Masukคนที่นอนตื่นสายเดินลงมาจากห้องนอน สายตากวาดมองไปทั่วชั้นล่าง แต่ไม่พบเงาของคนที่ได้ชื่อว่า "สามี" ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดที่ทำตัวไม่สมกับเป็นภรรยาที่ดีดั่งคำสอนย่า แต่อีกใจก็นะแฮปปี้ดีเหมือนกัน เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยชินกับการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นที่มีสถานะต่างเพศสักเท่าไหร่ ยกเว้นพ่อบังเกิดเกล้า ที่รับหน้าที่เป็นพ่อ "เลี้ยงเดี่ยว" ดูแลเธอตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
ใช่ค่ะ!! พ่อฉันเป็นหม้าย โสดสนิท สถานะเมียทิ้ง ทั้งชีวิตทำแต่งาน หาแต่เงิน จนละเลยความรู้สึกเมีย พอรู้ตัวอีกทีก็โดนทิ้งไปแบบงงๆ แถมยังทิ้งของแถมให้ดูเป็นของต่างหน้า ก็คือ "เธอ" ย่าเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเธอยังอายุแค่สามเดือน ผู้ชายห่ามๆ ทำแต่งานอย่างพ่อมีหรือจะเลี้ยงเป็น ดังนั้นตอนเด็กๆ เธอจึงถูกโยนให้ย่าเลี้ยง และนี่ก็คือเหตุผลหลักเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นหลานรักของย่า ก็นะทั้งน่ารัก ทั้งน่าเอ็นดู แถมยังพกพาความน่าสงสารสดใสมาเต็ม ย่าก็เลยทั้งรักทั้งหลงเธอหนักเป็นพิเศษ ถ้าถามว่าสงสารพ่อไหม??เธอก็สงสารอยู่ แต่มาคิดในอีกมุมหนึ่งพ่อก็ทำตัวเอง มีเมียแต่ไม่ใส่ใจ สุดท้ายเมียก็เลยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี นี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอหวงชีวิตโสด เพราะไม่อยากต้องมานั่งสังเกตุความรู้สึกใคร "ความรัก" คืออะไร เธอยังให้นิยามไม่ถูกเลยมั้ง แล้วยังมาถูกจับแต่งงานอีก อนิจจา.... ชีวิตของญาริน หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงที่โซฟากลางห้องรับแขก เธอนั่งเอนหลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยต่ออีกสักพัก ในเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้าน มีแค่เธอคนเดียว เธอก็นะ...ทำทุกอย่างได้ตามแต่ใจ รอยยิ้มบางๆ ผุดที่ใบหน้าสวยหวาน เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างใช้ชีวิตให้เหมือนตอนยังโสดเลยได้ยิ่งดี นั่นคือความคิดเธอ แต่ไม่ใช่ความคิดย่า เพราะถึงเธอจะแต่งงานแล้ว แต่มันไม่ใช่จุดจบ มันคือจุดเริ่มต้นของความประสาทแดก เพราะการที่เธอแต่งงาน และย้ายมาอยู่ที่บ้านริมน้ำแสนสวยที่ย่ายกให้ มันทำให้เธอถูกจับตามองได้ง่ายขึ้น สายสืบของย่ามีรอบตัว เพราะบ้านมันอยู่ในรั้วเดียวกัน พอย่ารู้ว่าเธอตื่นสาย แถมยังไม่ทำหน้าที่ภรรยาหาอะไรให้หลานเขยสุดประเสริฐกิน ย่าก็โกรธจนควันออกหู เรียกหาเธอเสียงหลง ไม่พอยังจับเธอมานั่งอบรมหน้าที่ของศรีภรรยาใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อเห็นเธอทำหน้าเลื่อนลอยอ้าปากหาวแล้วหาวอีกเหมือนไม่สนใจ ระเบิดก็เลยลง พร้อมทั้งโดนขู่เสียงแข็งจนเสียวสันหลังวาบว่า..... "ญาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ญามีครอบครัวแล้ว ถ้าญาทำไม่ได้ ย่าจะไม่ยกอะไรให้ญาเลยสักอย่างเดียว" "อะไรนะคะ!!" หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยแววตาตกใจ จริงอยู่ที่เธอตื่นสาย แต่ทำไมถึงลามมาที่เรื่องมรดกอีกแล้วล่ะ "ไหนย่าเคยรับปากว่าจะยกไร่องุ่นให้หลังจากที่ญาตกลงแต่งงานกับพี่พีทแล้วไงคะ" ทวงความจำย่าที่บอกกับเธอวันนั้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน มีที่ไหนจะไม่ยกให้เธอ ในเมื่อเธอยอมตกลงแต่งงานแล้ว "ย่าจะยกให้ก็ต่อเมื่อญาทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของพ่อพีทให้ย่าได้เห็น ย่าขอแค่นี้ไม่ได้ยากเลย ญาทำให้ย่าไม่ได้หรือไง" เฮ้อ!! ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่มันไม่รู้จะทำยังไงต่างหาก เพราะคำว่าภรรยาที่ดีในความหมายของย่าคือสิ่งที่ไกลตัวเธอมาก เธอจะทำได้ยังไง ในเมื่อเธอเอาใจใครไม่เป็น ขนาดพ่อบังเกิดเกล้าเธอยังไม่ค่อยจะบอกรักเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันแบบผิวเผิน หญิงสาวคิด คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างหนักใจ หรือเธอควรจะบอกไปตรงๆ เลยว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกไปแล้วไร่องุ่นที่ควรจะเป็นของเธอหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาล่ะ เธอจะรับได้เหรอ ถามตัวเอง ก่อนจะบวกลบคูณหารในใจว่าทำใจไม่ได้แน่ๆ โอเค....ในเมื่อรู้ตัวว่าปล่อยมือไม่ได้ ก็ต้องจับยึดไว้ให้เหนียวแน่นหนึบด้วยการตอบย่าแบบขอไปทีว่า "ญาทำได้" "แน่ใจนะ" ย่าถามกลับเสียงสูง "ค่ะ ญาทำได้" "งั้นย่าจะคอยดู" คนเป็นย่าตอบรับ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่แต้มเล็กๆ ตรงมุมปาก ดวงตาสีอ่อนทอประกายอ่อนโยนขณะมองหน้าสวยๆ ของหลานสาวที่ถูกเธอท้าทายจนหลังชนฝา เธอเลี้ยงหลานคนนี้มากับมือ มีหรือเธอจะไม่รู้นิสัย คำว่า "กุลสตรี" ไม่เคยมีอยู่ในหัว แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาฝึกมากหน่อย ในเมื่อย่าอุตส่าห์เลือกผู้ชายให้แล้ว ญาก็ต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะผู้ชายดีๆ สมัยนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ดังนั้น.... เพื่อหลานสาวสุดที่รัก ย่าจะต้องปฏิวัตินิสัยแข็งๆ นี้ซะใหม่!! "คุณฤดี" หรือย่าของญารินคิดก่อนจะยื่นคำขาดให้หลานสาวลาออกจากงาน เพราะถึงทำงานไป เงินเดือนที่ได้ก็ไม่เยอะเท่ากับเงินเดือนที่เธอเสนอให้ถึงเท่าตัว คนนิสัยงกอย่างญาริน มีหรือจะไม่ตอบรับ ก็แค่เปลี่ยนจากเลขาในบริษัทมาเป็นเลขาประจำตัวย่า งานสบาย เงินก็ดี แถมยังมีไร่องุ่นของย่ารองรับอีก บอกเลยว่ามีแต่ได้กับได้ งานนี้คนที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ทั้งขึ้นทั้งร่องอย่างญารินก็รีบล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาโทรหาฝ่ายบุคคล ไม่พอยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงว่าจะทำงานด้วยการแจ้งลาออกมีผลวันนี้ต่อหน้าของย่าทันที "ญาลาออกแล้วนะคะ" หญิงสาวมองสบตาอีกฝ่ายที่พยักหน้าพลางส่งยิ้มพอใจให้ "ถ้างั้นญาก็เริ่มงานกับย่าวันนี้เลยแล้วกัน" "ย่าจะให้ญาทำอะไรคะ" หญิงสาวถามต่อด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้คุ้มกับเงินที่ย่าฟาดหัว เอ้ย!! ไม่ใช่ ให้คุ้มกับเงินที่ย่าอุตส่าห์จ้างเธอมาเป็นเลขาส่วนตัว "เอาขนมไปให้พ่อพีทที่โรงพยาบาล" "อะไรนะคะ!!" ถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู "ย่าให้เอาขนมไปให้พ่อพีท แค่นี้ญาทำไม่ได้เหรอไง หรือจะให้ย่าตัดเงินเดือนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน" "มะ...ไม่ค่ะ ญาทำได้ แต่ญาแค่คิดว่าทำไมย่าไม่ใช้คนอื่นไป ทำไมต้องญา มันร้อนนะคะ ย่าดูแดดสิ เปรี้ยงกลางหัวขนาดนี้ ถ้าญาเป็นลมแดดขึ้นมากลางทาง ใครจะช่วยญา" พูดให้ดูน่าสงสาร แต่เมื่อดูจากสายตาของย่าที่มองเธอ โอเค!! มุกนี้ใช้ไม่ได้ผล เธอคงต้องไปเอง หญิงสาวรับขนมที่ย่าทำมาถือไว้แบบเซงๆ ก็นะไม่เห็นย่าชวนเธอกินขนมสักคำ แต่ให้เอาไปให้หลานเขยแทนนี่นะ น้อยใจขั้นสุด แต่พูดไม่ได้ไง ก็เลยได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากบ้านแทน อย่าโกรธย่าเลยนะ.... คุณฤดีพึมพำขณะมองตามแผ่นหลังของหลานสาวที่ดูก็รู้ว่าน้อยใจ แต่ในเมื่อตั้งใจว่าจะสานสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกันจริงๆ เธอจำใจต้องทำ ถึงจะต้องดูเป็นย่าใจร้ายในสายตาหลานก็ยอม เพราะเธอไม่อยากเห็นหลานต้องซ้ำรอยพ่อที่บ้าทำงานจนทำชีวิตครอบครัวพัง ในเมื่อสามีมีหน้าที่การงานดี หลานเธอก็มีหน้าที่แค่เอาใจ "สามี" ก็พอ พ่อพีทจะต้องเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดที่ได้หลานของย่าเป็นเมีย เชื่อฝีมือย่าคนนี้ได้เลย!! คนมีแผนก็มีแผนไป.... ส่วนคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างญาริน ก็กำลังขับรถวนหาที่จอดในโรงพยาบาล โอ้ย!! ตรงนี้ก็เต็ม ตรงนั้นก็เต็ม ทำไมที่จอดมันหายากขนาดนี่เนี้ย และกว่าเธอจะวนหาที่จอดได้ ก็ทำเอาหน้าสวยๆ นั้นหงุดหงิด นั่งปรับอารมณ์ในรถสักพัก ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาล แน่นอนว่าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีทำงานอยู่ตรงไหน เพราะไม่เคยได้มีโอกาสถามอะไรเลย แค่วุ่นกับงานแต่งก็เหนื่อยแทบขาดใจ ใครจะไปมีเวลาถามถึงเรื่องส่วนตัว อ่อ!! แล้วเจ้าตัวเองก็ไม่โผล่หัวมาให้ถามด้วย "หมอพีท....." คำว่า "อยู่ไหน" ติดตรงริมฝีปากสีแดงสวย เธอควรจะแนะนำตัวดีไหมว่าเธอเป็นใคร มาหาหมอพีททำไม เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของพยาบาลสาวนมโตที่จ้องเธอราวกับว่าเป็นศัตรู ก่อนจะร้อง "อ๋อ" ขึ้นมา ผู้หญิงไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเห็นมีไม่กี่สาเหตุหรอก ที่เห็นชัดๆ ก็หวงหรือไม่ก็กันท่า ดูท่าสามีแค่ในนามของเธอจะเสน่ห์แรงถึงขั้นถูกสาวๆ เลื่อนตำแหน่งจาก "หมอ" รักษาคนให้เป็น "สามีทิพย์" รักษาใจ แหมๆ เห็นอย่างนี้แล้วก็อดปลาบปลื้มดีใจแทนสามีไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้หึงนะ.... ก็แค่แอบหมั่นไส้ ดังนั้นก็นะ ประกาศก้องให้สาวๆ ที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยากได้สามีเธอให้รู้ไปเลยแบบสวยๆ คูลๆ แต่แฝงด้วยความเผ็ดเบาๆ ว่า "ช่วยแจ้งหมอพีทว่า....." หญิงสาวทำหน้าคิดก่อนจะแสร้งโปรยยิ้มหวานพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหนียมอายประหนึ่งเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ขาดกันสักนาทีไม่ได้ว่า "ภรรยาสุดที่รักคิดถึงก็เลยมาหาค่ะ" ถึงจะไม่ได้รัก แต่ในทางกฏหมาย พี่หมอก็คือของๆ เธอ ดังนั้นคนงกอย่างเธอ ก็แค่ไม่อยากแบ่งของที่เป็นของตัวเองให้ใครเชยชม บอกแล้วไงว่าไม่ได้หึง.... เธอแค่เป็นคนหวง (ของ) เฉยๆ "หมดไปเท่าไหร่คะ"น้ำเสียงที่ถาม ทำคนฟังเสียววาบไปถึงไขสันหลัง สายตาของเมียที่จ้องเขม็งมาบอกตรงๆ ว่ามันทำให้เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้อยากปกปิด แต่เซ้นส์มันเตือนว่า "อย่า" ดังนั้นความจริงที่พูดออกไปมันก็เลยมีแค่ครึ่งเดียว"ไม่แพงครับ""ไม่แพงของพี่พีท...คือเท่าไหร่คะ"คนตัวเล็กถามจี้ หมายคาดคั้นจะเอาตัวเลขจากปากสามีให้ได้ ของที่ซื้อมาให้เธอแน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนชอบ เธอเองก็ด้วยถ้าถามว่าดีใจไหม มันก็ดีใจนะ แต่มันติดตรงที่....พี่พีทคะพี่จะซื้อมาทำไมยกโหล!!คนรอบคอบในการใช้เงินอย่างเธอได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อันไหนของถูก อันไหนของแพง อันไหนได้แค่มองแต่ซื้อไม่ลง เธอย่อมรู้ดีแก่ใจ มองปราดเดียวตัวเลขก็รันยิกๆ ในหัว เอาราคาเต็มๆ คูณเข้าไปสิคะสิบสองแท่งไม่ขาดไม่เกิน กรีดร้องหนักมาก!! มีที่ไหนจัดลิปสติกมาให้เมียครบทุกเฉดสี หัวจะปวดกับถุงแรก พอมาเปิดถุงที่สองอื้อหืม.....กลิ่นหอมตีขึ้นจมูกเต็มๆ ถึงจะยังไม่เห็นแต่ในใจรู้เลยว่าคือ "น้ำหอม" กลิ่นของมันช่วยทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายได้หน่อยหนึ่ง แต่พอล้วงมือเข้าไปเท่านั้นล่ะ ปวดหัวหนักกว่าเดิม ถ้าซื้อมาขวดเดียว โอเค...เธอรับได้!! แต่พี่พี
"จ่ายเป็นบัตรนะครับ"พีทบอกพนักงานในห้าง ที่จริงเวลานี้เขาควรจะกลับถึงบ้านแล้ว แต่เพราะบังเอิญเข้าไปเห็นกระทู้หนึ่งที่กำลังแชร์กันเป็นวงกว้าง ก็เลยสนใจ คิดว่าจะกดเข้าไปอ่านเพลินๆ แก้เบื่อระหว่างรอรถติด แต่ที่ไหนได้ ในบรรดาคนที่มาตอบกระทู้อย่างเมามันท์หนึ่งในนั้นก็คือ เอ่อ...เมียผมเอง!!#สามีในฝันกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อกดเลื่อนขึ้นไปอ่านหัวข้อกระทู้สุดฮอตให้แน่ใจอีกครั้ง สามีในฝันของเมียจะต้องเป็นยังไง ใช่ครับวินาทีนั้นผมอยากรู้จนต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมันข้างทาง แล้วก็ตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรที่เมียพิมพ์ อ่านจบก็ไม่วายนั่งประเมินตัวเองว่ามีครบอย่างที่เมียต้องการไหมหล่อ สปอร์ต ใจดี มีเวลาให้!!อันที่จริงคนชมว่าเขาหล่อเยอะแยะ แต่ไม่แน่ใจว่านิยามผู้ชาย "หล่อ" ของเมียเป็นยังไง จะใช่แบบเขารึเปล่านะ ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ก็นะคนมันอยากดูดี อยากหล่อในสายตาเมีย นั่งคิดอยู่นานว่าจะทำยังไง ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้เมียติดซีรี่ย์เกาหลีหนักมาก ขนาดเขาไม่เคยดู ยังรู้เลยว่าพระเอก พระรองชื่ออะไรหล่ออย่างนั้น หล่ออย่างนี้อยากเป็นนางเอกและก็ บลา บลา บลา...ตีความว่าต้องใช่แน่ๆ ก
พีท วันนี้จะได้เจอกันแล้วนะรู้ไหมว่าเชอรี่คิดถึงพีทมากพีทก็คิดถึงเชอรี่ใช่ไหม??ข้อความคิดถึงถูกพิมพ์ส่งไปหาอดีตแฟน หน้าจอแชทยังเงียบ ทุกอย่างว่างเปล่า ตั้งแต่เลิกรากันไป พีทก็ไม่ติดต่อเธอเลย ข้อความในไลน์คือสิ่งเดียวที่ผูกพันธ์ มันทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนได้ใกล้ชิดกับพีทอยู่ เธอพิมพ์ประโยคเดิมๆ ส่งไปที่ไลน์ชายหนุ่มทุกวันไม่เคยขาดกินข้าวยัง??นอนกี่โมง??อยากเจอนะ!!แน่นอนว่ามันคือคำถามที่ไม่มีคำตอบ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้คุยกัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี วันนั้นพีทบอกเธอว่า "ขอโทษ" แล้วก็ "ขอเลิก" ทุกอย่างจบเร็วมาก เธอตั้งตัวไม่ทันแต่เพราะยังคิดถึง ยังมีเยื่อใย ยังตัดใจไม่ลง เธอก็เลยยังเก็บข้อความเก่าๆ ที่เคยคุยกัน และส่งหาอีกฝ่ายให้เหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติถ้าพีทไม่มีใครมาคบกับเราไหมเราชอบพีทนะ!!!นั่นคือคำสารภาพรักตอนมกหก เธอถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า "มีคนที่ชอบอยู่แล้ว" วินาทีนั้นคือหน้าชา ยืนอึ้ง เพราะไม่ได้เตรียมใจมาว่าจะต้องอกหัก คือแบบทำตัวไม่ถูก ในหัวคิดแต่ว่า "รับไม่ได้" ในเมื่อเธอเป็นถึงดาวโรงเรียน ความสวยย่อมการันตี มั่นใจก็เลยสารภาพออกไป แต่กลับถูกหักหน้าด้วยการ
สายตาคมเข้มจ้องมองแผ่นหลังเมียที่กำลังชงกาแฟให้ อยากถาม แต่ก็ไม่กล้า เธออยากได้อะไรรึเปล่านะ ช่วงนี้ถึงได้ขยันเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษ อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากทำอะไรก็ได้ทำ โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า เธอสนองตอบเต็มที่ แทบไม่ปฏิเสธเขาเลย คิ้วหนาขมวดย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย เพราะหลายวันมานี้การกระทำของเมียดูแปลกไปแบบพลิกฝ่ามือจริงๆ พี่พีทเหนื่อยไหม เดี๋ยวญานวดให้พี่พีทคะ กลับเร็วๆ นะ ญาคิดถึงพี่พีทคะ วันนี้ญาถูหลังให้นะพี่พีทคะ คืนนี้ญา.....และอีก บลา บลา บลาถึงจะสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถาม ทุกวันนี้เขามีความสุขดี คำว่า "คิดถึง" มันทำให้หัวใจที่เคยเหี่ยวแห้งกลับมามีชีวิตชีวา ทุกสิ่งที่ญารินทำเหมือนกำลังเติมเต็มบางอย่างที่เคยหายไปให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมคำก็พี่พีทสองคำก็พี่พีทไม่รู้คิดไปเองไหม แต่ญาในวันนี้ ทำไมถึงได้เหมือนกับญาในวันนั้น วันที่มีเขาอยู่เต็มหัวใจ ไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ก็อดคิดไม่ได้ ว่าญาอาจจะรักเขาเข้าให้แล้ว ที่เห็นชัดๆ เลยคือเธอตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะลุกขึ้นมาทำอาหารให้เขากินก่อนไปทำงาน ทั้งที่เขาเคยบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่เธอก็รบเร้าว่า "อยากทำ" สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องยอม เพร
"ย่าคะ จดหมายของญาอยู่ไหน"คำถามของญารินทำเอาคนที่กำลังนั่งเอนหลังจิบชาสบายๆ ในเช้าวันเสาร์ถึงกับสำลักดัง "แค่ก" นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่พอเงยหน้าขึ้นมองหน้าที่จริงจังของหลานสาวที่ถ่อมาหาเธอตั้งแต่เช้า มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่า สิ่งที่เธอกลัวนักกลัวหนากำลังจะเกิดขึ้น "ญะ...ญาจำได้แล้วเหรอ"ปลายเสียงสั่น เมื่อได้ยินคำว่า "จดหมาย" เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันแค่สองคนย่าหลาน ดังนั้นพอถูกถามถึงมันก็เลยทำให้เธอคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจาก...จำทุกอย่างได้แล้ว!!"ค่ะ!! ญาจำได้แล้ว""ถ้าอย่างนั้นพ่อพีทล่ะ""พี่พีท...."พอถูกถามถึงสามี สีหน้าของหลานสาวก็พลันเปลี่ยนไปแลดูหมองหม่นไม่สดใสดังเดิม"อย่าบอกนะว่า....."ยกมือขึ้นมาปิดปาก ไม่กล้าพูดคำๆ นั้นออกมา ได้แต่คิดสงสารหลานเขยจับใจ เธอไม่อยากเห็นทั้งสองคนทะเลาะกัน แต่ข้อความที่เขียนในจดหมายนั้นมันบ่งบอกว่า...หลานของเธอเกลียดพ่อพีทจริงๆ"ญายังไม่ได้บอกพี่พีทคะ"เมื่อได้ยินดังนั้น คนเป็นย่าที่หายใจไม่ทั่วท้องก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ด้วยความโล่งอก การที่ญารินโตขึ้นมันทำให้เธอมีเหตุผลมากพอที่จะรับฟัง คนแก่ที่ตั้งใจปกปิดเรื่องราวทุกอย่างมาหลายป
"ญากลัวค่ะย่า"เสียงใสสั่นเครือ ใบหน้ากลมน่ารักน่าหยิกซีดขาว วันนี้เธอต้องเข้าห้องผ่าตัด เธอกลัวมาก กลัวจริงๆ เพราะนี่คือการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตของเธอการผ่าตัดจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี!!นั่นคือคำพูดปลอบใจของลุงหมอที่เธอเคารพ คุณลุงเป็นเพื่อสนิทของพ่อและเป็นศัลแพทย์เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ดังนั้นไอ้อาการปวดหัวแบบไม่มีที่มาที่ไปจึงถูกวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อความสบายใจในระยะยาวของพ่อและย่า ลุงหมอจึงเสนอว่าเธอควรผ่าเอาเนื้องอกก้อนนี้ออกให้เร็วที่สุดพอรู้ว่าเธอมีเนื้องอก ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก กำหนดวันผ่าตัดเป็นวันเดียวกับพี่พีทต้องสอบสัมภาษณ์ที่ต่างจังหวัด เธอไม่กล้าบอก ไม่กล้าโทรหา เพราะอยากให้พี่พีทมีสมาธิกับการสอบสัมภาษณ์ให้เต็มที่วันสำคัญของพี่พีทเธอจะต้องไม่ทำตัวเป็นภาระ!!บอกตัวเอง ห้ามใจไม่ให้โทรหา เพราะพี่พีทต้องอ่านหนังสือ แต่พอไม่ได้คุยกัน มันก็คิดถึงจนต้องระบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร ความในใจที่ซ่อนเก็บไว้มานาน ตอนนี้ถูกเขียนออกมาเป็นประโยคสารภาพรักอย่างตั้งใจ ลบๆ เขียนๆ อยู่นาน หวานไปไหม เลี่ยนไปรึเปล่า?? อ่านทวนประโยคที่ตัวเองเขียนแล้วก็หน้าแดง แต่ถึงอย่างนั้นเธอ







