LOGIN“จ้ะ...แล้วรีบกลับล่ะแม่”
“เออๆ...รู้แล้ว”
จากนั้นแม่ก็วางสาย ส่วนฉันก็ถอนหายใจเพราะรู้ว่าแม่เป็นแบบนี้ประจำ ยังสงสัยว่าที่กลับดึกเพราะรถยางแตกนี่เป็นข้ออ้างหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องไปบอกอาทับซะก่อนบทที่ 3
ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาจวนสองทุ่ม อย่าว่าแต่แม่ยังไม่กลับเลย แม้แต่น้าเรไรก็ยังไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายคนนั้นถึงไหน ฉันเองต้องอยู่แบบนี้มานานแล้ว และก็เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาทับก็คงเห็นว่าเป็นเรื่องปกติด้วยกระมัง
ก็อย่างที่น้าเรไรว่าใส่หน้าฉันเรื่องแม่นั่นล่ะ แม่เป็นอย่างที่น้องสาวว่าจริง ๆ แม่ฉันสวย เป็นสาวบ้านนอกแต่เรื่องสังคมรำพัดไม่เป็นสองรองใคร ฉันไม่ได้รับส่วนนี้ของแม่มาหรอก แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นปมในใจเพราะเปิดทางให้น้องสาวตัวเองพูดดูถูกได้สารพัด ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมน้าเรไรถึงได้ใส่อารมณ์กับพฤติกรรมของแม่ถึงขนาดนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจและเดินไปที่ห้องแม่ แต่ก็เห็นประตูแง้มอยู่ และพอเปิดเข้าไปก็ไม่เห็นใครในห้อง
“พ่อ...พ่ออยู่หรือเปล่าจ๊ะ?”
ฉันร้องเรียกเบา ๆ เพราะมันค่ำแล้ว กลัวเรียกเสียงดังเดี๋ยวอาทับจะตกใจ และเมื่อไม่เห็นใครฉันจึงยืนเกาหัวแกรก ๆ
“พ่อไปไหนเนี่ย นี่มันก็ค่ำละ”
ฉันต้องถอนหายใจอีกรอบที่ไม่เห็นอาทับอยู่ในห้องก่อนออกจากห้องของแม่และเมื่อกำลังจะกลับไปที่ห้องของฉันก็ต้องหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ฉันชะโงกหน้าออกไปทางหน้าต่างเห็นน้าเรไรก้าวลงมาจากรถคั้นนั้น สักครู่ผู้ชายคนที่มาหาน้าเรไรก็ลงจากรถตามมา ฉันแอบดูที่หน้าต่างจากชั้นสองเห็นชัดว่าผู้ชายคนนั้นจับมือถือแขนน้องสาวแม่และกอดกันอย่างสนิทสนม ไม่ยักรู้ว่าน้าสาวของฉันที่เป็นสาวเรียบร้อย หวานฉ่ำและยังไม่มีผัวจะยอมให้ผู้ชายกอดรัดแน่นขนาดนั้น
ฉันยังไม่ยอมละสายตาไปไหน ยืนแอบดูหลังม่านจากหน้าต่างชั้นบน เห็นผู้ชายคนนั้นกอด หอมน้าสาวของฉันก่อนทั้งสองผละจากกัน ผู้ชายคนนั้นขับรถออกไป ฉันยืนเบ้ปากและบ่นกับตัวเอง
“แหม...น้าเร...ไหนว่าเป็นสาวหวานเรียบร้อย เวลาแม่ออกไปรำพัดน่ะว่าแม่สารพัด แต่พอทีตัวเองมีผู้ชายพาไปเที่ยวแถมยังกอดหอมกันน่ะไม่เป็นไร ว่าแต่คนอื่นไม่ยอมมองตัวเองนะเนี่ย...แต่...เอ๊ะ!...นั่นอาทับนี่นา”
ฉันรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นอาทับเดินออกไปและหยุดที่น้าเรไร ทั้งสองยืนพูดคุยเหมือนกำลังถกเถียงกัน มันทำให้ฉันชักสงสัยและเดาไปต่าง ๆ นานา เอ...หรือว่าอาทับจะต่อว่าน้าสาวของฉัน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องประหลาดใจมากกว่านั้นคืออาทับดึงมือน้าเรไร ทั้งสองยื้อยึดกันไปมาก่อนอาทับดึงมือน้องสาวแม่ไปข้างบ้าน
“เฮ้ย...นั่นอาทับจะพาน้าเรไปไหนกัน”
ชักจะมีอะไรไม่ค่อยดีซะแล้ว และด้วยความอยากรู้ทำให้ฉันต้องรีบย่องเบาลงไปชั้นล่าง ตามไปดูว่าทั้งสองไปไหนกันแน่ ฉันเดินไปข้างบ้านซึ่งก็มีแสงไฟส่องสว่าง บ้านของฉันเป็นบ้านในชนบท ปลุกอย่างห่าง ๆ กันและโอบล้อมด้วยต้นไม้ ฉันเดินตามไปกระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้นไม่ห่างออกไป
“พี่ทับจะมาวุ่นวายกับเรทำไม”
“จะไม่ให้พี่ยุ่งได้ไง เรทำเรื่องไม่เหมาะสมอยู่นะ”
เสียงของน้าเรไรกับอาทับที่ถกเถียงกันนั้นดังได้ยินชัดเจน และเมื่อฉันเดินไปหยุดใต้พุ่มไม้ก็เห็นพ่อเลี้ยงกับน้องสาวแม่ยืนคุยกันที่ด้านหลังของบ้าน ฉันหยุดยืนฟังทั้งสองโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะน้าเรไรที่ขั้นเสียงกับอาทับชนิดไม่กลัวเลยว่าใครจะมาได้ยิน
“พี่ทับจะมายุ่งกับเรทำไม เรแค่ออกไปข้างนอกกับเพื่อน”
“เพื่อนเหรอ...เพื่อนอะไรกันทำไมกอดกันกลมอย่างนั้น”
“นี่พี่ทับแอบดูเรเหรอเนี่ย พี่ทับทำอย่างนี้ได้ไง เรจะไปไหนมันก็เรื่องของเรนะ”
“เรไปไหนก็เรื่องของเรอย่างนั้นเหรอ ลืมไปแล้วรึไงว่าเราเป็นยังไงกัน เรเป็นเมียพี่นะ!”
ประโยคนั้นของอาทับทำเอาฉันตกใจและสตั๊นท์ไปสิบวิ อะไรนะ...เมียเหรอ? นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่า ถ้าน้าเรไรเป็นเมียอาทับ แล้วแม่ฉันล่ะ?
“พี่ทับอย่ามาอ้างสิทธิ์กับเรแบบนี้นะ พูดอะไรไม่อายเลย”
เสียงครางของน้าเรไรทำเอาฉันเสียวสั่นตามไปด้วย ยิ่งเห็นอากัปกิริยาส่อแสดงธาตุแท้ของพ่อเลี้ยงที่ฉันคิดและเชื่อมาตลอดว่าเขาเป็นคนดีอย่างเหลือเกินอย่างชัดเจนมันทำให้ฉันผิดหวังและตกใจไปพร้อมกัน ก็ดูซิ โกนหัวเหมือนผู้ทรงศีล อยู่ในศีลในธรรมและเรียบร้อยไม่พูดมาก รักเมียก็ปานนั้น ที่แท้ก็แอบเป็นชู้รักกับน้องเมียนี่เอง แต่นึก ๆ นะถ้าฉันเป็นผู้ชายก็คงปฏิเสธน้าเรไม่ได้ ดูนมของหล่อนนั่นสิ ใหญ่ยิ่งกว่าส้มโอ ผู้ชายที่ไหนเห็นก็ชอบ เพราะขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันยังรู้สึกถึงความเสียวกระสันขึ้นมาทันใดตายละ...พอนึกเรื่องเสียวก็รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำที่ตรงหว่างขา ฉันเริ่มเสียดสีหน้าขาถูไถไปมาขณะที่ยังแอบดูทั้งสองนัวกันไม่สนใจเลยว่าใครจะแอบมาเห็น สงสัยอาทับจะคิดว่าฉันหลับไปแล้วก็เลยไม่สนใจ ขระนั้นอาทับก็ดึงบราเซียของน้าเรออกไปแล้วก้มหน้าก้มตา ดูดหัวนมน้าสาวของฉันวึ่งเห็นชัด ๆ เลยว่าอาทับลิ้มเลียมันด้วยปลายลิ้นที่ปาดป่ายไปมาสร้างอารมณ์กระสันให้น่าเรไรร้องครางเสียงแหบโหย“โอยยยย....อ่าส์....ซี๊ดดดด...พี่ทับจ๋า....ซี๊ดดดด”“หวานจริง ๆ เรจ๋า...เมียพี่หวานอะไรอย่างนี้”ยี๊...เรียกน้องเมียว่า เมีย เนี่ยนะ ได้ยินแ
น้าเรไรเถียงและฉันเห็นอาทับดึงมือน้าเรไร ไม่ได้จับไว้เฉย ๆ แต่ดึงตัวน้าสาวของฉันไปกอดไว้แล้วพูดได้ยินชัดเจนเลยว่า“จะอายทำไมในเมื่อเราเคยเอากันแล้วตั้งหลายหน!”เอากันหลายหน! อันนี้สิเด็ดยิ่งกว่าที่ได้ยินเมื่อกี๊นี้ซะอีก ตายละวา...นี่ถ้าไม่เห็นกับตาได้ยินกับหูผึ่ง ๆ ทั้งสองข้างก็ไม่มีวันรู้เลยว่า น้าเรไรกับอาทับเคยแอบเย่อกันลับหลังแม่ แบบนี้เขาเรียกว่าชู้ใช่มั้ย?...ว๊าย! ยังจะบ้าถามตัวเองแบบโง่ ๆ อีกนะ พอได้ยินอย่างนั้นต่อมอยากเผือกมันก็ยิ่งทำงาน ฉันไม่สามารถเดินกลับไปที่ห้องหรือผละไปจากตรงนั้นได้เพราะมันเป็นมุมที่เห็นทั้งสองคนชัดเจน ได้ยินเสียงที่ทั้งสองพูดคุยชัดยิ่งกว่าอะไร ขณะนั้นอาทับก็กอดรัดน้าเรไรไว้แล้วพูดว่า“บอกพี่มานะเรว่าไปที่ไหนกับใคร ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครถึงได้กอดเร หอมเรแบบนั้น”“เขาเป็นเพื่อนเรนะพี่ทับ”“เป็นเพื่อนแล้วกอดกันแบบนั้นได้เหรอ?”“ทีพี่ทับยังกอดพี่นารีได้เลยนะ”“ก็นารีเขาเป็นเมียพี่ จะไม่ให้พี่กอดเขาได้ยังไง”“ก็ไม่รู้ล่ะ พี่ทับกอดพี่สาวของเรได้เรก็กอดคนอื่นได้เหมือนกัน”“มันไม่เหมือนกันนะ พูดแบบนี้เรหึงพี่ใช่ไหม เรหึงที่พี่กอดหอมเมียพี่น่ะ”“ใช่สิ!” เสียง
“จ้ะ...แล้วรีบกลับล่ะแม่”“เออๆ...รู้แล้ว”จากนั้นแม่ก็วางสาย ส่วนฉันก็ถอนหายใจเพราะรู้ว่าแม่เป็นแบบนี้ประจำ ยังสงสัยว่าที่กลับดึกเพราะรถยางแตกนี่เป็นข้ออ้างหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องไปบอกอาทับซะก่อนบทที่ 3 ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาจวนสองทุ่ม อย่าว่าแต่แม่ยังไม่กลับเลย แม้แต่น้าเรไรก็ยังไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายคนนั้นถึงไหน ฉันเองต้องอยู่แบบนี้มานานแล้ว และก็เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาทับก็คงเห็นว่าเป็นเรื่องปกติด้วยกระมังก็อย่างที่น้าเรไรว่าใส่หน้าฉันเรื่องแม่นั่นล่ะ แม่เป็นอย่างที่น้องสาวว่าจริง ๆ แม่ฉันสวย เป็นสาวบ้านนอกแต่เรื่องสังคมรำพัดไม่เป็นสองรองใคร ฉันไม่ได้รับส่วนนี้ของแม่มาหรอก แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นปมในใจเพราะเปิดทางให้น้องสาวตัวเองพูดดูถูกได้สารพัด ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมน้าเรไรถึงได้ใส่อารมณ์กับพฤติกรรมของแม่ถึงขนาดนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจและเดินไปที่ห้องแม่ แต่ก็เห็นประตูแง้มอยู่ และพอเปิดเข้าไปก็ไม่เห็นใครในห้อง“พ่อ...พ่ออยู่หรือเปล่าจ๊ะ?”ฉันร้องเรียกเบา ๆ เพราะมันค่ำแล้ว กลัวเรียกเสียงดังเดี๋ยวอาทับจะตกใจ แ
เพราะจริง ๆ แล้วอาทับเป็นผู้ชายหน้าตาดี ยิ่งตอนเหงื่อออกท่วมเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนูนแน่นก็ยิ่งน่ามอง ฉันไม่อยากจะคิดอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่เข้าใจว่าเขาไม่ได้เป็นพ่อแท้ ๆ ของฉันสักหน่อยนี่นะ บางครั้งก็ตะขิดตะขวงใจเหมือนกันที่จะทำตัวให้รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นพ่อลูกกันแท้ ๆ ขนาดสบนัยน์ตาของพ่อเลี้ยงหัวใจฉันยังเต้นไม่เป็นจังหวะ นับประสาอะไรกับการได้เห็นเรือนร่างใหญ่กำยำแบบนี้ หลายครั้งทำฉันเผลอจินตนาการไปไกลเหมือนกัน ฉันรีบยื่นของในมือที่เตรียมมาให้และบอกว่า“น้ำเอาข้าวห่อมาให้พ่อทับจ้ะ ขอโทษทีที่เมื่อเช้าน้ำตื่นสายเลยทำกับข้าวให้ไม่ทัน”“โฮ้ย...ไม่เป็นไรหรอก ได้กาแฟแก้วเดียวพ่อก็ทำงานได้ทั้งวัน ว่าแต่นารียังไม่กลับอีกเหรอ?”อาทับถามถึงแม่และฉันก็แค่ส่ายหน้า“ยังหรอกจ้ะพ่อ คงบ่าย ๆ มั้ง น้ำกลับละนะ วันนี้ว่าจะทำขนม ไม่ได้ช่วยพ่อเก็บส้มหรอกนะ”เขาพยักหน้า “อืม...แต่ว่า...เมื่อกี๊เห็นรถใครเข้ามาจอดหน้าบ้าน นึกว่านารีกลับมาแล้วซะอีก”“อ๋อ...ไม่ใช่แม่หรอกจ้ะพ่อทับ ใครก็ไม่รู้ มาหาน้าเรไรน่ะ”“หืมม์?...มาหาเรไรเหรอ?”คราวนี้อาทับชะเง้อมองและมีสีหน้าเปลี่ยนไปดูถมึงทึงขึ้นมาทันทีโดยไม่มีเห
พอสึกจากพระก็เจอแม่ กามเทพแผลงศรให้ทั้งสองคนปิ๊งรักกันเข้าอย่างจัง อืม...หลังจากนั้นอาทับย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน และแกก็ยังทำตัวเหมือนตอนอยู่วัดไม่มีผิด อยู่ในศีลในธรรม โกนหัว ไม่ยอมไว้ผมยาว บางทีฉันเดินเข้าบ้านตอนดึก ๆ ตกใจนึกว่าพระหนีจำวัดมาอยู่บ้านแต่เราก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังน้อยร่วมกัน มีแม่ ฉัน น้าเรไร และพ่อเลี้ยงที่ทำตัวเหมือนผู้ถือศีล เรียบร้อย ทำงานสวน และไม่กินเหล้าเมายา ไม่เที่ยวเตร่ คิดว่าทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้ว ถ้ามันไม่มีเรื่องที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับไปหลายคืน อยากรู้แล้วล่ะสิ เดี๋ยวฉันจะค่อย ๆ เฉลยนะ รับรองว่าแซ่บ...เอิ่ม...และเรื่องที่เกิดขึ้นก็มีฉันเป็นหนึ่งในตัวละครด้วยนะและเช้าวันนี้ฉันตื่นสายมากกว่าปกติ พอเดินลงมาจากชั้นสองเข้าครัวก็ต้องตกใจเพราะได้ยินเสียงน้าเรไรดังขึ้นว่า“น้ำ...นี่แกจะนอนกินบ้านกินเมืองรึไง สายแล้วนะ ทมำไมเพิ่งตื่นห๊ะ!”“ขอโทษจ้ะน้าเร...เมื่อคืนน้ำนอนดึกไปหน่อยวันนี้เลยตื่นสาย”“นี่แกรู้มั้ยว่าวันนี้ไม่มีใครเตรียมอาหารเช้าให้พี่ทับก่อนออกไปที่ไร่ส้ม ไม่รู้ว่าพี่ทับเขากินอะไรไปบ้างหรือยังก่อนทำงานน่ะ”บทที่ 2 เสียงแว๊ด ๆ ของน้าเรไร
พ่อเลี้ยงกระหายสวาทเรื่องลับ ๆ ชวนเสียวของน้ำทิพย์ เด็กสาววัยใสกับพ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ที่ชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรมแต่แอบซ่อนความหื่นไว้เต็มพิกัดจัดหนักไม่เฉพาะแม่ของหล่อนแต่ยังรวบน้าสาวและ...รวบหล่อนให้ซ่านเสียวกับรสสวาทลีลาสุดเด็ดตามไปฟินกันค่ะนิยายแซ่บในทรวง ของวานิลลาอีกเรื่อง...นะคะ บทที่ 1 ฉันชื่อน้ำทิพย์...เป็นเด็กสาวสิบแปดหยก ๆ อาศัยอยู่กับแม่และน้าสาวในบ้านหลังน้อยท่ามกลางสวนผลไม้หลายไร่ และมันเป็นอาชีพหลักของพวกเรา ตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็ช่วยพ่อกับแม่ทำสวนผลไม้มาตลอด เป็นไร่ส้มโชกุนแสนอร่อย อืม...เห็นฉันเป็นเด็กสาวบ้านนอกอย่างนี้ฉันชอบใช้ของมียี่ห้อเหมือนกันนะ ด้วยความที่ฉันมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนสาวชาวบ้านธรรมดาเพราะพ่อของฉันทั้งสูงทั้งหล่อ เป็นนักร้องไง แต่...หย่ากับแม่นานละ ด้วยความที่ต้องทำงานนอกบ้าน เป็นดาราถึงไม่ได้โด่งดังอะไรแต่อาชีพนักร้องก็ย่อมต้องมีสาว ๆ แฟน ๆ มากรี๊ดกร๊าด เป็นธรรมดา เรื่องนี้มันก็เกิดนานแล้ว พ่อไปร้องเพลงเดินสายต่างจังหวัดบ่อย ๆ เลยปิ๊งปั๊งกับแฟนคลับ แรก ๆ มีโทรศัพท์มาหา พอหลัง ๆ มาด้วยตัวเองและอ้างว่ากำลังจะมีลูกกับพ่อแล้วเป็นไงล่ะ







