LOGIN
เมื่อไหร่จะแต่งงาน
อยากขึ้นคานรึยังไง หรือว่าไม่มีใครเอา!! นั่นคือคำพูดประโยคเดิมซ้ำๆ จากคนรอบข้างที่พอเห็นหน้า "ญาริน" ปุ๊บ หนอนก็เจาะปากปั๊บ คือไม่มีเรื่องอื่นให้ถามหรือไง อย่างเช่น ได้ข่าวว่างานไปได้ดี ได้เลื่อนขั้นอะไรอย่างนี้ เรื่องไหนดีๆ เป็นศรีแก่ปากก็ไม่รู้จักถาม เอาถามแต่เรื่องที่ชวนให้เธอต้องปวดหัว คนเพิ่งเรียนจบ วันๆ ทำแต่งาน แล้วจะเอาเวลาว่างที่ไหนไปคว้าผู้ชายมาแต่งทำผัว ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจ เธออยากจะพูดตอกหน้าพวกญาติๆ ไปสักหมัดสองหมัด แต่เอาเถอะ ถ้าสวนกลับไปสุดท้ายก็คงโดนพ่อด่าอยู่ดี ดังนั้นจึงทำได้แค่นั่งปั้นหน้าแสร้งยิ้ม ทำหูทวนลม หยิบขนมยัดเข้าปากไปแบบเซงๆ ผู้หญิงอายุยี่สิบสี่แก่ตรงไหน?? เอาตรงๆ เลยคือไม่เข้าใจ ทำไมอยากให้เรียนจบแล้วต้องแต่งงานทันที แต่งทำไมเร็ว ยังเที่ยวลัลล้าใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลย หญิงสาวคิดในใจ และในเมื่อไม่อยากฟังเธอจึงค่อยๆ ปลีกตัวมานั่งเล่นโทรศัพท์ไกลๆ วันนี้เป็นวันรวมญาติที่บ้านย่า เอาตรงๆ จากใจคือเธอไม่ได้อยากมาเลย แต่คนเป็นพ่อเอาแต่คะยั้นคะยอขอร้องให้เธอมาด้วย สุดท้ายก็นะ...ขัดไม่ได้ ที่ผ่านมาเธอสรรหาเหตุผลอ้างว่า "ไม่ว่าง" แถมยังเอาตัวรอดได้ทุกปีมาแบบถูๆ ไถๆ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คนมันแถเก่ง แถจนสีข้างถลอกซึ่งล่าสุดปีที่แล้วเธออ้างเหตุผลว่า "ติดงานสำคัญ" มาปีนี้พ่อผู้รู้ทันก็เลยสั่งให้เธอเคลียร์งานเอเวอรี่ติงทุกอย่างให้เสร็จสิ้นซะตั้งแต่เนิ่นๆ โอเค!! หาข้ออ้างไม่ได้ ก็เลยต้องมานั่งเป็นเป้านิ่งโดนพวกป้าๆ ผู้อ้างว่าหวังดี โจมตีด้วยคำพูดทิ่มแทง แซะนิด กัดหน่อย รวมๆ ตอนนี้ก็ตัวพรุนหมดล่ะ หลักๆ เลยคือ "เป็นห่วง" ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะห่วงอะไรนักหนา อย่างว่าคงกลัวหลานสาวจะไม่มีใครเอา เพราะมั่นหน้ามั่นโหนกเกินไป และสุดท้ายเธอก็จะเป็นคนเดียวในตระกูลที่ขึ้นคาน เพราะหา "ผัว" ไม่ได้ อื้อหือ...อยากจะถามจริงๆ ว่า "ห่วงเธอ" หรือ "ห่วงหน้าตา" ของวงศ์ตระกูลกันแน่!! ก็นะ...ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ มันก็เลยแอบเยอะนิดหนึ่ง!! หญิงสาวลอบถอนหายใจเมื่อต้องนั่งฟังคำอบรมของคนหัวโบราณต่างๆ นานา คืออะร้ายยยย!! นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ผู้ชายดีๆ มันหายาก ถ้ามีแล้วมันลำบาก.... สู้ฉันไม่มีเลยซะยังดีกว่า!! หญิงสาวคิดพร้อมกับทำหน้าเบื่อโลกไปด้วย ตอนนี้ชีวิตเธอก็มีความสุขดี งานก็กำลังไปได้สวย จะแต่งงานให้เป็นภาระทำไม เธออยากอยู่ชิวๆ อย่างนี้ไปก่อน แล้วสามสิบค่อยแต่งก็ยังทัน แต่มันคือความคิดของเธอแค่คนเดียวไง พอแสดงจุดยืนออกไปก็เป็นอย่างที่เห็นเลย "ยัยญา!!!!!" "ไปเอาความคิดมาจากไหนเนี่ย" "โอยๆๆ ป้าจะเป็นลมถึงตอนนั้นก็คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้แกมาทำเมีย!!" คำพูดของพวกป้าๆ ทำเอาเธอแอบคิดว่าเฮ้ย!! ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว โอเว่อร์แอคติ้งเกินไปหรือเปล่า แต่เมื่อได้ฟังพ่อเล่าว่าสมัยพวกป้าๆ เป็นสาวต่างพากันออกเรือนแต่งงานตอนอายุสิบแปด เธอก็ถึง ณ. บางอ้อทันที แหมๆ จะรีบแต่งอะไรขนาดนั้น และถึงพ่อจะไม่เคยว่าอะไรให้เธอต้องอึดอัดใจ แต่เท่าที่เห็นก็คงโดนป้าๆ ช่วยกันพูดเป่าหูจนคล้อยตาม และที่เธอโดนกดดันก็คงเป็นเพราะป้าๆ เห็นว่าหลานๆ ในตระกูลที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอต่างตบเท้าทยอยแต่งงานมีครอบครัวแฮปปี้ดี๊ด๊าไปหมดแล้ว เหลือแค่เธอคนเดียวที่นั่งหัวโด่หัวเด่ไม่มีใครเอา แรงส์!!!! ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเอา แต่ "ฉัน" ไม่เอาใครต่างหาก ในเมื่อนานๆ เธอได้มาหาย่าที พ่อก็เลยบอกว่าจะพักอยู่ที่นี่อีกสักสองถึงสามวัน เธอเองก็ไม่ได้ขัดเพราะคิดว่ามาพักผ่อน บอสเองก็ไม่ได้ว่าอะไร แหมๆ คนทำงานดีอย่างเธอ บอสรัก บอสหลงอย่างกับอะไรดี นานๆ จะขอลาหยุดที บอสก็เลยให้เธอพักร้อนไปแบบยาวๆ "เหนื่อยจังเลย" หญิงสาวพึมพำทิ้งตัวลงนอนที่เตียงในห้องรับรองอย่างหมดแรง กำไลที่ได้มาจากย่ายังอยู่ในข้อมือเธอ เธอไม่ได้เจอย่ามากี่ปีแล้วนะ ใช้นิ้วนับก็เกือบสองปีได้ ย่าดูแก่ลงไปเยอะ แต่ดูจากที่เรียกเธอให้เข้าไปหาเป็นการส่วนตัวและยกกำไลเก่าแก่ของตระกูลให้มา นั่นก็แสดงว่าเธอยังเป็นหลานคนโปรดของย่าเหมือนเดิม อืม.....ย่าบอกว่าอะไรนะ?? หญิงสาวนิ่วหน้าคิดทวนความจำอยู่พักใหญ่ คำพูดของย่าที่บอกหลังจากยื่นกำไลให้เธอสวมในตอนนั้นคืออะไรนะ เสียงมันเบา หรือเป็นเธอที่ไม่ตั้งใจฟัง เอาจริงๆ ก็ไม่แน่ใจ นึกแล้วนึกอีก นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แล้ววันนี้ทั้งวันมันก็เพลีย เธอก็เลยเผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว นอนนานแค่ไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอรู้สึกปวดฉี่และจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเตียงที่เธอคิดว่ามันกว้างมากๆ อยู่ๆ ก็ดูแคบลงไปถนัดตา เหมือนกับว่ามีใครตัวใหญ่ๆ มานอนเบียด นอนซุกยังไงพิกล เหี้ย!! ฉันกลัวนะ!! หญิงสาวมโนไปร้อยแปด ห้องที่มืดสนิท ทำให้เธอมองไม่เห็นอะไรเลย สองมือที่สั่นกำแน่น ปากเล็กๆ ก็พึมพำให้กำลังใจตัวเองว่า "ไม่มีอะไร" แต่พอเธอจะขยับตัว ก็ถูกมือใหญ่ๆ ในความมืดคว้าหมับเข้าให้ มุแงง~ ความอดทนขาดผึง กลัวมากจริงๆ พ่อจ๋า ตั้งใจว่าจะเดินไปเปิดไฟ แต่เพราะมันทั้งสั่น มันทั้งกลัว ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือแหกปากร้องโวยวายสุดเสียง เอาให้ดังลั่นบ้านย่าไปเลย กรี้ด กรี้ดดดด กรี้ดดดดดดดด!!!! เสียงร้องแหลมเล็กแสบแก้วหูของญารินดังปลุกคนในบ้านให้ตกใจตื่น ทุกคนในบ้านวิ่งมายังห้องที่มีเสียงกรี้ดกันหน้าตั้ง ทั้งย่า ทั้งป้า ทั้งพ่อ ทั้งคนรับใช้ในบ้าน ทั้งคนสวน โอ้ย!! แห่กันมาราวกับว่าเกิดเรื่องใหญ่ ก็นะเล่นแหกปากดังซะขนาดนั้น "เกิดอะไรขึ้น" เสียงพ่อโวยวาย ใช้เท้าถีบประตู แต่เธอจำได้ว่าไม่ได้ล็อคกลอน ทำไมอยู่ๆ ประตูห้องถึงเปิดไม่ได้กัน ตุ้บ!! เสียงประตูถูกเปิดออก พร้อมกับหน้าของทุกคนที่ตกใจ ป้าของเธอยืนอ้าปากค้าง ส่วนพ่อของเธอก็ตาเบิกโต ส่วนย่าของเธอนั้นเหรอได้แต่ร้อง "อุ้ย!!" เบาๆ แต่เดี๋ยวนะ รอยยิ้มบางๆ ที่เห็นตรงมุมปากเหี่ยวๆ ย่นๆ ของย่านั้นคืออะไร หรือว่าเธอตาฝาด หญิงสาวพยายามหรี่ตาเล็กมองฝ่าความมืดออกไป แต่อนิจจา... ทำไมอยู่ๆ เตียงมันยวบ แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกว่าได้ยินเสียงทุ้มต่ำคล้ายเสียงผู้ชายอยู่ข้างหู เหมือนพูดอะไรสักอย่าง พอจับใจความตรงท้ายๆ ได้ว่า "เกิดอะไรขึ้นครับ" ดะ...เดี๋ยวนะ!! หูเธอไม่ได้ฝาดใช่ไหม ทำไมถึงได้มีผู้ชายอยู่ในห้องนอนได้ งงในงง รีบหันขวับไปยังต้นตอเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าคมเข้มที่สบตาเข้ากับเธอร้องเสียงหลง เฮ้ย!!!!! "เธอเป็นใคร" "นะ...นายนั่นล่ะเป็นใคร มานอนอยู่ห้องฉันได้ไง ออกไปเลยนะไอ้บ้า ไอ้หื่นกาม ไอ้ผู้ชายลามก ไอ้ๆๆๆๆๆ" หญิงสาวรีบดีดตัวหนี แต่นี่มันเวรกรรมอะไร ทำไมผู้ชายที่นอนตรงเตียงเธอถึงไม่ใส่เสื้อ มีแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว โอยๆๆ ฉันจะเป็นลม ดูสายตาของพ่อฉันสิ แล้วดูสายตาของป้าฉันสิ จบเห่แล้ว ญารินเอ้ยยยยย!!!!"หมดไปเท่าไหร่คะ"น้ำเสียงที่ถาม ทำคนฟังเสียววาบไปถึงไขสันหลัง สายตาของเมียที่จ้องเขม็งมาบอกตรงๆ ว่ามันทำให้เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้อยากปกปิด แต่เซ้นส์มันเตือนว่า "อย่า" ดังนั้นความจริงที่พูดออกไปมันก็เลยมีแค่ครึ่งเดียว"ไม่แพงครับ""ไม่แพงของพี่พีท...คือเท่าไหร่คะ"คนตัวเล็กถามจี้ หมายคาดคั้นจะเอาตัวเลขจากปากสามีให้ได้ ของที่ซื้อมาให้เธอแน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนชอบ เธอเองก็ด้วยถ้าถามว่าดีใจไหม มันก็ดีใจนะ แต่มันติดตรงที่....พี่พีทคะพี่จะซื้อมาทำไมยกโหล!!คนรอบคอบในการใช้เงินอย่างเธอได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อันไหนของถูก อันไหนของแพง อันไหนได้แค่มองแต่ซื้อไม่ลง เธอย่อมรู้ดีแก่ใจ มองปราดเดียวตัวเลขก็รันยิกๆ ในหัว เอาราคาเต็มๆ คูณเข้าไปสิคะสิบสองแท่งไม่ขาดไม่เกิน กรีดร้องหนักมาก!! มีที่ไหนจัดลิปสติกมาให้เมียครบทุกเฉดสี หัวจะปวดกับถุงแรก พอมาเปิดถุงที่สองอื้อหืม.....กลิ่นหอมตีขึ้นจมูกเต็มๆ ถึงจะยังไม่เห็นแต่ในใจรู้เลยว่าคือ "น้ำหอม" กลิ่นของมันช่วยทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายได้หน่อยหนึ่ง แต่พอล้วงมือเข้าไปเท่านั้นล่ะ ปวดหัวหนักกว่าเดิม ถ้าซื้อมาขวดเดียว โอเค...เธอรับได้!! แต่พี่พี
"จ่ายเป็นบัตรนะครับ"พีทบอกพนักงานในห้าง ที่จริงเวลานี้เขาควรจะกลับถึงบ้านแล้ว แต่เพราะบังเอิญเข้าไปเห็นกระทู้หนึ่งที่กำลังแชร์กันเป็นวงกว้าง ก็เลยสนใจ คิดว่าจะกดเข้าไปอ่านเพลินๆ แก้เบื่อระหว่างรอรถติด แต่ที่ไหนได้ ในบรรดาคนที่มาตอบกระทู้อย่างเมามันท์หนึ่งในนั้นก็คือ เอ่อ...เมียผมเอง!!#สามีในฝันกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อกดเลื่อนขึ้นไปอ่านหัวข้อกระทู้สุดฮอตให้แน่ใจอีกครั้ง สามีในฝันของเมียจะต้องเป็นยังไง ใช่ครับวินาทีนั้นผมอยากรู้จนต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมันข้างทาง แล้วก็ตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรที่เมียพิมพ์ อ่านจบก็ไม่วายนั่งประเมินตัวเองว่ามีครบอย่างที่เมียต้องการไหมหล่อ สปอร์ต ใจดี มีเวลาให้!!อันที่จริงคนชมว่าเขาหล่อเยอะแยะ แต่ไม่แน่ใจว่านิยามผู้ชาย "หล่อ" ของเมียเป็นยังไง จะใช่แบบเขารึเปล่านะ ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ก็นะคนมันอยากดูดี อยากหล่อในสายตาเมีย นั่งคิดอยู่นานว่าจะทำยังไง ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้เมียติดซีรี่ย์เกาหลีหนักมาก ขนาดเขาไม่เคยดู ยังรู้เลยว่าพระเอก พระรองชื่ออะไรหล่ออย่างนั้น หล่ออย่างนี้อยากเป็นนางเอกและก็ บลา บลา บลา...ตีความว่าต้องใช่แน่ๆ ก
พีท วันนี้จะได้เจอกันแล้วนะรู้ไหมว่าเชอรี่คิดถึงพีทมากพีทก็คิดถึงเชอรี่ใช่ไหม??ข้อความคิดถึงถูกพิมพ์ส่งไปหาอดีตแฟน หน้าจอแชทยังเงียบ ทุกอย่างว่างเปล่า ตั้งแต่เลิกรากันไป พีทก็ไม่ติดต่อเธอเลย ข้อความในไลน์คือสิ่งเดียวที่ผูกพันธ์ มันทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนได้ใกล้ชิดกับพีทอยู่ เธอพิมพ์ประโยคเดิมๆ ส่งไปที่ไลน์ชายหนุ่มทุกวันไม่เคยขาดกินข้าวยัง??นอนกี่โมง??อยากเจอนะ!!แน่นอนว่ามันคือคำถามที่ไม่มีคำตอบ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้คุยกัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี วันนั้นพีทบอกเธอว่า "ขอโทษ" แล้วก็ "ขอเลิก" ทุกอย่างจบเร็วมาก เธอตั้งตัวไม่ทันแต่เพราะยังคิดถึง ยังมีเยื่อใย ยังตัดใจไม่ลง เธอก็เลยยังเก็บข้อความเก่าๆ ที่เคยคุยกัน และส่งหาอีกฝ่ายให้เหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติถ้าพีทไม่มีใครมาคบกับเราไหมเราชอบพีทนะ!!!นั่นคือคำสารภาพรักตอนมกหก เธอถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า "มีคนที่ชอบอยู่แล้ว" วินาทีนั้นคือหน้าชา ยืนอึ้ง เพราะไม่ได้เตรียมใจมาว่าจะต้องอกหัก คือแบบทำตัวไม่ถูก ในหัวคิดแต่ว่า "รับไม่ได้" ในเมื่อเธอเป็นถึงดาวโรงเรียน ความสวยย่อมการันตี มั่นใจก็เลยสารภาพออกไป แต่กลับถูกหักหน้าด้วยการ
สายตาคมเข้มจ้องมองแผ่นหลังเมียที่กำลังชงกาแฟให้ อยากถาม แต่ก็ไม่กล้า เธออยากได้อะไรรึเปล่านะ ช่วงนี้ถึงได้ขยันเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษ อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากทำอะไรก็ได้ทำ โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า เธอสนองตอบเต็มที่ แทบไม่ปฏิเสธเขาเลย คิ้วหนาขมวดย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย เพราะหลายวันมานี้การกระทำของเมียดูแปลกไปแบบพลิกฝ่ามือจริงๆ พี่พีทเหนื่อยไหม เดี๋ยวญานวดให้พี่พีทคะ กลับเร็วๆ นะ ญาคิดถึงพี่พีทคะ วันนี้ญาถูหลังให้นะพี่พีทคะ คืนนี้ญา.....และอีก บลา บลา บลาถึงจะสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถาม ทุกวันนี้เขามีความสุขดี คำว่า "คิดถึง" มันทำให้หัวใจที่เคยเหี่ยวแห้งกลับมามีชีวิตชีวา ทุกสิ่งที่ญารินทำเหมือนกำลังเติมเต็มบางอย่างที่เคยหายไปให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมคำก็พี่พีทสองคำก็พี่พีทไม่รู้คิดไปเองไหม แต่ญาในวันนี้ ทำไมถึงได้เหมือนกับญาในวันนั้น วันที่มีเขาอยู่เต็มหัวใจ ไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ก็อดคิดไม่ได้ ว่าญาอาจจะรักเขาเข้าให้แล้ว ที่เห็นชัดๆ เลยคือเธอตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะลุกขึ้นมาทำอาหารให้เขากินก่อนไปทำงาน ทั้งที่เขาเคยบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่เธอก็รบเร้าว่า "อยากทำ" สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องยอม เพร
"ย่าคะ จดหมายของญาอยู่ไหน"คำถามของญารินทำเอาคนที่กำลังนั่งเอนหลังจิบชาสบายๆ ในเช้าวันเสาร์ถึงกับสำลักดัง "แค่ก" นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่พอเงยหน้าขึ้นมองหน้าที่จริงจังของหลานสาวที่ถ่อมาหาเธอตั้งแต่เช้า มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่า สิ่งที่เธอกลัวนักกลัวหนากำลังจะเกิดขึ้น "ญะ...ญาจำได้แล้วเหรอ"ปลายเสียงสั่น เมื่อได้ยินคำว่า "จดหมาย" เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันแค่สองคนย่าหลาน ดังนั้นพอถูกถามถึงมันก็เลยทำให้เธอคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจาก...จำทุกอย่างได้แล้ว!!"ค่ะ!! ญาจำได้แล้ว""ถ้าอย่างนั้นพ่อพีทล่ะ""พี่พีท...."พอถูกถามถึงสามี สีหน้าของหลานสาวก็พลันเปลี่ยนไปแลดูหมองหม่นไม่สดใสดังเดิม"อย่าบอกนะว่า....."ยกมือขึ้นมาปิดปาก ไม่กล้าพูดคำๆ นั้นออกมา ได้แต่คิดสงสารหลานเขยจับใจ เธอไม่อยากเห็นทั้งสองคนทะเลาะกัน แต่ข้อความที่เขียนในจดหมายนั้นมันบ่งบอกว่า...หลานของเธอเกลียดพ่อพีทจริงๆ"ญายังไม่ได้บอกพี่พีทคะ"เมื่อได้ยินดังนั้น คนเป็นย่าที่หายใจไม่ทั่วท้องก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ด้วยความโล่งอก การที่ญารินโตขึ้นมันทำให้เธอมีเหตุผลมากพอที่จะรับฟัง คนแก่ที่ตั้งใจปกปิดเรื่องราวทุกอย่างมาหลายป
"ญากลัวค่ะย่า"เสียงใสสั่นเครือ ใบหน้ากลมน่ารักน่าหยิกซีดขาว วันนี้เธอต้องเข้าห้องผ่าตัด เธอกลัวมาก กลัวจริงๆ เพราะนี่คือการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตของเธอการผ่าตัดจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี!!นั่นคือคำพูดปลอบใจของลุงหมอที่เธอเคารพ คุณลุงเป็นเพื่อสนิทของพ่อและเป็นศัลแพทย์เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ดังนั้นไอ้อาการปวดหัวแบบไม่มีที่มาที่ไปจึงถูกวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อความสบายใจในระยะยาวของพ่อและย่า ลุงหมอจึงเสนอว่าเธอควรผ่าเอาเนื้องอกก้อนนี้ออกให้เร็วที่สุดพอรู้ว่าเธอมีเนื้องอก ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก กำหนดวันผ่าตัดเป็นวันเดียวกับพี่พีทต้องสอบสัมภาษณ์ที่ต่างจังหวัด เธอไม่กล้าบอก ไม่กล้าโทรหา เพราะอยากให้พี่พีทมีสมาธิกับการสอบสัมภาษณ์ให้เต็มที่วันสำคัญของพี่พีทเธอจะต้องไม่ทำตัวเป็นภาระ!!บอกตัวเอง ห้ามใจไม่ให้โทรหา เพราะพี่พีทต้องอ่านหนังสือ แต่พอไม่ได้คุยกัน มันก็คิดถึงจนต้องระบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร ความในใจที่ซ่อนเก็บไว้มานาน ตอนนี้ถูกเขียนออกมาเป็นประโยคสารภาพรักอย่างตั้งใจ ลบๆ เขียนๆ อยู่นาน หวานไปไหม เลี่ยนไปรึเปล่า?? อ่านทวนประโยคที่ตัวเองเขียนแล้วก็หน้าแดง แต่ถึงอย่างนั้นเธอ







