มพร้อมมองผมอย่างหมั่นไส้แทน“หืออ หลงตัวเอง” หลงตัวเองเหรอ? เอ.. หรือจะจริง เค งั้นเลิกก็ได้“โอเค งั้นไม่หลงตัวเองแล้วก็ได้ แต่ให้เมียหลงได้ป้ะ” ผมหยอดไปเต็มๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่ผมเลื่อนหน้าไปหาเมียสุดที่รักพร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ ให้เธอด้วย ทำเอาเธอยิ้มกว้าง หน้าแดงทันควันด้วยความเขิน“บ้า พอเลย อย่ามาอ่อยแถวนี้นะ อายเขา..อุ๊ย! ไอศกรีมนี่ ไปกินกันมั้ย รำลึกความหลังตอนเราไปฮันนีมูนกันไง จำได้มั้ย ว่าตอนนั้นเราไปนั่งกินไอศกรีมที่ม้านั่งแล้วรับลมตอนเย็นๆ กัน จะว่าไป ตอนนี้มันก็ใกล้เย็นแล้วเหมือนกับวันนั้นเลย”โมนายิ้มเขินแล้วจู่ๆ สายตาก็คงบังเอิญเหลือบไปเห็นร้านไอศกรีมที่เปิดขายอยู่ในสวน ผมเลยหันมองตาม ถึงได้เห็นว่ามันเป็นร้านไอศกรีมเล็กๆ ดูน่ารักอยู่เหมือนกัน และโมนาคงชอบ ผมเลยละจากร้านไอศกรีมแล้วหันกลับไปยิ้มให้เธอ“จำได้ดิ งั้นไปซื้อกันเลยมั้ย เสร็จแล้วค่อยไปนั่งกินตรงนั้นกัน ตรงนั้นมีที่นั่งพอดี”ผมหมาย
“นี่ค่ะ ถึงจะเป็นของธรรมดา แต่พวกเราก็ตั้งใจให้แม่กับป๊านะคะ” มีอาตอบรับ ก่อนก้มหยิบซองอะไรสักอย่างจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้ผมกับโมนา “อะไรเหรอลูก” โมนาถามเสียงเรียบ แต่ผมก็พอดูออก ว่าเธอกำลังตื่นเต้นไม่น้อย ไม่ต่างจากผม เพราะผมก็กำลังตื่นเต้น ไม่รู้ว่าในซองสีชมพูอ่อนนั่นมีอะไร “ลองเปิดดูสิคะ เป็นของขวัญจากเราสี่คนค่ะ” ยังคงเป็นมีอาที่ตอบคำถาม ส่วนหนุ่มๆอีกสามคนกำลังยิ้มมองแบบลุ้นๆ “โอเค งั้นแม่เปิดละนะ โมเปิดละนะ” โมนายิ้มบอกลูกๆ ก่อนหันมายิ้มกับผม “อือฮึ อยากรู้แล้วเหมือนกัน ว่าลูกให้อะไรเรา” “โอเค ฮืออ ตื่นเต้น” ครั้งนี้โมนายอมพูดและแสดงอาการออกมาพร้อมรอยยิ้มมีความสุข ก่อนจะรับซองสีชมพูนั่นมาจากมือของมีอาแล้วจัดการเปิดมันออกท่ามกลางความตื่นเต้นและโคตรลุ้นระทึกของผม ลูกๆเองก็เหมือนจะกำลังลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพอผมกับโมนาเห็นของในซองแล้วจะเป็นยังไง กึก! แล้วก็เป็นแบบนี้ไง คือผมกับโมนาชะงักด้วยความคาดไม่ถึง “นะ..นี่มัน..” “ตั๋วออกเดทค่ะ” มีอาแทรกโมนาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและหวังดี ไม่ต่างกับสามหนุ่มที่ก็กำลังมองเราสองคนด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกั
“อะ..อ๊าา~” ทุกจังหวะที่ผมกำลังกระหน่ำปรนเปรอให้เธอมันคงถึงใจเธอโคตรๆ เธอถึงยังครางสะท้านจนแทบลืมหายใจไม่หยุดหย่อน มือบางขยุ้มผมของผมแรงขึ้น ส่วนมืออีกข้าง เธอเอาไปจับมือผมข้างที่กำลังแหวกกลีบดอกไม้สีสวยของเธอเอาไว้อีกทีแบบค่อนข้างแรง ราวกับว่าจะให้มันช่วยระบายความเสียว ความร้อน และความอึดอัด ทั้งๆที่เธอก็คงจะรู้ดีนั่นแหละครับ ว่าทำยังไงก็ไม่ช่วยหรอก อะไรๆก็ช่วยเธอไม่ได้มากเท่ากับผม ผมเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ดีที่สุด และผมยินดีช่วย โคตรยินดีแล้วก็โคตรเต็มใจ แถมเต็มใจช่วยทั้งคืนเลย ไม่เสร็จไม่หยุด ไม่อิ่มไม่เลิก เอาให้สำลักความสุขกันไปข้าง ก็ต่างคนต่างโคตรหื่นนี่ครับ แล้วมันจะไปจบที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่เอากันจนอิ่ม เอากันจนหมดแรง เอากันจนสำลักน้ำ เอ้ย! เอากันจนสำลักความสุขให้ยันเช้าไปเลย แล้วถ้าพรุ่งนี้เมียตื่นมาเลี้ยงเจ้าตัวแสบไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ผมจะดูแลให้เอง ผมก็เคยช่วยเธอเลี้ยงนี่ครับ ผมจัดการได้อยู่แล้ว มั้งนะ ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าผมทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง ผมอยากให้โมนาพักบ้าง ชวนเธอทำ(ลูก) แล้วจะไม่ให้เธอพักได้ไง แถมไม่ใช่ชวนทำแป๊บๆ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าคงชวนทำทั้งคืน ไม่อิ่มไม่เ
“ได้สิครับ” ผมตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด ก่อนยกเธอขึ้นมานั่งคร่อมขาผม โดยที่ผมเหยียดขายาวออกไป สองมือกอดแผ่นหลังและลำตัวที่เริ่มชื้นเหงื่อไม่ต่างจากผมของเธอ ในขณะที่เธอกอดคอผมไว้แล้วขย่มผมแรงๆทันทีอย่างรู้งาน คราวนี้เสียงสั่นของเตียงยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก ก่อนแสงสวรรค์จะมาเยือนเราสองคนพร้อมกัน ทีนี้ก็ถึงเวลายิงกระสุนแล้วล่ะครับ รับรองว่าไม้ได้น้องแน่นอน ฟุ่บ! “อืมม” โมนาฟุบหน้าลงกับบ่าผมพร้อมกับกอดคอผมแน่นขึ้นทันทีด้วยลมหายใจเหนื่อยหอบ หลังจากกรำศึกที่ร้อนระอุมาพักหนึ่ง ตอนนี้เธอกระตุกเกร็งถี่ๆ ในขณะที่ผมเพิ่งจะยิงกระสุนผลิตลูกอุณหภูมิอุ่นๆใส่ช่องรองรับในตัวเธอจนหมดทุกหยด สองมือโอบกอดเธอแน่นพร้อมกับหายใจหอบเหนื่อยพอๆกับเธอ ไม่สิ น่าจะน้อยกว่าเธอ เพราะพอผ่านไปไม่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวของผมก็ไม่ได้อยู่ในจังหวะหอบเหนื่อยแล้ว หมายถึงตอนนี้ผมเริ่มหายเหนื่อยแล้ว แม้บนตัวจะยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายก็ตาม แต่ผมก็เริ่มหายเหนื่อยแล้ว ในขณะที่เธอยังคงหายใจเหนื่อยๆอยู่ แม้จะไม่มากเท่าตอนเพิ่งเสร็จ(กิจ)ใหม่ๆก็ตาม “เมียจ๋า” ผมเรียกเธอเบาๆ เธอที่ยังคงสวมกอดผมพร้อมกับซุกใบหน้าไปกับบ่าแกร่งชื้นเหงื่อ
“หืม? อะไรกัน อิจฉา อื้อ อิจฉาแม้กระทั่งลูกอ่ะเหรอ” เธอถามยิ้มๆปนเสียงคราง แววตาที่เงยมองผมยังคงร้อนผ่าวและสอดแทรกด้วยความต้องการ “อิจฉาสิ เพราะงั้นคืนนี้ผัวขอกินบ้างนะ ได้มั้ย” “ได้มั้ยเหรอ มาทำคนอื่นเขาหื่นขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาถามอีกนะ” เธอพูดมาแบบนี้ ผมก็มั่นใจในคำตอบแล้วล่ะ “ก็ถามเพื่อความแน่ใจไง” ฟึ่บ! “อุ๊ย!” จู่ๆผมก็อุ้มเธอขึ้นมาอย่างไม่บอกไม่กล่าว เธอก็เลยตกใจมั้งครับ “จะอุ้มทำไมไม่บอก” “อยากให้ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้นมาพักใหญ่แล้ว” ผมยิ้มบอกเสียงพร่า นัยน์ตามีเพียงไฟร้อนจากความต้องการ ก่อนผมจะพาเธอตรงไปที่เตียง ปึก! ผมวางเธอลงเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปคร่อมแล้วก้มลงไปจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มกับเธอทันที แต่เป้าหมายหลักของผมมันไม่ได้มีแค่นี้ ก็บอกไปแล้ว มือผมมันถึงลูบไล้เรือนร่างบอบบางของเธอแค่พอหอมปากหอมคอ ก่อนจัดการปลดกระดุมเสื้อเธอแล้วบีบคลึงอกอวบเบาๆ ในขณะที่ปากเรามันจูบกันจนพอใจ ถึงได้ถอนจูบออกเพื่อพักหายใจบ้าง แต่ผมพักเดี๋ยวเดียวพอ เพราะความหื่นกระหายและความร้อนรุ่มจนแทบขาดใจมันสั่งให้ไม่จำเป็นต้องพัก ผมถึงก้มลงไปจูบดูดดึงเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นซอกคอและใบหูของเธอ ผมจูบ
ส่วนโมนา ตั้งแต่เราแต่งงานกันและรู้ว่าเธอท้องเจ้าตัวแสบ ผมก็ไม่ให้เธอทำงานอีกเลย คนท้องคนไส้ จะให้ทำงานได้ไงกัน แต่ความจริงผมก็กะจะไม่ให้เธอทำงานตั้งแต่เราแต่งงานกันใหม่ๆแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่อยากให้เธอเหนื่อย ผมอยากทำงานหาเลี้ยงเธอเอง แต่เธอไม่ยอม บอกว่าอยากทำงานน่ะครับ อยากช่วยกันสร้างครอบครัว ผมออดอ้อน(ออเซาะ)เธอแค่ไหน เธอก็ไม่ยอม จนสุดท้ายผมก็จนปัญญา ต้องยอมให้เธอทำงาน แต่พอรู้ว่าเธอท้อง ผมก็รีบอ้างเรื่องลูกทันที อ้างโน้นอ้างนี่ว่าคนท้องไม่ควรทำงานอะไรที่มันเหนื่อย เดี๋ยวมันจะไอ้นั่น เดี๋ยวมันจะไอ้นี่ เดี๋ยวแม่จะไม่แข็งแรง เดี๋ยวลูกของเราก็จะไม่แข็งแรงตามไปด้วย ผมเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก ผมโน่นผมนี่ บลาๆๆ สารพัดเหตุผลที่ผมใช้เอาไปอ้าง และสารพัดเหตุผลที่ผมร่ายไป สรุปว่ามันใช้ได้ผลเว้ย เพราะโมนายอมลาออกจากงานแล้วมาอยู่บ้าน จริงสิครับ ลืมบอก คือพอเราแต่งงาน ผมก็ใช้เงินเก็บของผมซื้อบ้าน เพราะคิดว่าเวลาเรามีลูกกันสักครึ่งทีมฟุตบอล ลูกๆจะได้มีสนามหญ้ากว้างๆเอาไว้วิ่งเล่น และนอกจากซื้อบ้าน ผมก็ออกมาเปิดธุรกิจของตัวเอง จะได้สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ได้สร้างอะไรเอาไว้ให้ลูกๆแบบเป็นช







