تسجيل الدخولเฟี่ยวว!!!!!
ผมไม่รู้ตัวเลยว่าไอ้ตอนคิดว่าจะตามยัยนั่นไป ผมเดินมาอยู่กลางถนนของอีกเลนนึงแล้ว มารู้ตัวเอาก็ตอนที่รถเกือบขับชนผมนั่นแหละ โชคดีที่ผมถอยหลังกลับมาทันในระยะเฉียดฉิวพอดี รถคันนั้นที่ขับมาโคตรเร็วถึงได้วิ่งผ่านผมไปดังเฟี่ยว!!! “ไอ้สัส เกือบตายห่าก่อนไปถึงโรงบาลแล้วมั้ยล่ะมึง” ผมถอนหายใจพลางบอกเชิงด่าตัวเองที่เพิ่งจะแคลเซิลตั๋วทัวร์นรกไปหมาดๆ และตอนนี้ผมอยู่เกาะกลางถนน ก่อนจะมองไปที่อีกฟากของถนนอีกครั้ง จะมองหายัยนั่นน่ะครับ แต่ก็ไม่เห็นแล้ว คือความจริง น่าจะยังเห็นบ้างนะ ลางๆ ถึงจะเดินไปไกลแล้ว เพราะแสงจากเสาไฟฟ้าข้างถนนมันก็น่าจะส่องให้พอเห็นลางๆได้บ้าง แต่นี่ไม่เห็นเลย ยัยนั่นเดินหายไปแล้ว ซึ่งผมไม่เข้าใจเลย “คนเชี่ยไร เดินเร็วฉิบหาย” ผมพูดกับตัวเองอีกรอบ สายตาก็ยังชะเง้อมอง พยายามจะมองดูอีกรอบ เผื่อจะเห็น แต่ก็ไม่เห็นอยู่ดี ตอนนี้เลยงงในงง ยิ่งคิดก็ยิ่งงง คือแบบ อย่างกับหายตัวได้ “หรือยัยนั่นจะหายตัวได้จริงๆวะ” คราวนี้ผมพูดเสียงเครียดกับตัวเอง ก่อนหันหลังมองซ้ายมองขวาแล้วข้ามถนนกลับไปขึ้นรถ เพราะผมจะรีบขับรถต่อ ผมจะรีบไปหาเอลีนที่โรงบาล ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้น ความจริงผมไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก คนอะไรจะหายตัวได้ใช่มั้ย แต่ที่ยัยนั่นเดินหายแว้บไปโคตรเร็ว อารมณ์เหมือนเดินเร็วมาก อาจเป็นเพราะเธอตกใจมากก็ได้ เหมือนในวิชาวิทย์อ่ะ ถ้าใครเคยเรียนก็คงพอจะจำกันได้ ที่บอกว่าถ้าคนเราตกใจอะไรมากๆ อะดรีนาลีนมันก็จะหลั่ง เลยสั่งให้คนเราทำได้ในสิ่งที่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ เราจะทำไม่ได้ กรณีของยัยนั่นก็คงเหมือนกัน คงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้มาก ก็เลยเดินเร็วมากแบบไม่รู้ตัว #Jedi EndALINE
“เอลีน เธอต้องไม่เป็นอะไร เธอต้องปลอดภัยนะเอลีน เธอต้องปลอดภัย เธอต้องไม่เป็นอะไร” “เจได!!?” ฉันอุทานชื่อเจไดออกมาอย่างมีความหวัง เมื่อระหว่างที่ฉันกำลังหันรีหันขวางและสับสนกับความเวิ้งว้างว่างเปล่าอย่างหมดสิ้นหนทาง จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงเจได แต่พยายามมองหาเขาเท่าไหร่ ฉันก็ไม่เจอ ที่เจอก็มีแต่แสงสว่างที่แสบหูแสบตา “เอลีน เธอต้องปลอดภัยนะ เธอต้องไม่เป็นอะไร เอลีน เธอต้องปลอดภัย” เสียงเจไดยังคงดังอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ดังอยู่เรื่อยๆไม่หยุด แต่ถึงจะพยายามมองหาครั้งแล้วครั้งเล่า หันมองทุกทิศทุกทางซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้ตั้งกี่รอบ ฉันก็ยังคงไม่เห็นหมอนั่นอยู่ดี “เจได นายอยู่ไหน เจได ช่วยฉันที พาฉันออกไปที ฉันอยากไปจากที่นี่ เจได เจได..ฮึก!..กรี๊ดดด!!!!!” ฉันเรียกไม่ทันจบ จู่ๆฉันก็รู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ ก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างดึงไปไหนก็ไม่รู้อีกแล้ว มารู้อีกที มันก็เหมือนว่าตัวฉันกำลังถูกทำอะไรบางอย่าง เหมือนร่างกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างดูดให้กระตุกขึ้นซ้ำๆหลายครั้ง อารมณ์เหมือนแบบ มันรู้สึกและเหมือนจะรับรู้ทุกอย่าง แต่มันกลับลืมตาไม่ขึ้น ขยับตัวไม่ได้ มองเห็นแต่ความมืด และหูได้ยินแต่เสียงของความวุ่นวายอะไรสักอย่าง เหมือนเสียงของคนหลายคนที่กำลังวุ่นวายอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดี แต่ฉันจับใจความไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่องว่าคนพวกนั้นกำลังทำอะไรกัน และพวกเขากำลังทำอะไรกับร่างกายของฉัน “หัวใจกลับมาเต้นแล้วค่ะหมอ!” จนกระทั่งฉันได้ยินประโยคนี้ ..หมอเหรอ? ..หัวใจกลับมาเต้น? คือฉันได้ยินแต่ก็ยังลืมตาไม่ได้ ยังพูดไม่ออก เหมือนได้ยินเสียงหมอกับพยาบาลคุยกันในห้วงจิตสำนึก และฉันฟังรู้เรื่องแค่ประโยคนั้น แต่อย่างอื่นก็ยังจับใจความไม่ค่อยได้อยู่ดี พวกเขาคุยไรกันก็ไม่รู้ และอีกอย่างนึงที่ฉันไม่รู้(สึก) นั่นคือฉันไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกอะไร ได้ยินแต่เสียง จนกระทั่งเสียงเงียบไป พร้อมๆกับจิตสำนึกการหยั่งรู้ของฉันที่ดับวูบลงอีกครั้ง #Aline End:
JEDI @PRIME HOSPITAL ทันทีที่มาถึงโรงบาล ผมก็แทบจะวาร์ปมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน หัวใจมันร้อนรน ลมหายใจก็ถี่ยิบสั่นสะท้านผิดจังหวะไปหมด เมื่อกี้ตอนขับรถมา ผมก็ภาวนามาตลอดทาง ขอให้เอลีนปลอดภัย ผมหวังให้เป็นอย่างนั้น ไม่สิ ไม่ใช่แค่หวัง แต่ยัยนั่นต้องปลอดภัย ต้องปลอดภัยเท่านั้น! “เอลีนเป็นไงบ้างวะ!” ตอนนี้เกียร์หมาที่ผมใส่มามันพาผมมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินแล้ว และผมเห็นไอ้พวกเพื่อนผมกับเพื่อนเอลีนอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินกันจนครบ ผมถึงรีบพุ่งเข้าไปถามไอ้สี่ตัวเพื่อนผมด้วยน้ำเสียงร้อนรนใจ ส่วนเหตุผลที่ผมเหมือนจะมาช้ากว่าใครๆ คงเป็นเพราะผมไปเสียเวลาอยู่กับอุบัติเหตุเมื่อกี้ “หมอยังไม่ออกมา” ไอ้เกรย์เป็นคนตอบให้ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่ชัดเจนว่ากำลังเครียดจัด ไม่ต่างกับทุกคนตอนนี้ ที่สายตาจับจ้องเพียงประตูห้องฉุกเฉิน “ยังไม่ออกมา! หมายความว่าไง นี่นานแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังไม่ออกมาอีกวะ” เหมือนเสียงผมจะร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ จนพาให้เพื่อนสนิทผมทุกคนหันมาทางผม “มึงใจเย็นก่อนสัส เอลีนต้องไม่เป็นไรเว้ย” ไอ้คชาลุกมาหาผมแล้วช่วยบอกอีกคน ก่อนไอ้เกียร์กับไอ้สายฟ้าจะลุกตามมา “นั่นดิ มึงใจเย็นๆก่อนเว้ยเพื่อน หมอต้องช่วยได้แน่..เห้ย แล้วว่าแต่ หัวมึง? ไปโดนไรมาวะ” ไอ้เกียร์มันช่วยปลอบอีกคน ก่อนจะเอียงหน้าถาม “หัวเหรอ เออ! จริงด้วยว่ะเชี่ยสตาร์วอร์ หึวมึงโนอ่ะ ไปโดนไรมาวะ” คราวนี้เป็นไอ้สายฟ้าที่ทำหน้าเป็นหมางงใส่ผม ทีนี้ทุกคนก็เลยมองผมกันหมด ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทของเอลีน ..ลูกกอล์ฟกับนาตาชา “จริงด้วยมึง โนเป็นลูกมะกรูดเลย” “นั่นสิเจได เจ็บมากรึเปล่าอ่ะ” ลูกกอล์ฟกับนาตาชาถามอย่างเป็นห่วงผสมกับตกใจ งั้นผมถือโอกาสตอบให้ทีเดียวเลยแล้วกัน “ไม่อ่ะ ไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวก็หาย แค่เมื่อกี้เสือกเบรคกะทันหันอ่ะ หน้าผากเลยจูบกับพวงมาลัยไปโป๊กนึง” “แน่ใจเหรอว่าไม่เป็นไรมาก” ไอ้เกรย์ถาม “อืม ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะเรื่องกู ยังไงก็ไม่น่าห่วงเท่าคนในห้อง เออ จริงสิ แล้วญาติๆเอลีนอ่ะ ทำไมกูไม่เห็นเลย” สงสัยเหมือนผมมั้ย คือเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ความจริงพวกตำรวจหรือหน่วยกู้ภัยจะต้องโทรแจ้งญาติเป็นคนแรกดิ แต่นี่ผมกลับไม่เห็นญาติเอลีนเลยสักคน “ติดต่อไม่ได้ สงสัยปิดเครื่องกันหมดทั้งบ้าน ตำรวจเลยโทรหานาตาชา กูก็เลยได้รู้ด้วย ถึงได้รีบโทรไปบอกมึงกับไอ้พวกนี้” ไอ้เกรย์บอก เออ เหมือนผมลืมบอกไปอีกอย่าง ว่าไอ้เกรย์กับนาตาชาเป็นผัวเมี..เอ้ย เป็นแฟนกัน คือเราทุกคนเรียนคณะเดียวกัน มหาลัยเดียวกัน ตอนนี้อยู่ปี 3 เอลีนก็ด้วย ปี 3 วิศวะการบิน ม.เจบราวน์ (Faculty of Engineering @ J Brown University) ส่วนผม ชื่อเจได แบบเหมือนลืมแนะนำตัว ทั้งๆที่พล่ามมาตั้งนานแล้ว “งั้นเหรอ แล้วตอนนี้ติดต่อได้ยัง” “ยัง แต่ตำรวจก็เหมือนจะไปที่บ้านแล้ว เดี๋ยวคงรู้เรื่อง แล้วก็คงรีบตามมา” “งั้นเหรอ อืม” ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน แล้วจู่ๆหมอก็ออกมาพอดี และทีนี้ผมจะรอไร รีบพุ่งไปเลยดิ ก็ในเมื่อใจผมมันร้อนรนอยู่แล้ว แล้วกิริยาท่าทางของผมมันจะไปเหลืออะไร “หมอ! เพื่อนพวกผมเป็นไงบ้างครับ!” “…” หมอเงียบ แล้วถอนหายใจเบาๆ แถมทำหน้าไม่ค่อยดีคือยังไงวะ “ว่าไงหมอ!” “เมื่อกี้คนไข้หัวใจหยุดเต้นครับ” “หัวใจหยุดเต้น!!!” ได้ยินเธอหัวใจหยุดเต้น ผมก็แทบหยุดหายใจ “ครับ แต่เราทำ CPR ไป จนตอนนี้หัวใจกลับมาเต้นปกติแล้วครับ แต่ถึงจะอย่างนั้น คนไข้ก็เสียเลือดมาก ทางโรงพยาบาลมีเลือดสำรองไม่เพียงพอ คงต้องขอรับบริจาคจากญาติๆ หรือไม่ก็ประกาศขอรับบริจาคจากคนที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกับคนไข้ ในกรณีที่สภาพร่างกายของญาติไม่พร้อม หรือในกรณีที่กรุ๊ปเลือดไม่สามารถเข้ากันได้” “งั้นผมเองครับ! เดี๋ยวผมบริจาคให้เอง ผมเลือดกรุ๊ปเดียวกับเธอ!” ผมบอกหมออย่างไม่ลังเล “คุณไม่มีโรคประจำตัวอะไรใช่มั้ยครับ” “ไม่ครับ ผมแข็งแรงดี” “งั้นเชิญครับ” “ครับหมอ” ผมรีบพยักหน้ารับแล้วตามหมอไปทันที ตามไปพร้อมกับคำภาวนาที่ยังคงอยู่ในใจผมตลอดเวลา ..เธอต้องปลอดภัยนะเอลีนวันต่อมา.. (ตกเย็น)@J Brown University “สัส ไปเยี่ยมเอลีนพร้อมกันเลยมั้ยครับ” พอเลิกเซควิชาสุดท้าย ไอ้คชามันก็หันมาถามผม ไอ้สายฟ้าก็รอฟังคำตอบ ส่วนไอ้เกรย์ลุกไปพร้อมกับเมียมันแล้วก็ลูกกอล์ฟแล้วเมื่อกี้นี้ ส่วนไอ้เกียร์ มันไปรับแพทริเซียเมียมันที่คณะบริหารก่อน เพราะเมียมันอยากไปเยี่ยมเอลีนด้วย ทีนี้ก็อย่างที่เห็น ตรงนี้เลยเหลือแค่ไอ้สองตัวที่กำลังรอคำตอบจากผมอยู่“พวกมึงไปก่อนแล้วกัน พอดีกูต้องแวะไปหาป๊าม้าที่บริษัทก่อน เห็นเฮียบอกว่าป๊าม้ามีเรื่องจะคุยด้วย กูเลยจะเข้าไปหาก่อน เพราะเป็นทางผ่านอยู่แล้ว จะได้ไม่เสียเวลา เสร็จแล้วกูค่อยตามไปโรงบาลทีหลัง” ผมโกหกพวกมันไป ทั้งที่ความจริงอยากไปหาเอลีนใจจะขาด ถึงเมื่อคืนหมอบอกว่าเธอปลอดภัยแล้ว ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี ผมอยากเห็นหน้า อยากคุยกับเธอ แต่ที่จำเป็นต้องโกหกไอ้สายฟ้ากับไอ้คชาไปแบบนั้น เพราะผมไม่อยากไปพร้อมใคร ผมอยากไปหาเอลีนแค่คนเดียว อยากอยู่กับยัยนั่นสองต่อสอง เผื่อถ้ายัยนั่นฟื้นแล้ว จะได้คุยอะไรๆกันได้สะดวกหน่อย อยู่กันหลายๆคน ผมกลัวจะหลุดความลับอะไรออกไปแล้วต้องมาโดนซักจนเกือบจะถึงชาติที่แล้วเหมือนกับเรื่องกรุ๊ปเลือดอีก จำได้ใช่
เฟี่ยวว!!!!!ผมไม่รู้ตัวเลยว่าไอ้ตอนคิดว่าจะตามยัยนั่นไป ผมเดินมาอยู่กลางถนนของอีกเลนนึงแล้ว มารู้ตัวเอาก็ตอนที่รถเกือบขับชนผมนั่นแหละ โชคดีที่ผมถอยหลังกลับมาทันในระยะเฉียดฉิวพอดี รถคันนั้นที่ขับมาโคตรเร็วถึงได้วิ่งผ่านผมไปดังเฟี่ยว!!!“ไอ้สัส เกือบตายห่าก่อนไปถึงโรงบาลแล้วมั้ยล่ะมึง” ผมถอนหายใจพลางบอกเชิงด่าตัวเองที่เพิ่งจะแคลเซิลตั๋วทัวร์นรกไปหมาดๆ และตอนนี้ผมอยู่เกาะกลางถนน ก่อนจะมองไปที่อีกฟากของถนนอีกครั้ง จะมองหายัยนั่นน่ะครับ แต่ก็ไม่เห็นแล้ว คือความจริง น่าจะยังเห็นบ้างนะ ลางๆ ถึงจะเดินไปไกลแล้ว เพราะแสงจากเสาไฟฟ้าข้างถนนมันก็น่าจะส่องให้พอเห็นลางๆได้บ้าง แต่นี่ไม่เห็นเลย ยัยนั่นเดินหายไปแล้ว ซึ่งผมไม่เข้าใจเลย “คนเชี่ยไร เดินเร็วฉิบหาย” ผมพูดกับตัวเองอีกรอบ สายตาก็ยังชะเง้อมอง พยายามจะมองดูอีกรอบ เผื่อจะเห็น แต่ก็ไม่เห็นอยู่ดี ตอนนี้เลยงงในงง ยิ่งคิดก็ยิ่งงง คือแบบ อย่างกับหายตัวได้“หรือยัยนั่นจะหายตัวได้จริงๆวะ” คราวนี้ผมพูดเสียงเครียดกับตัวเอง ก่อนหันหลังมองซ้ายมองขวาแล้วข้ามถนนกลับไปขึ้นรถ เพราะผมจะรีบขับรถต่อ ผมจะรีบไปหาเอลีนที่โรงบาลส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้น ความจริงผ
“กรี๊ดดด!!!”โครมมม!!!!!เพราะเบรคไม่กิน ความตกใจมันเลยสั่งให้ฉันหักหลบรถที่อยู่ๆก็เลี้ยวปาดหน้ามาอย่างกะทันหัน ก่อนฉันจะรู้สึกว่าสติฉันค่อยๆพร่าเลือนลงไปทุกที หลังจากที่หักหลบแล้วรถคันเก่าของฉันมันพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเข้าเต็มๆ เสียงพุ่งชนดังสนั่นท่ามกลางความมืด ตอนนี้ความเจ็บปวดที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วตัวฉัน โดยเฉพาะบริเวณหัว บวกกับการรับรู้และสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของของเหลวสีแดงที่กำลังไหลซึมออกมาจากหัวฉันเป็นทางยาว มันทำให้ฉันเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ฉันมีโอกาสหายใจได้อีกไม่กี่วินาที และจากนี้ ลมหายใจมันคงจะสิ้นสุด พร้อมกับสติที่ดับวูบลงไป.. #ALINE###JEDIRrrrrr..!!!!!Rrrrrrrrr..!!!!!!Rrrrrrrrrrrr..!!!!!!!“ฮืออ เชี่ยไรวะ”ผมบ่นทั้งที่ยังหลับตานอนอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงครึ่งหลับครึ่งตื่น ค่อนไปทางหลับซะ 99.99% บวกกับอารมณ์หงุดหงิด ก็คนกำลังหลับฝันดี ฝันว่าได้กอดเมี.. เอ่อ ช่างเหอะ เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน เรื่องรับโทรศัพท์ ผมคงต้องรับสักที ทั้งที่ความจริงกะจะไม่รับ แต่เพราะมันดังอยู่โคตะระนาน ดังจนโคตรรำคาญ ดังอยู่หลายรอบมาก ดังเหมือนไอ้คนโทรมันจงใจโทรแล้วโทรอีก โทรแม่งจนกว่าผมจะรับอ่ะ







