Se connecterเสียงนักศึกษาคณะนิเทศฯจำนวนมากที่ต่างคนต่างพูดคุยกันจนเซ็งแซ่ ฟังไม่ได้ศัพท์ ภายใต้ตึกคณะ โมน่า และ โบว์นั่งทบทวนตำราเรียนกันอยู่ที่ม้าหินอ่อนมุมตึก
"โบว์ ฉันคิดว่าจะหางานทำเพิ่ม" โมน่าสะกิดเพื่อนที่ฉันอ่านหนังสือข้าง ๆ แล้วเอ่ยขึ้น
"ห๊า ยังจะทำเพิ่มอีกเหรอ!...." โบว์อุทานด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพ่นลมหายใจแล้วพูดประโยคสุดท้าย
"....ที่ทำอยู่ก็เยอะมากล่ะนะ"
"ฉันจำเป็นต้องใช้เงินน่ะ" พูดจบ ก็ลอบหายใจเบา ๆ อยู่ ๆ ก็มีเสียงแหลมแทรกเข้ามา
"มาเป็นคนใช้บ้านฉันสิ' ทั้งโมน่า และโบว์หันไปตามต้นเสียงทันที
"ญิ๋งญิ๋ง" ทั้งคู่อุทานพร้อมกันเบา ๆ เมื่อเห็นนักศึกษาร่วมคณะเดินนวยนาดเข้ามาแล้วจ้องมาที่โมน่าด้วยสายตาเยาะเย้ย ดูไม่เป็นมิตร
"ถ้าไม่อยากเป็นคนใช้ ก็ไปขายตัวสิ ฮ่าฮ่าฮ่า" เธอเดินมากับเพื่อนอีกสองคนต่างพากันหัวเราะชอบใจ
"มันจะมากไปแล้วนะ" โบว์ใช้ฝ่ามือทุบโต๊ะแล้วยืนขึ้นด้วยความโกรธ ท่าทางเอาเรื่อง แต่โมน่าก็ดึงแขนเธอไว้แล้วส่ายหน้า
ญิ๋งญิ๋งมันจะคอยหาเรื่อง และพูดจาดูถูกโมน่าทุกครั้งที่เจอกัน เพียงเพราะเธออิจฉาที่โมน่าเรียนเก่งเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ๆ ในคณะ จึงหาทางกลั่นแกล้ง แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับโมน่าเพราะเธอฉลาดและรู้แผนการโง่ ๆ ของญิ๋งญิ๋ง เธอจึงได้แค่พูดจาดูถูกเหยียดหยามทำให้ตัวเองดูสูงกว่า
ด้วยความที่โมน่าไม่อยากจะโต้เถียงกับคนประเภทนี้ จึงพยายามหลบหลีกญิ๋งญิ๋ง แต่เธอกลับพยายามคอยตามมาหาเรื่อง กล่าววาจาที่หยาบคายกับโมน่าอยู่ตลอด
โมน่าลุกขึ้นยืนเก็บข้าวของใส่กระเป๋า แล้วดึงมือเพื่อนสนิทเดินเลี่ยงกลุ่มของญิ๋งญิ๋งออกมา
"จะไปไหน" โมน่าชะงักฝีเท้าเมื่อญิ๋งญิ๋งวิ่งเข้ามาขวาง
"...." โมน่าเบือนหน้าไปลอบหายใจก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงที่เอือมระอา
"มีอะไรอีก"
"ฉันมีงานพิเศษให้เธอทำ...." ญิ๋งญิ๋ง เอ่ยพลางเผยยกยิ้มมุมปาก โมน่าเห็นใบหน้าของญิ๋งญิ๋งแล้วก็นึกถึงแผนการร้ายของเธอทัน
"....รายได้ดีมากเลยน๊าาาา" นักศึกษาสาวยืนมือกอดอกแล้วมองโมน่าอย่างลำพองใจ
"อย่างเธอนี่นะจะหางานดี ๆ ให้โมน่า..." เป็นโบว์ที่พูดขึ้นแล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ
"...เหอะ ๆ ไปกันเถอะ" พอสิ้นเสียงเธอก็คว้าแขนโมน่าดึงออกมา แต่ทว่า ญิ๋งญิ๋งไม่ยอมแพ้ เธอก็คว้าแขนฉันอีกข้าง
"เป็นติวเตอร์น่ะ" โมน่าชะงักแล้วหันไปที่ญิ๋งญิ๋งพร้อมย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
"พอดีรุ่นพี่ของฉันหาคนมาติว ฉันเห็นว่าเธอเรียนเก่ง ได้อันดับหนึ่งทุกปีก็เลยแนะนำเธอ" ญิ๋งญิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอเปิดกระเป๋าสพายใบเล็กหยิบกระดาษโน้ตกับปากกาขึ้นมาจดอะไรบางอย่าง ก่อนจะยื่นมาให้ฉัน
"ถ้าไม่เชื่อเธอก็ลองโทรไปถามดูสิ" ฉันรับมาอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นญิ๋งญิ๋งกับเพื่อน ๆ ของเธอก็วิ่งไป ฉันลอบหายใจเบา ๆ ก่อนจะคลี่กระดาษบนมือดู
'0901234567 ไคโตะ'
"ไคโตะ?" โบว์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าสงสัย
"คนญี่ปุ่น?..." เธอยังพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะพูดกับฉัน
"...แกจะลองโทรไปมั้ย" โมน่าส่ายหน้า เพราะคิดว่าถ้ารู้จักกับญิ๋งญิ๋งต้องไม่ใช่คนดีแน่ จากนั้นเธอก็โยนกระดาษโน้ตนั้นลงถังขยะ
โมน่าขึ้นรถประจำทางกลับมาที่บ้าน เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปทำงาน ระหว่างที่เธอกำลังเปิดประตูรั้วเล็ก ก็มีเสียงแตรรถดังมาจากด้านหลัง พร้อม ๆ กับประตูรั้วใหญ่ค่อยเปิดกว้างเพื่อให้รถยนต์เข้าไปได้
พอพ้นประตูรั้วคนขับรถยนต์คันหรูก็ลงมาจากรถ แล้วก้าวขายาวเดินตรงมาที่ฉันสวมใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูทับเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงสแล็ค
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" ฉันเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
"ทำไมยังไปทำงานที่คลับอยู่อีก ห๊ะ!" นักศึกษาหนุ่มวิศวะร่างสูงตวาดใส่โมน่าจนเธอสะดุ้งโหย่งก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
"มะ..โม...." เธอกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่พูดอะไรไม่ออก เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือพี่ชายต่างมารดาของเธอเอง ซึ่งก่อนหน้าเขาได้เห็นโมน่าไปเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คลับ จึงสั่งห้ามเธอทำ ทว่างานที่คลับเงินดี โมน่าจึงยังแอบไปทำโดยที่ขัดคำสั่งพี่ชาย
โยชิ ยืนหงุดหงิดต่อหน้าน้องสาวต่างมารดา แม้ว่าตอนแรกเขาไม่ยอมรับ แต่เป็นเพราะเขารู้สึกสงสารที่โดนแม่ของตัวเองกลั่นแกล้งตัดค่าใช้จ่าย จนต้องหาเงินเรียนเอง ทำให้เธอต้องลำบากจึงรู้สึกผิด และคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ ทว่าโมน่ากลับปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา
"อยากได้เงินนักใช่ไหม" โยชิล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กขึ้นมาก่อนจะควักเงินจำนวนหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้น้องสาวต่างมารดา
"เอาไปสิ" เขายื่นอยู่นานโมน่าก็ยังไม่หยิบไป
"โมน่าหาเงินเองได้ค่ะ คงไม่รบกวนพี่โยชิหรอกค่ะ" พอสิ้นเสียง คนเป็นพี่ก็เบือนหน้าไปพ่นหายใจพรืด
"ถ้าหาเงินเองได้ก็ลาออกจากคลับนั้นซะ!"
"ทำไมพี่โยชิต้องห้ามโมน่าด้วยล่ะคะ" โมน่ากล่าวถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"มันเป็นสถานที่ที่คนอย่างเธอควรไปงั้นเหรอ?หึหึ..." เขาพูดจบก็แค่นหัวเราะออกมา แล้วพูดประโยคหลัง
"...คนบ้านนอกอย่างเธอจะไปรู้อะไร" โมน่าเงยหน้ามองคนตัวสูงแล้วเลิกคิ้วบาง ๆ คนเป็นพี่เห็นสีหน้าที่ตั้งคำถาม จึงเอ่ยปัด ๆ ไปว่า
"พี่สั่งให้เธอออก เธอก็ต้องออก!" โมน่าก้มหน้างุดสีหน้าสลดเล็กน้อย ทำให้โยชิเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร
"เดี๋ยวพี่จะหางานดี ๆ ให้ทำ" น้องสาวต่างมารดาเงยหน้าแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ แอบหัวเราะในใจ คนไม่ดีจะหางานทำดี ๆ ได้ยังไง เธอรู้ว่าพี่ชายต่างมารดาไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่ เกเร ชอบมีเรื่องชกต่อย ทำตัวเป็นอันธพาล แถมยังเจ้าชู้ตัวพ่ออีกด้วย
"โมน่าต้องขอบคุณล่วงหน้านะคะ" ขอบคุณกับผีนะสิ โมน่าคิดในใจก่อนจะแยกย้ายเดินออกมา
โมน่าเดินเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าลงแล้วหยิบผ้าขนหนูเตรียมตัวอาบน้ำรีบไปทำงานที่คลับต่อ เธอไม่ได้เกรงกลัวคำสั่งของพี่ชายต่างแม่เลยสักนิด คิดแค่เพียงว่า เขาไม่สามารถเอาเงินมาให้เธอกินใช้ได้ตลอด ทุกอย่างต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น
DND club
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่เหมาะกับเธอที่ต้องมาทำงาน แต่โมน่าก็สามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน เธอเข้ามาโดยประตูหลังของร้าน ก็เจอกับพี่พนักงานที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บางคนก็กำลังแต่งหน้าทาปาก
"โมน่า กินอะไรมาหรือยัง" รุ่นพี่พนักงานเสิร์ฟที่ค่อนข้างสนิท และเอ็นดูโมน่า เดินเข้ามาถาม
"เอ่อ..." จริง ๆ แล้ว โมน่าก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว มัวแต่ท่องตำราเรียน แต่ก็มีความเกรงใจรุ่นพี่คนนี้อยู่ไม่น้อย
"ไม่ได้กินอะไรมาใช่มั้ย งั้นมานี้..." เธอดึงโมน่าไปยังยังโต๊ะที่วางปิ่นโตอาหารอยู่ ก่อนจะให้สาวน้อยนั่งลงบนเก้าอี้
"พี่ทำข้าวผัดมาเผื่อ รีบกินสิ" พนักงานเสิร์ฟที่น่ารัก เปิดปิ่นโตอาหารหอมกรุ่น ออกมา แล้วคว้าช้อนยื่นให้กับเธอ
"ขอบคุณนะคะ" โมน่ากล่าวเสียงสั่น ๆ รู้สึกดีที่มีคนรักและใส่ใจเธอ
หลังจากทานอาหารเรียบร้อยโมน่าไม่ลืมที่จะทำความสะอาดปิ่นโตให้กับรุ่นพี่ ในขณะที่เธอได้เวลาเข้าทำงานไปแล้ว
หลังจากสวมยูนิฟอร์มพนักงานเรียบร้อย ก็ถึงเวลาเข้างานพอดี
"โมน่า..." ผู้จัดการร้องเรียกโมน่าขณะที่เธอกำลังจะออกไปยังพื้นที่ทำงาน
"...วันนี้ไปดูแลแขกห้องvvip1414 นะ" โมน่าเผยยิ้มออกมาบาง ๆ อย่างยินดี เพราะว่าถ้าได้ไปเสิร์ฟที่ห้องvvip แน่นอนว่าทิปเยอะแน่ ขนาดว่าคราวก่อนที่แค่ไปเสิร์ฟอาหารให้นักศึกษาในห้อง vvip ยังมีคนยังเงินใส่มือตั้งหนึ่งพันบาท
"ค่ะ" เธอขานรับ แล้วไปดูออร์เดอร์ที่ห้องvvip ทันที
โมน่าถือถาดที่รองรับเหล้าราคาแพงพร้อมกับแก้วอีก 3 ใบอย่างระมัดระวัง ไปยังห้อง vvip1414 เธอใช้ร่างผลักประตูที่ไม่มีกลอนเข้าไปในห้อง
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เมื่อเห็นแขกในห้องเป็นนักศึกษาที่สวมใส่ชุดวิศวะเหมือนเมื่อวาน และที่แน่ ๆ คือกลุ่มคนเมื่อวานอีกด้วย
~บังเอิญเกินไปมั้ยนะ~
"เฮ้ย น้องคนเมื่อวานนี่หว่า" โมน่าคลี่ยิ้มให้กับคนพูด แล้วเดินมาวางขวดเหล้าพร้อมทั้งแก้วลงทีละใบอย่างระมัดระวัง
"เราชื่ออะไร" ชายหนุ่มหน้าตาดีกล่าวถามพร้อมกับยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
"โมน่าค่ะ" สิ้นเสียง ทั้งสามหนุ่มก็ต่างพากันมองหน้ากันพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







