Share

ลงทุนสร้างเกม

Author: Jiraiyajung
last update Last Updated: 2025-10-28 18:23:11

หลังจากเพื่อนของเขาลุกออกไป เหลือเพียงแค่นักพัฒนาเกมคน ที่ใบหน้าหมองลง จากคำดูถูกของเพื่อน และภาระที่เขาแบกเอาไว้ เอสลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของเขา

“สวัสดีครับ ผมขอนั่งด้วยได้ไหม” น้ำเสียงสุภาพ

เขาขยับแว่นก่อนจะมองดูเอสให้ชัด ดูจากสีหน้าของเขา ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ การแต่งตัวของเอสไม่ได้หรูหรา ออกจะธรรมดา เพราะไม่มีโลโก้แบรนด์ดังสักชิ้น

“ได้ครับ...”

“ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” เอสพูดต่อ หลังจากย่อยตัวลงนั่ง ด้วยความมั่นใจ ต่างจากตัวเขาเมื่อหลายวันก่อน ที่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคนอื่น

“มีอะไรหรือเปล่าครับ...หรือว่า” เขาย้อนนึกถึงหลายเดือนที่ผ่านมา มีคนเสนอซื้อเกมของเขาหลายคน แม้จะเป็นแค่ต้นแบบ ยังต้องพัฒนาอีก แต่ข้อเสนอที่ได้กับต่ำจนตัดสินใจไม่ได้

“ถ้าเป็นเรื่องเกม...ผมคงต้องขอปฏิเสธ”

ยังไม่ฟังข้อเสนอ ก็ปฏิเสธไปแล้ว แต่เอาไม่ยอมง่าย ๆ หรอก จากสายตาของเขา เกมแนวนี้เคยเห็นผ่านตามาบ้าง เขาจะปล่อยให้เงินลอยหายไปได้ไง

“ผมชื่อเอสครับ เมื่อครู่พอจะได้ฟังเรื่องที่คุยกันแล้ว” เอสพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ผมสนใจนะ...แน่นอนว่าไม่คิดจะทำให้นายลำบากใจ”

“เอ่อ...ผมชื่อบอลครับ ถ้างั้นผมจะเอาตัวเกมให้ดู” เขาหยิบแล็ปท็อปออกมา เปิดเกมต้นแบบให้เอสดู สีหน้าของเขาหลังจากสัมผัสกับเกมตัวเอง ก็เปลี่ยนไปราวกับปลาได้น้ำ

“นี้เป็นแค่ต้นแบบ...คุณคิดว่าไง”

เอสเงียบไปสักพัก...กำลังคิดวิเคราะห์รายละเอียดของเกม และ แนวโน้มการตลาด ว่าจะสามารถทำเงินได้หรือเปล่า แต่แล้วสายตาของเขาก็สว่างขึ้น

“เท่าไหร่”

“อะไรครับ คุณจะให้ผม ขายเกมให้เหรอ”

“เปล่า...เงินทุนที่นายอยากได้” เอสตอบเสียงเรียบ สายตาคมเข้ม

ทำเอาบอลเหงื่อเย็นออกจากแผ่นหลัง ไม่คิดว่าจะมีคนเสนอแบบนี้ ราวกับตัวเองกำลังฝันอยู่เลย

“แค่...สิบล้านครับ” สิบล้านสำหรับเขาก็มากแล้ว นี้คือราคาที่เขาไม่ได้อะไรมาก เขาแค่อยากให้เกมที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่เอสยังคงนิ่ง เขาจึงพูดต่อ

“ถ้าแพงไป...ผมลดลงสักหน่อย...” เขายิ้มตอบ ท่าทางไม่มั่นใจ

“ร้อยล้าน...ฉันให้นายทำเต็มที่...ไม่ต้องหักโหมเร่งงาน ฉันแค่อยากได้คุณภาพ”

“ร้อยล้าน...เหรอ?” บอลดวงตาเบิกกว้าง ไฟของนักพัฒนาเกม เริ่มลุกโชน

“ฟังไม่ผิดหรอก...เราไปทำสัญญากันตอนนี้ได้เลย”

“ได้ครับ ๆ”

หลังจากผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เรื่องสัญญาก็สำเร็จ เอสโอนเงินให้บอลทัันที ที่เหลือก็รอเงินออกดอกออกผล อย่างไม่ต้องเหนื่อยลงแรง

“ฉันตั้งตารอ...จะได้เห็นผลงานของนายอยู่นะ”

“ขอบคุณครับ...ที่เชื่อใจผม”

ทั้งสองจับมือกัน...ดิลนี้ก็สำเร็จไปด้วยดี

เอสนั่งรอไม่นาน มินนี่ก็มาถึงที่ร้าน เธอยังสวมชุดพนักงานขายรถ ใบหน้าหวานของยิ้มมาแต่ไกล เร่งฝีเท้าดินมานั่งตรงข้ามเอส

“รอนานไหม...ขอโทษที่มาช้านะ” รอยยิ้มของเธอยังคงหวานฉ่ำ มัดผสมสูง ดวงตาเป็นประกาย หนุ่ม ๆ มองตามหลังเป็นแถว ๆ

“ไม่หรอก...มาไม่นานเอง สั่งอาหารก่อนสิ”

“วันนี้พี่เลี้ยงใช่ไหม...ไม่เกรงใจแล้วค่ะ” ยิ้มแก้มปริ แต่พอเห็นราคาอาหารแต่ละอย่างก็ทำเอาสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป 

มินนี่โน้มใบหน้าแดงระเรื่อ ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะพูดเสียงเบา ๆ “ทำไม...แพงจังเลย” เธอไม่ใช่ผู้หญิงวัตถุนิยม กินอะไรก็ได้ ไม่อยากให้เอสจ่ายแพง เดี๋ยวหมดตัว

เอส อมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ “พี่เลี้ยงไหว...จะกินเยอะเท่าไหร่กัน” 

“เตื่อนแล้วนะ...ถ้ากระเป๋าตังค์พี่ฉีกก็อย่าโทษหนูแล้วกัน” เธอทำหน้าดุไปหนึ่งที ก่อนจะยิ้มหวานให้ แล้วหยิบเมนูขึ้นมา เลือกสิ่งที่ชอบ

“รอสักครูนะคะ” พนักงานรับออเดอร์เสร็จก็ออกไป

“มินนี่...ใช่ไหม?” เสียงดังมาจากด้านหลัง มินนี่หันไปดู สีหน้าของเธอเปลี่ยนเมื่อเจอเพื่อนที่เคยเรียนมหาลัยเดียวกัน

“จ๋ากับก้อยเองเหรอ...บังเอิญจังเลยนะ” เธอยิ้มตามมารยาท ดูจากสีหน้าคงไม่ค่อยสนิทกับสิงสาวที่มาใหม่

“นั้นสิ...พอดีเลยขอนั่งด้วยได้ไหม” สองสาวไม่รอคำตอบ นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ มินนี่จึงขยับมานั่งฝั่งเดียวกับเอส

“อ้าว...สวัสดีค่ะพี่เอสใช่ไหม” จ๋าถามขึ้น สายตาประเมินราวกับเครื่องสแกน พอเห็นเสื้อผ้าของเอาไม่ใช่ของแพง ก็แอบเบะปากใส่

“อย่าบอกนะว่าคบกันอยู่...” จ๋าถามต่อ

“จริงสิ...ได้ข่าวว่าพี่เอสว่างงานเหรอคะ...ให้ช่วยหางานให้ไหม” ก้อยที่เงียบมานานจึงถามแบบไม่เกรงใจ คำพูดแบบนี้เป็นการดูถูก คนที่ว่างงานยุคนี้ได้ดีเลย

“ใช่แล้ว...เราคบกันอยู่” เอสจับมือนุ่มของมินนี่ ทั้งสองจ้องตากันก่อนจะยิ้มให้กัน

“ก็ตามนั้น...” มินนี่หน้าแดง หัวใจเต้นเร็วจนแทบจะทะลุออกมา แม้จะรู้ว่านี้เป็นแค่การแสดงเท่านั้น

“เพื่อนของพี่เอส...มีแต่คนได้งานดี ๆ นะคะ” เธอหยิบมือถือขึ้นมา ให้ดูรูปคนอื่น 

“นี้เป็นงานเลี้ยงรุ่นครั้งก่อน มีคนเอาข้อมูลมาลงด้วย เป็นผลสำเร็จของรุ่นเลยนะเนี่ย” 

เอาใบหน้านิ่ง ไม่สนใจคำพูดพวกนั้น ก่อนจะแสร้งทำเป็นคนหัวอ่อน “ใช่แล้ว พวกเขาคงจะประสบความสำเร็จจริง ๆ ฉันเองก็ดีใจด้วย” 

เมื่อเห็นว่าเอาไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร จึงหันมาพูดกับมินนี่แทน 

“แล้วเธอ...ยังทำงานอยู่ที่เดิมหรอ” จ๋าถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ใช่...ที่เดิมแหละ งานอื่นก็หายาก อีกอย่างที่เดิมก็ดีด้วย” มินนี่พูดตามความเป็นจริง

“ไม่คิดว่าเงินเดือนแค่นั้น...ยังกล้ามากินร้านนี้” ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ก่อนจะถามมินนี่อีกครั้ง “อย่าบอกนะว่าเธอ...รับงานนอกเหรอ” สองสาวยิ้มเยาะ ถ้าไม่ใช่แล้วจะมีอะไรได้อีก

“ฉันเลี้ยงเธอเอง...อย่าว่าแต่ร้านนี้เลย ต่อให้เป็นร้านดังที่สุดในเมืองก็ไหว” เอสตอบเสียงเรียบ รวบเอวเล็กเข้ามาจนมินนี่สะดุ้ง ใบหน้าแดงกว่าเดิม

“ทะลึง...อยากโดนหนูตีใช่ไหม” เธอกระซิบข้าง ๆ 

เอสยิ่งลูบไล้ไปมา โดยที่ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ไม่เห็น เพราะโต๊ะบังเอาไว้อยู่ มินนี่ไม่ได้ขัดขืน แต่กลับรู้สึกแปลก ๆ ตรงหว่างขา ใบหน้าสวยหันมาอ้อนวอนขอให้เอสหยุด ไม่งั้นคงจะทนไม่ไหว

“พอก่อน...” 

เอสยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหยุดตามที่เธอขอ 

เพื่อนของเธอคิดว่าเอสก็แค่โม้ เพราะทั้งตัวมีแต่ของตลาดนัด แถมว่างงานจะเอาอะไรมาเลี้ยง นอกจากธุรกิจสีเทา ยุคนี้คนชอบทำกันเยอะ แต่จุดจบก็มีให้เห็นทุกวัน

“แบบนี้เองสินะ...ไม่งั้นคงไม่เห็นเธอมาที่นี่” 

“เอาเถอะ...งั้นก็เลี้ยงพวกเราด้วยสิคะ”

เอากำหมัดแน่น ไม่คิดว่าสองคนจะหน้าหนาแบบนี้ พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่น ยังจะมาขอทานอีก แต่ก่อนจะได้พูดอะไร มินนี่ก็พูดเสียงแข็ง

“โทษทีนะ พี่เขาจ่ายให้แค่ฉัน” พูดจบก็เอาความนุ่มนิ่มมาถูแขนของเอส ทำเอาแทบจะอยากจับกดเธอตรงนี้ไปเลย คนอะไรยั่วจริง ๆ 

“ช่างดถอะ...แค่พูดไปงั้นแหละ” 

“แฟนของพวกเรารวยจริง ๆ ไม่ใช่รวยชั่วคราวเหมือนบางคน” 

เป้าหมายชัดเจนว่าพูดถึงใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อนของมินนี่ เขาคงไม่ทนแน่ แต่ด้วยนิสัยรักสงบ ไม่ชอบพูดเยอะ ก็ให้พวกนั้นมโนไปแล้วกัน อาหารมาพอดีได้โอกาสกินโชว์ 

“อร่อยจังเลย” มินนี่ยิ้มสวยให้ หลังตักอาหารเข้าปากไปหนึ่งคำ 

“อร่อยก็กินเยอะ ๆ” 

“ค่ะ...” 

พอเห็นทั้งสองสวีทหวานกัน พวกเธอยิ่งไม่พอใจ ทันใดความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น 

“มินนี่อย่าลืมพาแฟนมาแนะนำนะ พรุ่งนี้เพื่อนรุ่นเดียวกันจัดงานเลี้ยงนะ” 

“เธอคงว่างใช่ไหม...ถ้าอายก็ไม่เป็นไร” 

มินนี่กัดฟันพูด “เรื่องนั้นคงไม่....” 

“ได้สิ...ผมคงต้องไปเจอเพื่อนของที่รัก สักหน่อยแล้วสิ” เอสยิ้มให้เธอ เขาไม่อยากยุ่งคนอื่นจะหาเรื่องให้ คราวนี้ก็รอดูแล้วกันว่าพวกเธอจะทำอะไร

“จะดีเหรอ” มินนี่ถามเสียงเบา 

“ดีสิ...ไม่อยากเปิดตัวแฟนเหรอ” 

มินนี่หน้าแดงหันไปอีกทาง ใช่ว่าเขาจะเป็นแฟนเธอจริง ๆ ถ้าใช่ก็ดีสิ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   อุ้มฆ่า

    "ตอนนี้บริษัท F&M จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถซื้อชิปประมวลผล ก็เหมือนถูกตัดแขนขา""ทำไมต้องไปยั่วโมโหพวกเขาด้วยนะ คิดว่าจะสามารถเอาชนะ FP ได้จริง ๆ เหรอ""วัยรุ่นก็แบบนี้แหละนะ เลือดร้อนไม่มีความอดทน ก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพงหน่อย"กลุ่มของบริษัทชั้นนำทั้งสิบจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาทั้งหมดไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท F&M แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงหลังจากแถลงข่าวออกมา สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เล่นข่าวนี้อย่างหนัก เพื่อเน้นย้ำให้ F&M บอบช้ำ และ ทำให้หลายคนที่ใจหายไม่น้อย โดยเฉพาะพนักงาน และ ผู้บริหารระดับสูงพวกเขามีภาระมากกว่าพนักงาน ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าหากเกิดเรื่องกับบริษัทพวกเขาจะเป็นด่านแรกของผลกระทบ ก่อนจะลามไปถึงพนักงานตามระดับขั้น"ตอนนี้ยังจะหยิ่งยโสได้ไหม ยังจะกล้าเมินฉันอีกไหม คราวนี้รู้ชะตาตัวเองหรือยัง" ภัทรเดินมาพูดพร้อมสีหน้าระรื่น ข้างกายยังคงมีสาวสวยคอยปรนนิบัติ"ทำไมเหรอ มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า" เอาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเขาจะพูดอะไร"นี่แก...แกล้งทำเป็นไม่เป็นไรสินะ"เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนจะลิ้มรสหวานของไวน์แดงราค

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   ยินดีมากกว่า

    โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากเพราะคิวยาว ทว่าคืนนี้เอสได้รับเชิญจากบริษัท FP เพราะพวกเขาจะแถลงข่าวหลังจากปิดสัญญาซื้อขายครั้งใหญ่ในงานได้เชิญกลุ่มบริษัทชั้นนำ รวมถึงคนในวงการธุรกิจมาเพื่อเป็นสักขีพยานในความสำเร็จ"ขี้เกียจจังเลย ทำไงดี" เอสนั่งลงช้า ๆ"ต้องไปนะคะ หรือจะให้ฉันกับเลขาไปเหรอ"พนิดา พูดพลางถอดชุดคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นชุดเดรสกระโปรงยาว แหวกแผ่นหลังเล็กน้อย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจแน่นอนเอาลุกขึ้นดึงเอวบางของเธอเข้ามาแนบ ค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นหลังบางเรียบเนียน ผิวของเธอนุ่มมาก กลิ่นหอมที่ต้นคอทำให้เอสอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างถือสิทธิ์"อย่าทำให้ชุดของฉันขาดนะ ห้ามทำรอยด้วย" เธอพูดเสียงอ่อน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ"ได้...ฉันจะทำเบา ๆ" เอสพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาเต้นระรัว เธอทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านจนถึงขีดสุด30 นาทีผ่านไป"ทำไมช้าจัง เปลี่ยนชุดด้วยเหรอคะ"แคทนั่งรอข้างล่างได้แต่สงสัย เธอต้องออกไปทำธุระไม่ถึงสิบนาที พอมาถึงยังต้องนั่งรอพวกเขา จนเธอสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อของพนิดา ถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด"อย่าบอกนะว่าจัดหนัก อิจฉาจัง" เธอเข้ามาพูดใกล

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   ขอตอบแทนด้วยร่างกาย

    เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถสร้างบุญคุณกับคิมได้ขนาดนี้ หลังจากที่สามีของเธอใช้ยาของเขา และฟื้นขึ้นมาได้ เอสก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าก็มาถึง เสียงหวานคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง ในระหว่างที่เข้ามาดูสามีของเธอ เอสค่อยหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น"นะ...นาย""ผิง...?"เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นเธอตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เธอสวยขึ้นหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวของคิม คนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา และแม้แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือแม้แต่บริษัท FP และเรื่องของเขากับเธอมันยาวมาก"มาแล้วเหรอลูก" ประธานวัยหกสิบหันไปพูดเสียงเพราะกับลูกสาวผิงคือลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสองคน กับพี่สาวคนหนึ่ง เธอจึงถูกตามใจที่สุด และเอาแต่ใจที่สุดเช่นกัน เรื่องนั้นเอสรู้ดี ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นหัวโจกแกล้งเขาทุกวัน"คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอ"เธอเดินผ่านเอสไปราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผิวมายืนข้าง ๆ คิม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อเห็นพ่อผู้บังเกิดเกล้าลืมตาขึ้นมามองเธอ พร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอช้า ๆ"พ่อ...ฟื้นแล้ว" ชายวัยหกสิบกว่าพูดเสียงแหบพวกเขาคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูก และไม่นานก็มีสองสามคนเข้ามา

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   ผลลัพธ์สำคัญที่สุด

    เอสหันไปตามเสียงของคิม เธอกำลังโกรธอยู่ แน่นอนว่าความผิดเป็นของเขาที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ยังไม่ต้องทำให้เธอสงบลง ไม่งั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็ได้"ผมรับประกันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมผิดเองที่ลืมบอกว่ายานี้ต้องใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะครับ""ได้...ฉันจะลองเชื่อเธอดู แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอต้องรับผิดชอบ" คิมจ้องตาเอสเพื่อสังเกตเขา"แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ"เอสตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เขาเชื่อใจระบบที่ไม่เคยทำอะไรพลาดท่าทางของเอสทำให้เธอใจเย็นลง และรอต่อไป นั่นทำให้พวกสามคนที่อยากก่อกวนไม่พอใจ พวกเขาจึงหันไปพูดกับคนดูในถ่ายทอดสดแทนความคิดเห็นส่วนมาก บอกว่ายาของเอสหลอกลวง ไม่ใช่ความจริง และ ด่าไปถึงบริษัท พวกเขาไม่กล้าสนับสนุนสินค้าของ F&Mพวกนั้นพอใจมากที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ ยังไม่พอพวกเขายังเล่นข่าวด้วยการใช้อำนาจสั่งการของประธานใหญ่ FP ให้นักข่าวทำข่าวของเอสให้ใหญ่โตไปอีก"หนูดา...ลุงบอกเธอแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องถูกหลอกกี่ครั้งถึงจะพอ เดี๋ยวพอถึงสามสิบนาที เขาก็เลื่อนไปเป็นชั่วโมง แผนตื้น ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออกเหรอ" อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"ไม่ต้องสนใจหรอกนะ เดี๋ยวพอ

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   ยาครอบจักรวาล

    พวกนั้นตามมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว ทำไมถึงไม่เอาเวลาไปพัฒนาชีวิตตัวเอง แทนการหาเรื่องคนอื่น เอสถอนหายใจยาวเสียงดังน่ารำคาญพวกนั้นคิมสามารถทำให้หายไปได้ในทันที แต่เธอต้องให้เอสตัดสินใจ"อยากให้ลากพวกเขาออกไปไหม""ไม่ดีกว่าครับ ผมว่านี้จะเป็นโอกาสที่จะตบหน้าพวกเขา แถมยังได้การโปรโมตฟรีอีกด้วย""ไม่เลวเลย แม้แต่ศัตรูก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้" คิมยิ้มให้ เธอพบคนที่ฉลาดเป็นกรดเข้าให้แล้ว"ชมเกินไปแล้ว ผมไปจัดการก่อนนะ"เอสเดินออกมาที่หน้าประตู พนิดากับแคทกำลังห้ามพวกสามคนเอาไว้อยู่ และกลายเป็นโอกาสที่พวกเขาจะเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจ พร้อมกับใส่ร้ายเธอ"ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ จะได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของฉันด้วย"พนิดาหันไปหาเอสด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนพวกนี้เข้าไปได้"เอาจริงเหรอ""อืม เข้ามาเถอะ"ทั้งสองคนเข้ามาข้างในไม่รอให้พวกนั้นเดินตาม พวกเขาจึงเสนอหน้าเข้าไปแบบไม่มีใครเชิญ เมื่อมาถึงก็เริ่มบทละครอีกตามเคย"น้องชาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกลูกในไส้ทำกับนายแบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังคิดจะจัดการให้พ้นทาง ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว" อนันต์คุกเข่าข้างเตียง"ใครบอกว่าเธอจะกำจัดพ่อตัว

  • [Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด   เดิมพันครั้งใหญ่

    เธอไม่อยากตัดสินใจเลย แม้จะเชื่อเอสอย่างสนิทใจ แต่นี่คือชีวิตของพ่อกับแม่ ถ้าเป็นเธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ยาของเขาพนิดาอยากให้พ่อกับแม่ฟื้นขึ้นมามากกว่าใคร เธออยากให้ท่านได้มีชีวิตเหมือนคนอื่น แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงถูกคนอื่นตราหน้าว่ากลายเป็นลูกที่อกตัญญูแล้วจะยอมเสียงหรือเปล่า เอาไม่เคยพูดอะไรแล้วทำไมได้ พนิดาหันมามองทั้งสองคนที่นอนบนเตียงผู้ป่วย สีหน้าของเธอหนักแน่น ก่อนจะหันมาพูดกับเอส"ฉันตกลงค่ะ ช่วยท่านทั้งสองด้วย""ได้สิ...วางใจได้เลย"เอสยิ้มกว้างให้เธอ พร้อมกับกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดแน่นอน"พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ ผมเป็นหมอ คุณไม่เชื่อผมแต่เชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมผิดหวังมาก"ดร.ปานเทพพูดเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก ยิ่งฟังจากปากของเอสยิ่งไม่น่าเชื่อถือ‘หรือเขาจะเป็นพวกมิจฉาที่สร้างตัวตนขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขายยาปลอมกอบโกยทีหลัง’เขาไม่ยอมให้มิจฉาชีพมาหลอกลวงคนในโรงพยาบาลของเขา"ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อนุญาตให้คุณเอายาที่ไม่รู้ที่มาให้คนไข้แน่นอน"เอสหันไปหาหมอที่พยายามคัดค้าน ถึงยังไงเขาก็เป็นหมอม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status