LOGINย่าอ่อนเอ่ยปากชวนภีมพัฒน์อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีน้ำใจ ไหนๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้าซักแห้งและรีดให้เรียบร้อยเสียก่อน อมีนาที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก
“หนูขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะย่า... เชิญคุณอาตามสบายค่ะ” เธอรีบชิงตัดบทโดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียว
ภีมพัฒน์มองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งแน่บขึ้นบันไดไปราวกับหนีผี ความลนลานนั้นยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจเขา ‘หึ... ใช่ชัวร์! ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน จะกลัวอะไรขนาดนั้น’ เขาเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปตอบรับคำชวนของย่าอ่อนด้วยท่าทางสุภาพผิดกับสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่
โต๊ะอาหารมื้อค่ำ
กลิ่นหอมของกะทิและเครื่องแกรงอบอวลไปทั่วห้องครัว อาหารไทยฝีมือย่าอ่อนถูกลำเลียงมาวางเรียงรายดูน่าทาน แต่สำหรับบางคน... มันกลับเป็นภาพที่ชวนให้กระเดือกไม่ลง
“มาค่ะคุณภีม ทานเยอะๆ นะคะ ฝีมือแม่เอง” ย่าอ่อนเชื้อเชิญพลางตักอาหารให้แขกวีไอพี
บนโต๊ะมี “ผัดฟักทองใส่ไข่” ที่เนื้อฟักทองนึ่งจนนิ่มเละเป็นสีเหลืองทองอร่าม วางคู่กับ “มัสมั่นไก่” น้ำแกงข้นคลักที่มีน้ำมันลอยหน้าเป็นดวงๆ และมันฝรั่งที่เคี่ยวจนเปื่อย
กลิ่นเครื่องแกงมัสมั่นที่เคยหอมกรุ่น บัดนี้กลับทำให้อากาศบนโต๊ะอาหารหนักอึ้ง ย่าอ่อนค่อยๆ ตักผัดฟักทองไข่ที่เนื้อเละสีเหลืองสดวางลงบนจานของเวหาและภีมพัฒน์ด้วยรอยยิ้ม
“ทานเยอะๆ นะคะคุณภีม ฟักทองนี่ผัดจนนิ่มละลายในปากเลยค่ะ”
เวหาที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากถึงกับชะงัก มือที่ถือช้อนค้างกลางอากาศ สายตาเขามองจ้องไปยังเนื้อฟักทองสีเหลืองนิ่มๆ นั่น... ภาพเหตุการณ์ที่เจ้านีโม่ “เบ่ง” ออกมาเต็มแรงกลางสนามหญ้าลอยเข้ามาในหัวเหมือนภาพสโลว์โมชั่น
“อึก!...” เวหาลอบกลืนน้ำลายขื่นๆ ลงคอ ความหิวหายวับไปในพริบตา
อมีนาเองก็นั่งตัวเกร็ง ยิ่งเห็นน้องสิงโตเอาช้อนจี้เนื้อฟักทองเล่นจนมันเละเทะสั่นดึ๋ยๆ เหมือนเครื่องสั่นเครื่องนั้น เธอก็แทบจะทนไม่ไหว
“เอ่อ... ผมว่า... เราสั่งพิซซ่าหรือไก่ทอดมาทานกันดีไหมครับแม่?” เวหารีบวางช้อนลงเสียงดัง “พอดีวันนี้ผมรู้สึกเพลียๆ อยากทานอะไรที่มัน... ต่างไปจากเดิมหน่อยน่ะครับ”
ภีมพัฒน์ปรายตาคมกริบมองเวหาที่หน้าถอดสี ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่อมีนาที่นั่งหน้าซีดไม่ต่างกัน เขาพอจะเดาออกว่าทุกคนคงกำลังรู้สึกรู้หลอนไม่แพ้กันกับเขาในตอนนี้
“ผมเห็นด้วยครับ ... เราหาอะไรทานเล่นๆ ง่ายๆ ก็ดีนะครับ” ภีมพัฒน์กล่าวเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องจิกไปที่อมีนาจนเธอต้องก้มหน้าหลบ
บรรยากาศเปลี่ยนไปหลังมื้ออาหาร (สั่งใหม่)
หลังจากพิซซ่าถูกส่งมาและทานกันอย่างแกนๆ เวหาก็ถือโอกาสยกบรั่นดีขวดหรูออกมาตั้งกลางโต๊ะเพื่อดับความสยองจากเหตุการณ์กลางวัน
“มาครับคุณภีม ไหนๆ เสื้อผ้าก็ยังไม่แห้ง ดื่มเป็นเพื่อนผมซักหน่อยเถอะครับ วันนี้เจอเรื่องหนักมาทั้งวัน”
“ได้ครับ... แต่ถ้าดื่ม ผมคงขับรถกลับไม่ไหวนะครับคุณเวย์” ภีมพัฒน์แสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ แต่ในใจกลับวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
“โอ๊ย! ไม่ต้องกลับหรอกค่ะคุณภีม ห้องรับแขกบ้านเรากว้างขวาง นอนที่นี่แหละค่ะ ปลอดภัยดี” ย่าอ่อนรีบสนับสนุนตามประสาคนใจดี
อมีนาแทบจะสำลักน้ำที่กำลังดื่ม “นอนนี่เหรอคะ!?”
“ทำไมล่ะมีน่า? คุณภีมเขาเป็นแขกของอา แล้วเขาก็มาลำบากเพราะบ้านเราด้วย” เวหาดุหลานสาวเบาๆ ก่อนจะรินบรั่นดีลงแก้ว
ภีมพัฒน์รับแก้วเหล้ามาถือไว้ กลิ่นหอมแรงของบรั่นดีอบอวลไปทั่ว เขาหมุนแก้วช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองอมีนาที่พยายามทำตัวเป็นอากาศธาตุ
‘ห้าร้อยบาท... กับเครื่องสั่นสีชมพู’ ภีมพัฒน์กระตุกยิ้มร้าย เขาต้องการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งและท่าทางเฉิ่มๆ นี่ คือแม่สาวชุดแดงที่บังอาจทิ้งเงินค่าตัวให้เขาไว้ดูต่างหน้าจริงๆ หรือไม่ และคืนนี้... เขาคงมีเวลาเหลือเฟือที่จะเค้น เอาความจริงจากปากเธอ
“ดื่มไหมครับ... น้องมีน่า?” ภีมพัฒน์ส่งแก้วให้เธอ สายตาท้าทาย
“มะ...ไม่ค่ะ หนูไม่ดื่ม!” เธอรีบปฏิเสธ พลางนึกในใจว่าต้องรีบหนีขึ้นห้องให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความลับจะแตกเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือสายตาที่เหมือนจะหลอมละลายเธอได้ของผู้ชายตรงหน้า!
กลางดึกที่เงียบสงัด
อมีนาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีหวานพยายามสงบสติอารมณ์หลังจากอาบน้ำเสร็จ แต่แล้วเธอก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อหามือถือของตัวเองไม่เจอ!
‘ตายแล้ว! หรือจะลืมไว้ที่ห้องรับแขกตอนเอาหมอนผ้าห่มไปวางให้เขา!’
เธอตัดสินใจย่องลงมาด้านล่างด้วยใจระทึก แอบชะเง้อมองเข้าไปในห้องรับแขกที่มืดสลัว แต่กลับไร้วี่แววของภีมพัฒน์ เธอจึงถือวิสาสะย่องเข้าไปค้นตามซอกหมอนแต่ก็ไม่เจอ
‘ไปไหนของเขานะ? หรือยังนั่งดื่มอยู่ข้างนอก... ถ้าจะไปยืมมือถืออาเวย์โทรเข้าเครื่องตัวเอง ก็ต้องเจอเขาแน่ๆ ทำไงดีวะมีน่า!’
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า อาเวหาของเธอนั้นเมาพับหลับไปนานแล้ว ส่วนย่าอ่อนก็เข้าสู่นิทราพร้อมเจ้าตัวแสบไปเรียบร้อย ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงความเงียบ... และเขาคนนั้น
“หานี่อยู่หรือเปล่าครับ?”
“ว้าย!”
อมีนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะกรีดร้อง แต่กลับถูกมือหนาเอื้อมมาปิดปากไว้ได้ทันท่วงที เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอหันกลับมาเธอก็ต้องหัวใจกระตุกวูบ
ร่างแกร่งของภีมพัฒน์ยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยท่อนบน ผิวกายสีน้ำผึ้งยังมีหยดน้ำพราวเกาะอยู่ตามมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ผมที่เปียกชื้นเล็กน้อยถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ กลิ่นสบู่หอมสะอาดผสมกับกลิ่นกายมาสคูลีนและไอแอลกอฮอล์จางๆ มันช่างเย้ายวนจนอมีนาแทบลืมหายใจ
“คุณ...!”
“อาภีม!” เธอนึกได้รีบเรียกสถานะที่ควรจะเป็น
“อา... อะไร?” ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางก้าวเข้าหาจนเธอถอยหลังไปติดผนัง “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกอา เรียกพี่ภีมสิครับ พี่ไม่ได้เป็นน้องพ่อเธอนะ”
“หนู...หนูขอตัวค่ะ!” อมีนาทำท่าจะมุดหนี แต่เขากลับยันแขนกั้นทางไว้
“เดี๋ยวสิ... หานี่อยู่เหรอ?” เขาชูมือถือเครื่องคุ้นตาขึ้นมา
“มือถือหนูนี่! เอาคืนมานะ!” อมีนาพยายามคว้า แต่มันถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ เธอต้องเขย่งเท้าโหย่งๆ พยายามจะไขว่คว้า แต่กลับกลายเป็นการเปิดทางให้คนตัวโตได้เปรียบ
<หมับ!>
มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะกระชากร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าที่ยังอุ่นจัด
“ปล่อยนะคะ! อย่ามาลุ่มล่ามแถวนี้ ไม่งั้นหนูจะ...”
“จะอะไรครับ?” เขาเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย
“หนูจะตะโกนเรียกอาเวย์!”
“กล้าเหรอ? เราไม่กล้าหรอก”
“ทำไมจะไม่กล้า!”
“ก็ลองตะโกนดูสิ... ความลับจะได้แตกกันตอนนี้แหละ” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“คะ...ความลับอะไร! หนูไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น!”
“แน่ใจเหรอ อมีนา... ชื่อมีน่าสินะ วันนั้นยังไม่ได้ทันได้ถามชื่อเลย เล่นหายตัวไปซะก่อน”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ! หนูไม่เข้าใจ!” อมีนาเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่หน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู
“ปากแข็งนักนะ... แข็งจริงหรือเปล่า! จูบซะดีมั้ย!”
“อย่าค่ะ!”
“ทำไม? จะเก็บจูบแรกไว้ให้แฟนจริงๆ เหรอ?” เขาหัวเราะในลำคอ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริก “ตอบพี่มา... ห้าร้อยบาทคืนนั้นคือค่าอะไร? แล้วไอ้ของเล่นที่น้องสิงเล่นวันนี้ คงไม่ใช่เรื่องส่งผิดหรอกมั้ง?”
อมีนาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อความลับที่อุตส่าห์ปกปิดถูกตีแผ่ต่อหน้าคนที่เคยวันไนท์ด้วย
“ยุ่ง!”
เธออาศัยจังหวะที่เขาเผลอสาวเท้าเตรียมจะหนี แต่กลับถูกมือแกร่งรวบกระชากกลับมาปะทะแผ่นอกกว้างจากด้านหลัง วงแขนแข็งแรงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นจนแผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับซิกแพ็กแน่นหนา
“อยากลองอีกซักรอบมั้ย...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมหูจนเธอยิ่งสั่น “ไหนๆ ของเล่นนั้นก็ใช้ไม่ได้แล้ว... ลองของจริงดูมั้ยครับ?”
“นี่คุณ...! คุณไม่กลัวหนูตะโกนจริงๆ เหรอคะ!?”
“ถ้าเธอจะตะโกน คงตะโกนไปนานแล้ว... มีน่า” มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบและไล้วนขึ้นมาที่ชายโครงอย่างย่ามใจ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือเขาทำเอาสติอมีนากระเจิดกระเจิง ความเร่าร้อนที่เคยสัมผัสในคืนนั้นเริ่มย้อนกลับมาจู่โจมเธออีกครั้ง!
--------
กดเพิ่มเข้าชั้นไว้รอเลยค่ะ... อย่าลืมส่งกำลังใจผ่านคอมเม้นท์ ผ่านรีวิว มาหาน้ำอิงบ้างนะคะ รออ่านเติมพลังค่ะ
“เธอต้องการอะไรกันแน่... มีน่า?”ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางกระชับอ้อมกอดจากด้านหลังให้แน่นขึ้นจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับวงแขนแกร่ง “วันนั้นเธอเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ แล้วอยู่ดีๆ จะมาทำเหมือนไม่รู้จักกันแบบนี้เหรอ อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่เธอ... วันนั้นเธอไม่ได้เมา เธอจำได้ทุกอย่างแน่ๆ”อมีนาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแน่แล้วเธอจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“ทำไมคะ? ถ้าใช่หนูจริงๆ แล้วคุณจะมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นเรื่องส่วนตัวของหนูมั้ยคะ!”“เรื่องส่วนตัวของเธอ... แต่เธอหลอกฟันพี่นะ!” ภีมพัฒน์โพล่งออกมาอย่างลืมตัว“หน้าไม่อาย! พูดมาได้ยังไงคะว่าผู้หญิงหลอกฟัน คุณเป็นผู้ชายนะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้?” เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “เธอฟันพี่แล้วทิ้ง แถมยังทิ้งค่าตัวไว้ให้แค่ห้าสิบ... เอ๊ย! ห้าร้อยบาท ไม่คิดว่ามันน้อยไปหน่อยเหรอมีน่า? พี่ดูราคาถูกขนาดนั้นเลยเหรอ?”อมีนาแค่นยิ้ม ยิ่งเขาดูโมโหเธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ “อ๋อ... อยากได้เพิ่มว่างั้น? ห่วยแตกขนาดนั้นให้ห้าร้อยก็บุญเท่าไหร่แล้วคะ!”“อะ... อะไรนะ!?” ภีมพัฒน์ชะงักกึกเหมือนถูกต
ย่าอ่อนเอ่ยปากชวนภีมพัฒน์อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีน้ำใจ ไหนๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้าซักแห้งและรีดให้เรียบร้อยเสียก่อน อมีนาที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก“หนูขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะย่า... เชิญคุณอาตามสบายค่ะ” เธอรีบชิงตัดบทโดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียวภีมพัฒน์มองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งแน่บขึ้นบันไดไปราวกับหนีผี ความลนลานนั้นยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจเขา ‘หึ... ใช่ชัวร์! ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน จะกลัวอะไรขนาดนั้น’ เขาเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปตอบรับคำชวนของย่าอ่อนด้วยท่าทางสุภาพผิดกับสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่โต๊ะอาหารมื้อค่ำกลิ่นหอมของกะทิและเครื่องแกรงอบอวลไปทั่วห้องครัว อาหารไทยฝีมือย่าอ่อนถูกลำเลียงมาวางเรียงรายดูน่าทาน แต่สำหรับบางคน... มันกลับเป็นภาพที่ชวนให้กระเดือกไม่ลง“มาค่ะคุณภีม ทานเยอะๆ นะคะ ฝีมือแม่เอง” ย่าอ่อนเชื้อเชิญพลางตักอาหารให้แขกวีไอพีบนโต๊ะมี “ผัดฟักทองใส่ไข่” ที่เนื้อฟักทองนึ่งจนนิ่มเละเป็นสีเหลืองทองอร่าม วางคู่กับ “มัสมั่นไก่” น้ำแกงข้นคลักที่มีน้ำมันลอยหน้าเป็นดวงๆ และมันฝรั่งที่เคี่ยวจนเปื่อยกลิ่นเครื่องแกงม
เด็กน้อยพยายามจะเอาของเล่นในมือไปจิ้มตามตัวเจ้าหมา แต่เจ้านีโม่แค่ปรายตามองแล้วสะบัดหางใส่ สิงโตน้อยเริ่มหงุดมมมม!”“เอ๋งงงงงง! บรู๊วววววว!”เจ้านีโม่กระโดดตัวลอยเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต มันวิ่งพล่านไปทั่วสนามหญ้าพร้อมกับสะบัดก้นอย่างแรง ขณะที่เด็กน้อยก็วิ่งตามด้วยความสนุก “สั่นดึ๋ยๆ! นีโม่ชอบสั่นดึ๋ยๆ!”“สิงโต!!! ทำอะไรน่ะ!!!”อมีนาที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวถึงกับยืนช็อกเป็นรูปปั้น ภาพที่เห็นคือน้องชายตัวน้อยกำลังถือ “เซ็กซ์ทอยราคาแพง” วิ่งไล่จิ้มก้นหมาอย่างเมามัน“นีโม่ อย่าหนีดิ! มาเล่นเครื่องบินสั่นๆ ก่อนนนน!”สิงโตน้อยวิ่งซอยเท้าถี่ๆ ตามเจ้านีโม่ที่กำลังวิ่งหนีเด็กน้อยด้วยความรำคาญ จนกระทั่งเจ้าหมาอ้วนจอมขี้เกียจพลาดท่า วิ่งมุดหัวเข้าไปติดซอกม้านั่งหินอ่อน เด็กน้อยไม่รอช้า พุ่งหลาวเข้าไปตะปบกอดคอเจ้านีโม่ไว้แน่นเหมือนนักมวยปล้ำ“จับได้แย้ว! กินยาฉีดปิ๊วๆ เลย!”จังหวะนั้นเอง...รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิท พร้อมกับเวหา อาของอมีนาที่นั่งมาด้วย ทั้งคู่ก้าวลงจากรถด้วยมาดนักธุรกิจสุดเนี้ยบ กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์งานอย่างเคร่งขรึม“มีน่า! ทำอะไรน่ะ วิ่งหน้าตั้งเชียว” อาร้องทักเมื่อเห็นหลานส
เขากระตุกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ลิ้นสากลากไล้ผ่านเนินอกขาวนวลอย่างหื่นกระหาย จนกระทั่งถึงจุดที่ถูกปิดกั้นไว้... ฟันคมขบเม้มแผ่นซิลิโคนแล้วดึงออกช้าๆ ก่อนจะสบตาหญิงสาวที่นอนหอบกระเส่าแล้วถุยมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี‘โฮก! ซีนนี้เก่งสุดๆ ได้ฟีลพระเอกดิบเถื่อนมาก อยากจะคว้าปากกามาจดไว้กันลืมจริงๆ!’ อมีนาคิดอย่างตื่นเต้นทั้งที่หน้าแดงซ่าน“คิดอะไรอยู่ครับ... จะเปลี่ยนใจเหรอ?”“ปะ...เปล่าค่ะ... ไม่เปลี่ยน!”“ถึงเปลี่ยนตอนนี้... ก็ไม่ทันแล้วนะ”มือหนาจัดการปลดปราการด่านสุดท้ายของตัวเองทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยให้เห็นอาวุธร้ายที่ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับตาค้าง‘O.M.G.! อะไรนั่น! ไซส์ขนาดนั้นมันจะยัดเข้ามาได้ยังไงล่ะนั่น!’ อมีนาเบิกตากว้าง มองตามสิ่งที่พุ่งทะยานขึ้นมาตรงหน้าด้วยความหวาดเสียว ในขณะที่ภีมพัฒน์กำลังสวมเกราะป้องกันอย่างใจเย็น‘ทำหน้าตกใจเหมือนไม่เคยเห็น... เดี๋ยวก็รู้ ว่าสดจริงหรือสดปลอม’ ภีมพัฒน์ยิ้มร้ายในใจเขาเกี่ยวดึงกางเกงในตัวจิ๋วของเธอออก แล้วจับขาเรียวสวยถ่างออกกว้างในท่าที่น่าอายที่สุด มือหนากุมแก่นกายมั่น จับส่วนหัวหยักกดลงไปยังกึ่งกลางกายสาวที่คับ
แสงไฟสลัวในคลับหรูย่านสุขุมวิทสาดส่องกระทบแก้วค็อกเทลในมือของอมีน่าจนเกิดประกายวูบวาบ หัวใจของเธอเต้นแรงยิ่งกว่าจังหวะเพลงที่กำลังดังกระหึ่ม ไม่ใช่เพราะความสนุก แต่เพราะความตื่นเต้นในภารกิจที่เธอกำลังจะทำ“บทรักของคุณมันไร้ชีวิตชีวา... เหมือนคนเขียนไม่เคยมีประสบการณ์”“ฉากเลิฟซีนจืดชืดอย่างกับกินข้าวต้มไม่ใส่เกลือ! นักเขียนไม่เคยมีประสบการณ์จริงล่ะสิ เขียนออกมาได้แห้งแล้งเหลือเกิน!”คำคอมเมนต์รีวิวของนักอ่านคือแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เด็กสาววัย 21 ปีอย่างเธอ ยอมสลัดเสื้อยืดกางเกงยีนส์มาสวมเดรสสีแดงที่รัดติ้วจนหายใจลำบาก เพื่อมาตามหาวัตถุดิบชั้นเลิศในการเขียนนิยายแนว 18+ เรื่องแรกในชีวิตและวัตถุดิบชั้นดีที่ว่า... ก็คือสุดหล่อที่นั่งอยู่ตรงนั้นผู้ชายในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างลวกๆ ท่าทางการจิบเหล้าเพียวๆ ของเขาดูเซ็กซี่อย่างประหลาด ใบหน้าคมเข้มภายใต้แสงไฟสลัวดูนิ่งขรึมและมีอำนาจจนคนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้‘คนนี้แหละ... พี่พระเอกในอุดมคติ’ อมีนาจดจำภาพนั้นลงในสมองส่วนลึก ก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปทัก“ขอโทษนะคะ... ตรงนี้มีคนนั่งไหมคะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตาคม
นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อความบรรเทิง ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระอะไรมาก อ่านเพลินๆ เนื้อหาสบายๆ คลายเครียด เป็นเรื่องราวความน่ารักสดใสของสาวน้อยนักเขียนฝักหัดคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จในด้านงานเขียนให้เป็นที่ประจักษ์แก่โลกใบนี้...“ฉากเลิฟซีนจืดชืดอย่างกับกินข้าวต้มไม่ใส่เกลือ! นักเขียนไม่เคยมีประสบการณ์จริงล่ะสิ เขียนออกมาได้แห้งแล้งเหลือเกิน!”คอมเมนต์เพียงประโยคเดียวจากนักอ่านในเว็บนิยาย ทำเอาอมีนานักเขียนสาวฝึกหัดหน้าใหม่ถึงกับควันออกหู! เธอวาดฝันอยากเป็นนักเขียน Best Seller ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่กลับโดนสกัดดาวรุ่งด้วยข้อหาจินตนาการไม่ถึงขีดสุดในเมื่อสมองมันคิดไม่ออก... ภารกิจตามหาประสบการณ์จริงจึงเริ่มต้นขึ้น!เหยื่อรายแรกและรายเดียว... กับการ One Night Stand ที่พังพินาศไม่เป็นท่า กับสิ่งที่วาดฝันไว้และความเป็นจริง เมื่อพึ่งคนไม่ได้ เธอจึงไปพึ่งเทคโนโลยี! ของเล่นสั่นๆ เครื่องบินที่ไม่มีปีก แต่เกิดเรื่องวุ่นวายทำให้ปฏิบัติการลับครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า... สวรรค์ที่ว่ายังอยู่ไกลเกินเอื้อม! จากความวุ่นวายจนนำไปสู่ Two Night Stand ที่แสนจะห่วยแตกในวันที่เธอเกือบจะถอดใจ เรื่อง







