LOGIN“ฉันดีใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ...อีกเรื่อง”
‘คนแรกของเธอ’
คนแรกบ้าบออะไร เสียงเพลงกัดปากตัวเองแน่นเมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ”
“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ฉันก็เป็นจูบแรกของเธอไม่ใช่หรือไง” ไม่ได้พูดเปล่า แต่ความน่ารักของคนข้างๆ ทำให้ธามอดใจไม่ได้จนต้องส่งมือไปบีบปลายจมูกรูปสวยเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“อื้อ! พี่ธาม”
“มันเขี้ยว”
“พี่อย่ามาฉวยโอกาสกับเค้าแบบนี้สิ” เสียงเพลงดุเบาๆ
แม้ท่าทางของเขาจะไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัวหรือไม่ไว้ใจ แต่เธอก็กลัวว่าหากคนอื่นมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิด
หึหึ...
ตลอดเส้นทางจากมหาลัยไม่ได้ปกคลุมไปด้วยความเงียบอย่างที่มันควรจะเป็นโดยนิสัยของคนตัวโต แต่กลับกัน ตอนนี้ธามและเสียงเพลงต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนมต่างจากคนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงแค่วันเดียว มีคำถามมากมายที่ทั้งสองแลกเปลี่ยนกัน
“ทำไมฉันรู้สึกว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา” ธามถามขึ้นหลังจากมองดูคนตัวเล็กอย่างพิจารณา
ท่าทางของเธอ รวมทั้งสิ่งของที่เธอใช้ กระเป๋า โทรศัพท์ นาฬิกา มูลค่าของมันเขาคิดว่าน่าจะหกหลักเป็นอย่างต่ำ ยังไม่รวมกับรถป้ายแดงที่เขานั่งอยู่
“เค้าก็เป็นคนธรรมดา บินไม่ได้ซักหน่อย”
“กวนตีน” ธามตอบกลับด้วยคำค่อนข้างหยาบคาย แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความหยอกล้อจนเสียงเพลงอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้
‘มันก็จริงเพราะเธอกำลังกวนตีนเขาอยู่’
“ก็เค้าพูดจริงนี่น่า”
“เออ แล้วคนที่ไหนมันบินได้วะ”
“นั่นไง มันก็หมายความว่าทุกคนก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกันไงคะ” คำพูดเรียบง่ายที่เชื่อว่าใครหลายๆ คนก็อาจจะเคยได้ยินมา แต่พอมันออกมาจากปากของเสียงเพลงกลับทำให้ธามรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
เธอดูเป็นคนสดใส เรียบง่าย น่าเอ็นดู แต่ก็ดูบอบบางในเวลาเดียวกัน
“พี่รอเค้าแป๊บนึงนะคะ” เสียงเพลงเอ่ยขึ้นหลังจากที่เธอจอดรถสนิทหน้าร้านสะดวกซื้อก่อนถึงทางเข้าหมูบ้าน
ธามพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะ มองตามคนตัวเล็กที่ก้าวหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อตรงหน้า ด้วยสายตาและความรู้สึกที่อ่อนโยนและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่นานนักร่างบางก็เดินกลับออกมาพร้อมถุงพลาสติกเล็กๆ ในมือ
“นี่คะ มียาแก้ปวดกับยานวด พี่ต้องกินด้วยนะ”
“ทำไม กลัวต้องขับรถให้ฉันนั่งอีกหรือไง” ร่างหนาถามกลับอย่างหยอกล้อ แต่ในใจกับฟูฟ่องเพราะความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอมอบให้
“ใช่สิคะ สาวๆ ของพี่มาเห็น เค้าจะเดือดร้อนได้นะ”
“เพ้อเจ้อ!” ธามหัวเราะในลำคอ พลางยกมือเคาะหน้าผากเธอเบาๆ
“อื้อ มันเจ็บ!” เสียงเพลงยู่หน้าใส่อีกครั้งก่อนจะเลิกสนใจคนข้างๆ แล้วมาตั้งใจขับรถกลับเข้าบ้าน
รถมินิคูปเปอร์ป้ายแดงจอดสนิทในรั้วบ้านโดยมีคนที่บอกว่าปวดแขนทำหน้าที่เปิดและปิดประตูรั้วให้อย่างคล่องแคล่ว ไม่หลงเหลือร่องรอยของความเจ็บปวดแม้แต่นิด
“หายเจ็บแล้วเหรอคะ” เจ้าของบ้านเอ่ยถามหลังจากยกแขนขึ้นกอดอก สายตาคู่หวานหรี่ลงมองคนตัวโตอย่างจับผิด
ธามชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกยิ้มบางๆ โดยไม่ใส่ใจสายตาจับผิดตรงหน้า
“มันก็ไม่ได้หนักอะไร” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถฝั่งที่ตัวเองนั่งมาเพื่อหยิบของ
เสียงเพลงมองตามอย่างไม่วางตา
‘เจ้าเล่ห์! ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว’
เพราะมัวแต่จมกับความคิดของตัวเอง รู้ตัวอีกทีคนตัวโตก็มาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ความแตกต่างของความสูงทำให้เสียงเพลงต้องเงยหน้ามอง สายตาคมที่กำลังจ้องมองมา ทำให้เธอต้องแอบกลืนน้ำลายเบาๆ แต่หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอนั้นกลับเต้นแรงอย่างน่าประหลาด
“อะไรคะ...” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา
ธามยกยิ้มมุมปากก่อนจะโน้มหน้าลงมาหาคนที่ตัวเตี้ยกว่า
“แค่จะบอกว่า ไม่ใช่แค่ฉันที่เป็นจูบแรกของเธอหรอกนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นปลายนิ้วไปแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากบาง ก่อนจะพูดต่อ
“เธอก็เป็นจูบแรกของฉันเหมือนกัน...”
°•○ 🌸 ○•°
แล้วธามก็ทำตามที่บอกกับเสียงเพลงไว้ทุกอย่าง หลังจากกลับมาจากบ้านของเสียงเพลงได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น พ่อและแม่ของธามก็เดินทางไปยังบ้านสวนของเสียงเพลงทันที ไปโดยที่เสียงเพลงเองก็ไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็ตอนที่พ่อแม่ของคนพี่กลับมาแล้วแล้วทุกอย่างที่เป็นไปตามที่ธามตั้งใจไว้เรื่องของเขากับน้องผู้ใหญ่ทั้งสองต่างยินดีและยินยอมให้เขาดูแลน้องในฐานะคนรัก และในวันข้างหน้าทุกอย่างจะต้องถูกต้องมากกว่านี้และตลอดเวลาที่คบหากัน ธามและเสียงเพลงยังคงเสมอต้นเสมอปลายต่อกันไม่เปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะผ่านมาจนเกือบครบปีแล้ว ทุกอย่างสำหรับธามและเสียงเพลงไม่เคยลดน้อยลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ“ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ” เสียงเพลงบ่นพึมพำทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กันอยู่ๆ คนพี่ก็ส่งข้อความมาบอกว่าต้องเข้าประชุมกับหัวหน้างาน น่าจะกลับบ้านช้ากว่าปกติเธอคงจะไม่รู้สึกแบบนี้หากวันนี้มันไม่ใช่วันสำคัญของเรา‘นอยด์’ติ๊งต่อง~แล้วเสียงที่ดังจากประตูรั้วหน้าบ้านก็เรียกให้คนที่กำลังนั่งซึมต้องสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปชะโงกหน้าดูผ่านม่านประตูทันทีที่เห็นว่าใครที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เสียงเพลงก็รีบวิ่งออกมาต้อนรั
“ผมต่างหากครับที่ต้องถามว่าคุณพ่อรังเกียจผมมั้ย”“อะไรทำให้คิดแบบนั้น” พิพัฒน์ถามคนรักของลูกชายด้วยท่าทางนิ่งเรียบสบายๆ คนที่ผ่านอะไรมามากมายย่อมมองออกว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังกังวลอะไรอยู่ธามนิ่งเงียบ คิดและทบทวนความคิดของตนเองอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ“มาถึงตอนนี้ ผมกลับคิดว่าผมมากกว่าที่ไม่เหมาะสมกับน้อง”น้ำเสียงของธามยังมั่นคง แม้ตอนนี้ในใจจะสั่นไหวไปหมดพิพัฒน์ยกยิ้มเล็กน้อยจ้องมองแววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนแววตาของเด็กคนนี้ก็ยังมั่นคง ภาพสะท้อนจากแววตาคู่นั้นมีแต่ลูกสาวของเขาตลอดเวลาแล้วแบบนี้พ่อที่รักลูกสาวมากๆ อย่างเขาจะรังเกียจหรือขัดขวางไปทำไมกัน“สำหรับพ่อคนที่ไม่เหมาะสมกับยัยเพลง คือคนที่เข้ามาทำให้ยัยเพลงเสียใจและไม่มีความสุข” เพราะที่สุดแล้วสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องการก็มีอยู่แค่นั้นแค่ใครสักคนที่เข้ามาดูแลและทำให้ลูกของตนเองมีความสุข“งั้นผมก็ต้องเข้าข้างตัวเองว่าผมเหมาะสมที่สุด” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งใบหน้าที่หม่นเมื่อครู่กลับมายิ้มแย้มเช่นเดียวกัน“พ่อก็คิดอย่างนั้น...”เวลาที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ แม้จะไม่นานแต่คนเป็นพ
วันรุ่งขึ้นธามและเสียงเพลงออกเดินทางตั้งแต่เช้าโดยที่ใช้รถและคนขับรถของที่บ้านตามที่พ่อและแม่ของเขาแนะนำ อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้พ่อของเสียงเพลงเห็นว่าทางตนเองและครอบครัวนั้นมีดีมากพอ และพร้อมที่จะดูแลเสียงเพลงไม่ให้ลำบากแม้แต่นิด“คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวเหรอเนี่ย” ธามพูดขึ้นพร้อมกับจับมือนุ่มๆ ของแฟนตัวน้อยมาคลึงเล่นแม้น้องจะบอกพ่อแล้วเรื่องการคบหากัน แต่ธามก็รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ไปบ้านว่าที่พ่อตาครั้งแรก จะไปนอนกอดลูกสาวเขาก็คงไม่เหมาะเสียงเพลงยิ้มเอ็นดูกับหน้าหงอยๆ ของแฟนตัวโต“ถ้าไม่อยากนอนคนเดียวก็อย่าล็อคห้อง เดี๋ยวเค้าย่องมาหาพี่เอง”“พ่อเธอตีหัวพี่แตกพอดี” ร่างหนาบอกแล้วหัวเราะเบาๆ กับความคิดของแฟนสาวเสียงเพลงเป็นตัวของตัวเองได้ตลอดเวลา เป็นเธอในแบบที่เขาชอบ นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งชอบ ยิ่งรักเธอมากขึ้นทุกที“คืนเดียวเองค่ะ พรุ่งนี้เค้าไปนอนด้วยได้” เสียงเพลงตอบด้วยรอยยิ้ม และครั้งนี้เธอจริงจังพรุ่งนี้พวกมัดหมี่และเพื่อนๆ ของคนพี่จะตามมา เธอจะใช้โอกาสนี้ไปนอนกับแฟนตัวโตของเธอ เธอรู้ว่าพ่อของเธอต้องเข้าใจ แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมาพูดถึงเธอไม่ดี เดี๋ยวจะพาไปถึงพ่อไม่สั่งสอนอีก เธ
“เป็นไงบ้านพี่” ธามถามหลังจากขึ้นมาอยู่บนห้องนอนของเขาในบ้านหลังใหญ่แล้ว ห้องนอนที่เขาเข้ามานอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว แต่คืนนี้เขากับน้องตกลงกันว่าจะนอนที่นี่ทั้งสองตกลงกันว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลับมาค้างที่บ้านนี้ ส่วนภาดลนั้นขอเวลาก่อน แต่ก็รับปากว่าจะแวะมาหาบ่อยๆ“ดีค่ะ ตอนแรกคิดว่าแม่พี่จะไม่ชอบเค้า”“ทำไมจะไม่ชอบ เธอมันขี้อ้อน เอาใจเก่งขนาดนี้” ร่างหนาบอกหลังจากดึงแฟนตัวน้อยๆ ของตัวเองมานั่งลงบนตักแกร่งแล้วแม้ว่าแม่ของเขาจะเป็นคนพูดไม่ค่อยคิด เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่แม่ของเขาก็เป็นแม่ที่ใจดีและอ่อนโยนไม่แพ้ใครเหมือนกัน“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพ่อกับแม่พี่รักพี่ปริ้นซ์มากกว่าเค้าจะทำไง” คนตัวเล็กแกล้งพูดพร้อมกับทำหน้าทำตาน่าสงสารที่สุดธามยิ้มอ่อน ยกมือขึ้นบีบจมูกรูปสวยด้วยความมันเขี้ยวเต็มทีกับความช่างพูดของคนน้อง“แต่พี่รักเธอที่สุดนะ รักเธอคนเดียวเลย”“อื้อ แน่สิคะ พี่ต้องรักเค้าคนเดียวอยู่แล้ว” เสียงเพลงพูดหลังจากยกสองแขนคล้องคอคนพี่ปากสวยๆ ที่กำลังคว่ำงอทำเอาธามอดใจไม่ไหวจุ๊บบบ!!ปากหยักกดจูบหนักๆ ด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ!!”“เด็กอะไรทำไมมันขี้อ้อนขนาดน
วันรุ่งขึ้น ธามพาเสียงเพลงมาที่บ้านของตนเอง บ้านที่ตัวเองแทบจะไม่ได้กลับมาเลยในช่วงหลังๆ ช่วงที่ติดแฟนนี่แหละ“เป็นไร...” คนตัวโตถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของคนข้างๆ ดูแปลกไปจากเดิม“เข้าบ้านแฟนครั้งแรก แอบตื่นเต้นค่ะ”“เลอะเทอะ!!” ธามบอกแล้วโยกศีรษะเล็กๆ ของแฟนสาวไปมาอย่างเอ็นดูจะมาตื่นเต้นอะไร ถึงจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่คนในบ้านนี้ไปหาตัวเองมาตั้งหลายครั้งแล้ว ทั้งพ่อแม่และพี่สาว ตั้งแต่ได้รับอนุญาตก็แวะเวียนไปหาเสียงเพลงอยู่บ่อยครั้ง จนเรียกได้ว่าสนิทกันไปหมดแล้วก็ว่าได้“แต่บ้านพี่ใหญ่มากเลย” เสียงเพลงพูดขึ้นหลังจากมองไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่ตรงหน้าอย่างพิจารณา“อยากมาอยู่มั้ยล่ะ...”“ไม่เอาอะ เค้าไม่ชอบเลยบ้านหลังใหญ่ ขี้เกียจเดิน” คนตัวเล็กตอบด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วลงจากรถแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวขาเดิน รถอีกคันที่กำลังแล่นเข้ามาก็ทำให้ธามยกยิ้ม ต่างจากเสียงเพลงทีกำลังขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่าเคยเห็นรถคันนี้แล้วทุกอย่างก็เฉลย“พี่ดล...” คนตัวเล็กเรียกคนที่เพิ่งเปิดประตูรถลงมาเสียงเบาแล้วหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มของตัวเองที่ยืนยิ้มอ่อนอยู่ข้างๆ“เพิ่งมาถึงก
ประตูรถคันสีดำสนิทถูกเปิดออกทันทีที่ถึงที่หมายปลายทาง ใบหน้าเคร่งขรึมของเจ้าของรถจ้องมองไปยังคนที่นั่งหน้าหงิกงออยู่บนรถอย่างเอาเรื่อง“ลงมา!” ภาดลบอกเสียงแข็งจนคนที่นั่งอยู่ด้านในสะดุ้งตกใจแต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ไม่คิดจะขยับลงจากรถตามที่อีกคนต้องการ“จะลงดีๆ หรือให้ลาก” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่เพราะเธอรู้ว่าเขาทำจริง และเขาเคยทำมันมาแล้ว ปริ้นซ์จึงยอมลงจากรถแต่โดยดีขาเรียวเดินกระแทกผ่านร่างหนาไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความคุ้นเคย ภาดลถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินตามเข้ามาความเงียบเข้าครอบงำทั้งสอง จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงจุดหมาย ปลายนิ้วเรียววางทาบลงเพื่อทำการเปิดประตูหน้าห้อง และพาตัวเองเข้ามาในห้องทันที“มาคุยกันก่อนปริ้นซ์” ภาดลที่ตามเข้ามาก็เห็นว่าหญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่แล้ว เขาไม่รอช้ารีบตามเข้าไปก่อนที่เธอจะล็อคประตู“ปริ้นซ์ไม่อยากคุยตอนนี้”“จะตอนนี้หรือตอนไหนก็ต้องคุย มาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงที่ดังคล้ายตวาดทำให้ปริ้นซ์ต้องเม้มปากแน่น หันกลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่เตียงนุ่มเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร เขาอารมณ์ร้อนและบางครั้งก็ควบคุมตัวเองไม
“เดี๋ยวก่อนพี่ธาม” เสียงเพลงหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองคนตัวโตด้วยสีหน้าบึ้งตึงเขาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง นี่มันมัดมือชกกันชัดๆ“อะไรอีก”“ใครจะไปส่งพี่”“เธอไง ทำฉันเจ็บขนาดนี้ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง” ธามหันกลับมามองคนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนที่มีรอยช้ำให้เธอดูเสียงเพลงยู่หน้าเบาๆ“เมื่อเช้ายังมาเอง
คนที่หล่อที่สุดในมหาลัยอย่างนั้นเหรอ...ในสายตาของเธอตอนนี้ ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะหล่อที่สุดเลยเฮ้อ!เวลาผ่านไปอีกไม่นาน รุ่นพี่คนเดิมก็ประกาศจบกิจกรรมของวันนี้“เจอกันพรุ่งนี้นะ” มัดหมี่บอก เพราะเธอมีธุระที่ต้องรีบกลับไปจัดการเสียงเพลงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างสูงตัวโตเจ้าของเสื้อคล
“พี่...” เสียงเพลงเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่วเบาโลกมันกลมขนาดนี้ได้ยังไงกัน โจรห้าร้อยเมื่อคืนทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ“เธออีกแล้วเหรอ”“ขะ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบละมือจากเสื้อตัวเองมายกมือไหว้ร่างหนาตรงหน้าในทันทีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเขาทำให้เธอใจกระตุกวูบ ริมฝีปากสวยเม้มขบกันด้วยความประหม่าไม่
“ขอโทษค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเก็บผ้าให้ด้วย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากความจริงปรากฏเขาปีนรั้วเข้ามาเก็บผ้าให้อย่างที่บอกจริงๆร่างหนาจิ๊ปากบางๆ พรางลูบไปมาที่ลำแขนตัวเองบริเวณที่ถูกด้ามไม้กวาดกระหน่ำใส่จนเป็นรอยเขียวช้ำ“ก็หนูไม่รู้นี่นา...” ใครมันจะไปคิดกันเสียงเพลงมองดูแขนแกร่งของคนตรงหน้าด้วยคว







