Masuk![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
เสียงกดคีย์บอร์ดดังไม่หยุด ชายหนุ่มหนวดเครายาวเฟื้อยดวงตาแดงก่ำ จ้องมองหน้าจอคอมจนตาคาง คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้วที่เขาเล่นเกม เพื่อหาเงินในเกมมาขายให้คนที่ไม่มีเวลาเล่น
“เฮอ...บ้าจริงทั้งวันทั้งคืนยังได้ไม่ถึงครึ่งขอค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ สงสัยคงต้องนอนพักก่อน” ร่างผอมแห้งของชายร่างสูงโปร่ง เดินลากสังขารไปที่เตียง เขากำลังจะเอนกายลงนอน ทว่าเสียงท้องเจ้ากรรมดันร้องเสียงดัง เห็นทีคงต้องหาอะไรกินสักหน่อย พอเดินออกจากห้องพักราคาย่อมเยา ที่เขาพอจะมีปัญญาจ่ายไหว ก็ได้ยินเสียงป้าข้างห้องสองสามคนกำลังพูดถึงเขาในระยะเผาขน แต่เขาไม่ได้สนใจอะไร คนพวกนี้นั่งคุยกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ พูดเรื่องของทุกคนในตึก ไม่ต่างอะไรกับหน่วยข่าวกรองดีของที่นี่ คำดูถูกสาดเข้าใส่เมื่อเขาเดินผ่านไป ยิ่งท่าทางตอนนี้ ทำให้ป้าสามคนคิดไปทางลบอย่างเดียว “ดูสิโตจนป่านนี้แล้วยังขี้เกียจสันหลังยาว งานการไม่มีทำ เล่นเกมทั้งวันทั้งคืน และขอเงินพ่อแม่ใช้ ไม่เหมือนลูกชายฉัน ตอนนี้มีงานดีรายได้มั่นคง เทียบกันไม่ได้เลย" ป้าสายพูดเสียงดัง พร้อมกับเบะปากมองด้วยหางตา ส่วนตรงหน้าคือป้าแจ่ม นั่งฟังด้วยความคันปากอยากจะอวดลูกชายตัวเองบ้าง “วัยรุ่นสมัยนี้ก็แบบนี่แหละ ไม่ทำงานขอเงินพ่อกับแม่ใช้ไปวัน ๆ ไม่เหมือนลูกสาวฉัน ตอนนี้ได้งานบริษัทใหญ่ทำอนาคตงามแน่นอน” “ลูกของเธอสองคนก็ดีจริง ๆ ส่วนลูกชายของฉันก็ไม่ได้ดีอะไร ทำงานเงินเดือนสามสี่หมื่นเอง แต่ว่าก็ว่าเถอะไอ้เด็กที่เดินผ่านเมื่อกี้ ได้ยินว่าติดยาด้วย ระวังตัวด้วยล่ะ" ป้าทับทิมพูดเสียงกระซิบ หาเรื่องมาใส่สีตีไข่ได้อีก ทั้งหมดที่พวกเขาพูดถึงก็คือ เอส สภาพตอนนี้ทำให้ หลายคนต่างคิดไปต่าง ๆ นานา เพราะร่างกายที่ผอมซีดราวกับศพเดินได้ เสื้อผ้าดำสนิท สวมหมวกมิดชิด แม้แต่เจ้าของร้านประจำยังแอบกลัวเขา แต่เอสไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ใครจะมองแบบไหนก็ช่าง จะว่าเขาขี้แพ้ก็เชิญ แค่เอาชีวิตรอดในยุคนี้ก็วิเศษแล้ว ทว่าสองเท้าเจ้ากรรมดันไม่ขยับ ราวกับถูกตรึงด้วยโซ่ตรวน หัวใจหินพลันเต้นตุบ ๆ เมื่อตรงหน้าคือหญิงสาวที่คุ้นเคย เธอมีใบหน้าสวยหวาน หุ่นเพรียวบางสวมชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้นปล่อยผมยาวสลวย ‘เธอยังสวยไม่เคยเปลี่ยน’ “อ้าว...เอสเหรอ นึกว่าใครซะอีกทำไมเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้เลย" เธอทักด้วยเสียงดัง พอเห็นเอสมาแต่ไกลก็จำได้ ก่อนจะคว้าแขนของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ ใส่ทองทั้งตัวมาข้าง ๆ “นี่พี่เอ็มแฟนเราเอง ส่วนนี้เอสแฟนเก่าหนูเองค่ะ" สีหน้าแสนดีใจปิดไม่มิดของเธอ ทำให้เอสได้แต่ยิ้มแห้ง เหมือนกับว่าตัวเองเป็นพระเอกในละครคุณธรรม แต่ติดตรงที่เขาไม่ได้ซ่อนความร่ำรวยเหมือนในละคร ก็เลยต้องเก็บความรู้สึกต่ำต้อยเอาไว้ เธอคือ วิภาดา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่มัธยมต้น จนจบมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับผู้ชายที่โปรไฟล์ดี คบกัน เกือบสิบปีไม่มีค่าอะไรจริง ๆ “แฟนเก่าหนูเหรอ ทำไมสภาพแย่ขนาดนี้ ไม่มีงานทำหรอ ให้พี่ช่วยหางานเอาไหม...” คำพูดเหมือนเห็นใจ แต่ก็แฝงด้วยคำดูหมิ่น สีหน้าทั้งสองคนวันนี้มันทำให้เอสเข้าใจว่า พวกเขาเหมาะสมกันจริง ๆ “ไม่เป็นไรครับ" “ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ เห็นแกความผูกพันหลายปีแค่นี้เราช่วยได้" “ใช่...ศักดิ์ศรีกินไม่ได้หรอก ยิ่งงาน...อ้าวไปแล้วเหรอแค่นี้ก็รับไม่ได้” “อย่าสนใจเลยค่ะ หนูแค่ทักไปงั้นแหละ เห็นไหมคงจะอายน่าดู” “สมน้ำหน้า พวกขี้แพ้" ใครจะทนต่อไปก็ทน แต่เอสไม่ทน ได้ของที่ซื้อไว้ก็รีบเดินออกมาเลย แต่ยังไงมันก็แอบแค้นใจจริง ถ้ารู้ว่าเธอเป็นแบบนี้แต่แรกคงไม่มีวันจีบเธอ และกลายเป็นเบ้ให้เธอตั้งหลายปี ผิดเองที่โง่เกินไป “ถ้าหากเป็นเหมือนละครคุณธรรมก็คงดีสิ ที่พระเอกกลายเป็นคนรวยในข้ามคืน ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคนนี้จะไม่สนใจยัยผู้หญิงแบบนั้น จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ เฮ้อ คงจะบ้าจริง ๆ" มาถึงห้องเขาก็ทิ้งตัวลงนอนเพราะหมดแรง ความหิวที่เคยชัดเจนมันจางไป ความรู้สึกไร้ค่าเข้ามาทำหน้าที่รุมเร้าราวกับว่า ‘อยากให้ตัวฉันหายไปจากโลกนี้เหรอ ก็จริงนะเรามันไร้ค่าขนาดนี้ ชีวิตสุดจะไร้ค่าเลย ตายไปไม่ดีกว่าเหรอ’ เสียงในหัวบอกออกมาแบบนี้ เหมือนภาพเดจาวูที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่คิดแบบนี้ ทว่าวันนี้มันหนักหนาเหลือเกิน แววตาเอสสั่นไหวราวกับถูกดึงวิญญาณออกไป จ้องมองเพดานตั้งนาน แม้ไม่รู้ว่ามองเพราะอะไร ในห้องนี้มันมืดจริง ๆ ก่อนที่มือหุ้มกระดูกจะคว้าเอายาแก้ปวดกล่องหนึ่งออกมา พร้อมกับน้ำตาที่ไหลทั้งสองข้าง วันนี้ขอร้องไห้เป็นวันสุดท้าย ตายไปแล้วญาติพี่น้องก็ไม่มีสักคน ยังดีที่ตั้งข้อความอัตโนมัติเอาไว้ ผ่านไปไม่นานก็คงมีคนมาเก็บศพเอง “ยี่สิบเม็ดพอไหมนะ...เฮ้อ ขอโทษกูภัยด้วยนะที่ต้องมาเหนื่อยเก็บศพฉัน...” เมื่อเม็ดยาบนฝ่ามือจำนวนยี่สิบเม็ด กำลังจะถูกเอาเข้าปาก ทุกอย่างราวกับความฝันแต่ทว่า เสียงของมือถือก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ไม่ใช่เสียงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือข้อความใด ๆ แต่เป็นเสียงคนพูด ใช่เสียงเหมือนเอไอนิดหน่อย “สวัสดีฉันคือระบบของคุณ‘เอส’ ฉันคือ BOSS” หูของเขายังปกติดีไหม ทำไมได้ยินเสียงแปลก ๆ โทรศัพท์พูดได้เหรอ หรือนี้เป็นอาการของคนใกล้ตายกันนะ “ฉันกำลังจะตายใช่ไหม นายน่าจะเป็นยมบาลมากกว่านะ" “ฉันคืระบบที่จะช่วยให้คุณร่ำรวย และเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล คุณพร้อมหรือยัง" “ระบบหรอ นายมาผิดที่แล้วนี้ไม่ใช่มังงะจีนนะพวก จะมีระบบอะไรกัน" “ถ้าคุณยังไม่เชื่อ นี่คือสิงที่จะพิสูจน์ว่าคุณ กลายเป็นเจ้าของระบบสุดแจ่ม" ก่อนเสียงมือถือสั่นพร้อมข้อความที่บอกว่า ‘คุณได้รับเงินเข้า บช จำนวน 1 ล้านบาท’ “เงินเข้าหรอ เป็นล้านเลยหรอ" เอสรีบเอามือถือมาตรวจดูให้แน่ใจ กดเข้าไป บช ดูว่ายอดคงเหลือเท่าไหร่ 1.001.980 บาท ดวงตาของเขาเบิกโพลงยิ่งกว่าตอนที่เจอวิภาดาอีก “นี่มันของจริง ฉันกลายเป็นเจ้าของระบบแล้ว" เสียงสิ้นหวังเมื่อก่อนหายไป ตอนนี้เขาร้องออกมาเสียงดังก่อนที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานาน “ระบบ โอนเงินเข้า บช ฉันล้านล้านบาทเลย” ถึงคราวรวยของเอสแล้วโว้ย ใครจะคิดว่าโชคจากจักรวาลมนุษย์ต่างดาวอะไรก็ช่าง จะมาหล่นทับตัวเขาจัง ๆ รวย ๆ “ขอประทานโทษที่ทำตามคำขอไม่ได้ เงินที่โอนเข้าไปจะให้ได้แค่ 1 ล้าน ส่วนถ้าอยากได้เพิ่มต้องทำตามเงื่อนไขก่อน” เอสคิดว่าจะรวยแบบสบาย ๆ ที่ไหนได้ต้องทำตามเงื่อนไขอีก หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องยาก ๆ นะ เขาคิดในใจ “เงื่อนไขคืออะไร" ตอนนี้หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัว อยากได้เงินจนตัวสั่น ไม่รู้ว่าตัวเองทิ้งยาแก้ปวดไปตอนไหน แต่ที่แน่ ๆ จะไม่ขอหยิบมันอีก “เงือนไขคือคุณต้องลงทุน แล้วสร้างกำไรถึงจะสามารถใช้เงินได้ ระบบจะเป็นคนออกทุนให้ตามความเหมาะสม ของแผนธุรกิจที่คุณเลือก” ลงทุนเหรอ นี่มันทางของเรา เมื่อก่อนเคยทำอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะลาวงการไปเพราะขาดทุน แม้แต่กำไรยังไม่มีให้เห็น เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต บุณมีแต่กรรมบัง...เมื่อตัวเต็งอย่างกลุ่มอีลิท กับชิปประมวลสุดล้ำของพวกเขา กลายเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น ทำให้ค่ำคืนนี้ยังคงเป็นบริษัทใหญ่จากตะวันตก และ เอเชียที่เป็นจุดเด่นเช่นเคยผู้คนในงานพูดคุยกันหนาหูว่า ชิปที่ล้ำหน้าแบบนั้นคงต้องรอใช้อีกร้อยปี ไม่มีทางจะสามารถผลิตให้สำเร็จได้ แน่นอนว่าเทคโนโลยีของพวกเขาก็คงเป็นอย่างนั้นเอสนั่งยิ้มมุมปากเมื่อยาหยีที่นั่งดูถ่ายทอดสดร้องอุทานขึ้นมา สีหน้าหวานตกใจไม่น้อยทุกคนจึงรู้ว่าตอนนี้กลุ่มอีลิทไปไม่รอดแล้ว แถมยังกลายเป็นตัวตลกที่คนทั้งโลกหัวเราะเยาะพวกสาว ๆ นั่งยิ้มหวานพูดคุยกันเรื่องนี้ และ เดาได้ว่าทุกอย่างต้องเป็นฝีมือของเอส เขาก็ไม่ได้ปกปิดอะไร เมื่อพวกเธออยากรู้เขาก็จะบอก"ก็แค่คุยกับนักวิศวกรพวกนั้นก่อน จากนั้นให้พวกเขาผลิตชิปคุณภาพต่ำ และ ให้ใช้ชิปคุณภาพสูงในการทดสอบ ทำให้พวกเขาติดว่าสามารถผลิตชิปรุ่นนั้นได้จริง ๆ ที่เหลือก็อย่างที่ทุกคนรู้"เขาพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง พลางมองดูคลื่นริมทะเลอย่างสบายใจ"แต่ว่าชิปของเราก็ไม่ใช่ระดับต่ำเหรอ" ยาหยีเอ่ยถามด้วยความสงสัย"ของเราเหรอ อาจจะเรียกว่าต่ำก็ได้ แต่ว่านะ...ก็น่าจะทำให้ผู้คนสนใจไม่น้อย""หมายความว่าไงเ
พิธีกรร่างสูงโปร่ง ยืนอยู่บนเวทีใหญ่ ท่ามกลางผู้คนนับพันที่เข้ามาเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมโลกให้ต่างไปจากเดิมงานนี้จัดขึ้นทุกปี มีบริษัทหลายแห่งทั่วโลกเข้าร่วม เพราะงานนี้จะช่วยทำให้เจ้าของบริษัทพบกับโอกาสมากมาย จากทั่วทุกมุมโลก เป็นเหมือนเวทีแจ้งเกิดของพวกเขาคืนนี้มีคนเข้าร่วมเยอะกว่าทุกปี เพราะข่าวของกลุ่มอีลิททำให้มีคนสนใจ อยากรู้ว่าหน้าตาของชิปมือถือที่จะเปลี่ยนโลกจะเป็นแบบไหนกลุ่มอีลิทจากประเทศไทยมีเพียงคนเดียวที่เป็นตัวแทน เขานั่งอยู่แถวหน้าข้าง ๆ หนึ่งในห้าตัวแทนระดับโลกของกลุ่มอีลิท ประกบคู่กับประธานบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ทั้งเอเชีย และ ยุโรปการที่จะได้ที่นั่งติดกันกับคนของกลุ่มอีลิทคืนนี้ พวกเขาได้ทุ่มเงินไปเยอะพอสมควรพวกเขาสนทนากันเรื่องธุรกิจ ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็อยากเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายคนแรก ยิ่งฝั่งเอเชีย กับยุโรปขัดแย้งกันอยู่แล้วด้วย แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการหารือของกลุ่ม พวกเขาสองคนไม่สามารถตัดสินใจเองได้"ผมหวังว่าจะได้เป็นตัวแทนของคุณนะครับ""แน่นอน ผมต้องช่วยพูดให้อยู่แล้ว"ทั้งสองฝั่งถูกตอบกลับไม่ต่างกันมาก ทำให้ทั้งสองฝั่งสงบลง
ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทราคาแพงดูสะอาดตา ทั้งหมดห้าคนนั่งล้อมโต๊ะกลมด้วยท่าทางสบาย ๆ ใบหน้าแต่ละคน ได้แสดงออกมาถึงความน่าเกรงขามพวกเขาคือกลุ่มอีลิทของประเทศไทย กลุ่มนี้มีอยู่ทั่วโลก และมีสมาชิกของแต่ละประเทศมาร่วมกัน จะเลือกอีกห้าคนจากทั่วโลกเพื่อเป็นผู้นำระดับโลกเมื่อมีอำนาจจากคนระดับสูงของโลกทำให้กลุ่มนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และ มีอำนาจควบคุมทุกอย่าง โดยเฉพาะ เศรษฐกิจ และ การเมืองของแต่ละประเทศอย่างเช่นตอนนี้ พวกเขามีเป้าหมายใหญ่นั้นคือการเข้าซื้อบริษัท supfm หลังจากที่บริษัทนี้สามารถผลิตชิปที่ดีกว่าฝั่งตะวันตก หรือพวกแผ่นดินใหญ่ พวกเขาจึงอยากเป็นเจ้าของเทคโนโลยีระดับแนวหน้าแทน"ทุกอย่างราบรื่นดีใช่ไหม อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ อย่าให้มีปัญหานะ"ชายวัยกลางคนท่าทางอาวุโสกว่าคนอื่นในที่นี้ เขาได้เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มมุมปาก แม้ทุกคนจะเท่าเทียมกันในด้านอำนาจ แต่ชายคนนี้ดูจะเป็นคนที่เหนือกว่าอยู่มาก"เรียบร้อยดี ต้องขอบคุณหมากตัวสำคัญอย่างอีเดน เขาทำให้งานเราง่ายขึ้น และ ไม่ต้องเปื้อนมือตัวเองด้วย""ได้ยินว่าถูกตำรวจดำเนินคดี คงจบแล้วล่ะ แต่ก็ดีแล้ว ทุกอย่างจะได้จบตามเขาไ
เธอพลาดเองที่ไม่พาบอดี้การ์ดมาด้วย ทั้งที่ตอนนี้เป็นศัตรูของใครหลายคน ทั้งเก่าและใหม่ ถ้าหากเธอพาคนมาด้วยสองสามคน ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้แม้จะเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว ภาพตรงหน้าคืออีเดนที่ขยับเท้าเข้ามา เธอได้แต่ถอยหลัง ไม่กล้าถอยอย่างรวดเร็ว เธอหวังแค่เพียงสิ่วเดียวคือห้องน้ำจะช่วยให้เธอปลอดภัย ขอแค่วิ่งให้เร็วทว่าร่างของเธอหยุดนิ่ง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างทันใด แต่กลับมีรอยยิ้มตรงมุมปากเผยให้เห็น สายตาคมสวยสว่างขึ้นมา"เปลี่ยนใจแล้วเหรอ...เธอควรคิดได้แบบนี้สิ" อีเดนยิ้มกว้างให้เธอ เมื่อเห็นท่าทางของผู้หญิงที่เย็นชาใส่เขา ตอนนี้ยอมสยบให้แล้ว"แน่นอนค่ะ ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว ตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้ว"เสียงหวานของเธอเอ่ยเนิบช้า พร้อมยกยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เขามีความหวังขึ้นมาในใจ"ดีแล้ว พี่จะทำให้เธอไม่เสียใจที่เลือกแบบนี้ เธอจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด"อีเดนหายใจเข้าลึกด้วยความโล่งใจ เขารอต่อไปไม่ได้ เมื่อเห็นเธอหยุดรอเขา จินตนาการในหัวก็นึกถึงเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้เร่งฝีเท้าไปหาเพื่อทำตามเสียงในหัวทว่าร่างกายของเขาหยุดนิ่ง ราวกับโลกหมุนกลับ แผ่นดินพลิกคว่ำ หรือท้
ยาหยีนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินต่างประเทศ พร้อมกับความมั่นใจในระดับหนึ่ง เพราะเคยพบกับนักวิศวกรมากฝีมือเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่นี่เธอขึ้นรถส่วนตัวของเพื่อนหลังจากลงเครื่อง เพื่อตรงไปที่โรงแรม ตอนนี้เธอต้องเตรียมตัวก่อน พอขึ้นมาบนรถ ทั้งสองก็ทักทายกันตามประสาของสาว ๆ"เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนเลยนะ เธอเป็นไงบ้าง" ยาหยีหันมาถามเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน"ก็โอเค...ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจมากที่รู้ว่าเธอเป็นประธานบริษัทใหญ่ แม้แต่บริษัทที่นี่ยังต้องการร่วมงานด้วย""ฉันเป็นแค่คนดูแลเรื่องภายในบริษัท แต่ไม่ใช่เจ้าของนะ เป็นพนักงานรับเงินเดือนเหมือนกัน" ยาหยียิ้มบาง ๆ ให้เธอทั้งสองคนคุยกันเรื่องอื่น ๆ จนกระทั่งยาหยีถามเรื่องของศาสตราจารย์ที่เป็นเป้าหมายของเธอสีหน้าของเพื่อนสาวก็เปลี่ยนไป"เธอมาเพื่อดึงตัวเขาเหรอ""ใช่...มีอะไรหรือเปล่า"เธอเห็นสีหน้าของเพื่อนดูตกใจจึงอดใจหายไม่ได้ บางทีอาจจะเกิดเรื่องบางอย่าง"เธอมาช้าไปแล้ว เพราะเขาร่วมงานกับกลุ่มอีลิท รวมถึงนักวิศวกรหัวกะทิคนอื่นก็เหมือนกันถูกดึงตัวไปหมดแล้ว"เป็นข่าวร้ายสำหรับเธอ นับว่าครั้งนี้มาเสียเที่ยว ไม่ได้ต่อสู้แต่ก็แพ้ไปแล้ว พวก
"เธอ...เป็นอะไรกับเอสเหรอ" พนิดาถามขึ้นทั้งสองปรึกษากันแล้วว่าผู้หญิงคนนี้น่าสงสัยมาก สายตาที่เอสมองเธอไม่เหมือนคนอื่น และ สายตาของเธอที่มองเอาผู้หญิงด้วยกันดูออก"พี่คงไม่ใช่ผู้หญิงของเขาหรอกนะ"ผิงหันไปมองยาหยีที่จ้องเธอไม่กะพริบตา ไหนจะพนิดาอีกคนที่สีหน้าจริงจัง คาดหวังคำตอบของเธอ ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมจึงหันไปพูดกับพวกเธอ"อันที่จริงฉันกับเอสรู้จักกันก่อนพวกเธออีก เพราะฉันเป็นรักแรกของเขาตอนเรียนมัธยม และ แต่ที่จริงฉันกับเขาเป็นของกันและกันเมื่อสามเดือนก่อน"แน่นอนว่ามีบางอย่างที่เธอโกหก แต่ก็มีเรื่องจริงอยู่ด้วย ถึงยังไงเธอก็คิดว่าไม่มีใครจะรู้ได้ นอกจากเอส และคำตอบของเธอก็ทำให้สองสาวทำตัวไม่ถูก"รักแรกเหรอ""ก็ว่าอยู่ทำไมเขาถึงทำตัวแปลก ๆ แต่ถึงจะเป็นรักแรก แต่เธอก็ถือว่ามาทีหลังยาหยี" พนิดากอดอกพูด ริมฝีปากสวยยกยิ้ม"ฉันจะยังไงก็ได้ แค่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขาก็พอ พวกเธอเองก็คิดแบบนั้นไม่ใช่เหรอ"พวกเธอก็คิดแบบนั้น เพราะไม่มีใครที่คิดว่าตัวเองสามารถเป็นเจ้าของเขาได้ ในสายตาของเอสคนที่อยากเป็นแบบนั้นคงมีแต่จะถูกขับออกไปมากกว่า นั้นทำใ







