LOGIN"หมอพีทคะ"
เสียงหวานใสปานน้ำผึ้งของพยาบาลสาวเรียกชายหนุ่มที่กำลังง่วนกับการเย็บแผลของผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน ดวงตาคมสีนิลดูลึกล้ำเงยขึ้นจากสิ่งที่กำลังทำ ก่อนจะถามออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจว่า "มีอะไรครับ ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนไว้ทีหลังได้ไหม ตอนนี้ผมยุ่งอยู่" ถามเสร็จก็ก้มหน้าทำงานที่ค้างต่อ เสียงร้องของคนไข้ยังคงโหยหวน แต่ใบหน้าหล่อตี๋นั่นก็ไม่ได้สะทกสะท้าน เขายังคงเย็บแผลไปเรื่อยๆ โดยมีผู้ช่วยคอยพูดปลอบใจคนไข้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่า "เบาๆ หน่อยหมอ" ไม่ใช่ว่าเกรงใจ แต่มันกลัว ถ้าเรื่องมากจนหมอรำคาญ มีหวังได้ถูกเย็บปากเป็นลำดับถัดไปแน่ๆ "พีรพัทธ์" หรือ "หมอพีท" แพทย์อินเทิร์นใช้ทุนปีสองในโรงพยาบาลประจำจังหวัด หน้าตาดี โปรไฟล์เริ่ด แถมยังคงสถานะโสดตัวโตๆ ทำให้พอเข้ามาทำงาน จึงถูกสาวแท้ สาวเทียม จับจ้องหมายปองตาเป็นมัน ในเมื่อหมอยังไม่มีเมีย ดีกรีความฮอตก็เลยพุ่งกระจุยกระจาย ล่าสุดก็ครองตำแหน่งผัวมโนในฝันของสาวทั้งโรงพยาบาลไปแบบชิวๆ ซึ่งในโรงพยาบาลรัฐแห่งนี้เป็นที่รู้กันดีว่าจะมีแต่หมอแก่ๆ หัวล้านๆ ทำงานประจำ พอวันดีคืนดีมีหมอหนุ่มๆ หน้าตาดีถูกส่งมาใช้ทุน ก็เลยกลายเป็นสุดยอดอาหารตาให้สาวๆ มองๆ จ้องๆ จนแทบทะลุผ่านชั้นของเสื้อกาวน์กันเลยทีเดียว มุมขวาก็หล่อ มุมซ้ายก็หล่อ ยิ่งหน้าตรงไม่ต้องพูดถึง หล่อเป๊ะทุกองศา ดังนั้นโรงพยาบาลจึงคราคร่ำไปด้วยบรรดาสาวๆ ที่แกล้งป่วย เจ็บหู เจ็บตา เจ็บหอยก็ว่ากันไป ขอแค่ได้เจอหน้าหล่อๆ ตี๋ๆ นั้นถามว่า "เป็นอะไรมาครับ" ก็แฮปปี้ลัลล้าไปหลายวัน ไม่พอสาวๆ ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนว่าคุ้มค่าแล้วจริงๆ กับการที่พวกเธอต้องแหกขี้ตาตื่นมานั่งรอตรวจกับหมอตั้งแต่เช้า ถึงคิวจะยาว ถึงต้องนั่งรอจนตูดด้าน ตูดชา พวกเธอก็ยอม หล่อขนาดนี้ทำไมยังไม่มีแฟน ชอบผู้ชายด้วยกันหรือเปล่า ต้องเป็นเกย์แน่ๆ นั่นคือคำพูดของสาวๆ ที่ลองทำทุกวิถีทางเพื่อจะพิชิตใจหมอหนุ่ม ทั้งจีบ ทั้งอ่อย สารพัด สาระเพ แต่สุดท้ายก็จบลงที่คำว่า "กินแห้ว" ไปตามๆ กัน แต่อย่างว่าถึงจะมีข่าวลือ แต่ก็ยังมีคนแอบชอบ แอบรอคอยโอกาสเหมาะๆ เพื่อจะจีบหมอหนุ่มให้ติดอยู่ดี ซึ่งแน่นอนว่าคนนิ่งๆ พูดน้อยๆ ทำแต่งานอย่างหมอพีท ไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องป่าวประกาศให้ใครรับรู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว มันเป็นเรื่องส่วนตัว และเขาก็ไม่อยากตอบคำถามของใครให้วุ่นวาย และในงานนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีแค่แขกคนสำคัญ ดังนั้นทั่วทั้งโรงพยาบาลจึงมีแต่ผอ.ที่เป็นญาติไปร่วมแสดงความยินดี พอมีผู้หญิงที่ดูมั่นๆ ตีหน้าสวยๆ ยืนฉีกยิ้มหวานๆ มาแสดงตัวและบอกว่าเป็น "ภรรยา" ของหมอพีท มีหรือสาวๆ ที่แอบเล็งหมอไว้จะไม่ตกใจ จ้องมองมาทางญารินเป็นตาเดียว อื้มหืมมมมมมมม..... ถ้ากินหัวได้คงกินไปแล้วมั้ง!! หญิงสาวที่โดนบอกให้มานั่งรอคิดในใจ เมื่อถูกทุกสายตามองตลอดทางเดินมายังห้องทำงานของสามี ดูแล้วสามีเธอคงเจ้าชู้ไม่เบา ก็นะ...เล่นโปรยเสน่ห์ซะสาวๆ ติดกับเป็นพรวน พ่อพีทเป็นคนดี พ่อพีททำแต่งาน พ่อพีทไม่นอกใจญาแน่ๆ คำพูดของย่าแว่บขึ้นมาในหัว ดูท่าย่าจะแก่จนตาฝ้าฟาง มองไม่เห็นถึงแววเจ้าชู้ที่ซุกซ่อนไว้ของหลานเขยที่ย่าปลื้มนักปลื้มหนา แต่ช่างเถอะ ถ้าเจ้าชู้มาก ก็แค่เลิก เธอไม่มายด์ เธอแค่มาทำตามคำสั่งของย่าให้มาส่งขนมก็พอ ตึกๆๆๆๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ กึ่งวิ่ง กึ่งเดิน ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้คนที่นั่งรอจนง่วงในห้องทำงานต้องชะโงกหน้ามาดู ใบหน้าตี๋ๆ ที่ดูตื่นตกใจ เป็นใบหน้าของสามีเธอ คนอุตส่าห์มาหาควรทำหน้ายิ้มตอบรับไหม แต่นี่อะไร จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะบูดก็ไม่บูด คือเดาอารมณ์ไม่ถูก มันก็เลยทำให้เธอคิดในแง่ลบไปเองตามประสาผู้หญิงว่าคงโมโหที่เธอมาโดยไม่บอก กิ๊กอาจเห็น อะไรประมาณนั้นมั้ง เอาน่า.... ยื่นขนมให้ก็จะกลับ ด่ามา ด่ากลับ บอกเลย!! เตรียมใจไว้ว่าจะต้องโดนแน่ๆ แต่ทว่าคำแรกที่ชายหนุ่มพูดกับเธอนั้นกลับทำให้เธองงในงง ไม่โดนว่าแต่กลับถามถึงสิ่งที่เธอลืมไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว "ญาปวดท้องเหรอ" หญิงสาวรีบส่ายหน้าเร็วรัว พร้อมกับยืนยันเสียงดังว่า "ญาหายปวดท้องแล้ว" แหมๆ ถ้าบอกว่าปวดตอนนี้มีหวังได้โดนจับตรวจอย่างละเอียดถึงลำไส้แน่ๆ "แล้วญามาหาพี่ทำไมครับ" คนที่พอรู้ว่าเมียมาก็รีบทำทุกอย่างในมือให้เสร็จอย่างว่องไวในห้านาทีเอ่ยถาม มุมปากหยักอมยิ้มนิดๆ เมื่อเหลือบไปเห็นถุงขนมไทยในมือ "ซื้อขนมมาฝากพี่เหรอ" "ญาไม่ได้ซื้อ" "งั้นแสดงว่าญาทำเอง" แววตาที่มีความดีใจฉายชัดทำเอาคนที่ตั้งใจจะพูดว่า "ย่าทำให้" ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกไม่อยากให้ดวงตาสีนิลที่เป็นประกายนั้นหม่นลงก็เลยต้องไหลตามน้ำไป "ประมาณนั้น" โกหกไปแล้วก็ยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อ "ขอบคุณนะครับ" "มะ...ไม่เป็นไร" แอบละอายแก่ใจจนไม่กล้ามองหน้าหล่อๆ นั้นตรงๆ เมื่อเขาหยิบขนมเข้าปากและบอกเธอด้วยน้ำเสียงชื่นชมสุดชีวิตว่า "อร่อยมากเลย" "อะ....อืม" พยักหน้ายิ้มๆ ก็ต้องอร่อยอยู่แล้วไหม ฝีมือการทำขนมย่าคือที่สุดของที่สุดอ่ะบอกเลย "กินกับพี่ไหม" "ไม่เป็นไรค่ะ ญากินแล้ว" โกหกไปทันที คนมันยังไม่ค่อยชิน สู้เธอหนีกลับไปกินขนมที่บ้านย่ายังสบายใจกว่ากันเยอะเลย "งั้นเดี๋ยวพี่จะรีบทำงานให้เสร็จ ตอนเย็นจะได้กลับไปกินข้าวด้วยกันดีไหม" ไม่ดีม้างงงง!! เธออยากจะตอบกลับคนตรงหน้าไปยังนั้นจริงๆ แต่พอนึกถึงข้อตกลงที่ทำกับย่าไว้ คำว่า "ไม่ค่ะ" ก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มหวานๆ พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยในทันที "ดะ....ดีค่ะ" หน้ายิ้มแต่ในหัวนี่คือมึนตึ้บ เธอจะทำอะไรให้พี่พีทกิน ในเมื่อเธอทำอาหารอะไรไม่เป็นเลย ไข่ดาวนี่คือหรูสุดในชีวิตแล้วจริงๆ "งั้นญากลับก่อนนะคะ" ในเมื่อบอกว่าจะทำอาหารรอ เธอก็ควรไปเดินจ่ายตลาดสักหน่อย คนที่คิดได้รีบขอตัวกลับ ร่างบางดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่ากลับถูกมือหนาของชายหนุ่มรั้งไว้ ก่อนเขาจะประทับจูบเบาๆ ที่กลางหน้าผากแบบที่ไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัวอะไรเลย ทำอะไรเนี่ย... คนที่อยู่ๆ ก็โดนจูบถึงกับตาโต มองหน้าหล่อๆ ที่มองเธอด้วยแววตาละมุน แสนอบอุ่นหัวใจ แต่ก่อนที่เธอจะถาม หางตาก็เหล่ไปเห็นแผ่นกระดาษโน้ตในถุงขนมของย่า ด้วยความตงิดใจยังไงไม่รู้ก็เลยรีบหยิบขึ้นมาอ่านดูและข้อความที่เห็นเต็มสองตาก็ตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสงสัยในทันที อนิจจา.... ย่านะย่า ทำไมถึงได้ทำอย่างนี้เนี้ย!!! หญิงสาวถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงข้อความที่ย่าเขียนไว้ว่า ถึง...คุณสามี คืนนี้ญาจะนวดให้หายเหนื่อยนะคะ!!!พอเข้าใจกัน...ทุกอย่างมันก็ลงตัว!!คำว่า "รัก" ที่ออกมาจากปากภรรยาทำเอาหมอหนุ่มยิ้มแก้มปริไปหลายวัน นั่งก็ยิ้ม ยืนก็ยิ้มตรวจคนไข้ก็ยิ้ม ยิ้มจนหมอคิมต้องเบ้ปากใส่รัวๆ เพราะความอิจฉา ว่าแล้วเชียวว่าทำไมไอ้พีทมันถึงรักเมีย หลงเมีย ที่แท้ได้เมียสวยยังกับดารา แล้วยังนี้จะไม่ให้เขาอิจฉาได้ยังไงไอ้พีทนอนกอดเมีย...ส่วนเขาได้แต่กอดหมอนข้างไปวันๆอนิจจา....ชีวิตกูช่างว้าเหว่จริงๆ"ไอ้คิม""อะไรวะ!!"คิมเงยหน้าขึ้นจากชาร์ทคนไข้"เมียกูฝากมาบอกว่าอยากเจอมึง""อยากเจอกู??"หมอคิมทำหน้างงๆ ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง"ใช่!!"พีทพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้"มีกินข้าวไหม"ถามด้วยความระแวง"ไอ้เหี้ยคิม มึงลดหุ่นเหรอ ถึงได้ถามอะไรแปลกๆ เมียกูชวนไปทั้งทีจะให้มึงแดกน้ำเปล่าอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องมีกินข้าวสิวะ"คนที่ยังจดจำรสชาติปิ่นโตอาหารในวันนั้นได้ถึงกับสบถ "ฉิบ***" ในใจ เขาอยากจะไปนะ แต่เข้าใจไหมว่ามันลำบากใจหนักมาก หลงเมียพอเข้าใจ แต่มึงช่วยสงสารไตกูบ้าง ความเค็มที่ติดลิ้นในวันนั้นกูยังจำลากยาวมาจนถึงวันนี้"มึงว่างวันไหน""กูไม่แน่ใจ"คิมตอบออกไปแบบไม่ต้องคิด"วันอาทิตย์เย็นเป็นไง มึงไม่มีเวรน
"พะ....พี่พีท"ญารินเรียกชื่อสามีที่อยู่ๆ ก็วิ่งตรงเข้ามาสวมกอดเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อารมณ์คืองงหนักมากจริงๆ พ่อจ๋า!! ทั้งอาย ทั้งตกใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังยืนกอดกับผัวอยู่หน้าเวที โดยมีผู้รับชมเป็นแขกของทางร้านที่พากันปรบมือให้อย่างชอบใจ และแน่นอนว่าเมื่อดูจากสายตาที่มองมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกับสามีได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยเกิดอะไรขึ้น!!!ได้แต่ถามตัวเองที่กำลังยืนงงๆ ในดงนักดนตรี พอแหงนมองหน้าหล่อๆ ของผัวก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตาของพี่พีทแดง ส่วนอ้อมแขนก็สั่นจนสัมผัสได้ กำลังจะอ้าปากถามว่านี่มันเรื่องอะไร แต่คำถามของสามีก็ทำเอาเธอชะงักไปซะก่อน ไมค์ที่ถือในมือถึงกับร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ เมื่อเธอได้ยินสามีพูดข้างหูว่า"ญาจำพี่ได้แล้วเหรอครับ"คำถามนี้ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก พูดง่ายๆ ก็ยืนใบ้กินไปชั่วขณะ หัวใจมันเต้นแรง แถมยังหาเสียงตัวเองไม่เจอทำไมพี่พีทถึงรู้ว่าเธอจำได้ล่ะ เมื่อกี้เธอเผลอตัวพูดไปเหรอ ไม่นะ!! เธอไม่ได้พูด เธอไม่ได้เมาสักหน่อย และถ้าเธอพูดเธอก็ต้องจำได้สิ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวไปด้วยความสับสน ในเมื่อเธอไม่ได้พูด แล้วใครจะพูด ในเมื่อเรื่องน
"อ้าวหนูญามาอยู่นี่เอง ป้าเดินหาตั้งนาน""เจ้กิ่ง" เจ้าของร้านอาหารกึ่งผับพอเห็นหลานเพื่อนปุ๊บก็รีบตรงเข้ามาหา ถึงวันแต่งงานเธอจะติดธุระไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี แต่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ยืนข้างๆ หญิงสาวคือใคร พอได้ยินแว่วๆ มาบ้างว่าฤดีได้หลานเขยเป็นหมอ แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะหล่อกระแทกตาขนาดนี้เฮอะ!! ฤดีตาแหลมไม่เบาเลย~ว่าแล้วก็อดชมเพื่อนไม่ได้ เธอกับฤดีเป็นเพื่อนสนิทกันมานานเป็นสิบๆ ปี รู้ใจกันดียิ่งกว่าอะไร พอว่างตรงกันเมื่อไหร่พวกเธอก็มักจะนัดเจอกันเป็นประจำ พูดคุยเรื่องทั่วไป ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันตามประสาคนแก่ ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะเป็นฝ่ายรับฟังเพราะพูดไม่ทันฤดีที่ชอบมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ และมักจะจบด้วยการหยิบปัญหาหนักอกขึ้นมาระบาย นั่นก็คือ "กลัวหลานสาวคนโปรดขึ้นคาน" ไม่แค่พูดเปล่าแต่ยังไล่ถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าพอมีหลานนิสัยดีๆ หน้าที่การงานมั่นคงแนะนำไหม?? พอลองแนะนำให้ก็เอาแต่บอกว่าไม่ตรงใจ สุดท้ายทุกคนก็ลงความเห็นว่า "แล้วแต่เลย" เห็นหาอยู่นาน ที่แท้ก็ชอบอย่างนี้นี่เอง คิดพลันยิ้มน้อยๆ ขณะพินิจมองหน้าหมอหนุ่มที่ยกมือไหว้เธอแหมๆ ~หลานเพื่อนก็
"อุ้ย!! ลืมไปว่ามีคนนอก พี่คนนี้คือ...."จูบจนพอใจแล้วก็ถามสามีที่ยังยืนงงๆ"อะ....อ๋อ เพื่อนพี่ครับ""อะไรนะคะ ญาไม่ค่อยได้ยิน"แกล้งถามซ้ำทั้งที่ได้ยินเต็มสองรูหู"เพื่อนพี่เองครับ!!"ครั้งนี้ตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ โอเค!! เธอให้สามผ่าน ถือว่าพี่พีทยังทำหน้าที่สามีได้ดี ถามอะไรตอบหมด ส่วนคนที่โดนย้ำสถานะให้รู้ถึงสองครั้งก็ยืนหน้าชาไปตามระเบียบ"อ่ออออออ เพื่อนพี่พีทนี่เอง"มองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยแรงโมโห แต่แค่นี้มันยังไม่พอ มันยังไม่สาแก่ใจ เธอจะต้องทำให้พี่เชอรี่รู้ เธอต้องทำให้พี่เชอรี่เห็นว่าไม่มีวันที่จะมาแย่งคนของเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง"พี่พีทคะ"หันไปทำเสียงอ้อนใส่ผัวที่ยืนงง บอกตามตรงว่าตามอารมณ์เมียไม่ทัน"ครับ""บอกรักญาหน่อยสิ!!""อะไรนะครับ!!"ไม่แน่ใจก็เลยถามเมียอีกที"ก็บอกรักญาไง"หยิกแก้มสามีขี้สงสัยไปแรงๆ หนึ่งที และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าจะต้องบอกรักเมียดังๆ ไม่อย่างนั้นแก้มที่โดนหยิกคงได้เขียวข้ามวันแน่ๆ"พี่รักญาครับ""เบาจังเลย~"แสร้งทำหน้าน้อยใจ เพื่อกระตุ้นให้ผัวพูดดังๆ แน่นอนว่าเธอได้ยินแล้ว ก็แค่อยากแชร์ให้เพื่อนของพี่พีทได้ยินด้วยก็เท่านั้นเอง"พี่รักญาครับ!!!!"พ
พอเห็นภาพที่พี่คิมแท็กมา มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่าพี่เชอรี่ยังคงชอบพี่พีทไม่เปลี่ยนแปลง นมโตๆ ที่บดๆ เบียดๆ แขนของสามีเธอ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่พี่เชอรี่ทำล้วนดูจงใจ ตั้งแต่ที่เธอความจำเสื่อม พี่เชอรี่ก็ได้โอกาสอยู่ใกล้พี่พีท อาศัยจังหวะและโอกาสดีๆ เลื่อนขั้นจาก "เพื่อน" ขึ้นมาเป็น "แฟน" และใช่!! พี่เชอรี่ทำได้ เกือบหนึ่งปีที่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่เหตุผลการเลิกรานั้นเธอไม่รู้จริงๆ ถามว่าดีใจไหม??มันก็ดีใจอยู่ เพราะถ้าทั้งคู่ไปด้วยกันได้ดี เธอกับพี่พีทก็คงไม่มีวันได้แต่งงานและใช้คำว่าสามีภรรยาร่วมกัน และถึงจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่มันใช่เหตุผลที่จะต้องเอาตัวมาติดสามีเธอยังกับปลิงขนาดนี้เหรอ ดูท่าเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่เชอรี่รู้ว่าจะมาแทะเล็ม อยากได้อยากเอาสามีคนอื่นอย่างนี้มันไม่ได้!!"ญารีบไปแต่งตัวให้สวยๆ เลย เดี๋ยวย่าจัดการเรื่องนี้ต่อเอง"คุณฤดีบอกกับหลานสาวที่วางใจให้เธอยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง และเพราะความรีบร้อนทำให้ญารินไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผุดตรงมุมปากยับย่นนั้น ใช่!! ในเมื่อบอกว่าจะช่วย คนเป็นย่าอย่างเธอก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด อะไรที
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"เชอรี่ยิ้มทักทายพีทที่เพิ่งมาถึง แค่เพียงได้เห็นหน้าใกล้ๆ หัวใจก็เต้นแรง เขายังหล่อและดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย แววตาคู่สวยที่มองชายหนุ่มสั่นไหวด้วยความคิดถึง ตั้งแต่ที่เลิกรากันไป วันนั้นเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนถึงวันนี้ แน่นอนว่าคนที่เลิกติดต่อไม่ใช่เธอ!! แต่เป็นเขาที่จงใจบล็อกเธอทุกช่องทาง แย่ไปกว่านั้นคือพอเรียนจบเขาก็ย้ายมาใช้ทุนที่ต่างจังหวัด เธอห่างกับเขาเพราะความจำเป็น อยากตามมาง้อแต่งานที่ทำกำลังไปได้สวย เธอยังลาออกจากงานไม่ได้ แต่มันจะยากอะไร ถ้าได้กลับมาคบกัน เธอจะทำให้พีทย้ายมาอยู่กับเธอ รอยยิ้มร้ายผุดที่มุมปากสวย ก่อนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินไปดึงแขนให้เขามานั่งใกล้ๆ เธอ "ตรงนี้ว่าง มานั่งสิ""ไม่เป็นไร ผมจะนั่งกับไอ้คิม"เสียงทุ้มตอบ ปลายน้ำเสียงดูเย็นชาจนคนฟังสัมผัสได้ เชอรี่แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะพูดด้วยท่าทีน้อยใจว่า"พีทเกลียดเชอรี่มากเลยเหรอ...."ไม่พูดเปล่า แต่ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มคลอไปด้วยหยดน้ำใส แน่นอนว่าเธอตั้งใจทำตัวให้น่าสงสาร เธอรู้ว่าพีทเป็นคนยังไง ดังนั้นที่ผ่านมาถึงเลี่ยงไม่เจอเธอ "....."เขาเล







