Masukเงินห้าแสนล้าน สามารถซื้อหุ้น 45% ของบริษัทที่มีมูลค่าจริง เกือบสิบล้านล้านได้ นับว่าลงทุนครั้งนี้ได้กำไรมหาศาล เพราะอีกไม่นานบริษัทนี้จะเติบโตจนกลายเป็นบริษัท ยี่สิบล้านล้าน เท่านี้ก็เหมือนว่าได้กำไรมหาศาลแล้ว
รอยยิ้มของผู้ชนะ การที่มีเงินทุนไม่จำกัดมันดีแบบนี้เอง เสียดายที่ระบบยังมีข้อจำกัดมากมาย ไม่งั้นเขาคงจะรับเงินอย่างเดียว แล้วไปใช้ชีวิตอย่างสบาย “เอาละ...ตอนนี้ทุกอย่างถือว่าเรียบร้อยแล้วนะ” เอสยื่นมือให้ เป็นการทักทายอย่างเป็นทางการ “ค่ะ...ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเรา ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันค่ะ” พนิดายิ้มให้อย่างเป็นทางการ มือเล็กสัมผัสกับมือของเอส เห็นความหยิ่งยโสของเธอเขาก็ไม่แปลกใจเลย ในโซเชียลต่างให้ฉายาเธอว่าเจ้าหญิงน้ำแข็ง ก็ไม่เกินจริง เอาโน้มตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะพูดเสียงเบา “อย่าลืมที่พูดไว้แล้วกัน...ระดับท่านประธาน” เข้ายิ้มร้ายก่อนจะพูดต่อ “คงไม่ผิดคำพูดใช่ไหม” พนิดาตัวเย็นเยียบ ใบหน้าถอดสีจนไร้เลือด นึกไม่ถึงว่าจะหนีเสือเข้าปากจระเข้เสียได้ สำหรับเธอ เขาก็ไม่ต่างจากตาแก่หัวงูพวกนั้น ทว่าเอสกลับแย่กว่า เพราะแอบอ้างเงินคนอื่นเพื่อรังแกเธอ “แน่นอน...ฉันไม่ผิดคำพูด...สะดวกวันไหนคะ?” เธอถามกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ “ยังไม่รีบ...เอาเป็นว่าผมจะติดต่อคุณเองนะครับ” เอสปล่อยมือออก ก่อนจะหยิบเอกสารสำคัญขึ้นมา “ถ้างั้นขอตัวก่อน...แล้วเจอกัน” ร่างสูงหันมายิ้มให้เลขาสาว ที่เก็บสีหน้าตัวเองแทบไม่อยู่ เขาเห็นเธอกำมือแน่น คงอยากจะหักคอเขาให้ตายเลยใช่ไหม ‘โหดไปไหนแม่คุณ’ แม้ร่างกายจะพัฒนาไปมาก ไม่ต่างไปจากคนปกติ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นแค่คนผมแห้ง ตอนนี้มีมัดกล้ามขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่รออกมาข้างนอกนาน ๆ รู้สึกเสียพลังจริง ตอนนี้เขามีเงินสองพันกว่าล้าน จะทำอะไรดี รถก็มีแล้ว ต้องซื้อบ้าน “อยากได้บ้านที่ ปลอดภัยที่สุด มีแนะนำไหม” เอสถามระบบ “มี...ระบบสามารถออกแบบบ้านที่ปลอดภัยให้ได้" “แบบที่ 1,...2,...3...” เอสมองดูแบบบ้าน พลางเดินเข้าไปในลิฟต์ เขาสนใจบ้านที่ระบบแนะนำมาก เป็นบ้านสามชั้น บ้านเดี่ยว และ รับประกันความปลอดภัย อย่าว่าแต่โจร แม้แต่รถถังยังไม่สามารถบุกเข้าไปได้ ที่สำคัญอีกอย่างคือ การตกแต่งหรูหรา สวยงาม เอาเลือกแบบที่สอง หลังจากเลือกเสร็จ ระบบก็แจ้งเตือนทันที “ระบบจะจัดการสร้างให้ โดยมีการว่าจ้างวิศวกรระดับโลก ส่วนราคารวมทั้งหมด 2100 ล้าน” “แพง...มาก” เอสมองตัวเลขอีกที แต่นั่นคือราคาจริง บ้านหลังนี้ราคาไม่ธรรมดาตามคาด เท่ากับว่าเขาเหลือเงินในบัญชีไม่ถึงพันล้านด้วยซ้ำ หวังว่าคงไม่ถังแตก คงต้องหางานพิเศษทำแล้วสิ “ระบบแนะนำงานที่ทำเงินเยอะ ๆ ให้หน่อยสิ” “ระบบกำลังพักผ่อน” แม้แต่ระบบยังหนีเลย แบบนี้เขาจะทำยังไงดี แต่ก่อนจะได้คิด เสียงมือถือแสดงข้อความของใครบางคน เอสรีบกดดู เป็นมินนี่ ส่งมาสิบข้อความเลยเหรอ “มัวแต่งยุ่งจนลืม” “เธอคงสับสนสินะ...ก็ไม่แปลกที่จะเป็นแบบนั้น” เขายิ้มร่าเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานของเธอ รถของเขาขับมาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่นี่เป็นย่านคนรวย มีคนเดินสวนกันไปมา แต่ละคนแต่งตัวดูดีดันหมด สายตาของทุกคนต้องไปที่รถหรูของเอส คันนี้ราคาหลายร้อยล้าน ใครก็สนใจเป็นพิเศษ “รถคันนั้นสวยจัง” “อยากนั่งดูสัักครั้งจัวเลย” สองสาวนักสร้างคอนเทนต์ จ้องตามตาโตเท่าไข่ห่าน จนรถของเขาขับเข้าไปข้างในลานจอดรถ เอสมองดูนาฬิกาในข้อมือ ก่อนจะถึงเวลานัดกับมินนี่แล้ว เขามาเร็วไปหน่อย มันติดนิสัยจนชินไปแล้ว หลังออกมาจากลานจอดรถเขาเห็นร้านอาหารน่าอร่อย เป็นร้านเครื่องดื่มชื่อดัง เหมาะสําหรับนั่งรอสาวพอดี “สวัสดีค่า...” พนักงานสาวเห็นเอสก็นิ่งไปสักพัก ก่อนจะได้สติ “ เชิญเข้ามาข้างในเลยค่า” เธอยิ้มเขินจนแก้มปริ ไม่คิดว่าจะหล่อ สูงแบบนี้ “ขอบคุณครับ...” เอสยิ้มตอบ ก่อนจะมานั่งที่มุมสุดของร้าน ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา หรือให้ความสนใจ เขาสั่งเครื่องดื่ม กับอาหารว่างมา เพราะรู้สึกหิว ทั้งที่กินไปเมื่อเช้าเอง ระหว่างที่รออาหารเขาก็ได้ยินโต๊ะข้าง ๆ คุยกันเสียงดัง จนเข้าหูแบบไม่ตั้งใจฟัง เรื่องค่อนข้างน่าสนใจอยู่ด้วยสิ “นายยังสร้างเกมอยู่เหรอ...ฉันว่านะ...มาเป็น พนักงานทำความสะอาดที่บริษัทเดียวกับฉันดีกว่า เดี๋ยวแนะนำให้” เสียงเข้มเอ่ยด้วยท่าทางเห็นอกเห็นใจ แต่แฝงไปด้วยคำดูหมิ่น ดูจากการแต่งตัวแล้วคงเป็นพนักงานบริษัทใหญ่แถวนี้ “อย่าเลย...ฉันอย่างสร้างเกม...มันเป็นความฝัน...” “ฝันเหรอ...นายเนี่ยนะ...ยุคนี้แค่ใครเขาฝันกัน แค่มีงานทำก็พอแล้ว” สาวสวยคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น เธอแต่งตัวเหมือนพนักงานบริษัท กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกัน “ตอนนี้ใครเขาก็อยากได้งานนี้...หัดดูด้วยว่าอัตราการว่างงานของประเทศเราเกิน 20% ไปแล้ว” หญิงสาวอีกคนทำหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะยิ้มให้อีกสองคน เหมือนกับว่าคนที่อยากทำเกม กลายเป็นแกะดำในกลุ่ม “เห็นว่าเพราะนายเป็นเพื่อนนะ ถึงแนะนำให้ แม้เงินเดือนไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีงานทำ ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนนั้นยิ้มมุมปาก “อ้าว...มาแล้วเหรอ” “มาเร็ว ๆ” มีผู้หญิงสวย ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาในกลุ่ม ราวกับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป กลายเป็นกลุ่มเพื่อนที่รักกันดี ไม่ใช่คนที่ดูหมิ่นผู้ชายคนนั้นมาก่อน เอสได้แต่ยิ้มในใจ นึกถึงตัวเองราวกับว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แค่หมอนี่มันหน้าตาดี มีเงินอยู่บ้าง และที่สำคัญ มีสาวด้วย ผู้หญิงที่มาใหม่น่าจะเป็นคนมีหน้าที่การงานดีกว่าคนในกลุ่ม ทำให้เพื่อนเกรงใจ และที่สำคัญ ผู้หญิงคนนี้ก็ชอบ นักพัฒนาเกมขี้แพ้คนนั้น ราวกับบทละคร ทว่าครั้งนี้เขามาไม่เสียเปล่า รู้สึกว่าอยากสร้างเกมเพื่อหาเงินใช้สักหน่อย แต่ทุกอย่างก็ไม่ง่าย ต้องดูว่าเขามีศักยภาพพอไหม ถ้าไม่ไหวก็หาคนอื่น “อาหารมาแล้วค่า” พนักงานสาวคนเดิมยกถาดอาหารมาเสิร์ฟพอดี “ขอบคุณครับ” เอสมองดูเธอสักพัน รู้สึกว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่ตัดสินคนอื่นด้วย เขาจึงให้ทิปพนักงานไป เป็นปกติของร้านที่มีบริการดี ๆ “ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้ก่อนจะขอตัวไป “ถามจริง ๆ ทำไมเธอถึงคบกับเขาอยู่...แบบว่าไม่เหมาะสมกันเลย” เสียงผู้หญิงปากเผ็ดคนเดิมพูดขึ้น หลังจากหนุ่มคนนั้นคงไปเข้าห้องน้ำ “ฉันก็คิดแบบนั้น...ไม่ใช่อะไรนะ กลัวเขาจะเกาะเธอไปวัน ๆ ฉันหวังดีนะ” ผู้ชายในกลุ่มน่าจะชอบผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน เอาแล้วสิ นี้มันบททดสอบของรักแท้ของจริง “ไม่เป็นไร...ตอนนี้เจาแค่รอโอกาส เจาเก่งมากพวกเธอก็รู้” สาวสวยคนนั้นพูดหนักแน่นดี “ฉันว่าเขาก็ไม่เท่าไหร่...ถ้าเก่งจริงคงมีงานทำในบริษัทใหญ่ ๆ แล้วสิ” คำพูดของชายคนนั้น ทำให้เธอหน้าหมองไปเลย ก็จริงอยู่ว่าเธอเชื่อเขา แต่มันไม่พอ เอสนั่งฟังละครสนุก ๆ รอให้โอกาสเหมาะสมค่อยจัดการคุยเรื่องสำคัญกับหมอนี่ ถ้าเขามีศักยภาพพอ คงจะทำให้มีกำไรอยู่บ้าง จะรอแค่บริษัท F&M ก็ใช้เวลานานเกินไปเมื่อตัวเต็งอย่างกลุ่มอีลิท กับชิปประมวลสุดล้ำของพวกเขา กลายเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น ทำให้ค่ำคืนนี้ยังคงเป็นบริษัทใหญ่จากตะวันตก และ เอเชียที่เป็นจุดเด่นเช่นเคยผู้คนในงานพูดคุยกันหนาหูว่า ชิปที่ล้ำหน้าแบบนั้นคงต้องรอใช้อีกร้อยปี ไม่มีทางจะสามารถผลิตให้สำเร็จได้ แน่นอนว่าเทคโนโลยีของพวกเขาก็คงเป็นอย่างนั้นเอสนั่งยิ้มมุมปากเมื่อยาหยีที่นั่งดูถ่ายทอดสดร้องอุทานขึ้นมา สีหน้าหวานตกใจไม่น้อยทุกคนจึงรู้ว่าตอนนี้กลุ่มอีลิทไปไม่รอดแล้ว แถมยังกลายเป็นตัวตลกที่คนทั้งโลกหัวเราะเยาะพวกสาว ๆ นั่งยิ้มหวานพูดคุยกันเรื่องนี้ และ เดาได้ว่าทุกอย่างต้องเป็นฝีมือของเอส เขาก็ไม่ได้ปกปิดอะไร เมื่อพวกเธออยากรู้เขาก็จะบอก"ก็แค่คุยกับนักวิศวกรพวกนั้นก่อน จากนั้นให้พวกเขาผลิตชิปคุณภาพต่ำ และ ให้ใช้ชิปคุณภาพสูงในการทดสอบ ทำให้พวกเขาติดว่าสามารถผลิตชิปรุ่นนั้นได้จริง ๆ ที่เหลือก็อย่างที่ทุกคนรู้"เขาพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง พลางมองดูคลื่นริมทะเลอย่างสบายใจ"แต่ว่าชิปของเราก็ไม่ใช่ระดับต่ำเหรอ" ยาหยีเอ่ยถามด้วยความสงสัย"ของเราเหรอ อาจจะเรียกว่าต่ำก็ได้ แต่ว่านะ...ก็น่าจะทำให้ผู้คนสนใจไม่น้อย""หมายความว่าไงเ
พิธีกรร่างสูงโปร่ง ยืนอยู่บนเวทีใหญ่ ท่ามกลางผู้คนนับพันที่เข้ามาเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมโลกให้ต่างไปจากเดิมงานนี้จัดขึ้นทุกปี มีบริษัทหลายแห่งทั่วโลกเข้าร่วม เพราะงานนี้จะช่วยทำให้เจ้าของบริษัทพบกับโอกาสมากมาย จากทั่วทุกมุมโลก เป็นเหมือนเวทีแจ้งเกิดของพวกเขาคืนนี้มีคนเข้าร่วมเยอะกว่าทุกปี เพราะข่าวของกลุ่มอีลิททำให้มีคนสนใจ อยากรู้ว่าหน้าตาของชิปมือถือที่จะเปลี่ยนโลกจะเป็นแบบไหนกลุ่มอีลิทจากประเทศไทยมีเพียงคนเดียวที่เป็นตัวแทน เขานั่งอยู่แถวหน้าข้าง ๆ หนึ่งในห้าตัวแทนระดับโลกของกลุ่มอีลิท ประกบคู่กับประธานบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ทั้งเอเชีย และ ยุโรปการที่จะได้ที่นั่งติดกันกับคนของกลุ่มอีลิทคืนนี้ พวกเขาได้ทุ่มเงินไปเยอะพอสมควรพวกเขาสนทนากันเรื่องธุรกิจ ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็อยากเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายคนแรก ยิ่งฝั่งเอเชีย กับยุโรปขัดแย้งกันอยู่แล้วด้วย แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการหารือของกลุ่ม พวกเขาสองคนไม่สามารถตัดสินใจเองได้"ผมหวังว่าจะได้เป็นตัวแทนของคุณนะครับ""แน่นอน ผมต้องช่วยพูดให้อยู่แล้ว"ทั้งสองฝั่งถูกตอบกลับไม่ต่างกันมาก ทำให้ทั้งสองฝั่งสงบลง
ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทราคาแพงดูสะอาดตา ทั้งหมดห้าคนนั่งล้อมโต๊ะกลมด้วยท่าทางสบาย ๆ ใบหน้าแต่ละคน ได้แสดงออกมาถึงความน่าเกรงขามพวกเขาคือกลุ่มอีลิทของประเทศไทย กลุ่มนี้มีอยู่ทั่วโลก และมีสมาชิกของแต่ละประเทศมาร่วมกัน จะเลือกอีกห้าคนจากทั่วโลกเพื่อเป็นผู้นำระดับโลกเมื่อมีอำนาจจากคนระดับสูงของโลกทำให้กลุ่มนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และ มีอำนาจควบคุมทุกอย่าง โดยเฉพาะ เศรษฐกิจ และ การเมืองของแต่ละประเทศอย่างเช่นตอนนี้ พวกเขามีเป้าหมายใหญ่นั้นคือการเข้าซื้อบริษัท supfm หลังจากที่บริษัทนี้สามารถผลิตชิปที่ดีกว่าฝั่งตะวันตก หรือพวกแผ่นดินใหญ่ พวกเขาจึงอยากเป็นเจ้าของเทคโนโลยีระดับแนวหน้าแทน"ทุกอย่างราบรื่นดีใช่ไหม อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ อย่าให้มีปัญหานะ"ชายวัยกลางคนท่าทางอาวุโสกว่าคนอื่นในที่นี้ เขาได้เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มมุมปาก แม้ทุกคนจะเท่าเทียมกันในด้านอำนาจ แต่ชายคนนี้ดูจะเป็นคนที่เหนือกว่าอยู่มาก"เรียบร้อยดี ต้องขอบคุณหมากตัวสำคัญอย่างอีเดน เขาทำให้งานเราง่ายขึ้น และ ไม่ต้องเปื้อนมือตัวเองด้วย""ได้ยินว่าถูกตำรวจดำเนินคดี คงจบแล้วล่ะ แต่ก็ดีแล้ว ทุกอย่างจะได้จบตามเขาไ
เธอพลาดเองที่ไม่พาบอดี้การ์ดมาด้วย ทั้งที่ตอนนี้เป็นศัตรูของใครหลายคน ทั้งเก่าและใหม่ ถ้าหากเธอพาคนมาด้วยสองสามคน ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้แม้จะเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว ภาพตรงหน้าคืออีเดนที่ขยับเท้าเข้ามา เธอได้แต่ถอยหลัง ไม่กล้าถอยอย่างรวดเร็ว เธอหวังแค่เพียงสิ่วเดียวคือห้องน้ำจะช่วยให้เธอปลอดภัย ขอแค่วิ่งให้เร็วทว่าร่างของเธอหยุดนิ่ง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างทันใด แต่กลับมีรอยยิ้มตรงมุมปากเผยให้เห็น สายตาคมสวยสว่างขึ้นมา"เปลี่ยนใจแล้วเหรอ...เธอควรคิดได้แบบนี้สิ" อีเดนยิ้มกว้างให้เธอ เมื่อเห็นท่าทางของผู้หญิงที่เย็นชาใส่เขา ตอนนี้ยอมสยบให้แล้ว"แน่นอนค่ะ ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว ตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้ว"เสียงหวานของเธอเอ่ยเนิบช้า พร้อมยกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เขามีความหวังขึ้นมาในใจ"ดีแล้ว พี่จะทำให้เธอไม่เสียใจที่เลือกแบบนี้ เธอจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด"อีเดนหายใจเข้าลึกด้วยความโล่งใจ เขารอต่อไปไม่ได้ เมื่อเห็นเธอหยุดรอเขา จินตนาการในหัวก็นึกถึงเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้เร่งฝีเท้าไปหาเพื่อทำตามเสียงในหัวทว่าร่างกายของเขาหยุดนิ่ง ราวกับโลกหมุนกลับ แผ่นดินพลิกคว่ำ หรือท้
ยาหยีนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินต่างประเทศ พร้อมกับความมั่นใจในระดับหนึ่ง เพราะเคยพบกับนักวิศวกรมากฝีมือเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่นี่เธอขึ้นรถส่วนตัวของเพื่อนหลังจากลงเครื่อง เพื่อตรงไปที่โรงแรม ตอนนี้เธอต้องเตรียมตัวก่อน พอขึ้นมาบนรถ ทั้งสองก็ทักทายกันตามประสาของสาว ๆ"เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนเลยนะ เธอเป็นไงบ้าง" ยาหยีหันมาถามเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน"ก็โอเค...ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจมากที่รู้ว่าเธอเป็นประธานบริษัทใหญ่ แม้แต่บริษัทที่นี่ยังต้องการร่วมงานด้วย""ฉันเป็นแค่คนดูแลเรื่องภายในบริษัท แต่ไม่ใช่เจ้าของนะ เป็นพนักงานรับเงินเดือนเหมือนกัน" ยาหยียิ้มบาง ๆ ให้เธอทั้งสองคนคุยกันเรื่องอื่น ๆ จนกระทั่งยาหยีถามเรื่องของศาสตราจารย์ที่เป็นเป้าหมายของเธอสีหน้าของเพื่อนสาวก็เปลี่ยนไป"เธอมาเพื่อดึงตัวเขาเหรอ""ใช่...มีอะไรหรือเปล่า"เธอเห็นสีหน้าของเพื่อนดูตกใจจึงอดใจหายไม่ได้ บางทีอาจจะเกิดเรื่องบางอย่าง"เธอมาช้าไปแล้ว เพราะเขาร่วมงานกับกลุ่มอีลิท รวมถึงนักวิศวกรหัวกะทิคนอื่นก็เหมือนกันถูกดึงตัวไปหมดแล้ว"เป็นข่าวร้ายสำหรับเธอ นับว่าครั้งนี้มาเสียเที่ยว ไม่ได้ต่อสู้แต่ก็แพ้ไปแล้ว พวก
"เธอ...เป็นอะไรกับเอสเหรอ" พนิดาถามขึ้นทั้งสองปรึกษากันแล้วว่าผู้หญิงคนนี้น่าสงสัยมาก สายตาที่เอสมองเธอไม่เหมือนคนอื่น และ สายตาของเธอที่มองเอาผู้หญิงด้วยกันดูออก"พี่คงไม่ใช่ผู้หญิงของเขาหรอกนะ"ผิงหันไปมองยาหยีที่จ้องเธอไม่กะพริบตา ไหนจะพนิดาอีกคนที่สีหน้าจริงจัง คาดหวังคำตอบของเธอ ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมจึงหันไปพูดกับพวกเธอ"อันที่จริงฉันกับเอสรู้จักกันก่อนพวกเธออีก เพราะฉันเป็นรักแรกของเขาตอนเรียนมัธยม และ แต่ที่จริงฉันกับเขาเป็นของกันและกันเมื่อสามเดือนก่อน"แน่นอนว่ามีบางอย่างที่เธอโกหก แต่ก็มีเรื่องจริงอยู่ด้วย ถึงยังไงเธอก็คิดว่าไม่มีใครจะรู้ได้ นอกจากเอส และคำตอบของเธอก็ทำให้สองสาวทำตัวไม่ถูก"รักแรกเหรอ""ก็ว่าอยู่ทำไมเขาถึงทำตัวแปลก ๆ แต่ถึงจะเป็นรักแรก แต่เธอก็ถือว่ามาทีหลังยาหยี" พนิดากอดอกพูด ริมฝีปากสวยยกยิ้ม"ฉันจะยังไงก็ได้ แค่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขาก็พอ พวกเธอเองก็คิดแบบนั้นไม่ใช่เหรอ"พวกเธอก็คิดแบบนั้น เพราะไม่มีใครที่คิดว่าตัวเองสามารถเป็นเจ้าของเขาได้ ในสายตาของเอสคนที่อยากเป็นแบบนั้นคงมีแต่จะถูกขับออกไปมากกว่า นั้นทำใ







