Se connecterคิดว่าแค่โกหกๆ ไปก็จบ
คิดว่าจะรอดพ้นไปได้ง่ายๆ แต่ที่ไหนได้ มันไม่ได้จบง่ายๆ อย่างที่คิด เพราะถึงเธอจะรอดพ้นจากการทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ฉันท์ผัวเมียจริง แต่ก็ลืมไปว่าพี่พีทเป็นหมอ ใช่!! และมันก็สำคัญมาก เพราะสายตาที่พี่เขามองเธอนั้นมันแอบมีความไม่เชื่อแฝงอยู่นิดๆ แค่คำพูดคงยังไม่มีน้ำหนักพอ ดังนั้นงานแสดงละครต้องมา งานตอแหลให้สมจริงต้องมี แหมๆ คนอย่างญารินทำได้ทุกอย่าง จะเอาตัวให้รอดก็ต้องฉลาดและเฉลียว ไม่งั้นคงไม่ได้รับฉายาแถเก่งมาครองหรอก จริงไหม!! "อะ....โอ้ยยยยย" อยู่ๆ คนที่เพิ่งบอกว่าตัวเองเป็นเมนส์ก็ร้องเสียงหลงขึ้นมาพร้อมกับใช้สองมือกุมท้อง ไม่พอเธอยังเพิ่มความสมจริงขึ้นอีกนิดด้วยการทำหน้าบิดเบี้ยวแสดงถึงความเจ็บปวดประหนึ่งคนที่เพิ่งโดนต่อยท้องมา ฮึๆๆๆๆ ถึงกับอึ้งไปเลยสินะ!! หญิงสาวคิดพร้อมกับเหล่มองปฏิกิริยาคนนอนข้างๆ โอเค ถึงเขาจะดูงงนิดๆ แต่ดูจากหัวคิ้วเข้มที่ย่นเข้าหากัน แสดงว่ามันได้ผลอยู่ คิดไว้ว่าจะแสดงแค่นิดๆ หน่อยๆ แต่คนอย่างเธอพอได้ทำอะไรมันก็มักจะเผลอตัวจัดเต็มตลอด งานนี้ก็เลยนอนตัวงอเป็นกุ้งไปเลยสิจ๊ะ "ญาเจ็บมากเลยเหรอ" เสียงทุ้มถามคนที่กำลังแหกปากลั่นด้วยความเป็นห่วง เคยเห็นคนไข้ปวดท้องมาก็เยอะ เคยเจอเคสมาก็แยะ ไอ้อาการปวดจนตัวหงิกตัวงออย่างนี้มันดูไม่ธรรมดา บางทีเธออาจจะเป็นมากกว่าปวดท้องประจำเดือน ซึ่งแน่นอนว่าคนเป็นหมออย่างเขาไม่รอช้า ดันตัวเองลุกขึ้นมานั่ง พร้อมกับจับพลิกตัวหญิงสาวให้หันมานอนตัวตรง ดวงตาคู่สวยสบกับดวงตาเข้มอย่างไม่เข้าใจ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากถาม เสื้อไหมพรมที่สวมไว้อย่างดิบดีก็ถูกมือหนาถลกขึ้นมาจนเห็นหน้าท้องขาวนวลเนียน จบเห่แล้วญาริน!! หญิงสาวสบถในใจก่อนถามคนที่แตะเนื้อต้องตัวเธอเสียงสั่นว่า "ทะ....ทำอะไรคะ" "จะผ่าไฟแดงเหรอ" "ญาว่ามันไม่ดีมั้งคะ" "ญาปวดท้อง และญาก็...." ในหัวนี่คือคิดไปแล้วว่าต้องโดนแน่ๆ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคดี มือหนาของชายหนุ่มก็กดตรงหน้าท้องเธอ พร้อมกับถามว่า "ตรงนี้เจ็บไหม" "อะไรนะคะ" ถามพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ "พี่ถามว่าเจ็บไหม" ตอนนี้ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามจากคำว่า "ผม" มาเป็นคำว่า "พี่" ไม่รู้ว่าลืมตัว หรือว่าตกใจ แต่เอาเถอะจะเรียกผมหรือว่าพี่เธอก็ไม่ได้มายด์อะไรอยู่แล้ว "เจ็บค่ะ" "ตรงนี้ล่ะ" มือหนาขยับเลื่อนไปอีกตำแหน่ง พร้อมถามประโยคเดิมว่า "เจ็บไหม" ตอนนี้คนโกหกเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าซวย ก็นะ...โกหกใครไม่โกหกมาโกหกหมอ แต่จะมากลับลำบอกว่า "ไม่เจ็บค่ะ" ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วไง ดังนั้นก็เลย เจ็บมันให้หมดทุกพื้นที่ตรงหน้าท้องนี่ล่ะ "พี่ว่าไปโรงพยาบาลไหม" "รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "อืม" เหี้ย!! อยากจะบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่ดูจากหน้าหล่อๆ ที่เริ่มซีเรียสค่อนไปทางจริงจัง เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ได้แต่คิดวนในหัวว่า "แถยังไงต่อดี" "พี่ว่าญาอาจจะไส้ติ่งอักเสบ ปล่อยไว้คงไม่ดีบางทีคืนนี้อาจจะต้องผ่าตัดเลย" เหี้ยหนักมาก!! ถึงขั้นผ่าตัดเลยเหรอ คนฟังเริ่มหน้าซีด เธอก็แค่จะแสร้งปวดท้อง ขอยาพารากินนิดๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธี แล้วก็นอนแยกตัวใครตัวมัน แต่นี่จะพาไปผ่าไส้ติ่ง โนเวย์ๆๆ "มะ...ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งคะ เวลาญาเป็นเมนส์ ญาก็ปวดท้องประจำ กินยาพาราแล้วนอนพักนิดหน่อยก็หาย" "แต่พี่ว่าควรไปตรวจให้ละเอียดดีกว่านะ" ชายหนุ่มยังคงยืนยันความคิดของตัวเอง เพราะตำแหน่งที่เธอปวดนั้นจะบอกว่าเป็นโรคกระเพาะก็ได้ หรือจะบอกว่าคล้ายอาการไส้ติ่งอักเสบก็ได้ หรือไม่ถ้าเธอปวดท้องประจำเดือนจริงๆ บางทีนี่อาจจะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ มันคิดได้หลายอย่างมาก ดังนั้นทางที่ดีก็ควรตรวจให้ละเอียดไปเลยดีที่สุด "ไว้วันหลังนะคะ" หญิงสาวทิ้งตัวลงนอน พร้อมกับพึมพำว่า "ญาง่วงแล้ว" "ไม่ปวดท้องแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม ความสงสัยนั้นยังคงฉายในดวงตาสีนิลที่จับจ้องใบหน้าสวยหวานที่ยกมือขึ้นปิดปากหาว "ดีขึ้นแล้วค่ะ" ก็นะ...ถ้าจะให้เธอโกหกบอกว่า "ปวดท้อง" อีกก็คงไม่เป็นผลดีแน่ เธอยังไม่ได้อยากโดนตัดไส้ติ่งตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ดังนั้นก็บอกว่า "ง่วงนอน" ไปแบบหน้าด้านๆ นี่แหละ เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอจะไม่ไปโรงพยาบาลตอนนี้แน่ "พี่พีทก็นอนเถอะ" "ขอบคุณนะคะ" "ญาดีขึ้นแล้ว" เมื่อเห็นชายหนุ่มยังกึ่งนั่งกึ่งนอนมองเธอด้วยความงงๆ ก็เลยตัดปัญหาชวนมานอนด้วยซะเลย แต่เพื่อความปลอดภัย ก็ไม่ลืมที่จะพูดให้อีกฝ่ายได้ยินว่า "เห้อ!! เมนส์วันนี้มาเยอะจริงๆ" และกว่าจะได้นอน เธอก็ต้องคอยแอบฟังเสียงลมหายใจของคนข้างๆ ว่าสม่ำเสมอหรือยัง เพื่อความสบายใจ ก็คนมันกลัวโดนลักหลับ ดังนั้นทั้งคืนก็เลยไม่ค่อยได้นอน หลับๆ ตื่นๆ สลับกันไป จนกระทั่ง.... เช้าแล้วเหรอ?? คนที่ยังหลับตาคิดเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนของไอแดดและแสงที่แยงตาจนต้องพลิกตัวหันหลบไปอีกทาง แต่พอคิดถึงคำสอนของย่าที่บอกเมื่อวานว่า ภรรยาที่ดีจะต้องตื่นก่อนสามี!! เธอก็รีบลุกพรวดพราดขึ้น สายตาจับจ้องมองตรงไปที่ข้างตัว แต่อนิจจา.... สามีตื่นก่อน และเมื่อคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ดวงตาคู่สวยจากที่ยังง่วงๆ งุนๆ ก็พลันเบิกโตขึ้นมาทันที ในใจคือกรีดร้องหนักมาก เพราะถึงเธอจะตื่นทีหลัง แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นเวลานี้ เฮ้อ!! หญิงสาวถอนหายใจมองเวลาที่จะบอกว่าเช้าไหม มันก็คงไม่ใช่ ก็นะเลข 12.00 น. มันทิ่มนัยน์ตาจนฉันสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย มุแงง~ ฉันต้องโดนย่าด่าหูชาแน่ๆ!!พอเข้าใจกัน...ทุกอย่างมันก็ลงตัว!!คำว่า "รัก" ที่ออกมาจากปากภรรยาทำเอาหมอหนุ่มยิ้มแก้มปริไปหลายวัน นั่งก็ยิ้ม ยืนก็ยิ้มตรวจคนไข้ก็ยิ้ม ยิ้มจนหมอคิมต้องเบ้ปากใส่รัวๆ เพราะความอิจฉา ว่าแล้วเชียวว่าทำไมไอ้พีทมันถึงรักเมีย หลงเมีย ที่แท้ได้เมียสวยยังกับดารา แล้วยังนี้จะไม่ให้เขาอิจฉาได้ยังไงไอ้พีทนอนกอดเมีย...ส่วนเขาได้แต่กอดหมอนข้างไปวันๆอนิจจา....ชีวิตกูช่างว้าเหว่จริงๆ"ไอ้คิม""อะไรวะ!!"คิมเงยหน้าขึ้นจากชาร์ทคนไข้"เมียกูฝากมาบอกว่าอยากเจอมึง""อยากเจอกู??"หมอคิมทำหน้างงๆ ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง"ใช่!!"พีทพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้"มีกินข้าวไหม"ถามด้วยความระแวง"ไอ้เหี้ยคิม มึงลดหุ่นเหรอ ถึงได้ถามอะไรแปลกๆ เมียกูชวนไปทั้งทีจะให้มึงแดกน้ำเปล่าอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องมีกินข้าวสิวะ"คนที่ยังจดจำรสชาติปิ่นโตอาหารในวันนั้นได้ถึงกับสบถ "ฉิบ***" ในใจ เขาอยากจะไปนะ แต่เข้าใจไหมว่ามันลำบากใจหนักมาก หลงเมียพอเข้าใจ แต่มึงช่วยสงสารไตกูบ้าง ความเค็มที่ติดลิ้นในวันนั้นกูยังจำลากยาวมาจนถึงวันนี้"มึงว่างวันไหน""กูไม่แน่ใจ"คิมตอบออกไปแบบไม่ต้องคิด"วันอาทิตย์เย็นเป็นไง มึงไม่มีเวรน
"พะ....พี่พีท"ญารินเรียกชื่อสามีที่อยู่ๆ ก็วิ่งตรงเข้ามาสวมกอดเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อารมณ์คืองงหนักมากจริงๆ พ่อจ๋า!! ทั้งอาย ทั้งตกใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังยืนกอดกับผัวอยู่หน้าเวที โดยมีผู้รับชมเป็นแขกของทางร้านที่พากันปรบมือให้อย่างชอบใจ และแน่นอนว่าเมื่อดูจากสายตาที่มองมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกับสามีได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยเกิดอะไรขึ้น!!!ได้แต่ถามตัวเองที่กำลังยืนงงๆ ในดงนักดนตรี พอแหงนมองหน้าหล่อๆ ของผัวก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตาของพี่พีทแดง ส่วนอ้อมแขนก็สั่นจนสัมผัสได้ กำลังจะอ้าปากถามว่านี่มันเรื่องอะไร แต่คำถามของสามีก็ทำเอาเธอชะงักไปซะก่อน ไมค์ที่ถือในมือถึงกับร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ เมื่อเธอได้ยินสามีพูดข้างหูว่า"ญาจำพี่ได้แล้วเหรอครับ"คำถามนี้ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก พูดง่ายๆ ก็ยืนใบ้กินไปชั่วขณะ หัวใจมันเต้นแรง แถมยังหาเสียงตัวเองไม่เจอทำไมพี่พีทถึงรู้ว่าเธอจำได้ล่ะ เมื่อกี้เธอเผลอตัวพูดไปเหรอ ไม่นะ!! เธอไม่ได้พูด เธอไม่ได้เมาสักหน่อย และถ้าเธอพูดเธอก็ต้องจำได้สิ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวไปด้วยความสับสน ในเมื่อเธอไม่ได้พูด แล้วใครจะพูด ในเมื่อเรื่องน
"อ้าวหนูญามาอยู่นี่เอง ป้าเดินหาตั้งนาน""เจ้กิ่ง" เจ้าของร้านอาหารกึ่งผับพอเห็นหลานเพื่อนปุ๊บก็รีบตรงเข้ามาหา ถึงวันแต่งงานเธอจะติดธุระไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี แต่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ยืนข้างๆ หญิงสาวคือใคร พอได้ยินแว่วๆ มาบ้างว่าฤดีได้หลานเขยเป็นหมอ แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะหล่อกระแทกตาขนาดนี้เฮอะ!! ฤดีตาแหลมไม่เบาเลย~ว่าแล้วก็อดชมเพื่อนไม่ได้ เธอกับฤดีเป็นเพื่อนสนิทกันมานานเป็นสิบๆ ปี รู้ใจกันดียิ่งกว่าอะไร พอว่างตรงกันเมื่อไหร่พวกเธอก็มักจะนัดเจอกันเป็นประจำ พูดคุยเรื่องทั่วไป ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันตามประสาคนแก่ ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะเป็นฝ่ายรับฟังเพราะพูดไม่ทันฤดีที่ชอบมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ และมักจะจบด้วยการหยิบปัญหาหนักอกขึ้นมาระบาย นั่นก็คือ "กลัวหลานสาวคนโปรดขึ้นคาน" ไม่แค่พูดเปล่าแต่ยังไล่ถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าพอมีหลานนิสัยดีๆ หน้าที่การงานมั่นคงแนะนำไหม?? พอลองแนะนำให้ก็เอาแต่บอกว่าไม่ตรงใจ สุดท้ายทุกคนก็ลงความเห็นว่า "แล้วแต่เลย" เห็นหาอยู่นาน ที่แท้ก็ชอบอย่างนี้นี่เอง คิดพลันยิ้มน้อยๆ ขณะพินิจมองหน้าหมอหนุ่มที่ยกมือไหว้เธอแหมๆ ~หลานเพื่อนก็
"อุ้ย!! ลืมไปว่ามีคนนอก พี่คนนี้คือ...."จูบจนพอใจแล้วก็ถามสามีที่ยังยืนงงๆ"อะ....อ๋อ เพื่อนพี่ครับ""อะไรนะคะ ญาไม่ค่อยได้ยิน"แกล้งถามซ้ำทั้งที่ได้ยินเต็มสองรูหู"เพื่อนพี่เองครับ!!"ครั้งนี้ตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ โอเค!! เธอให้สามผ่าน ถือว่าพี่พีทยังทำหน้าที่สามีได้ดี ถามอะไรตอบหมด ส่วนคนที่โดนย้ำสถานะให้รู้ถึงสองครั้งก็ยืนหน้าชาไปตามระเบียบ"อ่ออออออ เพื่อนพี่พีทนี่เอง"มองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยแรงโมโห แต่แค่นี้มันยังไม่พอ มันยังไม่สาแก่ใจ เธอจะต้องทำให้พี่เชอรี่รู้ เธอต้องทำให้พี่เชอรี่เห็นว่าไม่มีวันที่จะมาแย่งคนของเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง"พี่พีทคะ"หันไปทำเสียงอ้อนใส่ผัวที่ยืนงง บอกตามตรงว่าตามอารมณ์เมียไม่ทัน"ครับ""บอกรักญาหน่อยสิ!!""อะไรนะครับ!!"ไม่แน่ใจก็เลยถามเมียอีกที"ก็บอกรักญาไง"หยิกแก้มสามีขี้สงสัยไปแรงๆ หนึ่งที และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าจะต้องบอกรักเมียดังๆ ไม่อย่างนั้นแก้มที่โดนหยิกคงได้เขียวข้ามวันแน่ๆ"พี่รักญาครับ""เบาจังเลย~"แสร้งทำหน้าน้อยใจ เพื่อกระตุ้นให้ผัวพูดดังๆ แน่นอนว่าเธอได้ยินแล้ว ก็แค่อยากแชร์ให้เพื่อนของพี่พีทได้ยินด้วยก็เท่านั้นเอง"พี่รักญาครับ!!!!"พ
พอเห็นภาพที่พี่คิมแท็กมา มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่าพี่เชอรี่ยังคงชอบพี่พีทไม่เปลี่ยนแปลง นมโตๆ ที่บดๆ เบียดๆ แขนของสามีเธอ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่พี่เชอรี่ทำล้วนดูจงใจ ตั้งแต่ที่เธอความจำเสื่อม พี่เชอรี่ก็ได้โอกาสอยู่ใกล้พี่พีท อาศัยจังหวะและโอกาสดีๆ เลื่อนขั้นจาก "เพื่อน" ขึ้นมาเป็น "แฟน" และใช่!! พี่เชอรี่ทำได้ เกือบหนึ่งปีที่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่เหตุผลการเลิกรานั้นเธอไม่รู้จริงๆ ถามว่าดีใจไหม??มันก็ดีใจอยู่ เพราะถ้าทั้งคู่ไปด้วยกันได้ดี เธอกับพี่พีทก็คงไม่มีวันได้แต่งงานและใช้คำว่าสามีภรรยาร่วมกัน และถึงจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่มันใช่เหตุผลที่จะต้องเอาตัวมาติดสามีเธอยังกับปลิงขนาดนี้เหรอ ดูท่าเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่เชอรี่รู้ว่าจะมาแทะเล็ม อยากได้อยากเอาสามีคนอื่นอย่างนี้มันไม่ได้!!"ญารีบไปแต่งตัวให้สวยๆ เลย เดี๋ยวย่าจัดการเรื่องนี้ต่อเอง"คุณฤดีบอกกับหลานสาวที่วางใจให้เธอยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง และเพราะความรีบร้อนทำให้ญารินไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผุดตรงมุมปากยับย่นนั้น ใช่!! ในเมื่อบอกว่าจะช่วย คนเป็นย่าอย่างเธอก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด อะไรที
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"เชอรี่ยิ้มทักทายพีทที่เพิ่งมาถึง แค่เพียงได้เห็นหน้าใกล้ๆ หัวใจก็เต้นแรง เขายังหล่อและดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย แววตาคู่สวยที่มองชายหนุ่มสั่นไหวด้วยความคิดถึง ตั้งแต่ที่เลิกรากันไป วันนั้นเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนถึงวันนี้ แน่นอนว่าคนที่เลิกติดต่อไม่ใช่เธอ!! แต่เป็นเขาที่จงใจบล็อกเธอทุกช่องทาง แย่ไปกว่านั้นคือพอเรียนจบเขาก็ย้ายมาใช้ทุนที่ต่างจังหวัด เธอห่างกับเขาเพราะความจำเป็น อยากตามมาง้อแต่งานที่ทำกำลังไปได้สวย เธอยังลาออกจากงานไม่ได้ แต่มันจะยากอะไร ถ้าได้กลับมาคบกัน เธอจะทำให้พีทย้ายมาอยู่กับเธอ รอยยิ้มร้ายผุดที่มุมปากสวย ก่อนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินไปดึงแขนให้เขามานั่งใกล้ๆ เธอ "ตรงนี้ว่าง มานั่งสิ""ไม่เป็นไร ผมจะนั่งกับไอ้คิม"เสียงทุ้มตอบ ปลายน้ำเสียงดูเย็นชาจนคนฟังสัมผัสได้ เชอรี่แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะพูดด้วยท่าทีน้อยใจว่า"พีทเกลียดเชอรี่มากเลยเหรอ...."ไม่พูดเปล่า แต่ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มคลอไปด้วยหยดน้ำใส แน่นอนว่าเธอตั้งใจทำตัวให้น่าสงสาร เธอรู้ว่าพีทเป็นคนยังไง ดังนั้นที่ผ่านมาถึงเลี่ยงไม่เจอเธอ "....."เขาเล







