Beranda / วัยรุ่น / So Zapp! ปากดีที่ร้าย / บทที่ 3 ผู้หญิงขี้เหงา

Share

บทที่ 3 ผู้หญิงขี้เหงา

last update Tanggal publikasi: 2025-12-08 20:57:38

               เป็นเวลากว่าเดือนกว่าแล้วที่ผมเฝ้าสังเกตการณ์หญิงสาวที่อยู่ห้องตรงข้าม อย่าว่าผมเป็นโรคจิตนะ ผมแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไรแค่นั้นเอง

               ส่วนมากผมจะได้ยินเสียงเธอเปิดปิดประตูห้องเป็นเวลาเดิมซ้ำ ๆ ถ้าให้เดาก็คงทำงานประจำสินะ

               ผมมักจะเห็นเธอใช้เงินไปกับการช็อปปิงค่อนข้างจะบ่อยและแต่ละครั้งก็ไม่ต่ำกว่าแสนแน่ ๆ คนอะไรใช้เงินอย่างกับเป็นเศษใบไม้ที่หาได้ตามข้างถนน ถ้ามีเงินไว้ถลุงเล่นเยอะขนาดนั้น น่าจะพอมีเหลือ ๆ ให้ผมยืมได้สักนิดสักหน่อยไหมนะ

               นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมจะไปขอยืมเงินคนแปลกหน้ามาเปิดบริษัทอย่างนั้นเหรอ

               ผมสลัดสิ่งที่คิดอยู่ในหัวของตัวเองออกไปก่อนจะกลับมาโฟกัสกับเสียงดนตรีในบาร์แห่งหนึ่ง เวลาที่ผมคิดอะไรไม่ออกจะชอบมานั่งฟังดนตรีสดในบาร์นั่งชิลแห่งนี้

               “มึงว่าเขาเหงาไหมวะ” ผมหันไปมองคนพูด รูบี้ เพื่อนสนิทของผมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย

               “ว่าไงนะ”

               “กูว่าที่เขาช็อปปิงเยอะขนาดนั้นเพราะเขาไม่รู้จะเอาเวลาไปใช้กับใครมากกว่า การช็อปปิงเลยเป็นทางออกให้เขาได้ใช้เวลากับตัวเอง” ผมตั้งใจฟังในขณะที่รูบี้ขยับกรอบแว่นเล็กน้อยยามที่พูด “เขาเคยพาใครมาห้องบ้างไหม”

               “ไม่เลย กูยังงงเลย เพื่อนก็ไม่มีเหรอวะ” ผมพูดพลางส่ายหน้าก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเพื่อซึมซับบรรยากาศรอบตัวให้ได้ผ่อนคลายสมองที่เอาแต่คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไม่ตกมาทั้งวัน

               “เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียวมากกว่ามีแฟนนะ กูว่าเขาอาจจะเหงาก็ได้ มึงลองเข้าหาเขาแล้วชวนเขามาร่วมหุ้นกับมึงดูดีไหม”

               “แบบนี้เหมือนกูเข้าไปหลอกเขาปะวะ” ผมเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล

               “มึงไม่ได้ไปหลอกเอาเงินเขาสักหน่อย มึงก็แค่อยากให้เขามาร่วมหุ้นด้วย ยังไงพอมีเงินปันผลแล้วมึงก็ต้องให้เขาอยู่ดี แค่ไปคุยเรื่องธุรกิจเองมึงถนัดอยู่แล้วนี่”

               “ยังไม่รู้ชื่อแซ่เขาเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำงานอะไร เขาจะมาสนใจหรือเปล่ายังไม่รู้” ผมว่าด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่ง

               “มึงสนใจเขาไม่ใช่เหรอไม่งั้นมึงจะมาเล่าให้กูฟังเพื่อ”

               “จะลองดูก็แล้วกัน ถ้าเขาสนใจเรื่องธุรกิจกูจะลองชวนเขามาลงทุนดู”

               “เออดี แบบนี้สิวะค่อยสมกับเป็นธันวาเพื่อนกูหน่อย” ผมพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากไปจนหมด เหล้าที่ว่าขมยังไม่สู้ชีวิตของผมตอนนี้เลยแต่ทำไงได้ก็ผมเลือกแล้วนี่

                                                                     ⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦⬦

               รูบี้ขับรถมาส่งผมที่คอนโดมิเนียมเพราะว่ามันไม่ได้ดื่มเป็นเพื่อนผม ผมเดินเข้ามาในคอนโดมิเนียมก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่จริงผมก็ไม่ได้เมามากหรอกนะแค่กรึ่ม ๆ เท่านั้น เอง

               ผมเห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดมิเนียม ผมดัดลอนปล่อยสยายยาวจนถึงกลางหลัง ใบหน้าไม่มีการแต่งแต้มอะไรแถมยังอยู่ในชุดสบาย ๆ กำลังนั่งจิบเครื่องดื่มอุ่นพลางใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตไปด้วย

                สลัดลุกในวันแรกที่เราเจอกันเลยแฮะ เข้าไปทำความรู้จักก็คงจะไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง

                ผมเดินเข้าไปในร้านก่อนจะซื้อเครื่องดื่มอุ่น ๆ มาดื่มให้สร่างเมาแล้วเดินมาหาหญิงสาวที่โต๊ะ

                “ขอโทษนะครับตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่า” เธอเงยหน้ามามองผมด้วยความงุนงงแต่พอเห็นว่าผมเป็นใครเลยส่ายหน้าก่อนจะผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอ

                “ไม่มีค่ะ คุณจะนั่งเลยก็ได้นะคะ”

                “ขอบคุณครับ” ผมยิ้มรับก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเธอ “มานั่งรอใครเหรอครับ”

                “เปล่าหรอกค่ะ มานั่งเล่นคนเดียวแค่นั้นเอง” ท่าทางจะเหงาจริง ๆ นั่นแหละ ผมแอบเห็นว่าเธอนั่งอ่านอะไรบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ ตัวหนังสือเต็มไปหมดจนผมได้แต่มองตาปริบ ๆ

                “ผมยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย อยู่ห้องตรงข้ามกันแท้ ๆ น่าจะทำความรู้จักกันนะครับ” เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งก่อนจะปิดแท็บเล็ตลงเพื่อให้ความสนใจกับบทสนทนาของเรามากขึ้น ผมชอบท่วงท่าของเธอจัง มันดูน่ามองไปนาน ๆ

                “ฉันชื่อริกะค่ะ ขอโทษที่ยังไม่ได้แนะนำตัวนะคะ”

                “ไม่เป็นไรเลยครับ ผมชื่อธันวานะ”

                “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เธอยิ้มตอบแล้วนิ่งชะงักเพื่อรอว่าผมจะพูดอะไรต่อไป กลายเป็นว่าผมรู้สึกประหม่าไปเลย กลัวว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อจะดีพอที่เธอยอมสละเวลามาฟังหรือเปล่า

                “คุณริกะมาอยู่ที่นี่นานแล้วเหรอครับ”

                “ก็ประมาณสองเดือนกว่าได้แล้วมั้งคะ” เธอยิ้มตอบ

                “ก่อนผมไม่นานเองสินะ” ผมนั่งหลังตรงยามที่สายตาของเธอจับจ้องมาทางผม สายตาคู่นั้นทำเอาผมใจสั่นอย่างบอกไม่ถูกเลย

                “ค่ะ ฉันย้ายมาเพราะมันอยู่ใกล้ที่ทำงาน แล้วทำไมคุณธันวาถึงมาอยู่คอนโดฯ นี้เหรอคะ” จะบอกว่ายังไงดีว่าผมเป็นหุ้นส่วนของที่นี่น่ะ แล้วถ้าพูดเรื่องที่ผมออกจากบ้านมาเพราะอยากพิสูจน์ตัวเองมันจะเหมือนเด็กที่ต่อต้านพ่อแม่จนหนีออกจากบ้านไหมนะ

                ความน่าเชื่อถือก็ลดฮวบลงไปน่ะสิ

                “ผมกำลังจะทำธุรกิจเป็นของตัวเองน่ะครับ เลยไม่อยากรบกวนที่บ้าน”

                “ทำธุรกิจเหรอคะ” ริกะเลิกคิ้วด้วยความสนใจ “อยากทำธุรกิจประเภทไหนเหรอคะ”

                “สร้างและพัฒนาเกมน่ะครับ” ผมเริ่มรู้สึกใจชื้นเมื่อเธอแสดงออกว่าสนใจในสิ่งที่ผมพูดอยู่ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ดูเข้าถึงยากเหมือนการวางตัวเลย ออกจะ... ดูเหมือนเด็กเสียด้วยซ้ำ

                “เดี๋ยวนี้อุตสาหกรรมเกมเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากเลยนะคะ มีเกมใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเลย”

               “คุณสนใจเรื่องนี้ด้วยเหรอครับ” ผมเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

               “ใช่ค่ะ เคยสนใจอยู่พักหนึ่ง แต่ด้วยความที่มันเติบโตเร็วมาก พวกค่ายใหญ่ ๆ ทำเงินได้มหาศาลก็จริงแต่พวกค่ายเกิดใหม่ก็ตายกันเพียบเลยล่ะค่ะ การแข่งขันมันค่อนข้างจะสูง” ผมแทบสะอึกตรงคำว่าค่ายเกิดใหม่ก็ตายกันเพียบนี่แหละ

                แล้วผมที่กำลังจะเปิดค่ายเกมก็ใจแป้วเลยน่ะสิ

                “เอ่อ... ฉันไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีนะคะ” ผมรีบคลี่ยิ้มกว้างออกมาเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร

               “ผมไม่กลัวหรอกครับ ผมยอมทิ้งทุกอย่างมาเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง ผมต้องทำให้ได้เพราะมันคือเดิมพันชีวิตของผม”

               “ถ้าคุณมั่นใจอย่างนั้นฉันก็เอาใจช่วยนะคะ” เธอยิ้มกว้างตอบกลับมา อะไรกันขนาดไม่ได้แต่งหน้าทำไมถึงได้ส่องประกายขนาดนี้กันนะ นี่คือการแต่งตัวแบบชิล ๆ จริง ๆ เหรอ

               “ขอบคุณนะครับ” ให้ตายสิ ผมลืมคุยเรื่องชวนให้เธอมาลงทุนเลย ทำไงดี

               “คุณเพิ่งกลับมาจากปาร์ตี้ใช่ไหมคะ” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วก้มมองตัวเอง ทำไมเธอถึงรู้กันนะ

               “ครับ คุณรู้ได้ยังไง”

               “ฉันได้กลิ่นแอลกอฮอล์น่ะค่ะ แต่ฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ ฉันก็ดื่มบ้างบางเวลา” ริกะว่าอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรก่อนจะก้มลงไปมองแท็บเล็ตของตัวเองต่อ อยากรู้จังว่าคนอย่างริกะกำลังสนใจเรื่องอะไรอยู่นะ

               “คุณทำอะไรอยู่เหรอครับ”

               “อ่านนิยายน่ะค่ะ”

               “ฮะ?” ตัวหนังสือยาวเหยียดนั่นคือนิยายหรอกเหรอ ผมคิดว่าเธอจะอ่านพวกปรัชญาชีวิตหรือไม่ก็หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการเงินอะไรทำนองนั้นเสียอีก

               “ก็นิยายไงคะ อ่านเล่นเวลาว่าง ๆ น่ะ” เธอขมวดคิ้วคล้ายว่าสับสนที่ผมแสดงออกมาเช่นนี้ “แปลกเหรอคะ”

               ผมกลับมายิ้มเหมือนเดิมหลังจากที่เพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อกี้ทำตัวเสียมารยาทไปมาก “เปล่าเลยครับ คุณริกะสนใจนิยายแนวไหนเป็นพิเศษเหรอครับ”

               “นิยายวาย” นิยายวาย? เหมือนจะคุ้นหูแต่ก็ไม่รู้เลยแฮะ มันคือนิยายแบบไหนกัน

               “ไม่รู้จักเหรอคะ” ริกะแอบขำออกมาเมื่อเห็นว่าผมขมวดคิ้ว ผมเลยส่ายหน้าตามความจริง หรือที่เขาบอกว่าผมเป็นลุงนี่เห็นทีจะเรื่องจริงสินะ

               “นิยายวายคืออะไรเหรอครับ คล้ายไซไฟอย่างนี้หรือเปล่า” ผมตอบกลับไปยิ่งทำคุณริกะขำออกมามากกว่าเดิม

               “นิยายวายคือนิยายชายรักชายค่ะ”

               “คุณริกะชอบอ่านเหรอครับ”

               “ใช่ค่ะ ช่วงนี้มันเป็นเทร็นด์เลยนะคะ อุตสาหกรรมเกมที่ว่าเติบโตเนี่ยยังไม่เท่าอุตสาหกรรมวายเลยค่ะ” ริกะพูดพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ เหมือนว่าเธอจะชอบเรื่องนี้จริง ๆ สินะ

               ทำให้ผมนึกไอเดียบางอย่างออก

               เกมจีบหนุ่มยังไงล่ะ

               ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่คุณริกะพูด แต่ผมก็ยอมรับเลยว่ามันน่าสนใจเอามาก ๆ ยิ่งพอเธอพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีผมก็เผลอยิ้มตามเธออย่างไม่รู้ตัว

              “เดี๋ยวนี้น่ะนะ มีทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือนิยายที่เกี่ยวกับเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเยอะมากเลยค่ะ แถมเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งออกได้ง่ายด้วย ฉันสนใจด้านนี้มากเลยล่ะ”

              “คุณริกะทำงานเกี่ยวกับสายงานนี้เหรอครับ” ผมเอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นว่าดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายยามที่พูดถึงเรื่องนี้ ผมชอบมากเลย มันเหมือนเธอเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เล่าในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่เหมือนผู้หญิงลุกเย่อหยิ่งที่ผมเห็นที่หน้าลิฟต์เลย

              “เปล่าหรอกค่ะ” แต่ทำไมเธอถึงได้ตอบกลับด้วยสีหน้า ที่ดูหมองลงกันนะ “ฉันเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงาม”

              “คนละสายงานเลยนี่ครับ” ผมเลิกคิ้วด้วยความสงสัยพลางทอดสายตามองเธอ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเอ่ยถึงเลย

              “ฉันเดินตามรอยคุณพ่อน่ะค่ะ ตอนที่คุณพูดว่ายอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความฝันของตัวเอง ฉันก็นับถือคุณนะคะ คุณกล้ามากจริง ๆ ฉันคงทำเหมือนคุณไม่ได้หรอก” ริกะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาแต่มันกลับไม่ส่งถึงแววตาของเธอเลยสักนิด อะไรกันเมื่อกี้ยังดวงตาเป็นประกายอยู่เลย ทำไมถึงได้ดับลงไปเสียแล้วล่ะ

              “ลองดูไหมล่ะครับ”

              “อะไรนะคะ” เธอเลิกคิ้วสูงแล้วสบตากับผม เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดแต่ก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าผมต้องการจะสื่ออะไร

              “คุณริกะไม่จำเป็นต้องทิ้งอะไรเลยครับถ้าคุณริกะร่วม มือกับผม ผมจะทำแทนคุณริกะเองครับ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 2 She said YES!

    พาร์ตริกะ และแล้วงานแต่งงานของเราก็ถูกจัดขึ้นในหนึ่งเดือนถัดมา เสียดายที่คุณย่าของฉันไม่ได้มาเพราะย้ายขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ตั้งแต่สองปีก่อน แต่ฉันเชื่อว่ายังไงคุณย่าก็ต้องเฝ้ามองฉันลงมาจากสวรรค์อยู่แล้ว ป่านนี้คงจะจับมือคุณแม่มาร้องไห้เพราะในที่สุดฉันก็แต่งงานละมั้ง “ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะ เป็นเจ้าสาวทั้งทีก็ยิ้มหน่อยสิ” นดาว่าพลางจับแก้มให้ฉันยิ้ม ฉันเสหน้าหลบก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองเพื่อนสนิท “แกว่าพ่อฉันจะมาไหมอะ” “แกส่งบัตรเชิญไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาอยากมายินดีที่ลูกสาวคนเดียวของเขาแต่งงานเขาก็คงมาแหละ” “ถ้าเขาไม่มาแสดงว่าเขาคงไม่อยากมีฉันเป็นลูกแล้วจริง ๆ สินะ” ฉันได้แต่ถอนลมหายใจออกมาอย่างปลง ๆ พ่อฉันไม่คุยกับฉันเลยตั้งแต่ที่ฉันออกมา ตอนงานศพของคุณย่าเขาก็ไม่แม้แต่ที่จะชายตามองฉัน ให้ทนายของคุณย่ามาคุยกับฉันแทนอีก “เอาน่า ท่านอาจจะแค่ระอาใจที่ผ่านมาไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดีก็ได้นะ” “เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ” ฉันว่าแต่ก็ไม่ได้เศร้านานมากน

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   ตอนพิเศษที่ 1 Yes or No

    พาร์ตธันวา ห้าปีผ่านไป “ที่นี่เป็นไงบ้าง” ผมเดินเข้ามาในตึกแถวห้องหนึ่งที่ผมเช่าเอาไว้เพื่อเป็นที่ตั้งของออฟฟิศธัญริกาที่ใหม่หลังจากที่ตัวเกมเริ่มมีชื่อเสียงบริษัทเองก็มีชื่อเสียงตามไปด้วย ผมเลยต้องการที่ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพนักงานในการทำโพรเจกต์ใหม่ ๆ “ดีมากเลยค่ะบอส อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วยเดินทางสะดวกมากเลยค่ะ” ต้นไทรว่าเสียงใสพลางกวาดสายตาไปมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น “บริษัทใหญ่ขึ้น ผู้บริหารก็เหนื่อยหน่อยนะ ฝากด้วยล่ะ” ผมหันไปพูดกับสาวรุ่นน้องก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับอย่างทันควัน “ได้ค่ะ หนูจะไม่ทำให้บอสผิดหวัง” ผมค่อนข้างจะเชื่อใจในตัวของต้นไทรอยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ดีผมเลยวางใจที่จะให้เธอขึ้นมาเป็นผู้บริหาร “นี่ ๆ จืดจางเอากระถางแจกันตั้งไว้ตรงนี้สิ” เธอรีบเข้าไปหาเพื่อนสนิทก่อนจะช่วยกันยืนจัดแจกันอยู่นานพลางถกเถียงกันอย่างเคย ตอนนี้คงจะไม่มีใครมากล้าเรียกจืดจางอีกแล้วเพราะจืดเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิตและควบคุมไอทีทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นรองก็แค่ต้นไทรเท่านั้นเอง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 24 ดินเนอร์หลังฝน (The End + Nc ส่งท้าย)

    นี่ก็ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว แต่คุณโยก็ยังไม่ฟื้นแม้จะอาการคงที่แล้วก็ตาม หมอบอกว่าเธออาจจะตื่นมาพร้อมกับอาการความจำเสื่อมได้ ไฟล์เสียงคำรับสารภาพที่ฉันได้มาถูกยื่นเป็นหลักฐานที่เชื่อมโยงกับหลักฐานชิ้นอื่น ๆ ทำให้เราปิดคดีลงได้ เหลือแค่ให้คนร้ายตื่นขึ้นมารับผิด “คุณโยฟื้นแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเดินมาเรียกฉันที่นั่งอยู่หน้าห้องพักคนไข้ สามวันมานี้ฉันแวะเวียนมาพูดคุยกับตำรวจเจ้าของคดีที่มาเฝ้าคุณโยอยู่ทุกวันเลยพอจะได้พูดคุยกันอยู่บ้าง คุณโยเคยมีประวัติรักษาโรคทางจิตเวชเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยโดยแจ้งความเรื่องที่ไปรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นอยู่ ไม่คิดว่าคราวนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราเดินเข้าไปในห้องพัก ข้อมือทั้งสองข้างของคุณโยถูกกุญแจมือตรึงเอาไว้ ภาพตรงหน้าทำเอาฉันต้องรู้สึกสลดเมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซูบผอมลงของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยการบอบช้ำจากอุบัติเหตุ “ปล่อยฉันไปนะ ปล่อยฉัน จะมามัดฉันไว้ทำไม ฉันทำอะไรผิด” หญิงสาวเริ่มโวยวายของที่แพทย์เจ้าของไข้จะมาตรวจอาการ “คุณจำได้ไหมครับว่าตัวเองชื่ออะไร” คุณหม

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 23 ใจกลางพายุ

    พาร์ตริกะ ฉันตัดสินใจขับรถของนดามาตามพิกัดที่ที่หนึ่งที่ถูกส่ง ผ่านมาทางข้อความของบุคคลปริศนา ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงกล้ามาน่ะเหรอ บอกตามตรงว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นผสมกับความอวดดีของตัวเองล้วน ๆ ฉันเงยหน้ามองตึกร้างที่อยู่เบื้องหน้าแล้วเกิดรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา ฉันไม่เคยทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นขนาดนี้มาก่อนแต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อาจจะเป็นเพราะเรื่องของพี่ธันวาฉันเลยได้ร้อนใจขึ้นมา มาที่นี่สิ แล้วเธอจะได้คำตอบของสิ่งที่เธออยากรู้ ป.ล.ห้ามบอกใครทั้งนั้นไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่ได้เจอกับคุณดีเซมเบอร์อีก ฉันโทรหาพี่ธันวาเท่าไรเขาก็ไม่ยอมรับสายสักทีฉันถึงได้ร้อนใจอยู่ในตอนนี้เลยตัดสินใจเดินทางมาในทันที ฉันเดินเข้ามาในตัวตึก “ฉันมาแล้ว เธออยู่ไหน” เสียงของฉันก้องไปทั่วจนน่าขนลุกพลางกวาดสายตามองไปมาด้วยความหวาดระแวง ฉันพยายามควบคุมสติของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นสองฉันเลยก้าวขึ้นไปบนบันไดด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ สิ่งที่ฉันไม่อาจเชื่อเลยทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสองฉันจะต้องพบหน้า

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 22 ลมกระโชกแรง

    พาร์ตริกะ ฉันเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากที่ได้รับสายจากนดาเพื่อนสนิทว่ารถประสบอุบัติเหตุ ฉันเดินเข้าไปในห้อง พักคนไข้แล้วเห็นว่าหญิงสาวมีผ้าปิดแผลที่ข้างขมับแล้วมีแผลถลอกตามลำตัวแล้วก็ต้องตกตะลึง “ไปทำอีท่าไหนรถถึงได้ชนกองทรายข้างทางได้น่ะ” ฉันรีบเข้ามายืนข้างเตียง นดาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาคาดโทษ “ไม่ต้องมาโกรธฉันเลยนะยะ ก็แกฝากให้ไปเอารถที่ร้าน อาหารที่แกไปฉลอง ฉันก็ไปเอาให้แต่รถแกมันเบรกไม่อยู่ ดีที่ฉันรู้ตัวก่อนแต่ดันมีรถมาตัดหน้าเลยต้องหักชนกองทรายอะ” “รถฉันมันเบรกไม่อยู่เหรอ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกับแปลกใจ ตอนฉันขับก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรทำไมถึงได้มาเบรกแตกตอนที่นดาขับกันนะ “ริกะ” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก พี่ธันวาเดินเข้ามาในห้องพักด้วยสีหน้าตึงเครียด “คณธันวาสวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” พี่ธันวาพยักหน้ารับก่อนจะพูดต่อ “เมื่อกี้พี่คุยกับตำรวจมา เขาบอกว่าเอารถของริกะไปตรวจแล้ว สายเบรกโดนตัด” “อะไรนะ?” ฉันกับนดาประสานเสียงกันด้วยความตกตะลึง

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 21 ลมพายุ

    “ทำตัวอวดเก่ง ดื้อด้านหัวแข็งแต่แกไปไกลได้แค่นี้น่ะเหรอฮะ” พ่อเหวี่ยงให้ฉันลงไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ฉันพยายามข่มตัวเองไม่ให้อารมณ์คุกรุ่นตามผู้เป็นพ่อ “พ่อคะ” ฉันเรียกชายหนุ่มอายุย่างห้าสิบ ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเป็นปกติที่สุดก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองวัยกลางคน “พ่อไม่ฟังอะไรเลยแล้วก็เอาแต่มาด่าหนู พ่อฟังหนูอธิบายก่อนได้ไหมคะ” “อธิบายอะไร ฉันเองก็เห็นอยู่กับตาตัวเองตั้งแต่วันแรกที่คนอย่างแกคิดจะไปลงทุนกับธุรกิจเกมแล้ว คนอย่างแกเนี่ยนะจะไปสนใจอุตสาหกรรมเกมถ้าไม่โดนไอ้หมอนั่นมันหลอก” “พ่อไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหนูชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรแล้วพ่อมาทำเป็นรู้ดีว่าคนอย่างหนูจะไม่สนใจอุตสาหกรรมเกมเหรอคะ” ผู้เป็นพ่อพ่นลมหายใจออกมาเมื่อถูกฉันยอกย้อนแล้วไม่รู้จะโต้เถียงให้กลายเป็นฝ่ายถูกอย่างไร “ไม่รู้แหละ ที่ผ่านมาฉันก็พยายามจะไม่สนใจเรื่องที่แกไปเอาไอ้หมอนั่น แต่นี่แกทำให้หมอพนัสต้องย้ายไป แล้วยังมีข่าวออกมาให้ตระกูลเราเสื่อมเสียอีก คิดดูสิทายาทโรงพยาบาลดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศมีลูกสาวไม่มีหัวคิดแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ฉ

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 4 แบบร่างธุรกิจ

    “คุณริกะไม่จำเป็นต้องทิ้งอะไรเลยครับถ้าคุณริกะร่วม มือกับผม ผมจะทำแทนคุณริกะเองครับ” ฉันนั่งนิ่งเพราะตกใจกับคำพูดของอีกฝ่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคนพูดแบบนี้กับฉัน “...” “เอ่อ... ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ” เหมือนคนตรงหน้าฉันจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเมื่อคร

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 2 นักแคสต์เกมมือใหม่หน้าเก่า

    ผมกระแอมไอเล็กน้อยหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ของตัวเองหลังจากที่ติดตั้งอุปกรณ์เตรียมพร้อมสำหรับการแคสต์เกมครั้งแรกในรอบหลายปี อันที่จริงก็เกือบจะสิบปีเลยละ ผมกดเปิดเริ่มการถ่ายถอดสด หน้าจอฉายภาพเกมที่ผมกำลังเปิดพร้อมจะเล่น ผมจัดท่าทางให้อยู่ในท่วงท่าที่สบายที่สุด ริมฝีปากชิดก

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   บทที่ 1 ปฐมบท

    เพล้ง! เสียงแก้วถูกปาไปกระแทกที่ผนังห้องนั่งเล่นจนเศษแก้วแตกกระจายลงเต็มพื้นด้วยความโมโหจากมือของผู้เป็นพ่อ ผมได้แต่ยืนตัวสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นไม่ต่างกันหลังจากที่เราเริ่มมีปากเสียงพ่อก็จะเริ่มใช้ความรุนแรงเพื่อระบายโทสะกับข้าวของภายในบ้าน “พูดม

  • So Zapp! ปากดีที่ร้าย   พูดคุย

    สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ ขอฝากนิยายเรื่อง So Zapp! ปากดีที่ร้าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status