LOGINมีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละ
วันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วย
ขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ
“ไปเดินตลาดไหมวี่”
พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”
“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้าน
ฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชทมาเหรอไม่ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าซึ่งผิดแผกจากช่วงนี้ที่เขาจะแสดงตัวตนแทบทุกห้านาที
“เห็นไหมล่ะ.. พี่ไม่ได้คิดจะชอบเราจริงๆ หรอก”
คงเบื่อคอยตามฉันแล้วล่ะ.. แต่ไม่แปลกใจหรอกนะเพราะผู้ชายอย่างเขาไม่มีทางหยุดที่ใคร
ยาแก้ปวดหัวทำให้ฉันหลับใหลอย่างง่ายดาย ตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงสี่ทุ่มพร้อมกับอาการหนึบที่ศีรษะและดวงตา ฉันสูดน้ำมูกเบาๆ แล้วหยิบมือถือมาดูอย่างเคยชิน
ว่างเปล่า.. เหมือนเคย
ฉะนั้นฉันควรเลิกเฝ้ารออะไรบ้าๆ พวกนี้เสียที ฉันลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาแล้วลงมาชั้นล่าง บ้านของฉันเป็นอาคารพานิชย์สองคูหาที่ด้านล่างใช้เปิดเป็นร้านขายอุปกรณ์กีฬา เวลานี้ร้านปิดบริการแล้ว แต่ประตูเหล็กกลับถูกเปิดเอาไว้เป็นช่องเล็กๆ ฉันเดินไปตรงนั้น แต่ยังไม่ทันก้าวขาไปถึง เสียงสนทนาของพี่แอปเปิ้ลกับผู้ชายคนหนึ่งก็ลอยมา
“พรุ่งนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกกันไหม”
“ไปสิ เดี๋ยวเรามารับเธอนะ ไปเที่ยวที่บ้านด้วยเลย แม่เราอยากเจอเธอ”
ฉันแอบโผล่หน้าไปมองโดยไม่ให้ทั้งคู่รู้ตัว สองคนนั่งหันหลังเบียดชิดกัน ความเงียบสงบไร้รถราและผู้คนทำให้บรรยากาศโรแมนติก บางทีแค่มุมเล็กๆ เท่านี้ก็มีความสุขแล้วนะ ดูจากที่พวกเขาคุยกันไปหัวเราะกันไป
น่าอิจฉาจัง.. ฉันถอนหายใจ เอาตัวเองกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งไม่คิดรบกวนคู่รักหวานแหวว ปลีกตัวมานั่งในห้องครัวเงียบๆ จ้องหน้าจอมือถือสลับกับกินข้าวไปด้วย ความรู้สึกว้าเหว่กัดกินหัวใจของฉันได้ยังไงนะ แล้วทำไมฉันถึงต้องเจอแต่ผู้ชายที่ไม่คิดจะจริงจัง.. ทำไมถึงต้องพบเจอแต่ความผิดหวังซ้ำๆ ไม่เข้าใจเลย
อีกวันฉันเดินทางกลับกรุงเทพมหานครพร้อมกับอาการไม่สบายยังคงรุมเร้า แต่แทนที่จะกลับอะพาร์ตเม้นต์ไปนอนพักผ่อน เวลาหนึ่งทุ่มฉันมาโผล่ที่คาเฟ่แมวของพี่เก้าและบังเอิญมากที่เจอพี่ออมสินที่นี่
“ไปไหนมาเหรอกีวี่ กระเป๋าใบใหญ่เชียว”
พี่ออมสินเข้ามาทักทายฉัน ทั้งยังช่วยรับกระเป๋าเป้ไปวางบนเก้าอี้ว่างให้ด้วย
“กลับบ้านที่เพชรบูรณ์ค่ะ ตั้งใจว่าจะมาหาน้ำดื่มก่อนกลับห้อง พี่คะ..” ฉันหันไปเรียกพี่เก้า เขาเงยหน้าขึ้นจากการชงเครื่องดื่มส่งยิ้มมาให้ “พอจะเหลือเครื่องดื่มให้วี่สักแก้วไหมคะ”
“อยากดื่มอะไรครับ”
“ขออะไรก็ได้ค่ะ ขมๆ”
“จะดื่มกาแฟเวลานี้เนี่ยนะ” พี่ออมสินกลั้วหัวเราะ
“ก็เข้ากับชีวิตดีค่ะ” ฉันหัวเราะบ้าง
“อ่า โทษทีๆ พี่คิดว่าเราเลิกเฮิร์ตแล้ว”
ฉันยิ้ม เฮิร์ตจากคนไหนล่ะ
เพียงไม่นานเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟ ไม่ใช่น้ำขมๆ ตามที่บอก แต่กลับไปเป็นน้ำแดงผสมโซดาวางลงตรงหน้าแทน
"กลับมาเหนื่อยๆ ดื่มอะไรที่สดชื่นดีกว่า ไม่ต้องจ่าย พี่เลี้ยง"
"ขอบคุณค่ะ"
คนขายยิ้มหล่อก่อนจะได้กลับไปยังที่เดิม ฉันมองตามพี่เก้าพลางขบคิดว่าทำไมถึงได้อบอุ่นละมุนละไมขนาดนี้ น่าอิจฉาคนที่ได้เขาเป็นแฟนที่สุด ก็คงไม่ใช่ใครอื่นล่ะมั้ง อาจจะเป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ก็ได้เพราะพวกเขาดูสนิทสนมกันมาก
"ใช่แค่เหนื่อยเหรอ ป่วยด้วยหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆ นะ"
"แหนะ! เป็นหมอซะด้วย"
"ยังจะตลก แค่เห็นหน้าก็รู้แล้ว ตาก็บวมด้วยนะเนี่ย"
มือเล็กแตะที่เปลือกตา มันบวมเป่งจากการที่ฉันปล่อยให้น้ำตาซึมตลอดเวลาไม่คิดห้ามปราม
"คัดจมูกน่ะค่ะเลยนอนไม่ค่อยหลับ ตามันเลยบวม"
"ถ้างั้นก็กลับไปนอนซะ พรุ่งนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ"
ที่พี่ออมสินรู้ว่าฉันมีสอบเพราะช่วงนี้ฉันงดรับงานเพ้นท์เล็บ มันถูกโพสต์เอาไว้ที่หน้าโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง
"ถ้างั้นวี่ไปนะ เดี๋ยวเอาไปดื่มระหว่างทางด้วย" ฉันร่ำลาพี่ออมสินแล้วแบกสัมภาระทั้งแก้วน้ำออกมาจากคาเฟ่
แต่ประตูยังไม่ทันปิดสนิทดี พี่เก้าก็เดินตามออกมา เขาเอ่ยเรียกรั้งฉัน "น้องกีวี่"
พี่เก้ายังคงยิ้ม ราวกับว่ามีรอยยิ้มพิมพ์ใจเป็นซิกเนเจอร์ของตนเอง
"มีคนป่วยนะ.. ไม่สิ! มีคนเจ็บนะ พูดได้แค่นี้"
พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าไปในร้าน พี่เก้ามาพูดกับฉัน ก็คงไม่พ้นหมายถึงพี่วินซ์ ที่ฉันสู้อุตส่าห์แบกความเหนื่อยล้ามาที่นี่ก็เพื่อหวังจะได้รู้อะไรบางอย่างบ้าง ไม่เสียเที่ยวแล้วล่ะ
ป่วยเหรอ เจ็บเหรอ
ฉันไม่คิดเสียเวลา นั่งรถแท็กซี่มายัง SWorld คอนโดมิเนียม ลังเลว่าจะโทรหาพี่วินซ์ดีไหม หากเขาไม่ได้อยากเจอฉันขึ้นมาจะทำยังไง
ยืนคิดไม่ตกอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ตัดสินใจมาถามหาเจ้าของที่นี่กับเจ้าหน้าที่คอนโดฯ เสียเลย
"เอ่อ.. คุณวินซ์อยู่ไหมคะ"
เจ้าหน้าที่คอนโดมิเนียมเป็นสาวประเภทสอง เราเจอหน้ากันทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ อาจเพราะจำได้เลยไม่ลังเลที่จะตอบ
"คุณวินซ์ไม่ได้ลงมาทำงานสองวันแล้วค่ะ เห็นว่าไม่สบาย"
"หนูขอขึ้นไปดูเขาหน่อยได้ไหมคะ"
เธอยิ้มยินดี พาฉันมาส่งยันในลิฟต์เพราะการจะขึ้นไปชั้นสูงสุดนั้นมีเพียงแค่เจ้าของห้องเท่านั้น ฉันยืนหลับตาด้วยใจหวาดหวั่น ในหัวเอาแต่ครุ่นคิดว่าที่หายไปเขาไปทำอะไรมา
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป
ช่วยด้วยฉันพลาดท่าพี่วินซ์!!เพราะมัวแต่หัวใจเต้นและครุ่นคิดกับประโยคนั้นของเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคนกึ่งเปลือยโอบอุ้มขึ้นมานอนบนโซฟา มอมเมาหัวสมองของฉันด้วยจูบเร่าร้อนแล้วจัดการดั่งคนบ้าเหมือนที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าท้องฟ้ามืดสนิทและฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ ในเมื่อพลาดไปแล้ว ฉันเลยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยความฟินมันเสียเลย"น้องกีวี่ ซี้ด!"พี่วินซ์บีบขยำก้นของฉัน แหงนเงยใบหน้าส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเขาสุขสมแค่ไหน ไม่นานฉันก็เป็นฝ่ายกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งบ้าง พี่วินซ์เองก็ตามมาติดๆ อีกครั้งฉันทิ้งตัวนอนทาบทับเขา ออนท็อปครั้งแรกทำฉันล้าไปทั้งขาและหมดเรี่ยวแรง"โคตรเก่งเลยว่ะ"พี่วินซ์โอบกอดฉัน ลูบหัวและแผ่นหลังช่วยให้ฉันผ่อนคลาย ฉันเขินที่เขาชม แต่ขอฉันรวบรวมแรงฮึดก่อนนะ จะฟาดเขาให้ตายเลย นี่มาทำเล็บนะ นอกจากเล็บจะไม่ได้ทำ ดันเย็บกันจนยับ ฉันจะคิดเงินคูณห้าสิบ ยังไงก็ห้าสิบ"หิวข้าวได้ยัง""หิว""ป่ะ กินกันเถอะ"เขาขยับสะโพกช้าๆ ฉันเลยต้องรีบหยัดตัวขึ้นใช้เล็บข่วนหน้าอกแกร่งเพราะทำท่าจะเสียรู้คนหื่นอีกหน"ไม่กิน เราจะกลับ พี่หลอกเรามาได้ยังไงเนี่ย"หมับ! พี
[Winz Part]ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด"จะดีลเหรอวะ""ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?""งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ""มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผมเริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันทีส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน







