로그인คนที่นอนตื่นสายเดินลงมาจากห้องนอน สายตากวาดมองไปทั่วชั้นล่าง แต่ไม่พบเงาของคนที่ได้ชื่อว่า "สามี" ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดที่ทำตัวไม่สมกับเป็นภรรยาที่ดีดั่งคำสอนย่า แต่อีกใจก็นะแฮปปี้ดีเหมือนกัน เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยชินกับการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นที่มีสถานะต่างเพศสักเท่าไหร่ ยกเว้นพ่อบังเกิดเกล้า ที่รับหน้าที่เป็นพ่อ "เลี้ยงเดี่ยว" ดูแลเธอตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
ใช่ค่ะ!! พ่อฉันเป็นหม้าย โสดสนิท สถานะเมียทิ้ง ทั้งชีวิตทำแต่งาน หาแต่เงิน จนละเลยความรู้สึกเมีย พอรู้ตัวอีกทีก็โดนทิ้งไปแบบงงๆ แถมยังทิ้งของแถมให้ดูเป็นของต่างหน้า ก็คือ "เธอ" ย่าเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเธอยังอายุแค่สามเดือน ผู้ชายห่ามๆ ทำแต่งานอย่างพ่อมีหรือจะเลี้ยงเป็น ดังนั้นตอนเด็กๆ เธอจึงถูกโยนให้ย่าเลี้ยง และนี่ก็คือเหตุผลหลักเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นหลานรักของย่า ก็นะทั้งน่ารัก ทั้งน่าเอ็นดู แถมยังพกพาความน่าสงสารสดใสมาเต็ม ย่าก็เลยทั้งรักทั้งหลงเธอหนักเป็นพิเศษ ถ้าถามว่าสงสารพ่อไหม??เธอก็สงสารอยู่ แต่มาคิดในอีกมุมหนึ่งพ่อก็ทำตัวเอง มีเมียแต่ไม่ใส่ใจ สุดท้ายเมียก็เลยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี นี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอหวงชีวิตโสด เพราะไม่อยากต้องมานั่งสังเกตุความรู้สึกใคร "ความรัก" คืออะไร เธอยังให้นิยามไม่ถูกเลยมั้ง แล้วยังมาถูกจับแต่งงานอีก อนิจจา.... ชีวิตของญาริน หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงที่โซฟากลางห้องรับแขก เธอนั่งเอนหลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยต่ออีกสักพัก ในเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้าน มีแค่เธอคนเดียว เธอก็นะ...ทำทุกอย่างได้ตามแต่ใจ รอยยิ้มบางๆ ผุดที่ใบหน้าสวยหวาน เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างใช้ชีวิตให้เหมือนตอนยังโสดเลยได้ยิ่งดี นั่นคือความคิดเธอ แต่ไม่ใช่ความคิดย่า เพราะถึงเธอจะแต่งงานแล้ว แต่มันไม่ใช่จุดจบ มันคือจุดเริ่มต้นของความประสาทแดก เพราะการที่เธอแต่งงาน และย้ายมาอยู่ที่บ้านริมน้ำแสนสวยที่ย่ายกให้ มันทำให้เธอถูกจับตามองได้ง่ายขึ้น สายสืบของย่ามีรอบตัว เพราะบ้านมันอยู่ในรั้วเดียวกัน พอย่ารู้ว่าเธอตื่นสาย แถมยังไม่ทำหน้าที่ภรรยาหาอะไรให้หลานเขยสุดประเสริฐกิน ย่าก็โกรธจนควันออกหู เรียกหาเธอเสียงหลง ไม่พอยังจับเธอมานั่งอบรมหน้าที่ของศรีภรรยาใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อเห็นเธอทำหน้าเลื่อนลอยอ้าปากหาวแล้วหาวอีกเหมือนไม่สนใจ ระเบิดก็เลยลง พร้อมทั้งโดนขู่เสียงแข็งจนเสียวสันหลังวาบว่า..... "ญาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ญามีครอบครัวแล้ว ถ้าญาทำไม่ได้ ย่าจะไม่ยกอะไรให้ญาเลยสักอย่างเดียว" "อะไรนะคะ!!" หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยแววตาตกใจ จริงอยู่ที่เธอตื่นสาย แต่ทำไมถึงลามมาที่เรื่องมรดกอีกแล้วล่ะ "ไหนย่าเคยรับปากว่าจะยกไร่องุ่นให้หลังจากที่ญาตกลงแต่งงานกับพี่พีทแล้วไงคะ" ทวงความจำย่าที่บอกกับเธอวันนั้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน มีที่ไหนจะไม่ยกให้เธอ ในเมื่อเธอยอมตกลงแต่งงานแล้ว "ย่าจะยกให้ก็ต่อเมื่อญาทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของพ่อพีทให้ย่าได้เห็น ย่าขอแค่นี้ไม่ได้ยากเลย ญาทำให้ย่าไม่ได้หรือไง" เฮ้อ!! ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่มันไม่รู้จะทำยังไงต่างหาก เพราะคำว่าภรรยาที่ดีในความหมายของย่าคือสิ่งที่ไกลตัวเธอมาก เธอจะทำได้ยังไง ในเมื่อเธอเอาใจใครไม่เป็น ขนาดพ่อบังเกิดเกล้าเธอยังไม่ค่อยจะบอกรักเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันแบบผิวเผิน หญิงสาวคิด คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างหนักใจ หรือเธอควรจะบอกไปตรงๆ เลยว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกไปแล้วไร่องุ่นที่ควรจะเป็นของเธอหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาล่ะ เธอจะรับได้เหรอ ถามตัวเอง ก่อนจะบวกลบคูณหารในใจว่าทำใจไม่ได้แน่ๆ โอเค....ในเมื่อรู้ตัวว่าปล่อยมือไม่ได้ ก็ต้องจับยึดไว้ให้เหนียวแน่นหนึบด้วยการตอบย่าแบบขอไปทีว่า "ญาทำได้" "แน่ใจนะ" ย่าถามกลับเสียงสูง "ค่ะ ญาทำได้" "งั้นย่าจะคอยดู" คนเป็นย่าตอบรับ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่แต้มเล็กๆ ตรงมุมปาก ดวงตาสีอ่อนทอประกายอ่อนโยนขณะมองหน้าสวยๆ ของหลานสาวที่ถูกเธอท้าทายจนหลังชนฝา เธอเลี้ยงหลานคนนี้มากับมือ มีหรือเธอจะไม่รู้นิสัย คำว่า "กุลสตรี" ไม่เคยมีอยู่ในหัว แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาฝึกมากหน่อย ในเมื่อย่าอุตส่าห์เลือกผู้ชายให้แล้ว ญาก็ต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะผู้ชายดีๆ สมัยนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ดังนั้น.... เพื่อหลานสาวสุดที่รัก ย่าจะต้องปฏิวัตินิสัยแข็งๆ นี้ซะใหม่!! "คุณฤดี" หรือย่าของญารินคิดก่อนจะยื่นคำขาดให้หลานสาวลาออกจากงาน เพราะถึงทำงานไป เงินเดือนที่ได้ก็ไม่เยอะเท่ากับเงินเดือนที่เธอเสนอให้ถึงเท่าตัว คนนิสัยงกอย่างญาริน มีหรือจะไม่ตอบรับ ก็แค่เปลี่ยนจากเลขาในบริษัทมาเป็นเลขาประจำตัวย่า งานสบาย เงินก็ดี แถมยังมีไร่องุ่นของย่ารองรับอีก บอกเลยว่ามีแต่ได้กับได้ งานนี้คนที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ทั้งขึ้นทั้งร่องอย่างญารินก็รีบล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาโทรหาฝ่ายบุคคล ไม่พอยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงว่าจะทำงานด้วยการแจ้งลาออกมีผลวันนี้ต่อหน้าของย่าทันที "ญาลาออกแล้วนะคะ" หญิงสาวมองสบตาอีกฝ่ายที่พยักหน้าพลางส่งยิ้มพอใจให้ "ถ้างั้นญาก็เริ่มงานกับย่าวันนี้เลยแล้วกัน" "ย่าจะให้ญาทำอะไรคะ" หญิงสาวถามต่อด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้คุ้มกับเงินที่ย่าฟาดหัว เอ้ย!! ไม่ใช่ ให้คุ้มกับเงินที่ย่าอุตส่าห์จ้างเธอมาเป็นเลขาส่วนตัว "เอาขนมไปให้พ่อพีทที่โรงพยาบาล" "อะไรนะคะ!!" ถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู "ย่าให้เอาขนมไปให้พ่อพีท แค่นี้ญาทำไม่ได้เหรอไง หรือจะให้ย่าตัดเงินเดือนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน" "มะ...ไม่ค่ะ ญาทำได้ แต่ญาแค่คิดว่าทำไมย่าไม่ใช้คนอื่นไป ทำไมต้องญา มันร้อนนะคะ ย่าดูแดดสิ เปรี้ยงกลางหัวขนาดนี้ ถ้าญาเป็นลมแดดขึ้นมากลางทาง ใครจะช่วยญา" พูดให้ดูน่าสงสาร แต่เมื่อดูจากสายตาของย่าที่มองเธอ โอเค!! มุกนี้ใช้ไม่ได้ผล เธอคงต้องไปเอง หญิงสาวรับขนมที่ย่าทำมาถือไว้แบบเซงๆ ก็นะไม่เห็นย่าชวนเธอกินขนมสักคำ แต่ให้เอาไปให้หลานเขยแทนนี่นะ น้อยใจขั้นสุด แต่พูดไม่ได้ไง ก็เลยได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากบ้านแทน อย่าโกรธย่าเลยนะ.... คุณฤดีพึมพำขณะมองตามแผ่นหลังของหลานสาวที่ดูก็รู้ว่าน้อยใจ แต่ในเมื่อตั้งใจว่าจะสานสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกันจริงๆ เธอจำใจต้องทำ ถึงจะต้องดูเป็นย่าใจร้ายในสายตาหลานก็ยอม เพราะเธอไม่อยากเห็นหลานต้องซ้ำรอยพ่อที่บ้าทำงานจนทำชีวิตครอบครัวพัง ในเมื่อสามีมีหน้าที่การงานดี หลานเธอก็มีหน้าที่แค่เอาใจ "สามี" ก็พอ พ่อพีทจะต้องเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดที่ได้หลานของย่าเป็นเมีย เชื่อฝีมือย่าคนนี้ได้เลย!! คนมีแผนก็มีแผนไป.... ส่วนคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างญาริน ก็กำลังขับรถวนหาที่จอดในโรงพยาบาล โอ้ย!! ตรงนี้ก็เต็ม ตรงนั้นก็เต็ม ทำไมที่จอดมันหายากขนาดนี่เนี้ย และกว่าเธอจะวนหาที่จอดได้ ก็ทำเอาหน้าสวยๆ นั้นหงุดหงิด นั่งปรับอารมณ์ในรถสักพัก ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาล แน่นอนว่าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีทำงานอยู่ตรงไหน เพราะไม่เคยได้มีโอกาสถามอะไรเลย แค่วุ่นกับงานแต่งก็เหนื่อยแทบขาดใจ ใครจะไปมีเวลาถามถึงเรื่องส่วนตัว อ่อ!! แล้วเจ้าตัวเองก็ไม่โผล่หัวมาให้ถามด้วย "หมอพีท....." คำว่า "อยู่ไหน" ติดตรงริมฝีปากสีแดงสวย เธอควรจะแนะนำตัวดีไหมว่าเธอเป็นใคร มาหาหมอพีททำไม เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของพยาบาลสาวนมโตที่จ้องเธอราวกับว่าเป็นศัตรู ก่อนจะร้อง "อ๋อ" ขึ้นมา ผู้หญิงไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเห็นมีไม่กี่สาเหตุหรอก ที่เห็นชัดๆ ก็หวงหรือไม่ก็กันท่า ดูท่าสามีแค่ในนามของเธอจะเสน่ห์แรงถึงขั้นถูกสาวๆ เลื่อนตำแหน่งจาก "หมอ" รักษาคนให้เป็น "สามีทิพย์" รักษาใจ แหมๆ เห็นอย่างนี้แล้วก็อดปลาบปลื้มดีใจแทนสามีไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้หึงนะ.... ก็แค่แอบหมั่นไส้ ดังนั้นก็นะ ประกาศก้องให้สาวๆ ที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยากได้สามีเธอให้รู้ไปเลยแบบสวยๆ คูลๆ แต่แฝงด้วยความเผ็ดเบาๆ ว่า "ช่วยแจ้งหมอพีทว่า....." หญิงสาวทำหน้าคิดก่อนจะแสร้งโปรยยิ้มหวานพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหนียมอายประหนึ่งเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ขาดกันสักนาทีไม่ได้ว่า "ภรรยาสุดที่รักคิดถึงก็เลยมาหาค่ะ" ถึงจะไม่ได้รัก แต่ในทางกฏหมาย พี่หมอก็คือของๆ เธอ ดังนั้นคนงกอย่างเธอ ก็แค่ไม่อยากแบ่งของที่เป็นของตัวเองให้ใครเชยชม บอกแล้วไงว่าไม่ได้หึง.... เธอแค่เป็นคนหวง (ของ) เฉยๆ พอเข้าใจกัน...ทุกอย่างมันก็ลงตัว!!คำว่า "รัก" ที่ออกมาจากปากภรรยาทำเอาหมอหนุ่มยิ้มแก้มปริไปหลายวัน นั่งก็ยิ้ม ยืนก็ยิ้มตรวจคนไข้ก็ยิ้ม ยิ้มจนหมอคิมต้องเบ้ปากใส่รัวๆ เพราะความอิจฉา ว่าแล้วเชียวว่าทำไมไอ้พีทมันถึงรักเมีย หลงเมีย ที่แท้ได้เมียสวยยังกับดารา แล้วยังนี้จะไม่ให้เขาอิจฉาได้ยังไงไอ้พีทนอนกอดเมีย...ส่วนเขาได้แต่กอดหมอนข้างไปวันๆอนิจจา....ชีวิตกูช่างว้าเหว่จริงๆ"ไอ้คิม""อะไรวะ!!"คิมเงยหน้าขึ้นจากชาร์ทคนไข้"เมียกูฝากมาบอกว่าอยากเจอมึง""อยากเจอกู??"หมอคิมทำหน้างงๆ ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง"ใช่!!"พีทพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้"มีกินข้าวไหม"ถามด้วยความระแวง"ไอ้เหี้ยคิม มึงลดหุ่นเหรอ ถึงได้ถามอะไรแปลกๆ เมียกูชวนไปทั้งทีจะให้มึงแดกน้ำเปล่าอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องมีกินข้าวสิวะ"คนที่ยังจดจำรสชาติปิ่นโตอาหารในวันนั้นได้ถึงกับสบถ "ฉิบ***" ในใจ เขาอยากจะไปนะ แต่เข้าใจไหมว่ามันลำบากใจหนักมาก หลงเมียพอเข้าใจ แต่มึงช่วยสงสารไตกูบ้าง ความเค็มที่ติดลิ้นในวันนั้นกูยังจำลากยาวมาจนถึงวันนี้"มึงว่างวันไหน""กูไม่แน่ใจ"คิมตอบออกไปแบบไม่ต้องคิด"วันอาทิตย์เย็นเป็นไง มึงไม่มีเวรน
"พะ....พี่พีท"ญารินเรียกชื่อสามีที่อยู่ๆ ก็วิ่งตรงเข้ามาสวมกอดเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อารมณ์คืองงหนักมากจริงๆ พ่อจ๋า!! ทั้งอาย ทั้งตกใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังยืนกอดกับผัวอยู่หน้าเวที โดยมีผู้รับชมเป็นแขกของทางร้านที่พากันปรบมือให้อย่างชอบใจ และแน่นอนว่าเมื่อดูจากสายตาที่มองมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกับสามีได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยเกิดอะไรขึ้น!!!ได้แต่ถามตัวเองที่กำลังยืนงงๆ ในดงนักดนตรี พอแหงนมองหน้าหล่อๆ ของผัวก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตาของพี่พีทแดง ส่วนอ้อมแขนก็สั่นจนสัมผัสได้ กำลังจะอ้าปากถามว่านี่มันเรื่องอะไร แต่คำถามของสามีก็ทำเอาเธอชะงักไปซะก่อน ไมค์ที่ถือในมือถึงกับร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ เมื่อเธอได้ยินสามีพูดข้างหูว่า"ญาจำพี่ได้แล้วเหรอครับ"คำถามนี้ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก พูดง่ายๆ ก็ยืนใบ้กินไปชั่วขณะ หัวใจมันเต้นแรง แถมยังหาเสียงตัวเองไม่เจอทำไมพี่พีทถึงรู้ว่าเธอจำได้ล่ะ เมื่อกี้เธอเผลอตัวพูดไปเหรอ ไม่นะ!! เธอไม่ได้พูด เธอไม่ได้เมาสักหน่อย และถ้าเธอพูดเธอก็ต้องจำได้สิ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวไปด้วยความสับสน ในเมื่อเธอไม่ได้พูด แล้วใครจะพูด ในเมื่อเรื่องน
"อ้าวหนูญามาอยู่นี่เอง ป้าเดินหาตั้งนาน""เจ้กิ่ง" เจ้าของร้านอาหารกึ่งผับพอเห็นหลานเพื่อนปุ๊บก็รีบตรงเข้ามาหา ถึงวันแต่งงานเธอจะติดธุระไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี แต่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ยืนข้างๆ หญิงสาวคือใคร พอได้ยินแว่วๆ มาบ้างว่าฤดีได้หลานเขยเป็นหมอ แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะหล่อกระแทกตาขนาดนี้เฮอะ!! ฤดีตาแหลมไม่เบาเลย~ว่าแล้วก็อดชมเพื่อนไม่ได้ เธอกับฤดีเป็นเพื่อนสนิทกันมานานเป็นสิบๆ ปี รู้ใจกันดียิ่งกว่าอะไร พอว่างตรงกันเมื่อไหร่พวกเธอก็มักจะนัดเจอกันเป็นประจำ พูดคุยเรื่องทั่วไป ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันตามประสาคนแก่ ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะเป็นฝ่ายรับฟังเพราะพูดไม่ทันฤดีที่ชอบมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ และมักจะจบด้วยการหยิบปัญหาหนักอกขึ้นมาระบาย นั่นก็คือ "กลัวหลานสาวคนโปรดขึ้นคาน" ไม่แค่พูดเปล่าแต่ยังไล่ถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าพอมีหลานนิสัยดีๆ หน้าที่การงานมั่นคงแนะนำไหม?? พอลองแนะนำให้ก็เอาแต่บอกว่าไม่ตรงใจ สุดท้ายทุกคนก็ลงความเห็นว่า "แล้วแต่เลย" เห็นหาอยู่นาน ที่แท้ก็ชอบอย่างนี้นี่เอง คิดพลันยิ้มน้อยๆ ขณะพินิจมองหน้าหมอหนุ่มที่ยกมือไหว้เธอแหมๆ ~หลานเพื่อนก็
"อุ้ย!! ลืมไปว่ามีคนนอก พี่คนนี้คือ...."จูบจนพอใจแล้วก็ถามสามีที่ยังยืนงงๆ"อะ....อ๋อ เพื่อนพี่ครับ""อะไรนะคะ ญาไม่ค่อยได้ยิน"แกล้งถามซ้ำทั้งที่ได้ยินเต็มสองรูหู"เพื่อนพี่เองครับ!!"ครั้งนี้ตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ โอเค!! เธอให้สามผ่าน ถือว่าพี่พีทยังทำหน้าที่สามีได้ดี ถามอะไรตอบหมด ส่วนคนที่โดนย้ำสถานะให้รู้ถึงสองครั้งก็ยืนหน้าชาไปตามระเบียบ"อ่ออออออ เพื่อนพี่พีทนี่เอง"มองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยแรงโมโห แต่แค่นี้มันยังไม่พอ มันยังไม่สาแก่ใจ เธอจะต้องทำให้พี่เชอรี่รู้ เธอต้องทำให้พี่เชอรี่เห็นว่าไม่มีวันที่จะมาแย่งคนของเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง"พี่พีทคะ"หันไปทำเสียงอ้อนใส่ผัวที่ยืนงง บอกตามตรงว่าตามอารมณ์เมียไม่ทัน"ครับ""บอกรักญาหน่อยสิ!!""อะไรนะครับ!!"ไม่แน่ใจก็เลยถามเมียอีกที"ก็บอกรักญาไง"หยิกแก้มสามีขี้สงสัยไปแรงๆ หนึ่งที และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าจะต้องบอกรักเมียดังๆ ไม่อย่างนั้นแก้มที่โดนหยิกคงได้เขียวข้ามวันแน่ๆ"พี่รักญาครับ""เบาจังเลย~"แสร้งทำหน้าน้อยใจ เพื่อกระตุ้นให้ผัวพูดดังๆ แน่นอนว่าเธอได้ยินแล้ว ก็แค่อยากแชร์ให้เพื่อนของพี่พีทได้ยินด้วยก็เท่านั้นเอง"พี่รักญาครับ!!!!"พ
พอเห็นภาพที่พี่คิมแท็กมา มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่าพี่เชอรี่ยังคงชอบพี่พีทไม่เปลี่ยนแปลง นมโตๆ ที่บดๆ เบียดๆ แขนของสามีเธอ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่พี่เชอรี่ทำล้วนดูจงใจ ตั้งแต่ที่เธอความจำเสื่อม พี่เชอรี่ก็ได้โอกาสอยู่ใกล้พี่พีท อาศัยจังหวะและโอกาสดีๆ เลื่อนขั้นจาก "เพื่อน" ขึ้นมาเป็น "แฟน" และใช่!! พี่เชอรี่ทำได้ เกือบหนึ่งปีที่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่เหตุผลการเลิกรานั้นเธอไม่รู้จริงๆ ถามว่าดีใจไหม??มันก็ดีใจอยู่ เพราะถ้าทั้งคู่ไปด้วยกันได้ดี เธอกับพี่พีทก็คงไม่มีวันได้แต่งงานและใช้คำว่าสามีภรรยาร่วมกัน และถึงจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่มันใช่เหตุผลที่จะต้องเอาตัวมาติดสามีเธอยังกับปลิงขนาดนี้เหรอ ดูท่าเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่เชอรี่รู้ว่าจะมาแทะเล็ม อยากได้อยากเอาสามีคนอื่นอย่างนี้มันไม่ได้!!"ญารีบไปแต่งตัวให้สวยๆ เลย เดี๋ยวย่าจัดการเรื่องนี้ต่อเอง"คุณฤดีบอกกับหลานสาวที่วางใจให้เธอยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง และเพราะความรีบร้อนทำให้ญารินไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผุดตรงมุมปากยับย่นนั้น ใช่!! ในเมื่อบอกว่าจะช่วย คนเป็นย่าอย่างเธอก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด อะไรที
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"เชอรี่ยิ้มทักทายพีทที่เพิ่งมาถึง แค่เพียงได้เห็นหน้าใกล้ๆ หัวใจก็เต้นแรง เขายังหล่อและดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย แววตาคู่สวยที่มองชายหนุ่มสั่นไหวด้วยความคิดถึง ตั้งแต่ที่เลิกรากันไป วันนั้นเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนถึงวันนี้ แน่นอนว่าคนที่เลิกติดต่อไม่ใช่เธอ!! แต่เป็นเขาที่จงใจบล็อกเธอทุกช่องทาง แย่ไปกว่านั้นคือพอเรียนจบเขาก็ย้ายมาใช้ทุนที่ต่างจังหวัด เธอห่างกับเขาเพราะความจำเป็น อยากตามมาง้อแต่งานที่ทำกำลังไปได้สวย เธอยังลาออกจากงานไม่ได้ แต่มันจะยากอะไร ถ้าได้กลับมาคบกัน เธอจะทำให้พีทย้ายมาอยู่กับเธอ รอยยิ้มร้ายผุดที่มุมปากสวย ก่อนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินไปดึงแขนให้เขามานั่งใกล้ๆ เธอ "ตรงนี้ว่าง มานั่งสิ""ไม่เป็นไร ผมจะนั่งกับไอ้คิม"เสียงทุ้มตอบ ปลายน้ำเสียงดูเย็นชาจนคนฟังสัมผัสได้ เชอรี่แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะพูดด้วยท่าทีน้อยใจว่า"พีทเกลียดเชอรี่มากเลยเหรอ...."ไม่พูดเปล่า แต่ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มคลอไปด้วยหยดน้ำใส แน่นอนว่าเธอตั้งใจทำตัวให้น่าสงสาร เธอรู้ว่าพีทเป็นคนยังไง ดังนั้นที่ผ่านมาถึงเลี่ยงไม่เจอเธอ "....."เขาเล







