LOGINย่าอ่อนเอ่ยปากชวนภีมพัฒน์อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีน้ำใจ ไหนๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้าซักแห้งและรีดให้เรียบร้อยเสียก่อน อมีนาที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก
“หนูขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะย่า... เชิญคุณอาตามสบายค่ะ” เธอรีบชิงตัดบทโดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียว
ภีมพัฒน์มองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งแน่บขึ้นบันไดไปราวกับหนีผี ความลนลานนั้นยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจเขา ‘หึ... ใช่ชัวร์! ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน จะกลัวอะไรขนาดนั้น’ เขาเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปตอบรับคำชวนของย่าอ่อนด้วยท่าทางสุภาพผิดกับสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่
โต๊ะอาหารมื้อค่ำ
กลิ่นหอมของกะทิและเครื่องแกรงอบอวลไปทั่วห้องครัว อาหารไทยฝีมือย่าอ่อนถูกลำเลียงมาวางเรียงรายดูน่าทาน แต่สำหรับบางคน... มันกลับเป็นภาพที่ชวนให้กระเดือกไม่ลง
“มาค่ะคุณภีม ทานเยอะๆ นะคะ ฝีมือแม่เอง” ย่าอ่อนเชื้อเชิญพลางตักอาหารให้แขกวีไอพี
บนโต๊ะมี “ผัดฟักทองใส่ไข่” ที่เนื้อฟักทองนึ่งจนนิ่มเละเป็นสีเหลืองทองอร่าม วางคู่กับ “มัสมั่นไก่” น้ำแกงข้นคลักที่มีน้ำมันลอยหน้าเป็นดวงๆ และมันฝรั่งที่เคี่ยวจนเปื่อย
กลิ่นเครื่องแกงมัสมั่นที่เคยหอมกรุ่น บัดนี้กลับทำให้อากาศบนโต๊ะอาหารหนักอึ้ง ย่าอ่อนค่อยๆ ตักผัดฟักทองไข่ที่เนื้อเละสีเหลืองสดวางลงบนจานของเวหาและภีมพัฒน์ด้วยรอยยิ้ม
“ทานเยอะๆ นะคะคุณภีม ฟักทองนี่ผัดจนนิ่มละลายในปากเลยค่ะ”
เวหาที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากถึงกับชะงัก มือที่ถือช้อนค้างกลางอากาศ สายตาเขามองจ้องไปยังเนื้อฟักทองสีเหลืองนิ่มๆ นั่น... ภาพเหตุการณ์ที่เจ้านีโม่ “เบ่ง” ออกมาเต็มแรงกลางสนามหญ้าลอยเข้ามาในหัวเหมือนภาพสโลว์โมชั่น
“อึก!...” เวหาลอบกลืนน้ำลายขื่นๆ ลงคอ ความหิวหายวับไปในพริบตา
อมีนาเองก็นั่งตัวเกร็ง ยิ่งเห็นน้องสิงโตเอาช้อนจี้เนื้อฟักทองเล่นจนมันเละเทะสั่นดึ๋ยๆ เหมือนเครื่องสั่นเครื่องนั้น เธอก็แทบจะทนไม่ไหว
“เอ่อ... ผมว่า... เราสั่งพิซซ่าหรือไก่ทอดมาทานกันดีไหมครับแม่?” เวหารีบวางช้อนลงเสียงดัง “พอดีวันนี้ผมรู้สึกเพลียๆ อยากทานอะไรที่มัน... ต่างไปจากเดิมหน่อยน่ะครับ”
ภีมพัฒน์ปรายตาคมกริบมองเวหาที่หน้าถอดสี ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่อมีนาที่นั่งหน้าซีดไม่ต่างกัน เขาพอจะเดาออกว่าทุกคนคงกำลังรู้สึกรู้หลอนไม่แพ้กันกับเขาในตอนนี้
“ผมเห็นด้วยครับ ... เราหาอะไรทานเล่นๆ ง่ายๆ ก็ดีนะครับ” ภีมพัฒน์กล่าวเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องจิกไปที่อมีนาจนเธอต้องก้มหน้าหลบ
บรรยากาศเปลี่ยนไปหลังมื้ออาหาร (สั่งใหม่)
หลังจากพิซซ่าถูกส่งมาและทานกันอย่างแกนๆ เวหาก็ถือโอกาสยกบรั่นดีขวดหรูออกมาตั้งกลางโต๊ะเพื่อดับความสยองจากเหตุการณ์กลางวัน
“มาครับคุณภีม ไหนๆ เสื้อผ้าก็ยังไม่แห้ง ดื่มเป็นเพื่อนผมซักหน่อยเถอะครับ วันนี้เจอเรื่องหนักมาทั้งวัน”
“ได้ครับ... แต่ถ้าดื่ม ผมคงขับรถกลับไม่ไหวนะครับคุณเวย์” ภีมพัฒน์แสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ แต่ในใจกลับวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
“โอ๊ย! ไม่ต้องกลับหรอกค่ะคุณภีม ห้องรับแขกบ้านเรากว้างขวาง นอนที่นี่แหละค่ะ ปลอดภัยดี” ย่าอ่อนรีบสนับสนุนตามประสาคนใจดี
อมีนาแทบจะสำลักน้ำที่กำลังดื่ม “นอนนี่เหรอคะ!?”
“ทำไมล่ะมีน่า? คุณภีมเขาเป็นแขกของอา แล้วเขาก็มาลำบากเพราะบ้านเราด้วย” เวหาดุหลานสาวเบาๆ ก่อนจะรินบรั่นดีลงแก้ว
ภีมพัฒน์รับแก้วเหล้ามาถือไว้ กลิ่นหอมแรงของบรั่นดีอบอวลไปทั่ว เขาหมุนแก้วช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองอมีนาที่พยายามทำตัวเป็นอากาศธาตุ
‘ห้าร้อยบาท... กับเครื่องสั่นสีชมพู’ ภีมพัฒน์กระตุกยิ้มร้าย เขาต้องการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งและท่าทางเฉิ่มๆ นี่ คือแม่สาวชุดแดงที่บังอาจทิ้งเงินค่าตัวให้เขาไว้ดูต่างหน้าจริงๆ หรือไม่ และคืนนี้... เขาคงมีเวลาเหลือเฟือที่จะเค้น เอาความจริงจากปากเธอ
“ดื่มไหมครับ... น้องมีน่า?” ภีมพัฒน์ส่งแก้วให้เธอ สายตาท้าทาย
“มะ...ไม่ค่ะ หนูไม่ดื่ม!” เธอรีบปฏิเสธ พลางนึกในใจว่าต้องรีบหนีขึ้นห้องให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความลับจะแตกเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือสายตาที่เหมือนจะหลอมละลายเธอได้ของผู้ชายตรงหน้า!
กลางดึกที่เงียบสงัด
อมีนาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีหวานพยายามสงบสติอารมณ์หลังจากอาบน้ำเสร็จ แต่แล้วเธอก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อหามือถือของตัวเองไม่เจอ!
‘ตายแล้ว! หรือจะลืมไว้ที่ห้องรับแขกตอนเอาหมอนผ้าห่มไปวางให้เขา!’
เธอตัดสินใจย่องลงมาด้านล่างด้วยใจระทึก แอบชะเง้อมองเข้าไปในห้องรับแขกที่มืดสลัว แต่กลับไร้วี่แววของภีมพัฒน์ เธอจึงถือวิสาสะย่องเข้าไปค้นตามซอกหมอนแต่ก็ไม่เจอ
‘ไปไหนของเขานะ? หรือยังนั่งดื่มอยู่ข้างนอก... ถ้าจะไปยืมมือถืออาเวย์โทรเข้าเครื่องตัวเอง ก็ต้องเจอเขาแน่ๆ ทำไงดีวะมีน่า!’
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า อาเวหาของเธอนั้นเมาพับหลับไปนานแล้ว ส่วนย่าอ่อนก็เข้าสู่นิทราพร้อมเจ้าตัวแสบไปเรียบร้อย ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงความเงียบ... และเขาคนนั้น
“หานี่อยู่หรือเปล่าครับ?”
“ว้าย!”
อมีนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะกรีดร้อง แต่กลับถูกมือหนาเอื้อมมาปิดปากไว้ได้ทันท่วงที เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอหันกลับมาเธอก็ต้องหัวใจกระตุกวูบ
ร่างแกร่งของภีมพัฒน์ยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยท่อนบน ผิวกายสีน้ำผึ้งยังมีหยดน้ำพราวเกาะอยู่ตามมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ผมที่เปียกชื้นเล็กน้อยถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ กลิ่นสบู่หอมสะอาดผสมกับกลิ่นกายมาสคูลีนและไอแอลกอฮอล์จางๆ มันช่างเย้ายวนจนอมีนาแทบลืมหายใจ
“คุณ...!”
“อาภีม!” เธอนึกได้รีบเรียกสถานะที่ควรจะเป็น
“อา... อะไร?” ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางก้าวเข้าหาจนเธอถอยหลังไปติดผนัง “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกอา เรียกพี่ภีมสิครับ พี่ไม่ได้เป็นน้องพ่อเธอนะ”
“หนู...หนูขอตัวค่ะ!” อมีนาทำท่าจะมุดหนี แต่เขากลับยันแขนกั้นทางไว้
“เดี๋ยวสิ... หานี่อยู่เหรอ?” เขาชูมือถือเครื่องคุ้นตาขึ้นมา
“มือถือหนูนี่! เอาคืนมานะ!” อมีนาพยายามคว้า แต่มันถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ เธอต้องเขย่งเท้าโหย่งๆ พยายามจะไขว่คว้า แต่กลับกลายเป็นการเปิดทางให้คนตัวโตได้เปรียบ
<หมับ!>
มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะกระชากร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าที่ยังอุ่นจัด
“ปล่อยนะคะ! อย่ามาลุ่มล่ามแถวนี้ ไม่งั้นหนูจะ...”
“จะอะไรครับ?” เขาเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย
“หนูจะตะโกนเรียกอาเวย์!”
“กล้าเหรอ? เราไม่กล้าหรอก”
“ทำไมจะไม่กล้า!”
“ก็ลองตะโกนดูสิ... ความลับจะได้แตกกันตอนนี้แหละ” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“คะ...ความลับอะไร! หนูไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น!”
“แน่ใจเหรอ อมีนา... ชื่อมีน่าสินะ วันนั้นยังไม่ได้ทันได้ถามชื่อเลย เล่นหายตัวไปซะก่อน”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ! หนูไม่เข้าใจ!” อมีนาเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่หน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู
“ปากแข็งนักนะ... แข็งจริงหรือเปล่า! จูบซะดีมั้ย!”
“อย่าค่ะ!”
“ทำไม? จะเก็บจูบแรกไว้ให้แฟนจริงๆ เหรอ?” เขาหัวเราะในลำคอ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริก “ตอบพี่มา... ห้าร้อยบาทคืนนั้นคือค่าอะไร? แล้วไอ้ของเล่นที่น้องสิงเล่นวันนี้ คงไม่ใช่เรื่องส่งผิดหรอกมั้ง?”
อมีนาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อความลับที่อุตส่าห์ปกปิดถูกตีแผ่ต่อหน้าคนที่เคยวันไนท์ด้วย
“ยุ่ง!”
เธออาศัยจังหวะที่เขาเผลอสาวเท้าเตรียมจะหนี แต่กลับถูกมือแกร่งรวบกระชากกลับมาปะทะแผ่นอกกว้างจากด้านหลัง วงแขนแข็งแรงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นจนแผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับซิกแพ็กแน่นหนา
“อยากลองอีกซักรอบมั้ย...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมหูจนเธอยิ่งสั่น “ไหนๆ ของเล่นนั้นก็ใช้ไม่ได้แล้ว... ลองของจริงดูมั้ยครับ?”
“นี่คุณ...! คุณไม่กลัวหนูตะโกนจริงๆ เหรอคะ!?”
“ถ้าเธอจะตะโกน คงตะโกนไปนานแล้ว... มีน่า” มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบและไล้วนขึ้นมาที่ชายโครงอย่างย่ามใจ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือเขาทำเอาสติอมีนากระเจิดกระเจิง ความเร่าร้อนที่เคยสัมผัสในคืนนั้นเริ่มย้อนกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง!
--------
กดเพิ่มเข้าชั้นไว้รอเลยค่ะ... อย่าลืมส่งกำลังใจผ่านคอมเม้นท์ ผ่านรีวิว มาหาน้ำอิงบ้างนะคะ รออ่านเติมพลังค่ะ
ยามโพล้เพล้ ณ สนามทดสอบรถ (Test Track) ส่วนตัวเบื้องหลังโชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์ พื้นที่ราบเรียบกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยรั้วมิดชิดและต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถคลาสพิเศษ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มจากรถสปอร์ตคันหรูที่จอดนิ่งสนิท“พี่ภีม... หนูว่าให้หนูไปเรียนขับพวกรถตลาดทั่วไปไม่ดีกว่าเหรอคะ! รถตั้งหลายล้าน ถ้าหนูเหยียบพลาดไปชนขอบสนามขึ้นมาจะทำยังไง” นักเรียนอมีนาหันมาถามครูผู้สอนด้วยสายตาละห้อย มือเรียวเล็กกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด“ในสนามนี้ไม่มีอะไรให้ชนหรอกครับคนดี พี่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้หนูคนเดียวเลย... ก็หนูอยากเรียนขับรถไม่ใช่เหรอ?” ภีมพัฒน์ยิ้มละมุนพรางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบ “เริ่มจากจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เลื่อนเกียร์ตามที่พี่บอกนะครับ”อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิง สายตามองตรงไปข้างหน้าแต่ใจกลับเต้นรัวแรง มือเรียวเล็กยื่นไปข้างหน้าหมายจะคว้าหัวเกียร์เพื่อเข้าเกียร์ถอยหลังตามคำสั่ง แต่เพราะมัวแต่มองกระจกหลังและตื่นเต้นจนลนลาน มือเจ้ากรรมดันคว้าพลาดเป้าไปเต็มๆ!“หมับ
ฉากที่ถูกตัดออกหลังจากอมีนากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองที่บ้านของภีมพัฒน์ภีมพัฒน์เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้มัดมือชกและยั่วให้ “ว่าที่เมียเด็ก” ยอมรับออกมาเสียทีว่ารักเขา“พี่พิมพ์... เดี๋ยวผมพาไปสวัสดีคุณแม่ของคุณเวย์นะ บ้านติดกันเลยเนี่ย” ภีมพัฒน์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ“มาอารมณ์ไหนเนี่ยเรา? ยิ้มหน้าบานเชียว” พิมพ์ลดาเลิกคิ้วมองน้องชาย“ชัดเจนมากเลยเหรอพี่...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ“ชัดสิจ๊ะ! บอกพี่มานะ มีอะไรในกอไผ่? หรือที่แอบมาซื้อบ้านแถวนี้เพราะมีสาเหตุอื่น?”ภีมพัฒน์โน้มตัวลงกระซิบพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่อยากเห็นหน้า ‘ว่าที่น้องสะใภ้’ ไหมล่ะ?”“ใคร! ยังไง! ไหนเล่าซิ!” พิมพ์ลดาตกใจจนเสียงหลง เพราะน้องชายคนนี้หวงความโสดมากยิ่งกว่าอะไร“ค่อยเล่าครับ... แต่คนนี้ผมจริงจัง อยากได้แบบนี้แหละ... เป็นหลานสาวคุณเวย์”“ห๊ะ! หละ... หลาน! เด็กเหรอตาภีม!” พี่สาวตาโต “ไม่ใช่ไปหลอกน้องเขานะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดกับคุณเวหา”“ก็เด็กนะ ยี่สิบต้นๆ ... คนนี้ผมจริงจังครับพี่... แต่เอาเป็นว่า... อ๊ะ! ไม่ว่าผมจะพูดอะไร พี่ก็ตามน้ำผมไปก่อนนะ โอเคไหมครับ?” ภีมพัฒน์ท
ณ โชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์บรรยากาศในห้องทำงานของภีมพัฒน์ยังคงเงียบสงบ จนกระทั่งเวหาเดินออกไปสั่งงานลูกน้องที่โชว์รูมด้านนอก แต่กลับลืมของสำคัญทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแรงสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางทิ้งไว้ทำให้ภีมพัฒน์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาตั้งใจจะเดินตามเอาไปให้เวหาแต่่แล้วสายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึ!ก(สายเรียกเข้า มีน่า...)ภาพบนหน้าจอโชว์รูปเด็กสาววัยใสคนหนึ่งในลุคธรรมชาติไร้เมคอัพ เธอกำลังยิ้มแป้นสดใสจนตาหยี ผิวขาวเนียนและใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้หัวใจของภีมพัฒน์กระตุกอย่างประหลาด“มีน่าเหรอ? ... ทำไมคุ้นหน้าจังวะ!”เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบจ้องมองรูปบนหน้าจออย่างค้นหา ความรู้สึกเหมือนมีภาพซ้อนทับกันระหว่างเด็กสาวในรูปกับ ‘ใครบางคน’ ที่เขาเพิ่งเจอมาเมื่อไม่กี่คืนก่อนลอยเข้ามาในหัว แต่ก่อนที่จะนึกออก สายก็ตัดไปเสียก่อน“อ้อ... ผมกำลังจะเอาไปให้พอดีเลยคุณเวย์” ภีมพัฒน์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพรางยื่นมือถือให้เพื่อนที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ขอบคุณครับคุณภีม ดีนะนึกขึ้นได้ กำลังจะออกไปทำธุระพอดีเลย” เวหารับไปพลางตรวจส
กลางดึกหลายวันต่อมาเสียงปลดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด อมีนาในชุดนอนผ้าแพรสีหวานบางเฉียบแอบย่องเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความคิดถึงที่ไม่ได้นอนกอดร่างหนามาหลายวันทำให้เธอยอมเสี่ยงฝ่าด่านย่าอ่อนออกมาเมื่อถึงหน้าห้องนอนสามีสุดที่รัก เมียเด็กส่งเสียงอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์“ผัวจ๋า... หนูมาแล้ว”“แอบออกมาเหรอเรา!” ภีมพัฒน์ที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวเล็กก็โผเข้าโอบรอบคอแกร่ง กระโดดเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างออเซาะ“อืม... ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา” เธอกระซิบชิดใบหู“คิดถึงอะไร เจอหน้ากันทุกวัน แถมช่วงนี้พี่ก็ไปฝากท้องบ้านคุณย่าหนูแทบทุกเย็น” เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่แขนแกร่งกลับรัดสะโพกมนไว้ไม่ยอมปล่อย“หรือพี่ไม่คิดถึงหนูอ่ะ? ไม่ยากนอนกอดหนูแล้วเหรอ... พี่เบื่อหนูแล้วใช่ไหมอ่ะ!” ใบหน้าหวานงอง้ำเตรียมประชดประชันตามสไตล์นักเขียนนิยายเจ้าบทบาท“ไม่คิดถึงได้ยังไง... พี่อยากกอดจนจะบ้าอยู่แล้ว”สิ้นคำยืนยัน ภีมพัฒน์ก็ช้อนอุ้มร่างบางที่ตัวเบาหวิวตรงไปยังเตียงกว้างทันที อมีนาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวไฟปรารถ
ภายในห้องโถงกว้างของบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาเผา อมีนาพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาคมกริบของย่าอ่อน ที่ยืนกอดอกขวางทางไว้อย่างมั่นคง โดยมี เวหายืนอยู่ข้างๆ คอยสังเกตการณ์“จะคบก็คบกันไปสิ ย่าไม่ได้ห้าม! แต่จะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชายโท่งๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ย่าไม่ให้ไป!” ย่าอ่อนตำหนิเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ตามฉบับคุณย่าที่ห่วงหลานสาว“ใช่มีน่า ทำอะไรให้มันเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปอยู่อาศัยกับผู้ชายก่อนแต่งมันดูไม่ดี” เวหาช่วยเสริมพลางประคองไหล่แม่ไว้ เมื่อเห็นท่านเริ่มมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาจริงๆ“หนูโตแล้วนะ! อาเวย์ แล้วหนูก็ไม่ได้จะไปอยู่กับผู้ชายทั่วไปนะย่า... ดูนี่! หนูไปอยู่กับ ‘สามี’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูค่ะ!”อมีนาสวนกลับทันควัน ก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นโชว์ตรงหน้าย่าอ่อน เวหารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูแทนแม่ทันที ทันทีที่เห็นตัวอักษรบน ใบสำคัญการสมรส ชัดเจน เวหาก็ถึงกับตาค้าง หน้าถอดสี ส่วนย่าอ่อนพอได้อ่านข้อความในกระดาษชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกตัวแผ่วเบาบนเตียงกว้าง อมีนาลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว ความรู้สึกแสบที่กระเพาะเริ่มทุเลาลง แต่ความว่างเปล่าข้างในกลับเรียกร้องจนท้องส่งเสียงประท้วง“พี่ภีม... พี่ภีมคะ” เสียงแหบพร่าเรียกคนตัวโตที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง“หื้อ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ภีมพัฒน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีอย่างคนระแวดระวัง เขาดีดตัวขึ้นมาเช็กอาการคนบนเตียงด้วยสายตาลนลาน ห่วงว่าเธอจะกลับมาปวดท้องอีกรอบ“คือ... หนูหิวค่ะ อยากกินมาม่า”ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตากลมโตที่จ้องเขาตาแป๋ว แววตาพยศร้ายเมื่อตอนกลางวันหายวับไป เหลือเพียงเด็กหญิงจอมหิวที่นอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก“หมดฤทธิ์ หมดเดช ก็ตื่นมาหิวนี่นะ... ได้สิครับ รอแป๊บนะ”เขาพูดพรางยื่นมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูจนคนตัวเล็กย่นคอหนี แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าแม้จะถูกปลุกกลางดึก เขาเต็มใจลุกไปจัดการต้มมาม่าให้เมียเด็กที่เริ่มแผลงฤทธิ์ความหิวณ โซนครัวเสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องปรุงมาม่าลอยคลุ้ง ภีมพัฒน์
เสียงเครื่องยนต์เรือเร็วคำรามลั่นริมหาดทราย ปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกของกลุ่มพนักงานที่กำลังรวมตัวเล่นโซฟาโบ๊ท อมีนาตาโตด้วยความตื่นเต้น สะกิดแขนเพื่อนรักยิกๆ“ฟ้า! ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ น่าสนุกชิบหายเลย ไปเร็ว!”“ไม่เอาอ่ะมีน่า ฉันกลัวตกน้ำ แกไปเล่นเถอะ เดี๋ยวฉันดูน้องสิงโตทางนี้เอง” ปลายฟ้าส่ายหน้าพั
“อยากจูบหนูไหมคะ?”คนตัวโตไม่ตอบ แต่กดสะโพกสอบเน้นย้ำเข้าไปจนสุดทาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ใช้ปากหยักปิดปากชมพูด้วยจูบที่ร้อนแรง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเรียวลิ้นอย่างโหยหา เอวแกร่งเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วเสียงครางหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักที่เพิ่งผ่านพายุสวาทมาหมาดๆ อมีนานอนแผ่หลา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อสั่นเทิ้มเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มือเล็กกำชายผ้าห่มที่ปิดอกเอาไว้แน่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เธอคิดในใจ ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวจนถอนตัวไม่ขึ้น สมองบันทึก
“คนเลว... คุณมัน... อ๊ะ!”ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปในความคับแน่นอย่างย่ามใจ จนคนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัว“เจ็บนะ! หนูเจ็บ!”“อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง... เดี๋ยวพี่จะสอนให้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ฟังเสียงทัดทาน ริมฝีปากหยักกดซับความร้อนลงบนซอกคอหอมกรุ่น ลากไล้ฝา







