LOGIN“คุณแม่ครับ มีอะไรจะคุยด้วยหน่อยครับ”
ชยันตรัยบอกกับมารดา เมื่อเขาเข้าบ้านมาในตอนสาย ท่านกำลังนั่งให้สาวใช้ประจำตัวช่วยบีบนวดให้อยู่
“มีอะไรหรือ เข้าบ้านเป็นด้วยนะเราน่ะ”
มองค้อนบุตรชายคนโต แต่ตอนนี้ไม่ค่อยจะจี้อะไรมากแล้ว เพราะนางได้หลานสมใจล่ะ จากบุตรชายคนเล็กกับลูกสะใภ้ เลยจะปล่อยชยันตรัยไม่ไปวุ่นวายด้วยมาก พ่อคนนี้ยุ่งด้วยก็ปวดหัว เพราะมันดื้อ
“น้องฉัตรจะลาออกครับ”
เขาชิงฟ้องก่อน เธอยังไม่ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ แต่เขารู้ว่าเธอลาออกแน่ เพราะเรื่องนั้นทำให้เธออยากหนีหน้าเขา...
“รู้แล้วย่ะ”
ท่านว่า แล้วเลื่อนมือไปที่จานขนม เลื่อนมันให้กับบุตรชาย พลางเอ่ยชวนชิม
“นี่ลองชิมสิตาตรัย หนูลีทำคุกกี้อร่อยมาก”
“แม่ครับ แล้วแม่ไม่เดือดร้อนเลยหรือครับ นั่น...คนที่แม่อยากให้เป็นคู่หมั้นกับผมไม่ใช่หรือยังไงกัน จะลาออกแล้วนะครับ”
“แล้วไง?”
เลิกคิ้วพลางมองหน้าของลูกชาย ที่ดูงอเง้าอย่างประหลาด แทนที่จะดีใจที่นางไม่ยุ่งวุ่นวายด้วยแล้ว
“ผม...ไม่อยากเปลี่ยนเลขาใหม่”
เขาว่าเสียงอ่อน
“ผมยังไม่อยากให้น้องไป น้องฉัตรทำงานดีมาก”
“แหม...เขาก็มีบริษัทเขา ตอนนี้หนูอิมเขาก็ท้อง น้องก็ต้องไปช่วยงานพี่ชายเขาสิ จะมัวมาทำงานให้คนอื่นอย่างเราทำไม”
“เขาหลานรักคุณแม่นะครับ ไม่ใช่คนอื่น คุณแม่บอกเองว่ารักน้องเหมือนลูกสาว”
ลูกชายย้อน คุณพัชรอรหัวเราะแล้วยักไหล่ ตามองลูกชายอย่างพินิจ วันนี้ตาตรัยมาแปลก
“เขาเป็นลูกสาวคนอื่น และคงไม่มีทางจะเป็นลูกสาวแม่แล้ว ลูกชายแม่ไม่อยากได้เขา แม่ก็คงจะต้องปล่อยเขาไป”
ชยันตรัยมองหน้ามารดาอย่างเซ็งๆ ดูเหมือนท่านจะไม่ช่วยเขารั้งหล่อนเลย คุณพัชรอรชวนเขาคุยเล่นไปเรื่องอื่น ไม่ได้วกกลับมาสนทนาเรื่องของมยุรฉัตรอีกเลย
จนเมื่อคล้อยหลังลูกชาย ที่กลับไปทำงานแล้ว คนที่เห็นความผิดปรกติของพ่อตัวดี ก็โทรปรึกษาคุณมยุราทันที
“นี่เจ้าตรัยมาคุยเรื่องจะให้ฉันไม่ให้หนูฉัตรลาออก”
“เอ...”
“แปลกๆ นะยัยเหมียว ปรกติน่ะ ใครจะเข้าจะออกไม่เห็นจะแคร์ ยิ่งกับหนูฉัตรตอนแรกต่อต้านมาก จะให้ฉันย้ายน้องไปอยู่แผนกอื่น กล่อมให้ฉันเลิกคิดที่จะให้น้องมาทำงานเลขาจับผิดด้วยซ้ำตอนแรกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะลูกสาวเธอเก่งมาก”
“เธอเห็นว่ายังไงล่ะ ยัยฉัตรจะบอกขายคอนโด แล้วก็ย้ายกลับมาทำงาน บอกว่าจะมาอาทิตย์หน้านี้”
“เธอรับเลขาใหม่ไปช่วยตาฉายก่อนได้ไหม?”
คุณพัชรอรสังหรณ์บางอย่าง เลยคิดจะรั้งมยุรฉัตรไว้ก่อน
“แหม...ยังไงดีล่ะ”
“เอาน่า...ฉันว่าแพลนของเราที่จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน มันใกล้เข้ามาแล้วล่ะ”
ทางนั้นถึงกับหัวเราะมาตามสาย แล้วบอกว่าเธอจะรั้งไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่รู้จะนานเท่าไหร่นะ คนอย่างลูกสาวเธอถ้าจะทำอะไรแล้วต้องรั้นทำให้ได้ในที่สุด ถ้าเธอไม่ยอมให้มาทำงานที่บริษัทก็เกรงว่าจะไปหาสมัครงานใหม่ที่อื่นได้
พ่อลูกชายตัวดีนี่ละน้า ตอนให้จีบเขาก็ดันไม่เอา รั้งไว้ตั้งสองปี พอน้องจะออกไปจากชีวิต ก็จะให้รั้งเขาไว้เสียอย่างนั้น
เธอมีแววจะได้ลูกสะใภ้อีกคนแล้วแน่ละ
คุณพัชรอรยิ้ม...แล้วต่อสายตรงหาสามีที่ไปทำงานอยู่ที่บริษัท
มยุรฉัตรขาดงานไปสามวัน วันนี้เธอเลยมาทำงาน...พบว่าเจ้านายของเธอไม่ได้เข้ามาที่บริษัท นั่นก็ดี...เธอจะได้ไปยื่นใบลาออกไว้ที่โต๊ะของเขา แล้วกลับออกไปเลย และคงไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้ว
หนี...
ใช่แล้วล่ะ เธอหนีเขา
เรื่องอะไรจะอยู่ อยู่ต่อไปไม่ได้ เธอไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากเผลอ ไปกับเขาอีกแล้ว
สองครั้งนั้นก็น่าจะเกินพอ
เธอย่นจมูกน้อยๆ เมื่อพิมพ์ใบลาออก แล้วพรินต์มันออกมา เหตุผลในการลาออก...ใส่ไว้ว่าเหตุผลส่วนตัว เธอไม่แคร์หรอกถ้าทางบริษัทจะคิดค่าปรับเธอถ้าออกแบบทิ้งงาน เธอจ่ายเงินซื้ออิสระให้กับตัวเองได้ การมาทำงานกับเขาไม่ได้ทำให้เธอจนหรือรวยกว่าที่เธอเป็น มยุรฉัตรมีเงินอยู่แล้ว และเธอก็ไปทำงานกับบริษัทครอบครัว ไม่ได้ไปที่ไหน ที่จะมาซักประวัติการทำงาน ยังไงเธอก็ได้งานอยู่แล้ว
เธอวางมันบนโต๊ะของเขา พร้อมกับเอ่ยเสียงหวาน...กับใบลาออกฉบับนั้น
“ลาก่อนนะคะ รองตรัย ลาแล้วลาเลยตลอดชาติ”
ก่อนที่เธอจะได้เก็บของอย่างใจคิด ก็มีเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้นเสียก่อน เธอกดรับสาย ท่านซีอีโอชยันต์นั่นเอง
“หนูฉัตร ขึ้นมาหาน้าหน่อยสิครับ”
“เอ่อค่ะ”
เธอจำต้องเดินออกจากห้องทำงาน เดินไปที่ห้องของคุณชยันต์ เคาะประตูห้องแล้วขออนุญาตเข้าไป ท่านกำลังยิ้มแย้มแจ่มใสรอเธออยู่ตอนนี้
“มีอะไรให้ฉัตรรับใช้คะ”
“มีสิ มีมากด้วย”
คุณชยันต์กระแอม แล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล
“น้าอยากให้หนูมาช่วยงานหน่อยสักเดือนหนึ่ง ได้ไหม?”
“เอ่อ...คะ?
ค่อนข้างจะงงๆ นิดหน่อย เธอเป็นเลขาของชยันตรัย แล้วทำไมคุณชยันต์ถึงต้องเรียกตัวเธอมาทำงานด้วย ในเมื่อท่านก็มีเลขาส่วนตัวอยู่แล้วถึงสองคนด้วยซ้ำ
“พอดีว่า คุณแอ๋วเขาลาพักร้อนน่ะ น้าเลยไม่มีคนทำงานให้เลย”
“แล้วคุณตรัย”
“อ้อ ไม่เป็นไรหรอกเจ้าตรัยน่ะ มันเก่ง น้าจะให้มันฝึกหาเลขาใหม่เอาสลับกับหนู”
“เอ่อ...”
“ได้ไหม น้ามองไม่เห็นใครจริงๆ นอกจากคนเก่งอย่างหนูฉัตร มาทำงานให้น้าแบบนี้เดี๋ยวน้าจะขึ้นเงินเดือนให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
ลองล่อด้วยเงินดู แล้วตบท้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทรงอำนาจ สั่งนิดๆ บังคับหน่อยๆ ตามแบบของเขา
“น้าเห็นความสามารถของหนูฉัตรว่าจะช่วยน้าได้มาก อีกอย่างหนึ่งไอ้ลูกชายตัวดีคงทำให้หนูฉัตรอึดอัด เลยโยกมาช่วยงานน้าก่อน จริงๆ น้าอยากได้หนูมาช่วยงานนานแล้วนะ ถือโอกาสนี้เลย เจ้าตรัยมันค้านไม่ได้หรอก น้ารู้ว่าวันหนึ่งหนูฉัตรจะต้องลาออกจากที่นี่ไปช่วยงานที่บริษัทคุณเหมียวแต่ถือว่าช่วยน้าส่งท้ายได้ไหม? หนูฉัตรจะได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ด้วย”
“ก็ได้ค่ะ”
ขอร้องมาแบบนี้ แผนใบลาออกต้องพับไปก่อนสินะ มยุรฉัตรย่นจมูกน้อยๆ แล้วพนมมือไหว้ขอบคุณเขา ที่เปิดโอกาสให้กับเธอได้ทดลองทำงานกับซีอีโอ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เหมือนการทำงานกับชยันตรัย
เธอปิดประตูห้องผู้บริหารก่อนจะถอนใจ ตามองไปยังโต๊ะทำงานหน้าห้อง...คุณแอ๋วยังนั่งทำงานอยู่ ดูค่อนข้างจะยุ่งเล็กน้อยกำลังคุยกับเลขาอีกคน คงไม่สะดวกถ้าเธอเข้าไปขอคุยด้วย
มยุรฉัตรตกลงกลับไปที่ห้องทำงานของเธอและชยันตรัย เธอกับเขาทำงานในห้องเดียวกัน เพราะจะได้ง่ายกับการทำงาน เหมือนวลาลีกับชยางกูรก็เช่นเดียวกัน เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นว่าเขามาถึงแล้ว และกำลังอ่านใบลาออกของเธออยู่
“จะลาออกเหรอ?”
เสียงทุ้มนั้นถามอย่างไม่พอใจ มยุรฉัตรเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะพยักหน้า...เธอก็ลาออกจากตำแหน่งเลขาของเขาจริงๆ นั่นแหละ ลาออกจากเขาไปช่วยงานคุณน้าชยันต์
“ค่ะ รบกวนเซ็นให้ฉัตรด้วยนะคะ”
เธอแกล้งว่าแบบนั้น แล้วเดินด้วยมาดของนางพญาไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทรุดลงนั่งเก้าอี้ แล้วทำแสร้งเป็นเปิดหน้าจอ มือของเธอสั่นนิดๆ นึกหวาดว่าเขาจะทำอะไร...
แต่มีเพียงความเงียบครอบงำ เธอเหลือบตาไปมอง เขายังคงวางใบลาออกของเธอทิ้งไว้ ไม่ยอมจับมันอีก หน้าคมสันงอง้ำ เธอแอบกลอกตา นึกสมน้ำหน้าเขาที่โดนเธอขัดใจ หึ...ปล่อยให้โมโหไปนั่นแหละ
เธอรับปากคุณชยันต์แล้ว จะยังไงก็ต้องอยู่ต่อ แค่อยู่คนละห้องกับเขา และคงไม่ได้มาวุ่นวายกัน เพราะเธอจะย้ายห้องทำงานละ ส่วนเขาก็มีเลขาคนใหม่มาทำงานแทนเธอ
“ทำพรีเซนต์ให้ผมหน่อย”
เสียงห้วนเอ่ยสั่งงาน เธอรับคำเขา แปลกใจเหมือนกันที่เขาไม่พูดอะไรต่อ
ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานของตัวเอง เฉียดโต๊ะทำงานของมยุรฉัตรไปล็อกประตูห้องทำงานของเขาและเธอ...
เพราะความที่มัวแต่พิมพ์งานตามที่เขาสั่ง เธอเลยเพ่งสมาธิไปหน้าจอ จนไม่ได้สังเกตว่าเจ้านายทำอะไร นึกว่าเขาจะเคืองเธอจนออกไปนอกห้องด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินเสียงคลิกของล็อกที่ถูกกดปิด จึงหันไปมองหน้าเขาเหมือนจะเป็นคำถาม
หน้าของเขาบึ้งมาก ตาก็ดุมาก
เขาเดินตรงดุ่มมาที่เธอ แล้วมยุรฉัตรก็ลอยขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่ทันตั้งตัว
“ขอบใจนะที่มาช่วยอะยัยฉัตร เอ่อ...คุณตรัยด้วยนะคะ” พิชาภาจับมือคนทั้งสองอย่างยินดี ตอนนี้เรื่องวุ่นๆ ของเธอจบลงแล้ว และสามีของเธอก็ยอมหย่าแล้ว เพราะจำนนด้วยหลักฐาน ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ตัวเองใช้พิชาภาบังหน้ากับครอบครัว รวมถึงสถานะทางสังคมด้วย ใครจะไปยอมให้หลอกใช้กัน พอแค่นี้ “ไม่เป็นไรเพื่อนกันน้อยกว่านี้ได้ไง” มยุรฉัตรว่า เธอเป็นคนวางแผนหาเด็กมาปรนเปรอสามีของพิชาภา แล้วก็ไปจับโป๊ะในม่านรูดจับได้คาหนังคาเขาและคาเตียง ทุกอย่างเลยจบที่การเจรจาหย่า ดีกว่าจะให้เธอเอาไปแฉ “ขอให้รักของเพื่อนสมหวังด้วยนะ เอ อาจจะไม่ต้องอวยพร สมหวังแล้วนี่นา” พิชาภามองคนทั้งสองสลับกัน มยุรฉัตรมีทีท่าเขินอาย ขณะที่ชยันตรัยโอบเธอเข้าหาตัวต่อหน้าพิชาภาที่กำลังยืนยิ้มกับความรักของเพื่อน “สมหวังแล้วครับ” ชยันตรัยตอบแทน มยุรฉัตรเลยตีแขนเขาเบาๆ หน้าแดงก่ำ ไม่ต้องพูดก็พอจะรู้หรอก เพื่อนบินมาถึงเชียงใหม่พร้อมกับเจ้านาย นอนห้องเดียวกันอีกต่างหาก “งานแต่งของเราชวนคุณพิชมาด้วยสิ น้องฉัตร” “จะแต่งแล้วเหรอคะ?” พิชาภาอุทาน มยุรฉัตรเองก็ตกใจ เธอเ
เสียงแก้วไวน์ชนกันเบาๆ มยุรฉัตรมองคนที่รินไวน์ให้ตาวาวหวาน วันนี้มาดื่มกับรับประทานอาหารเย็นที่ห้องของเขา เขาบอกให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมื้อพิเศษของเรา มยุรฉัตรเลือกชุดขาวสีงาช้างแบบเปลือยหลัง สายข้างหลังเป็นเพรชห้อยลงมากลางหลังขาวผ่อง ชายกระโปรงยาวครึ่งน่องแต่ผ่าขึ้นสูง ตัวเสื้อด้านหน้าเว้าอวดร่องอกเล็กน้อย ผมยาวเกล้าขึ้นเป็นมวยสูง ปล่อยลูกผมลงมานิดหน่อยให้มีเลเยอร์ เลือกแต่งหน้าด้วยโทนสีน้ำตาลและแดง ปากเน้นลิปสติกสีมะเหมี่ยว ขับให้ใบหน้าสว่าง และทำให้เธอสวยเซ็กซี่มาก สายตาของชยันตรัยมองเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไป มองทีไร คนสวยของเขาก็บาดใจทุกหน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดว่าตัวเองยั้งใจได้ยังไง ไม่ให้แตะต้องผู้หญิงข้างกายนี้ได้ถึงสองปี มันเป็นเวลาบ่มเพาะความสัมพันธ์ความรู้สึก และทำให้แน่ใจแล้วว่า เขาจะทิ้งความโสดทั้งหมดไว้กับเธอ “รู้ตัวไหมว่าสวยมาก” “ก็รู้อยู่ค่ะ” ตอบแบบไม่ถ่อมตัว เธอรู้ตัวนี่นา ว่าทั้งหน้าตามันสมอง เธอก็ไม่เป็นสองรองใคร ฐานะเงินทองเธอก็มีพร้อม “ไม่มีถ่อมตัวเลยนะ คนสวยของพี่” “ตอนนี้กลายเป็น
สี่วันต่อมา... คุณชยันต์เรียกเธอเข้าห้องแต่เช้า สีหน้าของท่านดูยิ้มแย้มแจ่มใสมาก นัยน์ตาดูอ่อนโยนกว่าปรกติ เมื่อมองหน้าของ มยุรฉัตร “มีอะไรให้รับใช้คะ” “น้าไม่มีงานอะไรให้หนูทำแล้ว เพราะลูกชายน้าเขาขอตัวหนูคืน” “เอ่อ รองตรัยกลับมาแล้วหรือคะ” “กลับมาแล้ว มาถึงพอรู้ว่าพ่อโยกเลขามาทำงานด้วย ก็โวยใหญ่ น้าเลยต้องคืนให้เขา ส่วนเรื่องเงินเดือนอะไร น้าขึ้นให้แล้วก็ขึ้นให้เลย” เสียงเคาะประตูห้องดังก่อนที่มยุรฉัตรจะทันได้ตอบอะไร ท่านเอ่ยอนุญาต แล้วคนเคาะก็เปิดประตูเข้ามา “พูดถึงก็มาพอดีเลย” “ผมมาขอรับเลขาของผมคืนครับพ่อ” ชยันตรัยว่า แล้วหันมายิ้มให้กับมยุรฉัตรที่มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ “รองตรัย” “ขอไปก่อนนะครับพ่อ” บอกกับบิดาเสร็จ เขาก็อุ้มเธอต่อหน้าท่านเลย มยุรฉัตรร้องเบาๆ อย่างตกใจ แล้วโอบรอบคอเขาไว้อย่างกลัวตก “ไปเคลียร์กันที่ห้องทำงานของเรา” “ค่ะ” อายก็อาย แต่ก็จำต้องซบกับอกเขา เขาทำแบบนี้ ก็ต้องรับผลที่จะตามมานะ เธอไม่รู้ด้วย
พี่ต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่กับคุณน้า ช่วยดูแลงานทางนั้น ห้ามดื้ออีกนะ ข้อความที่เขาส่งมา เธอเปิดอ่านในตอนสาย มยุรฉัตรแลบลิ้นใส่ข้อความที่เธอเห็นที่หน้าจอ ราวกับมันเป็นตัวแทนเขาอย่างนั้นแหละ เขามันคนบ้า ที่ยอมบินไปกลับรวมๆ กันแปดชั่วโมงเพื่อมาอาละวาดเธอด้วยการ... คิดแล้วก็หน้าร้อน แล้วก็ต้องอุทานเบาๆ เมื่อพบว่าเมื่อคืนเขาไม่สวมปลอกป้องกันและเธอก็อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย เธอนับเวลาแล้วรีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมารับประทานก่อน ก็เธอยังไม่อยากมีลูกนี่...มีลูกกับเขาไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเป็นยังไง มยุรฉัตรถอนใจน้อยๆ วันนี้วันทำงานแต่เธอเพิ่งตื่นเอาตอนสิบโมง เขาบอกว่าเขาอนุมัติให้เธอลางานไม่ต้องไปทำงาน แต่...เธอจะต้องแจ้งเจ้านายเธอจริงๆ คือคุณชยันต์ต่างหาก เขายังไม่รู้ว่าเธอไม่ได้ทำงานกับเขาแล้ว ถ้ารู้ล่ะ... เฮ้อ... เขามันคนเพี้ยนสติไม่ดี มยุรฉัตรมองจ้องรูปโปรไฟล์ของเขาในแชตไลน์ กำลังจะพรมนิ้วพิมพ์ตอบเขา หมั่นไส้ที่เขาสั่ง แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเขาโทรไลน์เข้ามาทำให้เธอต้องกดรับ “ถึงแล้วเ
อีกสามวันต่อมา มยุรฉัตรลงสตอรี่นั่งกอดคอกับเพื่อนรักอย่างพิชาภา สองสาวนั่งกันที่ริมทะเลบางแสน และมีอดีตเพื่อนมาเข้าเฟรมอย่างบังเอิญ สองสาวทักทายเพื่อนสมัยเรียนโทที่อังกฤษ กอดคอกันถ่ายรูปอัปสตอรี่ เพื่อนชายหอมแก้มมยุรฉัตร เรียกเสียงกรี๊ดจากพิชาภา ขำๆ สนุกสนานกันไป และรูปและคลิปก็ว่อนในเฟซของมยุรฉัตรที่เพื่อนของเธอแท็กมาให้ มีใครบางคนเห็นแล้วเกิดอาการอยู่ไม่ติด ผุดลุกผุดนั่ง นิ้วจิ้มโทรศัพท์รัวๆ และเขาก็ออกมาจากบ้านของน้าสาวที่พักอยู่กับมารดา บอกกับท่านว่าจะกลับมาธุระที่เมืองไทยแล้วจะรีบกลับมา คุณพัชรอรไม่ทันห้าม มองตามลูกชายอย่างงงๆ ว่าจะขยันไปกลับอะไรขนาดนั้น ทำยังกับฮ่องกงเป็นปากซอยอย่างนั้นแหละ ใครจะไปอยู่ได้กัน เมียเขาโดนหอมแก้ม ไลน์ก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ! เวลาเดินทางราวสี่ชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา ถ้าใจมันจะอยากมาเคลียร์ ชยันตรัยเม้มปากแน่น ความเดือดนั้นไม่จางลงเลย คอยดูเหอะ...ตัวแสบ พี่จะจัดให้แซ่บจนหายดื้อเลย “ตามแผนนะ แกจะต้องโอเคยัยพิช” “ขอบคุณมากๆ นะสำหรับทุกอย่าง วันเดินแผน แกต้องไปด้วย
“เรื่องของแกมันเป็นยังไง” พิชาภามองเพื่อนรัก ที่มีสีหน้าเหนื่อยๆ สายตาไม่สดใส ก็ถอนใจแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน “เอาเรื่องของแกก่อนมะ ยัยฉัตร” หนนี้มยุรฉัตรเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร? ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไร” “รองตรัยสุดหล่อ แบดบอยเจ้านายแกไง ยังไงไหนเล่า? บอกมาให้หมดนะห้ามกั๊กนะยัยฉัตร” “ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย” พูดไปดวงตานั้นก็เริ่มเบิกโตขึ้นนิดๆ หรือว่า ยัยพิชเห็นอะ? ก็ไม่นะ กลับเข้าห้องมาเพื่อนยังนอนอยู่เลย “ไม่มีอะไร” พิชาภาจ้องเพื่อนตาเขม็ง “เอาความจริง” “ก็...เขาอยู่ฮ่องกงนะตอนนี้” “งั้นเมื่อเช้าก็ผีเหรอ ที่ฉันเห็นนอนซุกนมแกอะ นั่นรองตรัยชัดๆ บอกมานะยัยฉัตรมันยังไง” “คือ...” ก่อนจะได้อธิบายอะไรโทรศัพท์ของมยุรฉัตรก็ดังขึ้น เธอคว้ามารับโดยอัตโนมัติ เสียงนั้นดุห้วนมาตามสาย “น้องฉัตร” “อะ เอ่อ...รองตรัย” “ห้ามหนีไปเที่ยวไหนอีกนะ ห้ามลาออกจากบริษัทของเรา” “คือ” “พี่เหนื่อยกับเธอมากนะ อย่าทำให้พี่เหนื่อยไปมากกว่านี้เลย”







