Masuk
เสียงส้นรองเท้าส้นเข็มสีแดงเพลิงขนาดสี่นิ้วยี่ห้อหรู กระทบลงบนพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ขัดเงาของออฟฟิศชั้นยี่สิบแปดดังก้องเป็นจังหวะถี่กระชั้น ท่วงทำนองของมันแฝงไปด้วยกระแสความร้อนรนจนพนักงานในแผนกอื่นที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องลอบเหลียวมองตาม
หลังบางระหงของ ‘ลิตา’ หรือ ลลิตา พีอาร์สาวระดับท็อปของบริษัทกำลังเหยียดตรง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตและไร้ที่ติ บัดนี้ตึงเครียดจนคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเกือบเป็นปม
ในอ้อมแขนของเธอมีแล็ปท็อปเครื่องบางเฉียบคู่ใจถูกกอดเอาไว้แน่น ราวกับมันเป็นกล่องดวงใจที่กำลังจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ สาเหตุก็เพราะหน้าจอที่เคยแสดงผลงานพรีเซนเทชันแคมเปญระดมทุนครั้งใหญ่ของบริษัทวีไอพีระดับประเทศ บัดนี้กลับมืดดับสนิท กลายเป็นสีดำมืดมิดก้นบึ้งที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ต่อการกดปุ่มเปิดปิดซ้ำ ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย
และที่เลวร้ายที่สุดคือ อีกไม่ถึงสามชั่วโมงข้างหน้า เธอต้องก้าวเข้าห้องประชุมเพื่อนำเสนอโปรเจกต์นี้ต่อหน้าบอร์ดบริหารและตัวแทนลูกค้า!
“บทจะพังก็พังเอาดื้อ ๆ แบบนี้เนี่ยนะ ไอ้เครื่องเฮงซวย! อย่าให้รอดไปได้นะ แม่จะทุบทิ้งแล้วเบิกเครื่องใหม่ทันทีเลยคอยดู!”
หญิงสาวสบถพึมพำในลำคอด้วยความฉุนเฉียว ลมหายใจอุ่นพรูออกจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มอิฐอินเทรนด์ เธอยกมือขึ้นสะบัดเรือนผมลอนใหญ่สีน้ำตาลประกายทองที่ดัดมาอย่างตั้งใจให้พ้นไปจากกรอบหน้าเรียวสวย ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังลิฟต์โดยสารประจำอาคาร
จุดหมายปลายทางคือชั้นสิบห้า... ดินแดนที่ชาวพีอาร์ผู้รักความรื่นเริงและเสียงดนตรีอย่างเธอไม่เคยคิดอยากจะเฉียดกรายเข้าไปเลยหากไม่มีเหตุจำเป็นคอขาดบาดตาย
แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศและการบำรุงรักษา หรือที่เรียกกันติดปากว่า ไอที ซัพพอร์ต
ติ๊ง!
ทันทีที่ประตูลิฟต์บานโลหะเปิดออกที่ชั้นสิบห้า กระแสลมเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าปกติเพื่อระบายความร้อนให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็พุ่งเข้าปะทะผิวกายเนียนละเอียดทันที
ลิตาลอบขนลุกซู่ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากชั้นยี่สิบแปดอันเป็นที่ตั้งของแผนกประชาสัมพันธ์ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ไม่มีเสียงเพลงสากลเปิดคลอเบา ๆ ไม่มีเสียงหัวเราะต่อกระซิก หรือเสียงเมาท์มอยเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นใหม่ ๆ มีเพียงแสงไฟสีขาวโพลนที่ส่องสว่างจ้า สะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบ ๆ เครื่อง และเสียงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกดังกราวราวกับสายฝนหลงฤดู
บรรยากาศเงียบสงัดทว่าตึงเครียดอย่างประหลาด ลิตากวาดสายตาโฉบเฉี่ยวเพื่อมองหาช่างซ่อมประจำตัวที่มักจะคอยบริการเธอด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยทุกครั้ง ทว่าวันนี้โต๊ะทำงานของเขากลับว่างเปล่า มีเพียงป้ายตั้งโต๊ะที่บอกว่าออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ความหวังเดียวของเธอจึงเหลือเพียงแค่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมในสุดของห้อง... โต๊ะขนาดใหญ่ที่เป็นเอกเทศและบ่งบอกฐานะ ‘หัวหน้าแผนกไอที’ ผู้มีกิตติศัพท์เลื่องลือในเรื่องความเนี้ยบ ดุ และเข้าถึงยากที่สุดในองค์กร
‘ภาม’ หรือ ‘ภคิน’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้ครองตำแหน่งบุคคลที่พนักงานสาว ๆ ค่อนบริษัทโหวตให้เป็น ‘สมบัติล้ำค่าที่จับต้องไม่ได้’ ขององค์กร
เขาเป็นผู้ชายที่มีส่วนสูงเฉียดร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างสมส่วนและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเนื้อแน่นใต้ร่มผ้าจากการดูแลตัวเองอย่างดี แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านที่ถูกปลดกระดุมคอเม็ดบนออกหนึ่งเม็ด ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างพับขึ้นมาถึงระดับข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนลากผ่านผิวขาวจัดและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยพลัง ขณะที่นิ้วยาวเรียวราวกับนักเปียโนกำลังรัวพิมพ์ข้อความชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์อย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด
โครงหน้าของภามคมคายราวกับภาพวาดชั้นดี สันกรามคมกริบรับกับปลายคางมน จมูกโด่งเป็นสันตรง และริมฝีปากหยักลึกทรงเสน่ห์ที่มักจะเหยียดตรงเป็นเส้นขนานไร้รอยยิ้มอยู่เสมอ
ทว่าสิ่งที่เป็นจุดดึงดูดสายตาที่สุดกลับเป็นดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบแว่นตาเลนส์ใสสีเงินยามที่มันสะท้อนกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันดูเย็นชา อ่านยาก และทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าสบตาตรง ๆ ได้นานเกินสามวินาที
ลิตาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก แม้ว่าเธอจะเป็นสาวมั่นผู้เชี่ยวชาญการบริหารเสน่ห์และรับมือกับผู้ชายมามากหน้าหลายตา ทว่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังจะถูกครูฝ่ายปกครองตรวจค้นกระเป๋า
ภามไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นในบริษัทที่มักจะมองเธอด้วยสายตาชื่นชม ชีกอ หรือพยายามหาเรื่องเข้ามาทักทายพูดคุยเพื่อสานสัมพันธ์ เขาเป็นคนเดียวที่เคยมองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง ว่างเปล่า ราวกับเธอเป็นเพียงก้อนวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่งที่หลงเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขาเท่านั้น
แต่ในเวลานี้ ศักดิ์ศรีหรือความเกรงใจใด ๆ ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความฉิบหายที่กำลังจะเกิดขึ้นหากงานของเธอส่งไม่ทันบ่ายสามโมง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนแผ่นอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลง ขยับเสื้อเชิ้ตคอวีดีไซน์เก๋เนื้อผ้าพริ้วไหวให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนสีหน้าจากความหงุดหงิดให้กลายเป็นรอยยิ้มหวานเชื่อมที่ทรงเสน่ห์ที่สุด ก่อนจะแสร้งทำเป็นเดินบิดสะโพกนวดนาดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของชายหนุ่มหน้านิ่งอย่างเชื่องช้า
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ







