Mag-log in“เออ ไม่มีน่ะสิ”
พวกเขาหยุดอยู่หน้าประตูโลหะสีดำ มันเป็นสีดำ เพราะอย่างนี้นี่เอง ห้องนี้จึงโดดเด่นขึ้นมาจากห้องอื่น เพราะสีที่ต่างกับที่อื่นทำให้เบนรู้สึกถูกใจขึ้นมาทันที แม้ยังไม่เห็นว่าข้างในเป็นอย่างไรก็ตาม สีดำเป็นสีคลาสสิกและสะท้อนรสนิยม เพราะสีดำมีสไตล์ในตัวมันเอง
อเล็กซ์เปิดประตูนำเข้าไป ดวงตาสีดำเปิดประกายเจิดจ้าขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาอยู่ในห้องเหมือนเด็กที่เห็นของเล่นถูกใจ ที่แท้ ห้องนี้คือห้องท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ ทรงกลม มีโปรเจ็คเตอร์ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมกับที่นั่งรอบกำแพงจำนวนสิบที่ ท้องฟ้าจำลองยามค่ำคืนอวดดวงดาวนับพันที่กำลังส่องแสงระยิบระยิบ ตรงข้ามกับอเล็กซ์ เบนกลับผิดหวังที่มันเป็นท้องฟ้าจำลอง เพราะเขาไม่ใช่คนที่สนใจดูดาวพวกนี้เลย ทั้งความเงียบและท้องฟ้ามืด ๆ ดาวอะไรก็ไม่รู้ เบนไม่รู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้น เขายอมอยู่ในห้องฉายภาพยนตร์ที่มีแต่หนังโรแมนติกเก่า ๆ เล่าเรื่องราวความรักน้ำเน่ายังดีกว่า อเล็กซ์เดินวนไปวนมา จ้องมองท้องฟ้าข้างบนด้วยท่าทางครึกครื้น
“นี่นะเหรอ...ที่ที่นายบอกว่าเจ๋ง”
“เดี๋ยวสิวะ อย่าเพิ่งตัดสิน”
เบนมองอเล็กซ์ที่หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด เขามีไฟแช็กแฮนด์เมดเป็นของตัวเองเหมือนกัน เป็นรุ่นที่ทำจากทองคำและทนต่อแรงลมได้ ควันบุหรี่ลอยขึ้นบนอากาศอย่างอิสระ ที่นี่ไม่มีเครื่องดักควันเหมือนที่อื่น
“เข้าใจละ” เบนยิ้มกว้างแล้วรีบหยิบบุหรี่ของตัวเองขึ้นมาสูบ พวกเขาหัวเราะพร้อมกันและฉลองการค้นพบของอเล็กซ์ด้วยการพ่นควันกลิ่นกัญชาไปทั่วห้อง “ชนแก้ว!” ทั้งสองชนมือที่ถือบุหรี่
พอบรรยากาศคึกเข้าหน่อย อเล็กซ์เริ่มเล่น เขาย่อขาแล้วกระโดดขึ้นไปในอากาศ ท่าทางนั้นเหมือนกับกำลังบินขึ้นไปราวกับจรวด จากนั้นอเล็กซ์ลอยค้างอยู่ในอวกาศจำลองหลายวินาที ไม่นาน ร่างของเขาค่อย ๆ ตกลงมา เท้าแตะพื้นอย่างนิ่มนวล เขาดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อได้อัดกัญชาเข้าปอด
เบนปลดปล่อยพลังจิตของตัวเองเช่นกัน เขาควบคุมเก้าอี้ในห้องให้ลอยขึ้นแล้วทำเป็นรูปบันไดซ้อนกัน บันไดแห่งสรวงสวรรค์ เขาคิดเอาเองแล้วปีนขึ้นไป แม้เบนไม่อาจพุ่งตัวลอยขึ้นไปในอากาศเหมือนอเล็กซ์ แต่เขาสามารถยืนอยู่บนนั้นได้นานกว่า
“เบน ฉันคิดว่านายควรคุยกับซาร่าห์จริง ๆ จัง ๆ สักทีนะ ฉันหมายความว่าอย่างนั้นจริง ฉันไม่ได้โกรธเธอเลย แต่เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ มันเป็นเพราะว่านายเป็นคนทำให้เธอตกหลุมรักนาย ตัวนายก็รู้ดี”
เวลาที่อเล็กซ์เอ่ยชื่อซาร่าห์และขอให้เขาทำแบบนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา
“ฉันกลับไปคบกับเธอไม่ได้ และนายก็ไม่ควรทำเหมือนเธอเป็นของเล่นด้วย คบกันแบบเพื่อน เธอเป็นคนดีคนหนึ่งเลย” อเล็กซ์พูดขึ้นมาจากด้านล่าง
“แต่ถ้าคบกันแบบแฟน เธอก็จะเป็นฝ่ายนอกใจเหมือนที่ทำกับนาย ทำไมนายถึงคิดว่าฉันปฏิบัติกับซาร่าห์เหมือนเป็นของเล่นล่ะ” เบนลดระดับเก้าอี้ให้ต่ำลง แล้วตัดสินใจนั่งคุยกับเพื่อนข้างล่าง
อเล็กซ์กอดอก ทำท่าขึงขัง “ก็คืนที่ฉันอยู่กับจูลี่ ฉันแอบเห็นว่านายกับซาร่าห์อยู่ด้วยกัน แล้วยังคืนอื่น ๆ อีก”
“มันแค่ความอยากของคนสองคน ไม่มีเรื่องความรู้สึกอะไรแบบนั้นหรอกน่า” เบนตอบ ถ้าไม่ใช่เพราะยายทริส...อะไรนั่นทำให้เขาค้างหรอกนะ
“แล้วยังคืนอื่น ๆ อีก” อเล็กซ์ย้ำ
เบนมองสำรวจเพื่อหยั่งเชิง แต่ไม่พบว่าอเล็กซ์มีทีท่าตำหนิหรือหึงหวงใด ๆ เขาเลยพยักหน้ายอมรับ “ใช่ คืนอื่น ๆ ก็เพราะอยาก”
เมื่ออเล็กซ์ออกปากว่าให้อภัย เขาหมายความอย่างที่พูด น่าสงสารซาร่าห์ ตรงที่เธอไม่มีอภิสิทธิ์เหมือนเบน เบนรู้อยู่เต็มอกว่าอเล็กซ์จะให้อภัยเขาทุกเรื่องแม้เขาทำผิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไร แม้อเล็กซ์ให้อภัยซาร่าห์ แต่เขาไม่สามารถคงสถานะคู่รักได้เหมือนเดิม ไม่เหมือนกับที่อเล็กซ์คงความเป็นเพื่อนและพี่น้องกับเบน สายสัมพันธ์ของพวกเขาแข็งแกร่งเกินกว่าสิ่งใดมาทำลายได้ แม้เบนจะนอนกับแฟนของอเล็กซ์มาแล้วหลายคน อเล็กซ์ก็ยังคงอภัยเบนเสมอ
ราวกับอ่านใจเบนออก อเล็กซ์รีบบอก “อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันให้สิทธิพิเศษแก่นายมากกว่าเธอ ฉันกลับไปหาซาร่าห์ไม่ได้ เพราะพวกเราไม่ได้รักกันแล้วต่างหาก”
“เรื่องของฉันกับซาร่าห์ก็ไม่เกี่ยวกับความรักเหมือนกัน” เบนถอนหายใจ “อย่าห่วงเรื่องของฉันกับแฟนเก่านายเลย ยัยนี่ก็แค่เลิฟแมชชีน นายก็รู้ เธอเกลียดฉันมากขนาดไหนพอรู้ความจริง แต่เพราะซาร่าห์มีความต้องการเยอะ เธอแพ้ให้กับทุกคนที่ตอบสนองเธอ เราแค่ตอบสนองกันและกัน มันไม่ใช่ความรักหรอกอเล็กซ์ ฉันอาจหลอกเธอก็จริง แต่ถ้าเธอซื่อสัตย์กับนายจะตกหลุมพรางได้ไงเล่า แล้วไอ้คืนที่ฉันนอนกับทริสช่า (“ทริสต้า” อเล็กซ์แก้ให้) ฉันก็แค่อยากรู้ว่าซาร่าห์จะช่วยขจัดไอ้ประสบการณ์แย่ ๆ ที่ฉันเจอยัยซากหินมาได้หรือเปล่า และเธอก็ตกลง นี่แหละ เหตุผลที่ว่าทำไมยัยนี่ไม่สมควรคบกับนาย ฉันทำให้นายเห็นว่าแฟนเก่านายเป็นคนยังไง ก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น พวกนี้ชอบผู้ชายรวย ๆ พอฉันคุยฟุ้งเรื่องหุ้นที่มี เธอก็ถอดเสื้อทันที เห็นไหม”
“เบน แต่ซาร่าห์ไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้น เธอรวยอยู่แล้ว”
“แต่เธอมองผู้ชายที่คุณสมบัติ เธอทิ้งนายเพราะนายเป็นหนึ่งในทายาทธุรกิจ และเลือกฉันที่เป็นทายาทเพียงคนเดียว” เบนหลับตา พอพูดเรื่องนี้แล้วกลับเจ็บแปลบในอก “พูดให้ถูกก็คือ เคยเป็น”
พอเห็นว่าอเล็กซ์จนมุม ไม่เถียงต่อ เบนสูดควันเข้าปอดไปเต็มที่ แล้วสรุปความให้ “นายก็รู้จักผู้หญิงประเภทนี้ดี ตอนนี้ฉันรวมยัยนมโตเข้าไปในรายชื่อกลุ่มนี้ด้วยล่ะนะ”
“แต่นายล่อลวงเธอก่อน” อเล็กซ์สูดควันบ้าง ไม่ยอมแพ้ “เลิกตรวจสอบคุณสมบัติผู้หญิงให้ฉันได้แล้ว หาของนายเองสิวะ”
“แต่นายไม่ได้โกรธนี่ นายขอบคุณฉัน รู้หรอกน่า”
“หุบปาก ฉันเกลียดที่นายชอบจีบแฟนของฉันทุกคน!”
“ไม่ทุกคนซะหน่อย ฉันไม่ได้นอนกับ...วิโอน่า โลล่า และแคลร์ พวกเธอน่ารักนะ แต่นายไม่รู้จักรักษาไว้เอง”
อเล็กซ์คำรามเบา ๆ เบนจำชื่อพวกเธอเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ เพราะสามคนนี้เป็นพวกที่สอบผ่าน แต่ผิดที่อเล็กซ์ ที่เขาไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์กับผู้หญิงพวกนี้ไว้ได้
เบนตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง “เอาเถอะ ฟังเรื่องของฉันดีกว่า เมื่อเช้า ฉันเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...สวยมาก ๆ” เพียงแค่นึกถึงใบหน้านางฟ้าคนนั้นแล้ว หัวใจของเขาเต้นแรง ดอกไม้ดอกนี้สมควรอยู่ในมือของเขา และถ้าเกิดเบนไม่ได้อยู่ในโลกอนาคตจำลองแห่งนี้แล้วล่ะก็ ฐานะและเงินทองที่เขามีคงช่วยให้เขาเอาชนะใจเธอได้ไม่ยาก เหมือนกับสาวคนอื่นที่เขาเคยผ่านมา
“หวังว่าคงไม่ลงเอยเป็นทริสต้าสองนะ” อเล็กซ์เยาะ
เบนสูดควันสุดท้ายเข้าปอด ใครมองกัญชาเป็นสิ่งเสพติดหรือปีศาจร้ายก็ช่าง สำหรับพวกเขา มันยิ่งกว่ายาอายุวัฒนะ “แค่มองหน้าเด็กคนนั้น ฉันรู้ว่าเธอจะช่วยขจัดความทรงจำร้าย ๆ ที่เกี่ยวกับยัยทีน่าไปจนหมด”
“ทริสต้าโว้ย”
เบนแย่งบุหรี่ของอเล็กซ์มาสูบแทนของตัวเองที่มอดไปแล้ว
อเล็กซ์สั่นหัว “รู้อะไรไหม นายไม่ได้ลืมชื่อเธอหรอก แต่แกล้งลืมต่างหาก นายมันสันดานไม่ดี เธอทำให้นายรู้สึกแย่ใช่ไหมล่ะที่ไปไม่ถึงจุดสุดยอด หรือนายห่วยเอง”
เบนส่ายหน้า แต่น้ำเสียงที่ตอกกลับอเล็กซ์กลับดังกว่าเดิม “แน่นอนว่าไม่ใช่โว้ย ทันทีที่ผู้หญิงแบบนี้อ้าขาให้ฉัน...”
“...นายจะจำชื่อพวกเธอไม่ได้ทันที เพราะระบบความจำในสมองของนายมันบกพร่อง เออ ได้ยินมาล้านรอบแล้ว” อเล็กซ์จบประโยคให้ก่อนที่เบนจะพูดจบ
“นี่ใช้คำว่าสมองบกพร่องเลยเหรอวะ ฉันว่าฉันไม่ได้ใช้คำนี้นะ”
“ทำไม ฉันใช้เองแหละ ก็มันบกพร่องจนกู่ไม่กลับนี่หว่า”
เบนถอนหายใจ เพื่อนสนิทจะด่าอะไรก็ด่าเถอะ เขายอมรับว่าพอได้อัดบุหรี่เข้าปอดแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ แม้มันไม่ได้ส่งผลอะไรมากเหมือนกับคนปกติ แต่ความรู้สึกปริ่ม ๆ นี่แหละที่เขาชอบ
“แต่ฉันอยากเด็กดอกไม้ดอกนั้นจริง ๆ นะ” เบนว่า ก่อนจุดบุหรี่มวนที่สอง
นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่
การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้
“แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว
ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ
ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให
“เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า
เธอนึกสงสัยว่าทำไมยาที่ทาลงไปถึงไม่มีประสิทธิภาพเหมือนกับออสโล่ แน่นอนว่าอเล็กซิสไม่คาดหวังว่าจะเห็นแผลสมานกันสนิท แต่มันควรดีขึ้นบ้าง เธอประมวลทุกอย่างในหัว สภาพแวดล้อม ศพ เนื้อเน่า สิ่งสกปรก เหงื่อ ทุกอย่างอาจส่งผลให้แผลของเขาไม่ยอมรักษา หรือว่ากลุ่มเสี่ยงไม่ตอบสนองต่อยา ไม่สิ เขาบอกว่าเคยต
“และถ้าเรายังเถียงกันอยู่อย่างนี้ พวกนั้นคงไปไกลแล้ว โนเอลบอกเองไม่ใช่เหรอว่าห้ามรอ เธอยึดคำพูดเขานี่ ขอร้องล่ะ เชื่อฉันเถอะ”แล้วอเล็กซิสตอบเขาอย่างไรเหรอ ไม่ เธอตอบไม่ได้ ถึงเบนจะชอบทำตัวก้อร่อก้อติก ริมฝีปากคมกริบยิ่งกว่ากรรไกร กวนประสาทยิ่งกว่าเวดหลายเท่าตัว แถมชอบทำท่าเหมื
ออสโล่หัวเราะออกมาผ่านลำคอ เขาพยักหน้าให้เวดเพื่อบอกว่าเทสซ่าพูดถูก เขาถอนหายใจแล้วเก็บปืน จากนั้นย่อตัวลงนั่งกอดอก แน่สิ ตัวเองรู้จักกับอเล็กซิสมานานกว่าใคร ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนแน่วแน่ขนาดไหน อเล็กซิสไม่ชอบหลุดจากกรอบ ถ้าเธอตกลงจะทำอะไรแล้วเธอจะไม่ยอมผิดแผนหากไม่มีเหตุจำเป็น
เมื่อนั้นดวงตาของมันส่องประกายสีแดงอีกรอบ อเล็กซ์ลุกขึ้น ยื่นมือออกไปทันที หุ่นยนต์ที่อยู่บนพื้นถูกคลื่นพลังกระแทกอัดเข้ากับกำแพงจนตาที่กะพริบนั้นดับลง อีกครั้งที่เขาเห็นไมเคิลจู่โจมศัตรูด้วยแรงมหาศาลและความไวที่เร็วจัด เขาตรงเข้าล็อกคอแล้วดึงส่วนหัวออกด้วยมือเปล่า ปาเศษเหล็กลงบนพื้นแล้วเตะซากลำต







