แชร์

บทที่ 5 พาร์ตเนอร์

ผู้เขียน: เธียรนรา
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-09 22:41:24

               เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่ผมนั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อนั่งเขียนแบบร่างธุรกิจอย่างที่ไอ้รูบี้บอก มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ สำหรับคนอย่างผมที่มีหน้าที่แค่อ่านอย่างเดียว คงเป็นเวรกรรมที่ตอนเซ็นไม่เคยใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ทั้งที่มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยแท้ ๆ

              ในร่างธุรกิจของผมรายละเอียดคร่าว ๆ ก็มีเกี่ยวกับบริษัทที่ผมต้องการที่จะจัดทำ จุดประสงค์ กลุ่มเป้าหมายของลูกค้า การจดจำหน่ายหุ้นสามัญ บลา ๆ ๆ เยอะแยะไปหมดจนผมตาลาย

               ดีที่ผมพอจะมีพื้นฐานด้านบริหารมาบ้าง แต่อย่างน้อยการจะจดขึ้นชื่อบริษัทที่ไม่ใช่ธุรกิจเจ้าของคนเดียวก็ต้องมีหุ้นส่วนหรือคู่ค้าทางธุรกิจด้วยเนี่ยสิ

               ไอ้รูบี้บอกว่าถ้าผมเกลี้ยกล่อมคุณริกะได้มันจะยอมร่วมหุ้นด้วย ผมเลยต้องกัดฟันนั่งทำต่อไป

               กลางคืนแคสต์เกม นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นมาทำแบบร่างบ้าบอนี่อีก ผมพยายามตบที่แก้มของตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ ให้ตายสินอนน้อยแล้วหัวร้อนชะมัดเลย

               ผมเอื้อมมือควานหาแก้วกาแฟข้างตัวแต่พบว่ามันหมด แล้ว เนี่ยผมซัดกาแฟแก้วที่สามของวันหมดไปแล้วเหรอเนี่ย ทำไมไม่เห็นจะรู้ตัวเลย ผมพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด เหมือนว่าช่วงนี้ร่างกายผมมันจะชอบหงุดหงิดง่ายอยู่บ่อยครั้ง จากแต่ก่อนผมว่าผมค่อนข้างเป็นคนที่ใจเย็นมากแล้วนะ

                แต่แล้วผมก็ต้องหรี่ตามองอีกครั้งเมื่อพบว่าในห้องครัวของตัวเองไม่มีกาแฟเหลือเลยสักซอง ไม่มีผงกาแฟเหลือเลยสักน้อย ผมแต่เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจกลายเป็นเพียงเสียงที่ลอดออกมาตามไรฟันแล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบเสื้อคลุมและโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะเดินลงไปยังร้านสะดวกซื้อด้านล่าง

               ในขณะที่ประตูลิฟต์กำลังเปิดออกผมก็ต้องแปลกใจ

เมื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์คือคุณริกะ เธอเองก็แปลกใจเหมือนกันที่เจอผมในสภาพนี้

               “นี่เพิ่งบ่ายสองเอง คุณริกะเลิกงานแล้วเหรอครับ” ผมก้าวเท้าออกมาจากประตูลิฟต์ หญิงสาวพยักหน้าหน่อย ๆ เหมือนว่าอ่อนแรง

               “แล้วคุณธันวาล่ะคะ ลงมาหาของทานเหรอคะ” ดูก็รู้ว่าสภาพผมนั้นไม่น่าจะออกไปข้างนอกได้เลย

               “ครับ มาหากาแฟดื่มน่ะ”

               “ดีเลยค่ะ ฉันก็อยากดื่มกาแฟเหมือนกัน”

               “ครับ เวลานี้เนี่ยนะ”

               “ค่ะ ทีคุณยังดื่มกาแฟตอนนี้ได้เลย” ผมลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะพยักหน้า พวกเราเลยเดินไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่อยู่ในตัวคอนโดมิเนียมแล้วหามุมเพื่อนั่งดื่มกัน

               กาแฟแก้วที่สามของวันเป็นกาแฟร้อนเพราะผมรู้สึกว่ามันเข้มข้นและได้ผลกว่ากาแฟใส่น้ำแข็งที่มันจะเจือจางเมื่อเจอกับความร้อนของประเทศไทยแล้วทำให้น้ำแข็งละลาย

               คุณริกะสั่งลาเต้ร้อนมาดื่ม เธอค่อย ๆ จิบช้า ๆ แววตาของเธอเหมือนเหม่อลอยราวกับว่ามีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา

              “คุณริกะมีแฟนหรือเปล่าครับ” เธอช้อนสายตากลับมามองผมในทันควันพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ผมเผลอถามอะไรออกไปโดยไม่ทันได้คิดอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย

             “แล้วคุณคิดว่าฉันมีไหมล่ะคะ”

             “ไม่รู้สิครับ แต่ผมเดาว่าคงจะไม่มี”

             “ระดับอย่างฉันเนี่ยนะคะ จะไม่มีใครเข้าหาเลย” คุณริกะหัวเราะอย่างขบขัน

             “ไม่ใช่ว่าเพราะไม่มีใครเข้าหาหรอกครับ แต่ที่ผมคิดว่าคุณริกะยังโสดก็เพราะว่าคุณคงคัดผู้ชายที่จะคบหาดูใจกับคุณอย่างดีเลย”

             “ไม่จริงหรอกค่ะ” เธอส่ายหน้าทำเอาผมรู้สึกแปลกใจกับคำตอบของเธอเล็กน้อย “ฉันกำลังรอคนคนหนึ่งอยู่ค่ะ”

             “รอ?” ผมชะงักกันคำตอบของเธอ “เขาคนนั้นคงจะดีมากเลยสินะครับ”

             “ฉันมีทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องหาคนที่เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์อะไรหรอกค่ะ ฉันอยากได้เพียงแค่คนที่รักฉันจากใจจริง ๆ คนที่สามารถพึ่งพากันและกัน เดินไปข้างหน้าด้วยกันได้ แค่นั้นเอง”

             “คำตอบสมกับเป็นคุณริกะเลยนะครับ” ผมยกยิ้มหน่อย ๆ ก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาจิบแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะถูกน้ำร้อนลวกปากเสียอย่างนั้น ชีวิตผมนี่มัน อยากจะหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออก มาชะมัด

             “คุณไม่ค่อยได้นอนเหรอคะ”

             “มันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ผมหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนให้เจ้าของคำถามเมื่อครู่ “ผมกำลังเขียนแบบร่างธุรกิจอยู่น่ะครับ”

             “มิน่าล่ะ ถึงได้หายหน้าหายตาไปเลย” เหมือนเธอจะพึมพำอะไรสักอย่างที่ผมฟังไม่ค่อยได้ศัพท์นัก

             “คุณริกะว่าอย่างไรนะครับ”

             “เปล่าหรอกค่ะ ถ้าหากว่าคุณทำเสร็จแล้ว คุณต้องเสนอฉันเป็นคนแรกนะคะ” เธอว่าด้วยแววตาที่ดูจะเป็นประกายกว่าในตอนแรก

              อยากรู้จังไปเจอเรื่องหนักหนาอะไรมาหรือเปล่านะ แต่ทำไมเธอเหมือนดาวที่เปล่งประกายไม่มีวันดับเลยล่ะ

              “ถ้าคุณริกะว่าอย่างนั้น ผมจะเข้าไปพบคุณริกะอย่างเป็นทางการอีกทีนะครับ” เธอยกยิ้มสุขุมอย่างเคย

              “ฉันจำได้ว่าคุณแคสต์เกม ไม่ทราบว่าเป็นแนวอะไรเหรอคะ”

“ตอนแรกผมก็เล่นแนวสร้างบ้าน...”

              “เอ่อ... มันตกเทร็นด์ไปแล้วนะคะนั่น” ผมแทบจะหัวทิ่ม “หาไม้สร้างบ้าน ลงเหมือง สู้กับมอนสเตอร์ คุณไม่ได้ศึกษาการตลาดช่วงนี้เหรอคะ”

              “แอบเจ็บอยู่เหมือนกันนะครับ” ผมยกยิ้มเจื่อน “ตอนนี้ผมหันมาแคสต์เกมผีแทนแล้วล่ะครับ”

              “การตลาดเดี๋ยวนี้เขาชอบเกมแนวเนื้อเรื่องกันนะคะ”

              “เอ๊ะ” มือที่ยกกาแฟขึ้นมาดื่มหยุดชะงัก ผมเงยหน้าขึ้น มามองคุณริกะอย่างไม่น่าเชื่อ “คุณไปศึกษาข้อมูลมาเหรอครับ”

              “ถ้าอยากลงทุน ฉันก็ควรจะมีความรู้เรื่องนี้บ้างถูกไหมล่ะคะ” เธอยักไหล่อย่างไหวติง

              “อ่า จริงด้วยนะครับ”

              “ที่จริงฉันก็พอจะรู้จักนักเขียนเนื้อเรื่องดี ๆ อยู่คนหนึ่งนะคะ” ผมถึงกับตาวาว

              “ใครเหรอครับ”

              “ไว้เราเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจกันเมื่อไหร่ ฉันจะแนะนำให้รู้จักก็แล้วกันนะคะ” ผมพยักหน้ารับทราบ

              “ได้ครับ เอาอย่างที่คุณริกะว่าเลย”

              “อย่างนั้นคุณธันวาก็ต้องพยายามหน่อยแล้วนะคะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืน “ฉันเลี้ยงเองนะคะ”

              “เดี๋ยวนะ ไม่ได้สิคุณ” ผมว่าก่อนจะรีบลุกตามเธอแต่กลับถูกเธอมองสายตาเฉียบคมจนผมเผลอหยุดชะงัก อะไรกันแววตาที่เหมือนกับคำสั่งที่ทำให้ผมแช่แข็งตัวเอง

               “ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วกันนะคะ” คุณริกะยิ้มอย่างจริงใจ ทำเอาผมรู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอหยิบกระเป๋าก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะทำเอาผมต้องรีบนั่งลงบนเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง

               โอ้โฮ ใจสั่นอย่างกับบ้านจะแตก

                                                                                  ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

                พาร์ตริกะ

                “จะไปไหนครับ” ฉันเดินออกมาที่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมด้วยความรู้สึกที่ดีกว่าทุกวันแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงดังขึ้นจากด้านข้าง

                “พี่พนัสมาทำอะไรที่นี่คะ” ฉันขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าหนุ่มรุ่นพี่ยืนอยู่ข้างเสาภายในลานจอดรถไม่ไกลจากรถของฉันเท่าไรนัก พี่เขาเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไร

                “วันนี้ริกะเข้าคลินิกไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้รีบกลับนัก”

                “ฉันแค่มาเก็บของนิดหน่อย พี่พนัสมีอะไรหรือเปล่าคะ”

                “ริกะไม่ได้หลบหน้าพี่ใช่ไหม” ฉันถอนลมหายใจออกมาก่อนจะเสหน้าไปมองทางอื่น ทำไมต้องชอบทำตัวเกะกะสายตาขนาดนี้กันนะ

                “ทำไมฉันต้องหลบหน้าพี่ด้วยล่ะคะ”

                “ก็พี่...” พี่พนัสชะงักคำพูดของตัวเองพลางกลืนน้ำลายลงคอ ฉันพอจะเดาได้ว่าพี่เขารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไรลงไป และพี่เขาก็รู้ว่าฉันไม่พอใจมาก ๆ แต่ก็ยังเลือกที่จะทำ “พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมริกะต้องโกรธพี่ด้วย พี่แค่หวังดี”

                “หวังดี? เข้าไปหาพ่อฉันแล้วบอกว่าจะแต่งงานกับฉันโดยที่ฉันยังไม่เคยเอ่ยปากว่าอยากจะแต่งงานกับพี่ นี่น่ะเหรอคะหวังดี พี่ก็รู้อยู่แก่ใจนี่คะว่าฉันไม่อยากแต่งงาน”

               “พี่รู้ว่าริกะไม่อยากแต่งงาน แต่คุณลุงคุณป้าก็พยายามหาผู้ชายที่คิดว่าเหมาะสมมาให้ริกะแต่งอยู่ดี มันจะดีกว่าไหมถ้าเกิดว่าเป็นพี่”

               “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ขอบคุณสำหรับความหวังดีของพี่พนัสนะคะ แต่ถ้าพี่จะมาคุยเรื่องที่อยากให้ฉันแต่งงานเหมือนคุณพ่อแล้วก็ พี่พนัสเก็บความหวังดีของพี่พนัสไปเถอะค่ะ” ฉันพูดเสียงแข็งก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มไปเปิดประตูรถ

               “ริกะจะไปไหน ให้พี่ไปส่งไหมครับ” พี่พนัสว่าก่อนจะเดินตามฉันมาแต่ฉันกลับหันไปมองด้วยสายตาดุดันเพื่อห้ามปราม

               “ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ เลิกคิดว่าผู้หญิงจะไร้ค่าถ้าไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ สักคนเสียที นี่มันปี 2024 แล้วนะคะ” ฉันว่าก่อนจะเข้าไปนั่งในรถแล้วปิดประตูลงก่อนจะขับรถออกไปจากลานจอดรถในทันที

                                                                         ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

               “แกปฏิเสธพี่พนัสเพื่อผู้ชายที่ดูจากดาวอังคารก็รู้ว่ามาหาผลประโยชน์จากแกเนี่ยนะ” นดาหรี่ตามองฉันด้วยสายตาเหลือเชื่อ

               “อย่างน้อยเขาก็เห็นประโยชน์ในตัวฉันปะวะ อย่างน้อยก็เป็นเหตุผลทางธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องที่ฉันเป็นผู้หญิงอะ” ฉันว่าก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเบา ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศโดยรอบคลอไปกับดนตรีสดที่กำลังบรรเลง

               “ฉันนี่ไม่เข้าใจความคิดแกเลยจริง ๆ นะ แกรวยขนาดนี้แทนที่จะเอาเงินไปลงทุนกับอะไรที่มันต่อยอดไปได้ไกลปะวะ จะมาลงทุนกับไอ้หมอนั่นที่เป็นคุณชายถังแตกไปทำไมกัน”

               “ก็คนมันรวยอะ เงินแค่นั้นไม่กระทบต่อชีวิตฉันด้วยซ้ำ”

               “จ้า” นดาลากเสียงยาวก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มตาม “แต่ที่มากินเหล้าวันนี้ ไม่ใช่เพราะผู้ชายสองคนนี้ใช่ไหม”

               “เป็นเพราะผู้ชายแก่ ๆ คนหนึ่งที่อยู่ที่บ้านน่ะสิ” ฉันพูดไปตามตรง “แล้วก็ยายป้าคนหนึ่งที่ชอบทำเหมือนว่าเป็นแม่ฉันทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเทียบได้เลยด้วยซ้ำไป”

               “ถ้าพี่พนัสไม่ใช่คนที่คุณป้าเขาแนะนำให้ แกคงไม่ได้มองพี่พนัสในแง่ร้ายขนาดนี้ใช่ไหม”

               “ระหว่างฉันกับพี่พนัสมันเป็นไปไม่ได้หรอกอย่างที่ฉันเคยบอก ฉันมองเขาเป็นแค่พี่ชายจริง ๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าความรู้สึกของฉันกับพี่เขามันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

                “แล้วความรู้สึกของแกกับคุณธันวาล่ะ”

                “มันยังเร็วเกินไปที่จะมีคำเรียกปะวะ”

                “แต่ก็ดีกว่าคนรู้จักใช่ไหมล่ะ” ฉันเผยรอยยิ้มมุมปากออกมาเมื่อถูกเพื่อนรักดูออกเข้าให้แล้ว

                “ไม่เคยปิดแกได้จริง ๆ เลยสินะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 2 She said YES!

    พาร์ตริกะ และแล้วงานแต่งงานของเราก็ถูกจัดขึ้นในหนึ่งเดือนถัดมา เสียดายที่คุณย่าของฉันไม่ได้มาเพราะย้ายขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ตั้งแต่สองปีก่อน แต่ฉันเชื่อว่ายังไงคุณย่าก็ต้องเฝ้ามองฉันลงมาจากสวรรค์อยู่แล้ว ป่านนี้คงจะจับมือคุณแม่มาร้องไห้เพราะในที่สุดฉันก็แต่งงานละมั้ง “ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะ เป็นเจ้าสาวทั้งทีก็ยิ้มหน่อยสิ” นดาว่าพลางจับแก้มให้ฉันยิ้ม ฉันเสหน้าหลบก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองเพื่อนสนิท “แกว่าพ่อฉันจะมาไหมอะ” “แกส่งบัตรเชิญไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาอยากมายินดีที่ลูกสาวคนเดียวของเขาแต่งงานเขาก็คงมาแหละ” “ถ้าเขาไม่มาแสดงว่าเขาคงไม่อยากมีฉันเป็นลูกแล้วจริง ๆ สินะ” ฉันได้แต่ถอนลมหายใจออกมาอย่างปลง ๆ พ่อฉันไม่คุยกับฉันเลยตั้งแต่ที่ฉันออกมา ตอนงานศพของคุณย่าเขาก็ไม่แม้แต่ที่จะชายตามองฉัน ให้ทนายของคุณย่ามาคุยกับฉันแทนอีก “เอาน่า ท่านอาจจะแค่ระอาใจที่ผ่านมาไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดีก็ได้นะ” “เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ” ฉันว่าแต่ก็ไม่ได้เศร้านานมากน

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 1 Yes or No

    พาร์ตธันวา ห้าปีผ่านไป “ที่นี่เป็นไงบ้าง” ผมเดินเข้ามาในตึกแถวห้องหนึ่งที่ผมเช่าเอาไว้เพื่อเป็นที่ตั้งของออฟฟิศธัญริกาที่ใหม่หลังจากที่ตัวเกมเริ่มมีชื่อเสียงบริษัทเองก็มีชื่อเสียงตามไปด้วย ผมเลยต้องการที่ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพนักงานในการทำโพรเจกต์ใหม่ ๆ “ดีมากเลยค่ะบอส อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วยเดินทางสะดวกมากเลยค่ะ” ต้นไทรว่าเสียงใสพลางกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น “บริษัทใหญ่ขึ้น ผู้บริหารก็เหนื่อยหน่อยนะ ฝากด้วยล่ะ” ผมหันไปพูดกับสาวรุ่นน้องก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับอย่างทันควัน “ได้ค่ะ หนูจะไม่ทำให้บอสผิดหวัง” ผมค่อนข้างจะเชื่อใจในตัวของต้นไทรอยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ดีผมเลยวางใจที่จะให้เธอขึ้นมาเป็นผู้บริหาร “นี่ ๆ จืดจางเอากระถางแจกันตั้งไว้ตรงนี้สิ” เธอรีบเข้าไปหาเพื่อนสนิทก่อนจะช่วยกันยืนจัดแจกันอยู่นานพลางถกเถียงกันอย่างเคย ตอนนี้คงจะไม่มีใครมากล้าเรียกจืดจางอีกแล้วเพราะจืดเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิตและควบคุมไอทีทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นรองก็แค่ต้นไทรเท่านั้นเอง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 24 ดินเนอร์หลังฝน (The End + Nc ส่งท้าย)

    นี่ก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว แต่คุณโยก็ยังไม่ฟื้นแม้จะอาการคงที่แล้วก็ตาม หมอบอกว่าเธออาจจะตื่นมาพร้อมกับอาการความจำเสื่อมได้ ไฟล์เสียงคำรับสารภาพที่ฉันได้มาถูกยื่นเป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงกับหลักฐานชิ้นอื่น ๆ ทำให้เราปิดคดีลงได้ เหลือแค่ให้คนร้ายตื่นขึ้นมารับผิด “คุณโยฟื้นแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเดินมาเรียกฉันที่นั่งอยู่หน้าห้องพักคนไข้ สามวันมานี้ฉันแวะเวียนมาพูดคุยกับตำรวจเจ้าของคดีที่มาเฝ้าคุณโยอยู่ทุกวันเลยพอจะได้พูดคุยกันอยู่บ้าง คุณโยเคยมีประวัติรักษาโรคทางจิตเวชเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยโดยแจ้งความเรื่องที่ไปรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นอยู่ ไม่คิดว่าคราวนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราเดินเข้าไปในห้องพัก ข้อมือทั้งสองข้างของคุณโยถูกกุญแจมือตรึงเอาไว้ ภาพตรงหน้าทำเอาฉันต้องรู้สึกสลดเมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซูบผอมลงของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยการบอบช้ำจากอุบัติเหตุ “ปล่อยฉันไปนะ ปล่อยฉัน จะมามัดฉันไว้ทำไม ฉันทำอะไรผิด” หญิงสาวเริ่มโวยวายของที่แพทย์เจ้าของไข้จะมาตรวจอาการ “คุณจำได้ไหมครับว่าตัวเองชื่ออะไร” คุณหม

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 23 ใจกลางพายุ

    พาร์ตริกะ ฉันตัดสินใจขับรถของนดามาตามพิกัดที่ที่หนึ่งที่ถูกส่ง ผ่านมาทางข้อความของบุคคลปริศนา ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงกล้ามาน่ะเหรอ บอกตามตรงว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นผสมกับความอวดดีของตัวเองล้วน ๆ ฉันเงยหน้ามองตึกร้างที่อยู่เบื้องหน้าแล้วเกิดรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา ฉันไม่เคยทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นขนาดนี้มาก่อนแต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อาจจะเป็นเพราะเรื่องของพี่ธันวาฉันเลยได้ร้อนใจขึ้นมา มาที่นี่สิ แล้วเธอจะได้คำตอบของสิ่งที่เธออยากรู้ ป.ล.ห้ามบอกใครทั้งนั้นไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่ได้เจอกับคุณดีเซมเบอร์อีก ฉันโทรหาพี่ธันวาเท่าไรเขาก็ไม่ยอมรับสายสักทีฉันถึงได้ร้อนใจอยู่ในตอนนี้เลยตัดสินใจเดินทางมาในทันที ฉันเดินเข้ามาในตัวตึก “ฉันมาแล้ว เธออยู่ไหน” เสียงของฉันก้องไปทั่วจนน่าขนลุกพลางกวาดสายตามองไปมาด้วยความหวาดระแวง ฉันพยายามควบคุมสติของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นสองฉันเลยก้าวขึ้นไปบนบันไดด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ สิ่งที่ฉันไม่อาจเชื่อเลยทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสองฉันจะต้องพบหน้า

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 22 ลมกระโชกแรง

    พาร์ตริกะ ฉันเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากที่ได้รับสายจากนดาเพื่อนสนิทว่ารถประสบอุบัติเหตุ ฉันเดินเข้าไปในห้อง พักคนไข้แล้วเห็นว่าหญิงสาวมีผ้าปิดแผลที่ข้างขมับแล้วมีแผลถลอกตามลำตัวแล้วก็ต้องตกตะลึง “ไปทำอีท่าไหนรถถึงได้ชนกองทรายข้างทางได้น่ะ” ฉันรีบเข้ามายืนข้างเตียง นดาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาคาดโทษ “ไม่ต้องมาโกรธฉันเลยนะยะ ก็แกฝากให้ไปเอารถที่ร้าน อาหารที่แกไปฉลอง ฉันก็ไปเอาให้แต่รถแกมันเบรกไม่อยู่ ดีที่ฉันรู้ตัวก่อนแต่ดันมีรถมาตัดหน้าเลยต้องหักชนกองทรายอะ” “รถฉันมันเบรกไม่อยู่เหรอ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกับแปลกใจ ตอนฉันขับก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรทำไมถึงได้มาเบรกแตกตอนที่นดาขับกันนะ “ริกะ” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก พี่ธันวาเดินเข้ามาในห้องพักด้วยสีหน้าตึงเครียด “คณธันวาสวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” พี่ธันวาพยักหน้ารับก่อนจะพูดต่อ “เมื่อกี้พี่คุยกับตำรวจมา เขาบอกว่าเอารถของริกะไปตรวจแล้ว สายเบรกโดนตัด” “อะไรนะ?” ฉันกับนดาประสานเสียงกันด้วยความตกตะลึง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 21 ลมพายุ

    “ทำตัวอวดเก่ง ดื้อด้านหัวแข็งแต่แกไปไกลได้แค่นี้น่ะเหรอฮะ” พ่อเหวี่ยงให้ฉันลงไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ฉันพยายามข่มตัวเองไม่ให้อารมณ์คุกรุ่นตามผู้เป็นพ่อ “พ่อคะ” ฉันเรียกชายหนุ่มอายุย่างห้าสิบ ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเป็นปกติที่สุดก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองวัยกลางคน “พ่อไม่ฟังอะไรเลยแล้วก็เอาแต่มาด่าหนู พ่อฟังหนูอธิบายก่อนได้ไหมคะ” “อธิบายอะไร ฉันเองก็เห็นอยู่กับตาตัวเองตั้งแต่วันแรกที่คนอย่างแกคิดจะไปลงทุนกับธุรกิจเกมแล้ว คนอย่างแกเนี่ยนะจะไปสนใจอุตสาหกรรมเกมถ้าไม่โดนไอ้หมอนั่นมันหลอก” “พ่อไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหนูชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรแล้วพ่อมาทำเป็นรู้ดีว่าคนอย่างหนูจะไม่สนใจอุตสาหกรรมเกมเหรอคะ” ผู้เป็นพ่อพ่นลมหายใจออกมาเมื่อถูกฉันยอกย้อนแล้วไม่รู้จะโต้เถียงให้กลายเป็นฝ่ายถูกอย่างไร “ไม่รู้แหละ ที่ผ่านมาฉันก็พยายามจะไม่สนใจเรื่องที่แกไปเอาไอ้หมอนั่น แต่นี่แกทำให้หมอพนัสต้องย้ายไป แล้วยังมีข่าวออกมาให้ตระกูลเราเสื่อมเสียอีก คิดดูสิทายาทโรงพยาบาลดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศมีลูกสาวไม่มีหัวคิดแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ฉ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status