Home / แฟนตาซี / Undisclosure / หนุ่มขี้เซา

Share

หนุ่มขี้เซา

last update Last Updated: 2025-02-12 15:25:27

เบนไม่มีโอกาสเห็นท้องฟ้าสีครามอีกเลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เขาลุกขึ้น เก็บถาดแล้วทิ้งลงในกล่องที่เขียนแจ้งว่า ‘ถังขยะ’ จากนั้นเดินตามกลุ่มเด็กทั้งสามไป เขาอยากรู้จักเด็กคนนั้น

ตรงข้ามห้องอาหารมีจอสีดำขนาดยักษ์ติดอยู่ตรงกำแพง แต่ไม่มีข้อความอะไรประกาศทิ้งไว้ หรือพูดให้ถูกก็คือ หน้าจอนั้นดำมืดตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว

รัฐบาลใช้สถานที่แห่งนี้จัดโปรแกรมบำบัดสำหรับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มต้องสงสัย ทว่าผู้คนที่อยู่ในนี้เรียกว่า ‘หอพัก’ ไม่มีการรักษาใด ๆ ทั้งนั้น ไม่มีพนักงาน หมอ หรือเจ้าหน้าที่เลยสักคน ไม่มีแม้แต่ตารางเวลากำหนดกิจกรรมต่าง ๆ พวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่กันอย่างอิสระ ทว่าเป็นอิสระในเชิงพิลึก ก็แค่สามารถทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจภายในคุกประหลาดแห่งนี้มากกว่า

หอพักแห่งนี้เปรียบเสมือนกับชุมชนขนาดย่อม คนที่อยู่อาศัยสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนสยิม สนามกีฬา ผับ เลานจ์ โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กที่มักเล่นหนังโรแมนติกสมัยรุ่นคุณย่าคุณยาย เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งที่สามารถพบเจอในโรงแรมหรู ยกเว้นแต่ว่าไม่มีห้องสมุดและสถานที่กลางแจ้งเท่านั้น คนที่ถูกจับมาจะได้ครองห้องนอนส่วนตัวพร้อมห้องน้ำภายใน มันช่างสะดวกสบายครบครันจริง ๆ เบนสามารถบอกได้เต็มปากว่ามันดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก ก่อนหน้านี้ เขานึกว่าตัวเองต้องอยู่ในคุก หรือโรงพยาบาลรักษาโรคประหลาดอะไรเทือกนั้น เขาจึงพกหนังสือหลักเศรษฐศาสตร์และหลักการทำธุรกิจที่ตัวเองเรียนอยู่ติดมาด้วย เผื่อว่าอาจต้องทำธุรกิจในคุก แต่ตอนนี้ หนังสือพวกนั้นไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ อาจจะอยู่ในห้องของอเล็กซ์ก็เป็นได้

อิสรภาพ ความจริงเขาเองก็ไม่อยากใช้คำนี้นัก เพราะอย่างไรก็ตาม ทุกคนในนี้ต่างรับรู้ว่ามีนาฬิกาจับเวลาคอยนับถอยหลังอยู่เงียบ ๆ เพียงแต่ไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้ว่าทางการต้องการอะไรกันแน่ถึงปล่อยให้พวกเขาอยู่กันแบบนี้ ดังนั้น แต่ละคนก็เลยใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงเท่าที่จะทำได้ สำหรับเบน เขาเคยชินกับชีวิตที่มีทุกสิ่งอย่างมาปรนเปรอมากพอแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเบื่อ

ทุกวัน เขาต้องนั่งมองกำแพงสีขาวโล่ง ๆ ด้วยอาการเบื่อหน่าย มองดูพวกคนกลุ่มใหม่ที่เข้ามาทำท่าทึ่ง ตกตะลึงไปกับความสะดวกสบายที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต บางคนอาจคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยซ้ำ เกือบสามอาทิตย์แล้ว ที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรกันแน่ นอกจากฆ่าเวลาด้วยการจีบสาวสวย หน้าตาดี แล้วก็นอนกับพวกเธอ แต่ก็ใช่ว่าจะมีคนสวยเยอะแยะในนี้ ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงและสังคมเดิมที่เขาเคยอยู่

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เบนรำคาญใจมากที่สุดก็คือไอ้นาฬิกาบนข้อมือ ทุกคนต้องสวมมันไว้ มันเป็นอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีเงิน มีหน้าที่บอกเวลา เบนรู้ว่ามันอาจจะทำได้มากกว่าบอกเวลา เพียงแต่ไม่มีใครมาเผยความลับของมัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาพยายามถอดมันออก พอถอดทิ้งไว้เกินสามสิบนาทีปุ๊บ เจ้าเครื่องที่ว่าจะส่งเสียงเตือนดังลั่นทันที แต่เสียงเตือนนั้นมันมาจากนาฬิกาของคนที่อยู่ใกล้เขาในเวลานั้น เขาจึงต้องรีบสวมมันกลับเสียงเตือนถึงได้หยุด นั่นหมายความว่า เขาไม่ควรใช้เวลาอาบน้ำนานเกินสามสิบนาทีด้วย

โคตรแย่ เขาเกลียดที่ต้องใส่มันไว้ แต่เพราะไอ้เสียงเตือนน่ารำคาญนั่นแหละ ไม่อย่างนั้น เบนคงสวมนาฬิกาสุดที่รักของตัวเองแทน แถมดีไซน์ของมันยังสวยกว่าไอ้ของเล่นชิ้นนี้ร้อยเท่า แต่นาฬิกาเรือนนั้นตอนนี้กลับจมอยู่ก้นกระเป๋าแทนที่จะได้อวดโฉมงามสง่าของมัน

เขาถอนหายใจอีกรอบ นึกสงสัยว่าเพื่อนรักของตัวเองหาอะไรลงท้องแล้วหรือยัง ถึงแม้ว่าเขาอยากทำความรู้จักกับเด็กสาวคนนั้น แต่เบนเลือกที่จะเดินไปที่ห้องฉายภาพยนตร์เพื่อตามหาเพื่อน เวลายังมี โอกาสยังรออยู่เสมอ

“พวกเธอมาใหม่ใช่ไหม”

ชายหนุ่มชะลอฝีเท้าแล้วย่นจมูก เด็กสาวผู้มีผมสีดำยาวประบ่าคนหนึ่งกำลังยืนทักทายพวกที่มาใหม่ หนึ่งในนั้นคือสาวน้อยหน้าตุ๊กตาที่เขาตั้งใจจะผูกมิตร แต่ช่างเถอะ เพราะตอนนี้สาวผมดำคนนั้น ยายประสาทเทสซ่า ช่วงชิงโอกาสของเขาไปแล้ว เทสซ่าและพี่น้องของเธอเป็นกลุ่มที่สองที่มาถึง คนพวกนี้มาจากเดอะ เวสท์ เมืองที่มีแต่ประชากรชนชั้นล่าง ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตไปวัน ๆ มันเป็นเมืองที่คนเชื่อว่าสะท้อนให้เห็นสภาพของโลกหลังจากยุคหายนะได้ดีที่สุด สภาพบ้านเมืองที่ทรุดโทรม ความยากจน และอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม เทสซ่าสวยและมีเสน่ห์พอสมควร อย่างน้อยเธอสามารถดึงดูดสายตาของเบนได้ แต่เมื่อเบนเข้าหาเธอ กลับกลายเป็นว่าตัวเขานั่นแหละที่ติดกับ เทสซ่ากล่าวหาว่าเขาคุกคามเธอ และพี่ชายของเธอก็ต่อว่าเขาต่อหน้าคนอื่นมากมาย ‘ไอ้บ้ากาม’ พวกเขากล่าวหาเขาแบบนั้น ชื่อเสียงของเขาเลยเสียตั้งแต่นั้นมา เพราะยัยนี่แท้ ๆ

ลองฟังเวอร์ชันของเขาบ้างไหมล่ะ วันนั้นท่ามกลางเสียงดนตรีและผู้คนที่เต้นไปตามจังหวะ หญิงสาวต่างหากที่เข้ามาแนบชิด ไถก้นสวย ๆ เข้ามาสี ทั้งสายตายั่วยวนและภาษากาย เขาหลงคิดว่ามันเป็นคำเชิญชวน แต่ที่แท้กลับเป็นกลลวง ในสถานที่แบบนี้ เสื้อผ้าราคาแพงหรือนามสกุลไม่มีผลอันใด ทำให้บางครั้งพวกคนชั้นล่างก็อยากมีที่ยืน เบนไม่ใช่ผู้ชายจำพวกที่ถ้าหากผู้หญิงไม่เสนอ เขาจะยัดเยียดสนอง เทสซ่าเล่นใหญ่น่าดูและเธอจงใจแกล้งเขา ด้วยเหตุผลที่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจนัก พวกเขาไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่อาจเป็นไปได้ว่า เธอหมั่นไส้เขา เพราะเบนขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่ในสังคมแบบใด บางทีเธออาจต้องการแก้แค้น (อาจเป็นพวกเฟมินิสต์หัวรุนแรง) หรือว่าเธอแอบชอบเขา หรือ ทั้งสองอย่าง เบนได้แต่เดาไปเรื่อย

และแล้วพวกพี่น้องโธมัสก็ได้เด็กสาวคนนั้นไว้กับกลุ่มตัวเอง เบนกลอกตา เขาไม่น่าชักช้าเลย รู้อย่างนี้ทำความรู้จักกับเธอคนนั้นไปก่อนดีกว่า

“นายอยู่นี่นี่เอง”

ส่วนไอ้คนที่เขาหาตั้งนานเพิ่งโผล่หัวมา

“ไปไหนมาวะ” เขาถามเพื่อน อเล็กซ์ดูเหมือนจะตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างเป็นพิเศษ

“เจอที่ดี ๆ โคตรเจ๋ง นายต้องมากับฉัน” อเล็กซ์บอก เขาได้กลิ่นบุหรี่เบสต์ อามีลอยฟุ้งออกมาจากหัวยุ่ง ๆ ของเพื่อน ดูเหมือนว่าอเล็กซ์จะลืมวิธีหวีผมไปแล้ว และเขาคงไม่เคยแตะไดร์เป่าผมเลยนอกจากปล่อยให้แห้งตามยถากรรม ผมสีดำของเขาจึงยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้หวีมาแรมปี เพื่อนคนนี้ลืมดูแลตัวเองไปแล้วหรือ

“นี่นายใช้บุหรี่เสียเปล่ารู้ไหม ฉันเหลือแค่ยี่สิบซองเองนะ...เดี๋ยว ตัวนายไม่เปียกนี่หว่า”

อเล็กซ์ฉีกยิ้ม หลิ่วตา “เออดิ และของฉันก็ยังมีเหลืออยู่พอสมควร อย่าห่วงเลย ซาร่าห์อยู่ไหนล่ะ”

“ไม่เห็นตั้งแต่เมื่อคืน” เบนตอบ พร้อมกับรอยยิ้มบนมุมปาก

อเล็กซ์กัดปาก จากนั้นหัวเราะในลำคอ “อาฮะ เมื่อคืน...เออ ช่างเหอะ ก็ดีแล้ว”

คราวนี้กลับเป็นเบนที่เป็นฝ่ายหัวเราะแทน ซาร่าห์เป็นแฟนเก่าของอเล็กซ์ ทั้งคู่เลิกกันหลังจากมาอยู่ที่นี่ได้เพียงสามวัน และคนที่ทำให้ทั้งคู่เลิกกันก็คือเบน

“เธอยังขอกลับไปเป็นเหมือนเดิมอยู่อีกเหรอ”

อเล็กซ์ไม่ตอบแต่หันหน้าหนี ซึ่งแปลว่า ใช่

“แปลกแฮะ”

“ความเหงาก็งี้ ช่างเหอะ ไปกัน”

เบนรู้ดีว่าตัวเองควรจะรู้สึกผิดอยู่สักหน่อย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นซ่อนอยู่ในใจเลย เขามีเหตุผลที่จะทำแบบนั้นและมันเป็นเหตุผลที่ดี เบนสาบานได้เลยว่าตัวเองทำถูกแล้ว เขาทำเพื่อเพื่อน อเล็กซ์สมควรมีคนข้างกายที่ดีกว่าผู้หญิงคนนี้ หรือไม่ก็อาจจะไม่มีใครสมควรเคียงข้างอเล็กซ์เลยก็ได้ เพราะผู้หญิงที่เบนมองว่าเป็นแบบอย่างได้ดีที่สุด ตายไปหลายปีแล้ว ส่วนพวกดี ๆ ที่เหลือ ก็หายากนัก

ถ้าหากจะมีใครสักคนที่ขุดมโนสำนึกในใจเขาได้ คงเป็นผู้หญิงคนนั้นคนเดียว  นาตาเลีย เขาไม่เคยลืมชื่อเธอเลย ไม่เคยลืมใบหน้าของเธอ ไม่เคยลืมว่าเธอเป็นคนดีขนาดไหน และไม่เคยลืมว่าเธอตายอย่างไรด้วย

“ฉันว่า ที่ซาร่าห์ขอกลับไปหานายเพราะเธอเห็นว่านายนอนกับคนอื่นมั้ง นายก็รู้นี่ พวกผู้หญิงก็แบบนี้ ขี้อิจฉา ขี้หึง พอตัวเองยังไม่มีใครก็หวงก้าง ที่นี่ไม่มีผู้ชายที่ดีพอให้ยัยนั่นเลือกซะด้วย” เด็กสาวที่อเล็กซ์นอนด้วยก็คือเด็กผู้หญิงที่มีหน้าอกหน้าใจมโหฬารคนนั้น คนที่เบนยังนึกทั้งชื่อเธอและเพื่อนของเธอไม่ออก

“จูลี่เหรอ”

“ยังดีนะที่นายจำชื่อเธอได้ เธอเก่งไหม นายยังไม่ได้เล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังเลย หรือเธอไม่เก่ง ฉันว่าคงเหมือนเพื่อนของเธอนั่นแหละ ชื่ออะไรนะ...ให้ตายเถอะ ยัยนั่นคือฝันร้ายชัด ๆ คิดดูสิ ยัยนั่นมีความสุข แต่ฉันกลับไม่ได้อะไรเลย ไม่แฟร์เลยว่ะ”

อเล็กซ์เกาหัว ทำหน้าเอือม บวกกับหน้าตาเหมือนคนสะลึมสะลืออยู่ตลอดเวลา เบนพอเข้าใจว่าเพื่อนไม่ชอบที่เขาพูดถึงผู้หญิงแบบนี้ แถมสีหน้านั้นยังเกิดจากอารมณ์หมั่นไส้ที่เบนมีทักษะในการจำชื่อสาว ๆ ต่ำเหลือเกิน

“คนที่นอนกับนายชื่อ ทริสต้า แล้วจูลี่...ก็ไม่ได้แย่ด้วย แต่พอผ่านคืนนั้นไป เธอไม่น่ารักเหมือนเดิม อยากรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกิจการครอบครัวของฉัน รถเอย ห้องนอนเอย...พวกเรื่องน่าเบื่อ จูลี่เอาแต่ถามราวกับพวกเราจะกลับไปได้อย่างงั้นแหละ ฉันก็เลย...เลิกคุยกับเธอ ไม่อยากสานต่อแล้ว ฉันไม่คิดว่าจูลี่จะชอบฉันแบบที่...นายก็รู้นะ เธอถามหาฉันเหรอ”

เบนผงกศีรษะ “อื้อ แต่หน้าอกหน้าใจขนาดนั้นน่าทึ่งจริง ๆ นะ...ถ้าฉันมีโอกาสได้สัมผัสมันสักหน่อย”

“ไม่ใช่ ๆ ทางนี้ต่างหาก” อเล็กซ์ดึงเพื่อนให้เดินไปตามเส้นทางที่ถูก

เบนมองไปข้างหน้า เห็นประตูแปลกประหลาดบานหนึ่งที่ไม่เข้าพวก และเขาไม่เคยเห็นมาก่อน “เฮ้ย เมื่อวานไม่มีนี่ ใช่ไหม ฉันว่าฉันไม่เคยเห็นนะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status