LOGIN[Winz Part]
ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด
"จะดีลเหรอวะ"
"ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า
"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?"
"งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ"
"มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"
ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผม
เริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันที
ส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ที่ช่วงนี้ทางตำรวจกำลังปราบปรามอย่างหนักหน่วง
อย่าถามหาอำนาจของพ่อผมตอนนี้ บังเอิญมากที่พรรคของพ่อหนุนนำฝั่งรองนายกรัฐมนตรีคนนั้นอยู่ ท่านจึงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากหนุนหลังผมเพียงเงียบๆ พอได้ข้อมูลผมก็ส่งไปให้ทางตำรวจโดยซุกซ่อนตัวตนทั้งหมดเอาไว้ เห็นว่าช่วงนี้มันวิ่งวุ่นเพราะถูกตำรวจเรียกตัว
สมน้ำหน้าแม่ง! ปล่อยให้เมียมาตบยัยเด็กดื้อของผม ก็ต้องสนองคืนอย่างหนักแบบนี้นั่นแหละ
"นั่นน้องช่างทำเล็บนี่หว่า สงสัยจะเมา"
ประโยคของไอ้เก้าดึงความสนใจของผมให้มันไปทางฝั่งขวามือ มีกลุ่มแก๊งหนึ่งกำลังเต้นกันอยู่
พลันคิ้วก็กระตุก มือกำแก้วเหล้าแน่นโดยไม่รู้ตัว ก็ตั้งใจว่ากลับถึงคอนโดมิเนียมจะส่งแชทไปหยอดกีวี่เล่นก่อนนอนอยู่เหมือนกันเพราะตั้งแต่วันที่เธอหนีกลับไป ผมก็ยุ่งๆ จัดการเรื่องนั้นเรื่องนี้เลยยังไม่ได้คุยกัน
แต่นี่.. เสื้ออะไรวะนั่นตัวโคตรเล็ก นมจะทะลักออกมาอยู่แล้ว กระโปรงอีก.. เสื้อหมาของแม่ผมยังใหญ่กว่านั้นเลย
"กูว่ามึงดูสนใจคนนี้เป็นพิเศษนะ"
"ก็สนใจอยู่.. มึงรู้จักเจ้าของผับใช่ไหม"
"พี่เขยกู จะป่วนอะไร"
"ตัดน้ำตัดไฟสักห้านาที ค่าเสียหายเท่าไหร่ลงบิลมาเก็บ"
ไอ้เก้าถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปจัดการตามที่ผมสั่ง ส่วนผมก็หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความแชทไปหยอดแม่เด็กดื้อเสียหน่อย...
แต่หยอดไม่พอ ผมยังพากีวี่ออกมาจากผับได้ในเวลาไม่นาน ระหว่างทางเรียกว่าเราทะเลาะกันไหมผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผมรู้สึกหงุดหงิดตลอดยามเธอเอ่ยปากว่า 'ความลับ' ทำเหมือนกับว่าได้กับผมแล้วมันผิดนักหนา แล้วใครกันที่มันจะเอาไปพูดว่าเธอเป็นของเล่นของผม อย่าให้รู้เพราะผมจะเอากรรไกรไปตัดปากให้ขาดย่อยยับ
อีกวันผมลุ้นอย่างใจจดจ่อว่ากีวี่จะมาตามที่คุยกันไว้หรือไม่ สาบานเลยว่าผมไม่เคยเป็นแบบนี้ คิดเสมอว่าทิ้งความสนใจเอาไว้ที่คนๆ เดียวมันน่าเบื่อ แต่ตั้งแต่คืนนั้นที่ได้ชิมกีวี่รสหวาน ผมถึงเพิ่งรู้ว่าผลไม้ชนิดนี้มันก็อร่อยดีนี่หว่า แม้ตอนที่ผลไม้มีสติจะดื้อเอามากๆ ก็ตาม แต่ผมก็ชอบที่บางครั้งก็ขม บางครั้งก็หวาน บางครั้งก็เปรี้ยวเข็ดฟัน อย่างหลังน่าจะชอบมากเป็นพิเศษถึงขั้นยอมเป็นพริกเกลือให้กีวี่จิ้มคนเดียว
ติ๊ง! นั่งรอนอนรออยู่ในห้องทำงานชั้นหนึ่งของตัวอาคารนานสามชั่วโมง ในที่สุดก็มีข้อความแชทจากกีวี่ส่งมา ผมรีบเอาตัวเองโผล่หน้าออกมาจากห้อง พอเห็นว่าคนตัวเล็กสะพายเป้ใบคุ้นตายืนอยู่ด้านหน้าลิฟต์ จากที่หนักอึ้งในอกก็เบาบางลงทันที
[Winz End]
ก็ไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน แต่ฉันดันเสียดายเงินคูณสามสิบของพี่วินซ์ นั่งคิดนอนคิดตีลังกาคิดว่าจะเอายังไง รู้ตัวอีกทีก็สะพายกระเป๋าเป้มาหาเขาจนได้
ส่งข้อความไปไม่นานพี่วินซ์ก็ออกมาจากห้องที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ช่วงนี้เขาคงชิลเพราะใกล้เรียนจบเข้าไปทุกที ถึงได้อยู่ที่นี่มากกว่ามหาวิทยาลัย
"กินข้าวก่อนไหม"
"ไม่ค่ะ"
"สั่งขึ้นไปกินข้างบนแล้วกัน"
เอ้า! ก็พูดว่าอยู่ไม่กิน คัดค้านอะไรเขาไม่ได้เพราะเพียงขึ้นมาถึงบนห้อง อาหารก็ขึ้นมาส่งตามหลังติดๆ
พี่วินซ์เอาอาหารมาวางลงบนโต๊ะในห้องครัว กลิ่นของมันดึงขาของฉันให้เดินตามเข้าไปเลียบๆ เคียงๆ มอง
"สเต็กเนื้อกับหมู หมูของน้อง.."
"เราบอกว่าไม่กินไง พี่กินเถอะ เดี๋ยวเราไปนั่งรอตรงโซฟา"
มาทำเล็บให้เขา ใครจะมีหน้าไปกินอาหารของลูกค้า ฉันส่งยิ้มจางๆ ให้เขาที่ทำหน้าดุ ก่อนจะเดินมานั่งลงบนพื้นพรมตำแหน่งเดิม เอาอุปกรณ์ออกมาวางเรียงทีละชิ้นอย่างใจเย็น ไม่นานพี่วินซ์ก็เดินออกมาจากห้องครัว เข้าไปในห้องนอนแล้วออกมาในสภาพไม่เหมือนเดิม
"แต่งตัวให้เรียบร้อย" ฉันตะโกนออกไปหวังหยุดขาของเขา ใส่แค่กางเกงบ็อกเซอร์มาตัวเดียว เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำเล็บ
"แบบนี้เรียบร้อย ถ้าไม่เรียบร้อยต้องไม่ใส่อะไรเลย"
เขานั่งลงบนโซฟา ยิ้มซุกซนก่อนจะโน้มลงมาฉวยโอกาสจุ๊บหน้าผากของฉัน
"พี่.."
"ไม่เจอตั้งหลายวัน คิดถึงว่ะ"
"อะ อะไรของพี่"
แก้มร้อนเหมือนเอาไฟมาจี๋ในทันที คิดถึงอะไรของเขา เป็นอะไรกันถึงต้องมาคิดถึง
"ก็คิดถึงไง น้องคิดถึงพี่ป่ะ"
"ไม่.."
"ไม่โกหกนะครับคนสวย"
"ใครจะไปคิดถึงนักรักอย่างพี่ ผู้ชายนิสัยแบบพี่เราเกลียดที่สุดเลย"
"นิสัยยังไง"
พี่วินซ์ขยับลงมานั่งบนพื้นพรม พิงโซฟาชิดติดกับตัวฉัน อยากรู้นักจะบอกให้ก็ได้ จะได้ไม่ต้องมาชีกอใส่กัน
"เจ้าชู้ประตูดินไงคะ เราเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ มันบั่นทอนชีวิตและจิตใจ เราเกลียดมาก เกลียดที่สุด อยากฆ่าให้ตาย อยาก..."
"พอ!" มือใหญ่ยกขึ้นปรามแล้วดึงมือนั้นกลับไปเกาศีรษะ เขาถอนหายใจเสียงดัง
"อย่าเอาผู้ชายคนเดียวมาตัดสินคนทั้งโลก เคยได้ยินบ้างไหม"
"เคยค่ะ แล้วเราก็ไม่ได้เอาผู้ชายคนอื่นมาวัดพี่นะ พี่เป็นแบบนั้นใครๆ ก็รู้ เปลี่ยนสาวบ่อยจะตาย ยอมรับมาเหอะ"
"ก็คนมันโสด ทำแบบนั้นผิดตรงไหน"
"ใช่ ไม่ผิด"
ผิดที่ฉันเจอแต่ผู้ชายประเภทนี้มาตั้งแต่เด็ก ฉันเบือนหน้าหนีมามองอุปกรณ์ทำเล็บ พยายามปรับอารมณ์ที่เผลอปล่อยให้ลอยขึ้นมากลบเหตุผลลง
"แต่ถ้ามีแฟน พี่รักเดียวใจเดียวนะ"
"เรื่องของพี่สิ อ๊ะ!"
ท่อนแขนใหญ่ตวัดรัดรอบคอของฉันดึงเข้าไปแนบชิดเขา ฉันขึงตาดุหน้าบึ้งใส่เพราะความตกใจ
"พี่.."
"ไม่เถียงเรื่องที่เป็นนักรักนะเพราะถ้ารักใครขึ้นมา ก็จะรัก.. โคตรรัก พิสูจน์ไหม"
"พิสูจน์อะไร พิสูจน์ทำไม"
ไม่รู้เลยว่าเสียงของฉันสั่นแค่ไหน แต่หัวใจสั่นมากจนเจ็บหน้าอก พี่วินซ์พูดแบบนี้ทำไม พิสูจน์นี่ไม่ใช่ว่า..
"ก็มาให้รักสิแล้วจะรู้ว่านักรักของจริงเป็นยังไงแล้วผู้ชายไม่เจ้าชู้พี่ก็เป็นได้"
เขาฉวยโอกาสตอนที่ฉันตกใจแนบริมฝีปากลงมา ฉันไม่ได้ปัดป้องผลักไสเพราะหัวสมองมันเอาแต่ทวนประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่ซ้ำๆ พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป
ช่วยด้วยฉันพลาดท่าพี่วินซ์!!เพราะมัวแต่หัวใจเต้นและครุ่นคิดกับประโยคนั้นของเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคนกึ่งเปลือยโอบอุ้มขึ้นมานอนบนโซฟา มอมเมาหัวสมองของฉันด้วยจูบเร่าร้อนแล้วจัดการดั่งคนบ้าเหมือนที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าท้องฟ้ามืดสนิทและฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ ในเมื่อพลาดไปแล้ว ฉันเลยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยความฟินมันเสียเลย"น้องกีวี่ ซี้ด!"พี่วินซ์บีบขยำก้นของฉัน แหงนเงยใบหน้าส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเขาสุขสมแค่ไหน ไม่นานฉันก็เป็นฝ่ายกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งบ้าง พี่วินซ์เองก็ตามมาติดๆ อีกครั้งฉันทิ้งตัวนอนทาบทับเขา ออนท็อปครั้งแรกทำฉันล้าไปทั้งขาและหมดเรี่ยวแรง"โคตรเก่งเลยว่ะ"พี่วินซ์โอบกอดฉัน ลูบหัวและแผ่นหลังช่วยให้ฉันผ่อนคลาย ฉันเขินที่เขาชม แต่ขอฉันรวบรวมแรงฮึดก่อนนะ จะฟาดเขาให้ตายเลย นี่มาทำเล็บนะ นอกจากเล็บจะไม่ได้ทำ ดันเย็บกันจนยับ ฉันจะคิดเงินคูณห้าสิบ ยังไงก็ห้าสิบ"หิวข้าวได้ยัง""หิว""ป่ะ กินกันเถอะ"เขาขยับสะโพกช้าๆ ฉันเลยต้องรีบหยัดตัวขึ้นใช้เล็บข่วนหน้าอกแกร่งเพราะทำท่าจะเสียรู้คนหื่นอีกหน"ไม่กิน เราจะกลับ พี่หลอกเรามาได้ยังไงเนี่ย"หมับ! พี
[Winz Part]ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด"จะดีลเหรอวะ""ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?""งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ""มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผมเริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันทีส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน







