Beranda / วัยรุ่น / So Zapp! ปากดีที่ร้าย / บทที่ 4 แบบร่างธุรกิจ

Share

บทที่ 4 แบบร่างธุรกิจ

last update Tanggal publikasi: 2025-12-09 22:36:10

             “คุณริกะไม่จำเป็นต้องทิ้งอะไรเลยครับถ้าคุณริกะร่วม มือกับผม ผมจะทำแทนคุณริกะเองครับ” ฉันนั่งนิ่งเพราะตกใจกับคำพูดของอีกฝ่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคนพูดแบบนี้กับฉัน

             “...”

             “เอ่อ... ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ” เหมือนคนตรงหน้าฉันจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเมื่อครู่ตัวเองพูดอะไรออกมา คุณธันวายกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยของตัวเองเบา ๆ พลางยิ้มออกมาอย่างเคอะเขิน “ถ้าผมพูดอะไรเลอะเทอะไปก็ขอโทษดัวยนะครับ”

             ฉันเพียงแค่เผยรอยยิ้มออกมาเบา ๆ แล้วพับแท็บเล็ตของตัวเองลงกระเป๋า “คุณยังมีสติไม่ครบถ้วนเท่าไรไม่เหมาะกับการมาพูดเรื่องจริงจังแบบนี้หรอกมั้งคะ”

             “จริงด้วยครับ ผมนี่จริง ๆ เลยพูดอะไรก็ไม่รู้” ฉันรู้นะว่าที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง ตอนนี้เขาก็คงอยากจะหาใครสักคนไปเป็นพาร์ตเนอร์ทางด้านธุรกิจ แล้วที่มันดันบังเอิญมาเป็นฉันมันก็เป็นเพราะว่า...

             ฉันเป็นแหล่งเงินทุนที่ดียังไงล่ะ

             “ทำไมคุณถึงอยากทำธุรกิจล่ะคะ” ฉันเอ่ยถามออกไป

             “พูดตามตรงแบบเปิดใจเลยนะคุณ ผมมีปัญหากับที่บ้านมาน่ะ” แววตาของธันวาฉายแววเศร้าออกมาจนฉันรับรู้ได้ อาจเป็นเพราะเขาเมานิดหน่อยเลยไม่อาจเก็บอาการได้ดีเท่าที่ควร

             “...” ฉันไม่พูดอะไรต่อเพียงแค่นั่งนิ่งตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาเล่าต่อไป

             “ที่จริงผมทำงานอยู่ที่บริษัทของพ่อผมมาก่อน แต่ผมรู้สึกฝืนตัวเองมากเพราะในใจผมมีความฝันที่อยากจะสานต่ออยู่ครับ” ทุกคำที่เขาพูดออกมาล้วนออกมาจากใจจริง ๆ อย่างกับว่ามีเขาในวัยเด็กมานั่งเล่าความฝันอันแสนใสซื่อของตัวเองให้ฉันฟังอย่างนั้นแหละ “ผมอยากเป็นนักแคสต์เกมมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ก่อนผมทำมันได้ดีและมีความสุขมาก ๆ จนกระทั่งต้องมาสานต่อความฝันของพ่อ ผมไม่มีความสุขเลย ในแต่ละวันต้องตื่นมาพบว่าความฝันของผมจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว”

               “ฉันเห็นใจคุณจริง ๆ นะคะ”

               “ขอบคุณครับ วันหนึ่งผมก็ดันหมดความอดทนทะเลาะกับพ่อ จะว่าผมงี่เง่าก็ได้ที่หนีออกจากบ้านตอนอายุเท่านี้ แต่ผมทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ”

               “อย่าบอกนะคะว่าที่อยากจะทำธุรกิจก็เพื่อจะพิสูจน์ตัวเองกับพ่อ” ฉันเลิกคิ้วเอ่ยถาม ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับฉัน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำเอาใจฉันสั่นสะท้านตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ พอได้เห็นแววตาของเขาที่จ้องมองมาแค่ที่ฉันคนเดียวมันก็ทำเอาฉันอดใจเต้นแรงไม่ได้ทุกที

               ไม่สิริกะ แกจะมาใจเต้นกับผู้ชายที่กำลังจะมาหาประโยชน์จากแกไม่ได้นะ

               “ผมตอบอย่างไม่อายเลยนะ ผมต้องการจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ครับ”

                                                                      ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

               ฉันกับเขาเดินแยกกันที่หน้าห้องของตัวเอง ต่างฝ่ายก็แยกย้ายกันเพื่อที่จะเข้าห้องของตัวเอง

               “คุณริกะครับ” ฉันหันมาตามเสียงเรียกชื่อ คุณธันวาเปิดประตูห้องค้างเอาไว้พลางหันมามองที่ฉัน ฉันได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

               “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

               “ผมอยากให้คุณเอาเรื่องอุตสาหกรรมเกมไปคิดดูดี ๆ อีกทีนะครับ ผมว่าผมคิดอะไรดี ๆ ออกแล้วอยากจะเอามาเสนอคุณน่ะ”

               “ฉันไม่อยากคุยเรื่องงานในเวลาส่วนตัวนะคะคุณธันวา” ฉันหันไปพูดกับอีกฝ่ายเสียงเรียบเหมือนว่าฉันจะทำเขาประหม่าหน่อย ๆ แฮะ

               “แล้วที่คุณถามเรื่องบริษัทกับผมเมื่อกี้ล่ะครับ” ฉันเผลอลอบปล่อยลมหายใจออกมา

               “เพราะฉันอยากรู้จักคุณมากขึ้นต่างหากเล่า” คิดไปเองหรือเปล่านะ ฉันเห็นเหมือนคุณธันวาจะหน้าแดงเล็กน้อยแล้วหันหน้าหนีหลบตาฉันไป

               “ถ้าอย่างนั้นไว้มีโอกาส ผมจะขอพบคุณอย่างเป็นทาง การนะครับ” เขาว่า

               “ได้สิ” ฉันส่งยิ้ม “ขอตัวนะคะ”

               “ครับ ฝันดีนะครับคุณริกะ”

               “เช่นกันค่ะคุณธันวา” ฉันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูลง ฉันแอบเขย่งเท้าเล็กน้อยขึ้นไปมองตาแมวว่าเขาเดินเข้าห้องไปหรือยัง หลังจากที่เห็นว่าประตูห้องของเขาถูกปิดลงฉันก็เดินไปนั่งบนโซฟาในบริเวณห้องรับแขก ฉันถอนลมหายใจออกมาก่อนจะเผลอระบายยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

               น่าอิจฉาจังนะคนที่ยังมีแรงวิ่งตามความฝันเนี่ย

               ฉันยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาก่อนจะเข้าแอปพลิเคชันกดอัดเสียง อันที่จริงนี่ก็เป็นหนึ่งในไดอารี่ที่ฉันเอาไว้จดบันทึกความทรงจำในแต่ละวัน

              “วันที่ 11 พฤศจิกายน 67 ฉันว่าฉันเจอคนที่ตรงใจเข้าให้แล้ว เขาคนนั้นเปล่งประกายมากจนฉันไม่อาจแม้แต่จะละสายตาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ตอนที่เขาพูดถึงความฝันเขามักจะยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะมองว่ามันยากจะเชื่อถือแต่ในใจเขาก็ยังคงมีแรงศรัทธาที่น่านับถือ จนฉันอิจฉาขึ้นมา ฉันเอง...”

              ในระหว่างที่กำลังอัดเสียงอยู่นั้นสายตาของฉันก็ดันแอบไปชำเลืองมองยังตู้หนังสือที่วางอยู่ไม่ไกล กองหนังสือที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดั่งสมบัติล้ำค่าที่ฉันรักษาเอาไว้ดิบดี

              “ฉันเองก็อยากจะลองวิ่งตามความฝันดูสักครั้งเหมือน กันนะ”

                                                                        ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

              พาร์ตธันวา

              “ทำไมมึงไม่ขอคอนแท็กต์เขาไว้ล่ะ” รูบี้เอ่ยถามผมหลังจากที่มันซื้อของเข้ามาเพื่อเยี่ยมเยือน เป็นพระคุณอย่างสูงที่เพื่อนนึกถึงผมในวันสิ้นเดือนแบบนี้

              “เออนั่นสิ” ผมว่าพลางแกะขนมที่มันซื้อมากินด้วยความอยาก ผมไม่ได้กินขนมขบเคี้ยวมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ผมรู้สึกเหมือนมัดกล้ามของตัวเองมันหายไปด้วย น่าเสียดายจริง ๆ

              “มึงนี่นะ แต่ก่อนไม่เคยหาคอนเน็กชันเองเลยไง ปกติคอนเน็กชันมีแต่วิ่งเข้าหา” เพื่อนผมว่าด้วยความเหนื่อยใจ แต่ที่มันว่าก็ถูกแล้ว ผมไม่โกรธอะไรมันหรอก ก็แต่ก่อนผมออกจะเพอร์เฟ็กต์ขนาดนั้น ดูตอนนี้สิ แทบไม่เหลืออะไรเลย

              “เขาอยู่ตรงข้ามห้องกูแท้ ๆ จะหนีไปไหนได้วะ”

              “แต่ถ้ามึงไม่รีบอะนะ มีหวังเขาอาจจะถูกคาบไปก็ได้นะเว้ย มึงคิดว่าคนอย่างเขาจะมีแค่มึงมาเสนอการเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจแค่คนเดียวเหรอวะ”

              “มึงพูดอีกก็ถูกอีก กูเครียดจนเส้นเลือดในสมองกูจะแตกแล้วเนี่ย” ผมว่าพลางขยี้กลุ่มผมของตัวเองจนผมมันยุ่งเหยิงไปหมด

              “แล้วมึงมัวแต่นั่งบื้ออะไร ยังไม่รีบเตรียมแผนงานอีก จะทำไหมบริษัทอะ อยากใช้อยู่ไหมนามสกุลปรัชญ์ธนัชไพศาล”

              “ไม่อยากว่ะ” รูบี้ง้างมือสูงเตรียมที่จะตบลงบนศีรษะของผมอย่างเต็มแรงดีที่ผมรีบยกมือห้ามไว้ได้ทัน “แต่อยากให้ภรรยาใช้แล้วว่ะ”

              “ไอ้เหี้ยนี่ขอสักหมัดได้ปะ”

              “โธ่เพื่อน ก็ไม่อยากให้เครียดไง”

              “เพราะมึงเป็นอย่างนี้ไงกูถึงได้ไม่มั่นใจว่ามึงจะทำได้ แต่ก่อนตอนที่มึงทำงานกับพ่อมึง มึงจะทำยังไงก็ได้เพราะไม่มีใครเขากล้าบ่นกล้าว่ามึง แต่นี่มึงต้องยืนด้วยขาของตัวเองนะเว้ย มึงอย่าลืมสิว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่”

              “กูกำลังพิสูจน์ตัวเอง”

              “เออ รู้ตัวแล้วก็ทำสิวะ” รูบี้พูดด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย

              “ขอบคุณนะมึงที่คอยเตือนกูตลอดเลยอะ”

              “ไม่ต้องมาทำซึ้ง กูไม่ซึ้งหรอกนะตราบใดที่มึงยังห่วย แตกอยู่แบบนี้” พูดแล้วขึ้นเลยนะไอ้เพื่อนเวร ผมทำได้แค่จิ๊ปากก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเอง

              ได้ มึงพูดอย่างนี้ใช่ไหมเพื่อน เดี๋ยวมึงเจอกู

                                                                            ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

              หลังจากที่ผมนั่งพิมพ์เอกสารอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาติดกันกว่าหลายชั่วโมง จนไอ้เพื่อนรักของผมแม่งหลับไปแล้วก็ตื่นขึ้นมาไม่รู้ตั้งกี่รอบในที่สุดเอกสารร่างบริษัทของผมก็ถูกพรินต์เอกสารออกมาเป็นรูปเล่มได้สำเร็จ

              ผมจับมันขึ้นมาอย่างพอใจก่อนจะกอดมันเอาไว้ในอ้อมกอดด้วยความภูมิใจ เอกสารเล่มแรกในชีวิตที่ผมทำมันออกมาทั้งเล่มได้อย่างสมบูรณ์แบบ

             “ไหนเอามาดู”

             “มึงจะได้เห็นความเก่งกาจของกูเว้ย” พูดยังไม่ทันขาด คำเอกสารปึกหน้าก็ถูกตีเข้าที่หัวของผมเบา ๆ แต่ความหนักก็ทำเจ็บอยู่เหมือนกัน

             “อ้าว กูผิดอะไร”

             “มึงนี่ ตอนเซ็นเอกสารได้ดูรูปหน้าบ้างไหมวะ มึงจัดหน้ากระดาษเป็นไหมเนี่ย” รูบี้บ่นออกมาก่อนจะนั่งตรวจเอกสารของผมไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เจอข้อบกพร่องหนึ่งจุดผมจะโดนมันตีหัวระบายความหงุดหงิดหนึ่งครั้ง

             ไม่รู้มันเยอะไปไหม จนผมเดาองศามือแล้วหลบได้ทัน ท่วงทีแล้ว

             “เอกสารสำคัญขนาดนี้มึงไม่หาข้อมูลอ้างอิงได้ไงวะ ของแบบนี้คิดว่าทำภายในวันเดียวมันเสร็จที่ไหนกัน ตัวอย่างงานล่ะ คำผิดอีก มันแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจนะเว้ย”

             ผมแทบจะสำนึกไม่ทันยิ่งทำผมเครียดมากกว่าเดิมอีกนะ

             “กูจ้างมึงทำได้ไหม”

             “มึงเอาเงินมาจ่ายค่าข้าวให้ได้ก่อนไหมค่อยเอาเงินมาจ้างกูเนี่ย” เจ็บ เจ็บมากแต่ละคำ ทำไมเพื่อนผมถึงได้พูดแรงได้ขนาดนี้กันนะ

            “มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่ไหมวะ กูสัญญาเลยว่าถ้าบริษัทกูประสบความสำเร็จกูจะไม่มีทางลืมมึงแน่นอน”

            “กูเห็นแววแล้ว กูไม่เสี่ยงดีกว่าว่ะ” รูบี้ว่าก่อนจะวางเอกสารของผมไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดี อะไรวะ มันแค่เป็นก้าวแรกของความสำเร็จเฉย ๆ เอง ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแท้ ๆ ทำไมมีตาแต่ไม่มีแววเลยนะ

            “มึงอย่าเพิ่งดูถูกกูดิวะ มึงไม่เชื่อใจในตัวกูจริง ๆ เหรอ”

            “กูให้เวลามึงหนึ่งสัปดาห์ ทำร่างเอกสารเสนอนี้ให้เสร็จก่อนที่จะเอาไปส่งคุณริกะ”

            “กูจะให้คุณริกะแล้วเกี่ยวอะไรกับมึง”

            “มึงก็ต้องให้กูตรวจก่อนไง ไปสภาพนี้ กูว่าคุณริกะอาจจะไม่อยากเห็นหน้ามึงไปอีกตลอดชีวิตก็ได้นะ” ผมลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

            “เป็นเลขาฯ กูหรือไง”

            “กูก็ไม่ได้อยากจะเป็นหรอกนะ แต่เห็นสภาพมึงตอนนี้แล้วน่าสังเวชว่ะ” ผมกลอกสายตามองบนใส่เพื่อนสนิทก่อนจะยืดเส้นยืดสายด้วยความเมื่อยล้า

            ผมปรึกษาแพทย์เรื่องโรคออฟฟิศซินโดรมอยู่บ่อยครั้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ผมเรียนจบแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ดีขึ้นเลย แรก ๆ ผมออกกำลังกายก็พอจะหายไปบ้าง

            แต่ทำไมตอนนี้กลับมาปวดกว่าเดิมอีกวะเนี่ย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 2 She said YES!

    พาร์ตริกะ และแล้วงานแต่งงานของเราก็ถูกจัดขึ้นในหนึ่งเดือนถัดมา เสียดายที่คุณย่าของฉันไม่ได้มาเพราะย้ายขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ตั้งแต่สองปีก่อน แต่ฉันเชื่อว่ายังไงคุณย่าก็ต้องเฝ้ามองฉันลงมาจากสวรรค์อยู่แล้ว ป่านนี้คงจะจับมือคุณแม่มาร้องไห้เพราะในที่สุดฉันก็แต่งงานละมั้ง “ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะ เป็นเจ้าสาวทั้งทีก็ยิ้มหน่อยสิ” นดาว่าพลางจับแก้มให้ฉันยิ้ม ฉันเสหน้าหลบก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองเพื่อนสนิท “แกว่าพ่อฉันจะมาไหมอะ” “แกส่งบัตรเชิญไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาอยากมายินดีที่ลูกสาวคนเดียวของเขาแต่งงานเขาก็คงมาแหละ” “ถ้าเขาไม่มาแสดงว่าเขาคงไม่อยากมีฉันเป็นลูกแล้วจริง ๆ สินะ” ฉันได้แต่ถอนลมหายใจออกมาอย่างปลง ๆ พ่อฉันไม่คุยกับฉันเลยตั้งแต่ที่ฉันออกมา ตอนงานศพของคุณย่าเขาก็ไม่แม้แต่ที่จะชายตามองฉัน ให้ทนายของคุณย่ามาคุยกับฉันแทนอีก “เอาน่า ท่านอาจจะแค่ระอาใจที่ผ่านมาไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดีก็ได้นะ” “เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ” ฉันว่าแต่ก็ไม่ได้เศร้านานมากน

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 1 Yes or No

    พาร์ตธันวา ห้าปีผ่านไป “ที่นี่เป็นไงบ้าง” ผมเดินเข้ามาในตึกแถวห้องหนึ่งที่ผมเช่าเอาไว้เพื่อเป็นที่ตั้งของออฟฟิศธัญริกาที่ใหม่หลังจากที่ตัวเกมเริ่มมีชื่อเสียงบริษัทเองก็มีชื่อเสียงตามไปด้วย ผมเลยต้องการที่ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพนักงานในการทำโพรเจกต์ใหม่ ๆ “ดีมากเลยค่ะบอส อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วยเดินทางสะดวกมากเลยค่ะ” ต้นไทรว่าเสียงใสพลางกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น “บริษัทใหญ่ขึ้น ผู้บริหารก็เหนื่อยหน่อยนะ ฝากด้วยล่ะ” ผมหันไปพูดกับสาวรุ่นน้องก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับอย่างทันควัน “ได้ค่ะ หนูจะไม่ทำให้บอสผิดหวัง” ผมค่อนข้างจะเชื่อใจในตัวของต้นไทรอยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ดีผมเลยวางใจที่จะให้เธอขึ้นมาเป็นผู้บริหาร “นี่ ๆ จืดจางเอากระถางแจกันตั้งไว้ตรงนี้สิ” เธอรีบเข้าไปหาเพื่อนสนิทก่อนจะช่วยกันยืนจัดแจกันอยู่นานพลางถกเถียงกันอย่างเคย ตอนนี้คงจะไม่มีใครมากล้าเรียกจืดจางอีกแล้วเพราะจืดเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิตและควบคุมไอทีทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นรองก็แค่ต้นไทรเท่านั้นเอง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 24 ดินเนอร์หลังฝน (The End + Nc ส่งท้าย)

    นี่ก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว แต่คุณโยก็ยังไม่ฟื้นแม้จะอาการคงที่แล้วก็ตาม หมอบอกว่าเธออาจจะตื่นมาพร้อมกับอาการความจำเสื่อมได้ ไฟล์เสียงคำรับสารภาพที่ฉันได้มาถูกยื่นเป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงกับหลักฐานชิ้นอื่น ๆ ทำให้เราปิดคดีลงได้ เหลือแค่ให้คนร้ายตื่นขึ้นมารับผิด “คุณโยฟื้นแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเดินมาเรียกฉันที่นั่งอยู่หน้าห้องพักคนไข้ สามวันมานี้ฉันแวะเวียนมาพูดคุยกับตำรวจเจ้าของคดีที่มาเฝ้าคุณโยอยู่ทุกวันเลยพอจะได้พูดคุยกันอยู่บ้าง คุณโยเคยมีประวัติรักษาโรคทางจิตเวชเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยโดยแจ้งความเรื่องที่ไปรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นอยู่ ไม่คิดว่าคราวนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราเดินเข้าไปในห้องพัก ข้อมือทั้งสองข้างของคุณโยถูกกุญแจมือตรึงเอาไว้ ภาพตรงหน้าทำเอาฉันต้องรู้สึกสลดเมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซูบผอมลงของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยการบอบช้ำจากอุบัติเหตุ “ปล่อยฉันไปนะ ปล่อยฉัน จะมามัดฉันไว้ทำไม ฉันทำอะไรผิด” หญิงสาวเริ่มโวยวายของที่แพทย์เจ้าของไข้จะมาตรวจอาการ “คุณจำได้ไหมครับว่าตัวเองชื่ออะไร” คุณหม

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 23 ใจกลางพายุ

    พาร์ตริกะ ฉันตัดสินใจขับรถของนดามาตามพิกัดที่ที่หนึ่งที่ถูกส่ง ผ่านมาทางข้อความของบุคคลปริศนา ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงกล้ามาน่ะเหรอ บอกตามตรงว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นผสมกับความอวดดีของตัวเองล้วน ๆ ฉันเงยหน้ามองตึกร้างที่อยู่เบื้องหน้าแล้วเกิดรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา ฉันไม่เคยทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นขนาดนี้มาก่อนแต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อาจจะเป็นเพราะเรื่องของพี่ธันวาฉันเลยได้ร้อนใจขึ้นมา มาที่นี่สิ แล้วเธอจะได้คำตอบของสิ่งที่เธออยากรู้ ป.ล.ห้ามบอกใครทั้งนั้นไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่ได้เจอกับคุณดีเซมเบอร์อีก ฉันโทรหาพี่ธันวาเท่าไรเขาก็ไม่ยอมรับสายสักทีฉันถึงได้ร้อนใจอยู่ในตอนนี้เลยตัดสินใจเดินทางมาในทันที ฉันเดินเข้ามาในตัวตึก “ฉันมาแล้ว เธออยู่ไหน” เสียงของฉันก้องไปทั่วจนน่าขนลุกพลางกวาดสายตามองไปมาด้วยความหวาดระแวง ฉันพยายามควบคุมสติของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นสองฉันเลยก้าวขึ้นไปบนบันไดด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ สิ่งที่ฉันไม่อาจเชื่อเลยทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสองฉันจะต้องพบหน้า

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 22 ลมกระโชกแรง

    พาร์ตริกะ ฉันเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากที่ได้รับสายจากนดาเพื่อนสนิทว่ารถประสบอุบัติเหตุ ฉันเดินเข้าไปในห้อง พักคนไข้แล้วเห็นว่าหญิงสาวมีผ้าปิดแผลที่ข้างขมับแล้วมีแผลถลอกตามลำตัวแล้วก็ต้องตกตะลึง “ไปทำอีท่าไหนรถถึงได้ชนกองทรายข้างทางได้น่ะ” ฉันรีบเข้ามายืนข้างเตียง นดาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาคาดโทษ “ไม่ต้องมาโกรธฉันเลยนะยะ ก็แกฝากให้ไปเอารถที่ร้าน อาหารที่แกไปฉลอง ฉันก็ไปเอาให้แต่รถแกมันเบรกไม่อยู่ ดีที่ฉันรู้ตัวก่อนแต่ดันมีรถมาตัดหน้าเลยต้องหักชนกองทรายอะ” “รถฉันมันเบรกไม่อยู่เหรอ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกับแปลกใจ ตอนฉันขับก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรทำไมถึงได้มาเบรกแตกตอนที่นดาขับกันนะ “ริกะ” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก พี่ธันวาเดินเข้ามาในห้องพักด้วยสีหน้าตึงเครียด “คณธันวาสวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” พี่ธันวาพยักหน้ารับก่อนจะพูดต่อ “เมื่อกี้พี่คุยกับตำรวจมา เขาบอกว่าเอารถของริกะไปตรวจแล้ว สายเบรกโดนตัด” “อะไรนะ?” ฉันกับนดาประสานเสียงกันด้วยความตกตะลึง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 21 ลมพายุ

    “ทำตัวอวดเก่ง ดื้อด้านหัวแข็งแต่แกไปไกลได้แค่นี้น่ะเหรอฮะ” พ่อเหวี่ยงให้ฉันลงไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ฉันพยายามข่มตัวเองไม่ให้อารมณ์คุกรุ่นตามผู้เป็นพ่อ “พ่อคะ” ฉันเรียกชายหนุ่มอายุย่างห้าสิบ ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเป็นปกติที่สุดก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองวัยกลางคน “พ่อไม่ฟังอะไรเลยแล้วก็เอาแต่มาด่าหนู พ่อฟังหนูอธิบายก่อนได้ไหมคะ” “อธิบายอะไร ฉันเองก็เห็นอยู่กับตาตัวเองตั้งแต่วันแรกที่คนอย่างแกคิดจะไปลงทุนกับธุรกิจเกมแล้ว คนอย่างแกเนี่ยนะจะไปสนใจอุตสาหกรรมเกมถ้าไม่โดนไอ้หมอนั่นมันหลอก” “พ่อไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหนูชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรแล้วพ่อมาทำเป็นรู้ดีว่าคนอย่างหนูจะไม่สนใจอุตสาหกรรมเกมเหรอคะ” ผู้เป็นพ่อพ่นลมหายใจออกมาเมื่อถูกฉันยอกย้อนแล้วไม่รู้จะโต้เถียงให้กลายเป็นฝ่ายถูกอย่างไร “ไม่รู้แหละ ที่ผ่านมาฉันก็พยายามจะไม่สนใจเรื่องที่แกไปเอาไอ้หมอนั่น แต่นี่แกทำให้หมอพนัสต้องย้ายไป แล้วยังมีข่าวออกมาให้ตระกูลเราเสื่อมเสียอีก คิดดูสิทายาทโรงพยาบาลดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศมีลูกสาวไม่มีหัวคิดแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ฉ

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 6 RKBANK

    “เป็นไงบ้างมึง” ผมมองตามเพื่อนสนิทที่กำลังเปิดอ่านร่างเอกสารธุรกิจของผมด้วยสีหน้าที่โคตรจะจริงจังจนผมลุ้นตาม มันช้อนสายตาขึ้นมามองผมสลับกับอ่านเอกสารอย่างตั้งใจจนผมอยากจะบ่นว่าตั้งใจอ่านอะไรขนาดนั้นเพราะปกติคนเราไม่ตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรขนาดนั้นหรอก “มึงจะให้กูพูดไงวะ”

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 5 พาร์ตเนอร์

    เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่ผมนั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อนั่งเขียนแบบร่างธุรกิจอย่างที่ไอ้รูบี้บอก มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ สำหรับคนอย่างผมที่มีหน้าที่แค่อ่านอย่างเดียว คงเป็นเวรกรรมที่ตอนเซ็นไม่เคยใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ทั้งที่มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยแท้ ๆ ในร่า

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 3 ผู้หญิงขี้เหงา

    เป็นเวลากว่าเดือนกว่าแล้วที่ผมเฝ้าสังเกตการณ์หญิงสาวที่อยู่ห้องตรงข้าม อย่าว่าผมเป็นโรคจิตนะ ผมแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไรแค่นั้นเอง ส่วนมากผมจะได้ยินเสียงเธอเปิดปิดประตูห้องเป็นเวลาเดิมซ้ำ ๆ ถ้าให้เดาก็คงทำงานประจำสินะ ผมมักจะเห็นเธอใช้เงินไปกับการช็อ

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 2 นักแคสต์เกมมือใหม่หน้าเก่า

    ผมกระแอมไอเล็กน้อยหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ของตัวเองหลังจากที่ติดตั้งอุปกรณ์เตรียมพร้อมสำหรับการแคสต์เกมครั้งแรกในรอบหลายปี อันที่จริงก็เกือบจะสิบปีเลยละ ผมกดเปิดเริ่มการถ่ายถอดสด หน้าจอฉายภาพเกมที่ผมกำลังเปิดพร้อมจะเล่น ผมจัดท่าทางให้อยู่ในท่วงท่าที่สบายที่สุด ริมฝีปากชิดก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status