Masukเงินห้าแสนล้าน สามารถซื้อหุ้น 45% ของบริษัทที่มีมูลค่าจริง เกือบสิบล้านล้านได้ นับว่าลงทุนครั้งนี้ได้กำไรมหาศาล เพราะอีกไม่นานบริษัทนี้จะเติบโตจนกลายเป็นบริษัท ยี่สิบล้านล้าน เท่านี้ก็เหมือนว่าได้กำไรมหาศาลแล้ว
รอยยิ้มของผู้ชนะ การที่มีเงินทุนไม่จำกัดมันดีแบบนี้เอง เสียดายที่ระบบยังมีข้อจำกัดมากมาย ไม่งั้นเขาคงจะรับเงินอย่างเดียว แล้วไปใช้ชีวิตอย่างสบาย “เอาละ...ตอนนี้ทุกอย่างถือว่าเรียบร้อยแล้วนะ” เอสยื่นมือให้ เป็นการทักทายอย่างเป็นทางการ “ค่ะ...ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเรา ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันค่ะ” พนิดายิ้มให้อย่างเป็นทางการ มือเล็กสัมผัสกับมือของเอส เห็นความหยิ่งยโสของเธอเขาก็ไม่แปลกใจเลย ในโซเชียลต่างให้ฉายาเธอว่าเจ้าหญิงน้ำแข็ง ก็ไม่เกินจริง เอาโน้มตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะพูดเสียงเบา “อย่าลืมที่พูดไว้แล้วกัน...ระดับท่านประธาน” เข้ายิ้มร้ายก่อนจะพูดต่อ “คงไม่ผิดคำพูดใช่ไหม” พนิดาตัวเย็นเยียบ ใบหน้าถอดสีจนไร้เลือด นึกไม่ถึงว่าจะหนีเสือเข้าปากจระเข้เสียได้ สำหรับเธอ เขาก็ไม่ต่างจากตาแก่หัวงูพวกนั้น ทว่าเอสกลับแย่กว่า เพราะแอบอ้างเงินคนอื่นเพื่อรังแกเธอ “แน่นอน...ฉันไม่ผิดคำพูด...สะดวกวันไหนคะ?” เธอถามกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ “ยังไม่รีบ...เอาเป็นว่าผมจะติดต่อคุณเองนะครับ” เอสปล่อยมือออก ก่อนจะหยิบเอกสารสำคัญขึ้นมา “ถ้างั้นขอตัวก่อน...แล้วเจอกัน” ร่างสูงหันมายิ้มให้เลขาสาว ที่เก็บสีหน้าตัวเองแทบไม่อยู่ เขาเห็นเธอกำมือแน่น คงอยากจะหักคอเขาให้ตายเลยใช่ไหม ‘โหดไปไหนแม่คุณ’ แม้ร่างกายจะพัฒนาไปมาก ไม่ต่างไปจากคนปกติ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นแค่คนผมแห้ง ตอนนี้มีมัดกล้ามขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่รออกมาข้างนอกนาน ๆ รู้สึกเสียพลังจริง ตอนนี้เขามีเงินสองพันกว่าล้าน จะทำอะไรดี รถก็มีแล้ว ต้องซื้อบ้าน “อยากได้บ้านที่ ปลอดภัยที่สุด มีแนะนำไหม” เอสถามระบบ “มี...ระบบสามารถออกแบบบ้านที่ปลอดภัยให้ได้" “แบบที่ 1,...2,...3...” เอสมองดูแบบบ้าน พลางเดินเข้าไปในลิฟต์ เขาสนใจบ้านที่ระบบแนะนำมาก เป็นบ้านสามชั้น บ้านเดี่ยว และ รับประกันความปลอดภัย อย่าว่าแต่โจร แม้แต่รถถังยังไม่สามารถบุกเข้าไปได้ ที่สำคัญอีกอย่างคือ การตกแต่งหรูหรา สวยงาม เอาเลือกแบบที่สอง หลังจากเลือกเสร็จ ระบบก็แจ้งเตือนทันที “ระบบจะจัดการสร้างให้ โดยมีการว่าจ้างวิศวกรระดับโลก ส่วนราคารวมทั้งหมด 2100 ล้าน” “แพง...มาก” เอสมองตัวเลขอีกที แต่นั่นคือราคาจริง บ้านหลังนี้ราคาไม่ธรรมดาตามคาด เท่ากับว่าเขาเหลือเงินในบัญชีไม่ถึงพันล้านด้วยซ้ำ หวังว่าคงไม่ถังแตก คงต้องหางานพิเศษทำแล้วสิ “ระบบแนะนำงานที่ทำเงินเยอะ ๆ ให้หน่อยสิ” “ระบบกำลังพักผ่อน” แม้แต่ระบบยังหนีเลย แบบนี้เขาจะทำยังไงดี แต่ก่อนจะได้คิด เสียงมือถือแสดงข้อความของใครบางคน เอสรีบกดดู เป็นมินนี่ ส่งมาสิบข้อความเลยเหรอ “มัวแต่งยุ่งจนลืม” “เธอคงสับสนสินะ...ก็ไม่แปลกที่จะเป็นแบบนั้น” เขายิ้มร่าเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานของเธอ รถของเขาขับมาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่นี่เป็นย่านคนรวย มีคนเดินสวนกันไปมา แต่ละคนแต่งตัวดูดีดันหมด สายตาของทุกคนต้องไปที่รถหรูของเอส คันนี้ราคาหลายร้อยล้าน ใครก็สนใจเป็นพิเศษ “รถคันนั้นสวยจัง” “อยากนั่งดูสัักครั้งจัวเลย” สองสาวนักสร้างคอนเทนต์ จ้องตามตาโตเท่าไข่ห่าน จนรถของเขาขับเข้าไปข้างในลานจอดรถ เอสมองดูนาฬิกาในข้อมือ ก่อนจะถึงเวลานัดกับมินนี่แล้ว เขามาเร็วไปหน่อย มันติดนิสัยจนชินไปแล้ว หลังออกมาจากลานจอดรถเขาเห็นร้านอาหารน่าอร่อย เป็นร้านเครื่องดื่มชื่อดัง เหมาะสําหรับนั่งรอสาวพอดี “สวัสดีค่า...” พนักงานสาวเห็นเอสก็นิ่งไปสักพัก ก่อนจะได้สติ “ เชิญเข้ามาข้างในเลยค่า” เธอยิ้มเขินจนแก้มปริ ไม่คิดว่าจะหล่อ สูงแบบนี้ “ขอบคุณครับ...” เอสยิ้มตอบ ก่อนจะมานั่งที่มุมสุดของร้าน ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา หรือให้ความสนใจ เขาสั่งเครื่องดื่ม กับอาหารว่างมา เพราะรู้สึกหิว ทั้งที่กินไปเมื่อเช้าเอง ระหว่างที่รออาหารเขาก็ได้ยินโต๊ะข้าง ๆ คุยกันเสียงดัง จนเข้าหูแบบไม่ตั้งใจฟัง เรื่องค่อนข้างน่าสนใจอยู่ด้วยสิ “นายยังสร้างเกมอยู่เหรอ...ฉันว่านะ...มาเป็น พนักงานทำความสะอาดที่บริษัทเดียวกับฉันดีกว่า เดี๋ยวแนะนำให้” เสียงเข้มเอ่ยด้วยท่าทางเห็นอกเห็นใจ แต่แฝงไปด้วยคำดูหมิ่น ดูจากการแต่งตัวแล้วคงเป็นพนักงานบริษัทใหญ่แถวนี้ “อย่าเลย...ฉันอย่างสร้างเกม...มันเป็นความฝัน...” “ฝันเหรอ...นายเนี่ยนะ...ยุคนี้แค่ใครเขาฝันกัน แค่มีงานทำก็พอแล้ว” สาวสวยคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น เธอแต่งตัวเหมือนพนักงานบริษัท กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกัน “ตอนนี้ใครเขาก็อยากได้งานนี้...หัดดูด้วยว่าอัตราการว่างงานของประเทศเราเกิน 20% ไปแล้ว” หญิงสาวอีกคนทำหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะยิ้มให้อีกสองคน เหมือนกับว่าคนที่อยากทำเกม กลายเป็นแกะดำในกลุ่ม “เห็นว่าเพราะนายเป็นเพื่อนนะ ถึงแนะนำให้ แม้เงินเดือนไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีงานทำ ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนนั้นยิ้มมุมปาก “อ้าว...มาแล้วเหรอ” “มาเร็ว ๆ” มีผู้หญิงสวย ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาในกลุ่ม ราวกับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป กลายเป็นกลุ่มเพื่อนที่รักกันดี ไม่ใช่คนที่ดูหมิ่นผู้ชายคนนั้นมาก่อน เอสได้แต่ยิ้มในใจ นึกถึงตัวเองราวกับว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แค่หมอนี่มันหน้าตาดี มีเงินอยู่บ้าง และที่สำคัญ มีสาวด้วย ผู้หญิงที่มาใหม่น่าจะเป็นคนมีหน้าที่การงานดีกว่าคนในกลุ่ม ทำให้เพื่อนเกรงใจ และที่สำคัญ ผู้หญิงคนนี้ก็ชอบ นักพัฒนาเกมขี้แพ้คนนั้น ราวกับบทละคร ทว่าครั้งนี้เขามาไม่เสียเปล่า รู้สึกว่าอยากสร้างเกมเพื่อหาเงินใช้สักหน่อย แต่ทุกอย่างก็ไม่ง่าย ต้องดูว่าเขามีศักยภาพพอไหม ถ้าไม่ไหวก็หาคนอื่น “อาหารมาแล้วค่า” พนักงานสาวคนเดิมยกถาดอาหารมาเสิร์ฟพอดี “ขอบคุณครับ” เอสมองดูเธอสักพัน รู้สึกว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่ตัดสินคนอื่นด้วย เขาจึงให้ทิปพนักงานไป เป็นปกติของร้านที่มีบริการดี ๆ “ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้ก่อนจะขอตัวไป “ถามจริง ๆ ทำไมเธอถึงคบกับเขาอยู่...แบบว่าไม่เหมาะสมกันเลย” เสียงผู้หญิงปากเผ็ดคนเดิมพูดขึ้น หลังจากหนุ่มคนนั้นคงไปเข้าห้องน้ำ “ฉันก็คิดแบบนั้น...ไม่ใช่อะไรนะ กลัวเขาจะเกาะเธอไปวัน ๆ ฉันหวังดีนะ” ผู้ชายในกลุ่มน่าจะชอบผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน เอาแล้วสิ นี้มันบททดสอบของรักแท้ของจริง “ไม่เป็นไร...ตอนนี้เจาแค่รอโอกาส เจาเก่งมากพวกเธอก็รู้” สาวสวยคนนั้นพูดหนักแน่นดี “ฉันว่าเขาก็ไม่เท่าไหร่...ถ้าเก่งจริงคงมีงานทำในบริษัทใหญ่ ๆ แล้วสิ” คำพูดของชายคนนั้น ทำให้เธอหน้าหมองไปเลย ก็จริงอยู่ว่าเธอเชื่อเขา แต่มันไม่พอ เอสนั่งฟังละครสนุก ๆ รอให้โอกาสเหมาะสมค่อยจัดการคุยเรื่องสำคัญกับหมอนี่ ถ้าเขามีศักยภาพพอ คงจะทำให้มีกำไรอยู่บ้าง จะรอแค่บริษัท F&M ก็ใช้เวลานานเกินไป"ตอนนี้บริษัท F&M จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถซื้อชิปประมวลผล ก็เหมือนถูกตัดแขนขา""ทำไมต้องไปยั่วโมโหพวกเขาด้วยนะ คิดว่าจะสามารถเอาชนะ FP ได้จริง ๆ เหรอ""วัยรุ่นก็แบบนี้แหละนะ เลือดร้อนไม่มีความอดทน ก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพงหน่อย"กลุ่มของบริษัทชั้นนำทั้งสิบจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาทั้งหมดไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท F&M แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงหลังจากแถลงข่าวออกมา สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เล่นข่าวนี้อย่างหนัก เพื่อเน้นย้ำให้ F&M บอบช้ำ และ ทำให้หลายคนที่ใจหายไม่น้อย โดยเฉพาะพนักงาน และ ผู้บริหารระดับสูงพวกเขามีภาระมากกว่าพนักงาน ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าหากเกิดเรื่องกับบริษัทพวกเขาจะเป็นด่านแรกของผลกระทบ ก่อนจะลามไปถึงพนักงานตามระดับขั้น"ตอนนี้ยังจะหยิ่งยโสได้ไหม ยังจะกล้าเมินฉันอีกไหม คราวนี้รู้ชะตาตัวเองหรือยัง" ภัทรเดินมาพูดพร้อมสีหน้าระรื่น ข้างกายยังคงมีสาวสวยคอยปรนนิบัติ"ทำไมเหรอ มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า" เอาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเขาจะพูดอะไร"นี่แก...แกล้งทำเป็นไม่เป็นไรสินะ"เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนจะลิ้มรสหวานของไวน์แดงราค
โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากเพราะคิวยาว ทว่าคืนนี้เอสได้รับเชิญจากบริษัท FP เพราะพวกเขาจะแถลงข่าวหลังจากปิดสัญญาซื้อขายครั้งใหญ่ในงานได้เชิญกลุ่มบริษัทชั้นนำ รวมถึงคนในวงการธุรกิจมาเพื่อเป็นสักขีพยานในความสำเร็จ"ขี้เกียจจังเลย ทำไงดี" เอสนั่งลงช้า ๆ"ต้องไปนะคะ หรือจะให้ฉันกับเลขาไปเหรอ"พนิดา พูดพลางถอดชุดคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นชุดเดรสกระโปรงยาว แหวกแผ่นหลังเล็กน้อย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจแน่นอนเอาลุกขึ้นดึงเอวบางของเธอเข้ามาแนบ ค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นหลังบางเรียบเนียน ผิวของเธอนุ่มมาก กลิ่นหอมที่ต้นคอทำให้เอสอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างถือสิทธิ์"อย่าทำให้ชุดของฉันขาดนะ ห้ามทำรอยด้วย" เธอพูดเสียงอ่อน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ"ได้...ฉันจะทำเบา ๆ" เอสพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาเต้นระรัว เธอทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านจนถึงขีดสุด30 นาทีผ่านไป"ทำไมช้าจัง เปลี่ยนชุดด้วยเหรอคะ"แคทนั่งรอข้างล่างได้แต่สงสัย เธอต้องออกไปทำธุระไม่ถึงสิบนาที พอมาถึงยังต้องนั่งรอพวกเขา จนเธอสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อของพนิดา ถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด"อย่าบอกนะว่าจัดหนัก อิจฉาจัง" เธอเข้ามาพูดใกล
เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถสร้างบุญคุณกับคิมได้ขนาดนี้ หลังจากที่สามีของเธอใช้ยาของเขา และฟื้นขึ้นมาได้ เอสก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าก็มาถึง เสียงหวานคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง ในระหว่างที่เข้ามาดูสามีของเธอ เอสค่อยหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น"นะ...นาย""ผิง...?"เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นเธอตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เธอสวยขึ้นหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวของคิม คนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา และแม้แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือแม้แต่บริษัท FP และเรื่องของเขากับเธอมันยาวมาก"มาแล้วเหรอลูก" ประธานวัยหกสิบหันไปพูดเสียงเพราะกับลูกสาวผิงคือลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสองคน กับพี่สาวคนหนึ่ง เธอจึงถูกตามใจที่สุด และเอาแต่ใจที่สุดเช่นกัน เรื่องนั้นเอสรู้ดี ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นหัวโจกแกล้งเขาทุกวัน"คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอ"เธอเดินผ่านเอสไปราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผิวมายืนข้าง ๆ คิม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อเห็นพ่อผู้บังเกิดเกล้าลืมตาขึ้นมามองเธอ พร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอช้า ๆ"พ่อ...ฟื้นแล้ว" ชายวัยหกสิบกว่าพูดเสียงแหบพวกเขาคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูก และไม่นานก็มีสองสามคนเข้ามา
เอสหันไปตามเสียงของคิม เธอกำลังโกรธอยู่ แน่นอนว่าความผิดเป็นของเขาที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ยังไม่ต้องทำให้เธอสงบลง ไม่งั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็ได้"ผมรับประกันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมผิดเองที่ลืมบอกว่ายานี้ต้องใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะครับ""ได้...ฉันจะลองเชื่อเธอดู แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอต้องรับผิดชอบ" คิมจ้องตาเอสเพื่อสังเกตเขา"แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ"เอสตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เขาเชื่อใจระบบที่ไม่เคยทำอะไรพลาดท่าทางของเอสทำให้เธอใจเย็นลง และรอต่อไป นั่นทำให้พวกสามคนที่อยากก่อกวนไม่พอใจ พวกเขาจึงหันไปพูดกับคนดูในถ่ายทอดสดแทนความคิดเห็นส่วนมาก บอกว่ายาของเอสหลอกลวง ไม่ใช่ความจริง และ ด่าไปถึงบริษัท พวกเขาไม่กล้าสนับสนุนสินค้าของ F&Mพวกนั้นพอใจมากที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ ยังไม่พอพวกเขายังเล่นข่าวด้วยการใช้อำนาจสั่งการของประธานใหญ่ FP ให้นักข่าวทำข่าวของเอสให้ใหญ่โตไปอีก"หนูดา...ลุงบอกเธอแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องถูกหลอกกี่ครั้งถึงจะพอ เดี๋ยวพอถึงสามสิบนาที เขาก็เลื่อนไปเป็นชั่วโมง แผนตื้น ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออกเหรอ" อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"ไม่ต้องสนใจหรอกนะ เดี๋ยวพอ
พวกนั้นตามมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว ทำไมถึงไม่เอาเวลาไปพัฒนาชีวิตตัวเอง แทนการหาเรื่องคนอื่น เอสถอนหายใจยาวเสียงดังน่ารำคาญพวกนั้นคิมสามารถทำให้หายไปได้ในทันที แต่เธอต้องให้เอสตัดสินใจ"อยากให้ลากพวกเขาออกไปไหม""ไม่ดีกว่าครับ ผมว่านี้จะเป็นโอกาสที่จะตบหน้าพวกเขา แถมยังได้การโปรโมตฟรีอีกด้วย""ไม่เลวเลย แม้แต่ศัตรูก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้" คิมยิ้มให้ เธอพบคนที่ฉลาดเป็นกรดเข้าให้แล้ว"ชมเกินไปแล้ว ผมไปจัดการก่อนนะ"เอสเดินออกมาที่หน้าประตู พนิดากับแคทกำลังห้ามพวกสามคนเอาไว้อยู่ และกลายเป็นโอกาสที่พวกเขาจะเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจ พร้อมกับใส่ร้ายเธอ"ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ จะได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของฉันด้วย"พนิดาหันไปหาเอสด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนพวกนี้เข้าไปได้"เอาจริงเหรอ""อืม เข้ามาเถอะ"ทั้งสองคนเข้ามาข้างในไม่รอให้พวกนั้นเดินตาม พวกเขาจึงเสนอหน้าเข้าไปแบบไม่มีใครเชิญ เมื่อมาถึงก็เริ่มบทละครอีกตามเคย"น้องชาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกลูกในไส้ทำกับนายแบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังคิดจะจัดการให้พ้นทาง ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว" อนันต์คุกเข่าข้างเตียง"ใครบอกว่าเธอจะกำจัดพ่อตัว
เธอไม่อยากตัดสินใจเลย แม้จะเชื่อเอสอย่างสนิทใจ แต่นี่คือชีวิตของพ่อกับแม่ ถ้าเป็นเธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ยาของเขาพนิดาอยากให้พ่อกับแม่ฟื้นขึ้นมามากกว่าใคร เธออยากให้ท่านได้มีชีวิตเหมือนคนอื่น แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงถูกคนอื่นตราหน้าว่ากลายเป็นลูกที่อกตัญญูแล้วจะยอมเสียงหรือเปล่า เอาไม่เคยพูดอะไรแล้วทำไมได้ พนิดาหันมามองทั้งสองคนที่นอนบนเตียงผู้ป่วย สีหน้าของเธอหนักแน่น ก่อนจะหันมาพูดกับเอส"ฉันตกลงค่ะ ช่วยท่านทั้งสองด้วย""ได้สิ...วางใจได้เลย"เอสยิ้มกว้างให้เธอ พร้อมกับกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดแน่นอน"พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ ผมเป็นหมอ คุณไม่เชื่อผมแต่เชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมผิดหวังมาก"ดร.ปานเทพพูดเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก ยิ่งฟังจากปากของเอสยิ่งไม่น่าเชื่อถือ‘หรือเขาจะเป็นพวกมิจฉาที่สร้างตัวตนขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขายยาปลอมกอบโกยทีหลัง’เขาไม่ยอมให้มิจฉาชีพมาหลอกลวงคนในโรงพยาบาลของเขา"ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อนุญาตให้คุณเอายาที่ไม่รู้ที่มาให้คนไข้แน่นอน"เอสหันไปหาหมอที่พยายามคัดค้าน ถึงยังไงเขาก็เป็นหมอม







