Se connecterเวลา17.00น. ถนนตามข้างทางเต็มไปด้วยดอกหญ้าสีขาวเรียงรายเป็นแถวเวลาลมพัดเกสรของดอกหญ้าก็ปลิวสไหวตามลม นานา เปิดหน้าต่างเท้าคางชะเง้อหน้ามองตามเพียงแค่นี้เธอรู้สึกมีความสุข ภาพต่างๆ ในหัวสมัยเด็กก็โล้ดแล่นผ่านมาเข้ามาเพียงแค่คิดรอยยิ้มหวานก็ผุดขึ้นบนกรอบใบหน้าสวย หกปีก่อน พลั๊ว! ตุ๊บ! ตั๊บ! เสียงระรัวหมัดใส่กันดังระนาวอยู่ด้านหลังของโรงเรียนมัธยม " หยุดนะ! ฉันบอกให้หยุดไง" พลั๊ว กำปั้นเล็กซัดใบหน้าของเพื่อนชายในวัยเดียวกันจนร่างของเขาเซถลาตามแรงต่อย ขาเรียวกระโดดถีบซ้ำจนเพื่อนอีกคนที่กำลังตะลุมบอนล้มตึงหงายหลังไปกับพื้น "โอ๊ย! อีนานา มึงถีบกู" "เออ! แล้วจะทำไม เข้ามาสิถึงกูเป็นผู้หญิงกูก็สู้ไม่ถอยนะเว้ยไอ้พวกหมาหมู่ มาลุมคอปเตอร์แบบนี้ได้ยังไงเขาตัวคนเดียวแต่ดูพวกมึงสิมีกันตั้งสามคน กูจะฟ้องคุณครู " นานาตะโกนแผดเสียงดังลั่นด้วยความไม่กลัวถลกเเขนเสื้อและกระโปรงเตรียมรับมือพวกเพื่อนนักเลง คอปเตอร์ทรุดลงนั่งกับพื้นใบหน้าบวมช้ำเล็กน้อย "อีทอม เก่งนักนะ กูไม่อยากรังแกผู้หญิงฝากใว้ก่อนเถอะ" เพื่อนนักเลงชี้หน้าด่าก่อนจะพากันเดินออกไปจากอาคารด้านหลังของโรงเรียน บริเวณแถวนี้เป็นป่าหญ้ารกทึบจึงไม่ค่อยมีใครเดินเพ่นพ่านมากนัก "คอปเตอร์เป็นไงบ้าง ดูสิหน้าช้ำหมดแล้ว เราจะไปฟ้องคุณครู" "อย่า..." คอปเตอร์ดึงมือเพื่อนสาวเอาใว้ความเลือดร้อนในวัย15ปีกำลังพุ่งพ่านแต่ที่มีเรื่องกันก็เพราะความอ่อนแอของเด็กชายเอง เพราะเขาขี้กลัวและขี้ขลาดมันก็เลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นบ่อยคอปเตอร์จึงโดนจิ๊กโก๋หลังห้องแกล้งเป็นประจำ แต่ที่นานาตามมาเจอก็เพราะมีเพื่อนมาบอก "ถ้านายขี้ขลาดขนาดนี้มาเป็นเบ้เราเลยไหมเดี๋ยวเราดูแลนายเอง นายโดนต่อยเราก็ซัดหน้ามันคืนนายโดนเตะเราก็กระโดดถีบมันคืนให้" นานาพูดด้วยความภูมิใจปั้นหน้ายิ้มแย้มเอ่ยอย่างผู้ชนะถึงแม้เธอจะตัวเล็กแต่เธอก็ไม่เคยยอมใครและเพราะเหตุนี้ นานาจึงถูกตั้งฉายา ยัยทอมบอย สาวห้าวประจำชั้น ม.3/1 "ไม่อะ เราอยากเข้มแข็ง เราอยากดูแลนานาเธอเป็นผู้หญิงสู้พวกมันไม่ได้หรอก ต่อไปนี้เราจะไม่อ่อนแอ จะไม่ยอมถูกโดนรังแกอีก" คอปเตอร์ ชกอกอย่างผู้มีชัย เด็กชายใส่แว่นหนาเตอะคนนี้จะไม่ยอมอ่อนแออีกต่อไป "ดูเสื้อผ้าตอนนี้สิเปื้อนหมดแล้วแถมหน้าก็ช้ำจะบอกพ่อกับแม่นายว่ายังไง" นานาถอนหายใจอย่างคิดไม่ตกถ้าเกิดพ่อกับแม่รู้กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่แต่ถ้าโกหกจะบอกพวกท่านว่ายังไงดี "เอาเถอะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เดี๋ยวเตอร์รับรับมือเองเรายอมถูกลงโทษ แต่เราจะไม่ทำให้นานาเดือดร้อนมันเป็นเพราะเราอ่อนแอเองเเหละ" คอปเตอร์คอตกยอมรับชะตากรรมเขาจะต้องถูกพ่อแม่ดุและถูกต่อว่าและบางทีอาจจะถูกกักบริเวณทั้งที่เขาก็ไม่ใช่คนเริ่มก่อนด้วยซ้ำ "ไม่เอาคอปเตอร์ไม่ผิดเราจะอธิบายให้คุณลุงกับคุณป้าเข้าใจเอง ถ้าจะถูกลงโทษเราก็ต้องโดนด้วยเพราะเราก็ทำร้ายพวกมันเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับบ้านกันเถอะนะมันเริ่มจะมืดแล้ว" ตอนนี้เป็นเวลา 17.00น. ที่คอปเตอร์ถูกทำร้ายก็เพราะมาเตะฟุตบอลกับเพื่อนแต่ถูกเขม่นและจ้องหาเรื่องมาตั้งแต่ขึ้นม.1 เพราะเขาอ่อนแอและขี้กลัวก็เลยโดนเพื่อนนักเลงจ้องหาเรื่องประจำแต่ต่อจากนี้คอปเตอร์ให้คำมั่นสัญญาเขาจะไม่อ่อนแอ เขาจะดูแลปกป้องนานาเอง เอ๊ยดอ๊าด เสียงปั่นจักรยานคันเก่าโซ่ดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะ สองหนุ่มสาวซ้อนท้ายปั่นจักรยานกลับบ้านแบบนี้ทุกๆ วันลมยามเย็นพัดโชยมาเป็นระลอกเกสรของดอกหญ้าก็ปลิวสไหวตามลม เกสรสีขาวลอยละล่องตามอากาศหญ้าคาข้างทางก็สบัดพลิ้วไหว กึก! "คอปเตอร์จอดทำไม นายจะไปไหน" เสียงตะโกนดังลั่นตามหลังเด็กชาย คอปเตอร์จอดรถจักรยานวิ่งลงไปข้างทางนานาชะเง้อมองตามเด็กชายด้วยความไม่เข้าใจแต่ผ่านไปซักพักเข้าก็กลับมาพร้อมดอกไม้ในมือ "อ่ะ! นี้ถือใว้" (* *) "ดอกรักหรอ" (><) "อือ! " (^^) "คอปเตอร์ให้เรา" นานายิ้มแป้น ยิงฟังครบสามสิบสองซี่ด้วยความเขินอาย เขาให้ดอกรักก็เปรียบสเหมือนการบอกรักทางอ้อม ผ่านชื่อของมัน นี้คือความเข้าใจเพียงคนเดียวของนานา "เปล่า...ถือให้เราหน่อยจะเอาไปให้แม่ร้อยพวงมาลัย มาขึ้นรถกลับกันได้แล้ว" ใบหน้าหวานเจื่อนลงเล็กน้อยรอยยิ้มที่มีก็กลายเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนแทนที่ ~นี้เธอเข้าใจผิดอีกแล้วหรอ ~ เสียงพูดคุยเจื้อยเเจ้วเอื่อยเฉื่อยไปตามถนนคลอเคล้าไปกับเสียงของหมู่จักจั่นเรไร เหล่าฝูงนกกาบินกลับรัง ท้องฟ้าสีครามเริ่มเปลี่ยนสีมืดครึ้ม พระอาทิตย์ก็เริ่มอัสดงแสงสีทองส่องสว่างค่อยๆ หายลับขอบฟ้า ร่างเล็กที่นั่งซ้อนจักรยานคันเก่า พร้มกับดวงตาใสแป๋วที่จ้องมองแผ่นหลังเพื่อนชาย ในช่วงของความทรงจำเขายังคงเป็นที่หนึ่งของเธอเสมอถึงแม้...จะเป็นได้แค่คนอยู่ข้างนอกหัวใจก็ตามที
ในช่วงเช้าตรู่ปึก!!สัมภาระข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถูกบรรจุใส่ในรถยนต์ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปตามจุดหมายปลายทางที่นัดกันใว้ทริปที่จะเที่ยวกันในครั้งนี้ก็คือล่องแพจังหวัดกาญจนบุรี ทริปเที่ยวสองวันกับอีกหนึ่งคืนตามที่นานาและเพื่อนๆ ได้ลงมติกันใว้เรียบร้อยเมื่อเรียนเหนื่อยก็ต้องหาเวลาเที่ยวเวลาพักผ่อนสมองบ้างเพื่อที่จะได้ไม่เครียดมากจนเกินไป" พวกมึงถึงไหนกันแล้วกูขับรถออกมาจอดรอตรงปั๊มน้ำมันหน้ามหาลัยรีบออกมากูกับนานารออยู่ "" เอ่อ กูกับไอ้พายุใก้ล้ถึงแล้วอีกไม่เกินห้านาที"สปรีดโฟนถูกเปิดผ่านลำโพงรถยนต์พร้อมกับเสียงตอบรับบอกว่าใกล้ถึงแล้วพร้อมกันนั้นร่างบางอรชรก็เดินกลับมาจากร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกับขนมนมเนยเครื่องดื่มเต็มไม้เต็มมือจนคอปเตอร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว" นี้เราพกลูกหมูไปเล่นน้ำด้วยหรอกินไม่หยุดปากเเถมของกินก็เยอะเชียว " คอปเตอร์ไม่พูดเปล่าแต่ยื่นมือออกไปหยิกแก้มป่องเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยว" ใครบอกลูกหมูเราเป็นลูกแมวน้อยต่างหาก เมี๊ยว! " ท่าทางขี้อ้อนแถมทำมือประกอบตามมันยิ่งทำให้คอปเตอร์หมั่นเขี้ยวแทบจะทนไม่ไหวได้แต่อดกลั้นมันเอาใว้ภายในใจลึกๆ"แล้วนานาอยากเป็นกวาง
ภายในรั้วมหาลัยที่นักศึกษาต่างกำลังชุลมุนวุ่นวายกับการจัดกิจกรรมแต่กลุ่มของคอปเตอร์กับกำลังวุ่นวายว่าจะจัดทริปไปเที่ยวที่ไหนดี" กูว่าไปเที่ยวนี่ดีไหมว่ะ " เสียงดีดนิ้วดัง แปะ ของพายุพร้อมกับร่างที่ลุกขึ้นยืนจนเพื่อนๆ ต่างตกใจยืดคอมองตามคนโปรยตั้งคำถาม" อะไรของมึงว่ะไอ้ยุ " ลีโอชะเง้อหน้ามองตามร่างสูงโปร่งด้วยความไม่เข้าใจ" ไปแคมปิ้งขึ้นดอยเก็บชาเขียวกันแถมได้ชมธรรมชาติด้วยนะพวกมึงสดชื่น " พูดพร้อมกับทำท่าทางประกอบแบบฮอล์คูล" สดชื่นพ่อง มึงก็อยู่แต่กับป่านะแหละอยากจะชวนแต่พวกกูไปลำบาก ไอ้สัสพอเลยถ้าแบบนั้นไปกลับไปเก็บส้มที่สวนผลไม้บ้านมึงเลยดีกว่านะกูว่า " คอปเตอร์พูดโพล้งขึ้นมาขัดจัวหวะแบบกระชั้นชิดโดยที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง" งั้น ไปล่องเเพกันไหม ไปเที่ยวน้ำตกไรงี้ "นานาออกความคิดเห็นดวงตากลมโตเป็นประกายวิปวับเธอชอบธรรมชาติแถมได้ฟิวเหมือนได้กลับไปเที่ยวแถวบ้านนอกตอนไปเล่นน้ำในคลองอีกด้วย" ก็ดีนะถ้านานาอยากไป " คอปเตอร์เอ่อออห่อหมกโดยไม่เถียงสักคำทำเอาพายุโวยวายยกใหญ่บอกว่าไม่ยุติธรรม" แต่กูไม่ไป " ปอเช่เอ่ยคำปฏิเสธโดยไม่คิดหน้าคิดหลังพร้อมกับย้ำคำพูดหนักแน่น "กูร้อนไม่ถูกกับแ
แค่เพียงได้เห็นใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้มอาบเปื้อนอยู่บนใบหน้า ใจที่เคยเหี่ยวเฉาก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนนี้แค่เพียงได้มองมันก็เหมือนโลกทั้งใบสดใสคอปเตอร์ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรเพราะความใกล้ชิดและตัวติดกันตลอดจะมีห่างบ้างก็ตอนที่เขาไปมีปฏิสัมพันธ์กับสาวอื่นแต่ถึงอย่างนั้นคอปเตอร์ก็ไม่อยากให้นานาน้อยใจเหมือนกับสมัยตอนยังเด็ก" นาจะกินอะไรอีกไหมหรือจะเอาชาเขียว "หลังจากที่กินหมูกะทะอิ่มขณะขับรถกลับห้องพักคอปเตอร์ก็ง้อนานาด้วยของกินถึงแม้เธอจะไม่พูดแต่เขาก็ดูออกว่าเธอกำลังงอนสิ่งเดียวที่ง้อแล้วหายก็คือตามใจปากเธอด้วยของอร่อย" ไม่เอาเราอิ่มแล้วท้องจะแตกแถมน้ำหนักขึ้นด้วย เดี๋ยวอ้วน""อ้วนสิน่ารักจะตายโดยเฉพาะแก้มเธอเนี่ย "" อื้อ ออปเออร์อันอราย"เสียงอู้อี้ขัดใจในยามที่มือสากยกขึ้นมาบีบแก้มยุ้ยเล่นใบหน้าหวานหน้ายู้ปากจู๋จนคอปเตอร์อยากจะก้มแนบปากตัวเองเข้าไปสัมผัสแต่เพราะขับรถจึงเล่นมากกว่านี้ไม่ได้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ได้แต่คิดในใจถ้าถึงห้องเมื่อไหร่เขาจะจับฟัดแก้มนวลเธอเล่นจนช้ำให้หนำใจเลย" อย่าเล่นสินายขับรถอยู่อันตราย "" คร๊าบบบบ"เสียงขานยาว
" มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา..." เสียงขับขานบรรเลงเพลงดนตรีทำนองเสนาะแว่วดังทั่วทั้งโรงเรียนบวกกับเสียงเจี้ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนมัธมยมที่ต่างมามุงดูการประกวดร้องเพลงและมาร่วมกิจกรรมตามซุ้มต่างๆ วันนี้เป็นวันสุทรภู่จึงไม่แปลกที่เด็กๆ จะดูครื้นเครงเป็นพิเศษเพราะไม่ได้ปวดหัวกับการเข้าเรียนหนังสือ " ยัยนานามานี้ตามฉันมา " ฟางข้าวดึงมือเพื่อนให้เดินตามหลังก่อนที่จะพากันมาหยุดยืนอยู่หลังอาคารเก่าที่ตอนนี้มีเด็กนักเรียนคู่ชายหญิงกำลังแอบยืนคุยกันกะหนุงกะหนิงอยู่ไกลๆ แค่เห็นเพียงข้างหลังเธอก็จำได้ว่าเป็นใคร " แกจะพาฉันมาดูทำไมยัยฟางข้าว " นานาทำหน้างอง้ำปากคว้ำจนแทบจะชนกับจมูกถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่หางตาเธอก็แอบเหล่มองคนทั้งคู่เป็นระยะเพราะความอยากรู้อยากเห็น "หมั่นไส้เขาพากันเข้าร่วมกิจกรรมแต่แอบพากันมาจู๋จี๋เข้าไปขัดจังหวะเลยดีไหม” ฟางข้าวยืนเท้าสะเอวยืดคอ อยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ที่เห็นกรอบแว่นหนาเต๊อะไกลๆ นั้นก็คือคอปเตอร์นานาจำเขาได้แม้เศษเสี้ยวของหน้า ส่วนคนข้างๆ ก็คือน้องน้ำรุ่นน้องที่เพื่อนสนิทแอบชอบด้วยความที่คอปเตอร
เช้าร่างกำยำสมส่วนงัวเงียตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มือไม้สะเปะสะปะคลำหาร่างบางของอีกคนบนเตียงแต่ก็พบแค่เพียงความว่างเปล่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นคอปเตอร์แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปแต่ว่าตอนนี้ภายในห้องนอนกับมีแค่เขาเพียงคนเดียวนี้เธอชิ่งหนีกลับไปที่ห้อง เขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยอย่างงั้นหรือ" นา นานา "เสียงตะโกนเรียกหาเพื่อนสนิทแต่ก็พบแค่เพียงความเงียบดวงตาคมสอดส่ายสายตาไปมาภายในห้องแต่ก็มีไม่มีเสียงตอบรับหรือแม้แต่เศษซากถุงยางที่ทิ้งใว้เกลื่อนกลาดเมื่อคืนก็ไม่มีร่องรอยหลงเหลือ"กลับห้องไปแล้วหรอ โอ๊ยทำไมมันหนักหัวอย่างงี้ว่ะ "เสียงบ่นพึมพำเบาๆ พร้อมกับขาที่ลุกออกจากหรือเตียงนอนเมื่อคืนเขาถูกลีโอกับพายุลากไปกินเหล้าด้วยและรู้สึกจะดื่มหนักแต่ก็ยังจำทุกอย่างได้ ไม่ได้เมาจนเดินเซไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตัวเองทำอะไรเขาคิดว่าไม่ได้ฝันที่ทำทุกอย่างเมื่อคืนล้วนออกมาจากความรู้สึกไม่ใช่เพราะความเมาหรือเงี่ยนเพียงอย่างเดียวแต่ว่าภายในห้องตอนนี้กับมีเพียงแค่ความว่างเปล่าเหมือนกับไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยสักนิด นี้เขาโดนเพื่อนสนิทได้เเล้วก็ทิ้งอย่างงั้นหรอหรือว่าเราจะฝันไปจริงๆ แต่ถ้าหากว่าฝันจริงมันค
" อย่างอื่นที่ว่านี้คืออะไร " คำพูดกำกวมที่ชวนให้คิดแต่ถึงอย่างนั้นนานาก็ไม่ได้อ่อนต่อโลกถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรใบหน้าหวานมีสีหน้าเหนี่ยมอายส่วนอีกคนก็เอาแต่ตะล่อมอยากสัมผัส" มันใหญ่กว่านิ้วเราหลายเท่า ขนาดเราช่วยเขี่ยให้แค่นี้ก็ยังกระตุกเสร็จแล้วแถมน้ำเธอก็ออกเยอะถ้าหากโดนเจ้านั้นเรา.... "" คอปเตอร์ อย่าพูด "ทั้งที่ถามเขาแต่รู้สึกอายมือเรียวนุ่มนิ่มยกขึ้นมาปิดปากเพื่อนสนิทเอาใว้ถ้าหากเปิดไฟดูตอนนี้คงจะเห็นได้ว่าบนใบหน้าขาวผ่องเริ่มออกสีแดงชมพูระเรื่อ" ถ้าอยากรู้สึกดีกว่านี้นาต้องลองเอง "คอปเตอร์ก้มลงไปใช้ปากครอบบนจุกหน้าอกทรงโตโดยไม่รีรอก่อนที่ทุกอย่างบนตัวจะถูกเขาจัดการถอดออกทิ้งจนไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้นใบหน้าหล่อตะล่อมมอบสัมผัสวาปหวามอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปโดยไม่พูดเรี่ยไรให้มากความ กล่องถุงยางถูกแกะออกมาสวมใส่มันเป็นไซส์ขนาดใหญ่ห้าสิบเก้าที่พอเหมาะ" เราจะใส่เข้าไปแล้วนะ "เสียงแหบพร่ายังคงตะล่อมไม่ห่างปลายหัวบานถูกนำมาจ่อพร้อมกับกระชับสัมผัสให้ใกล้ชิดขึ้นกว่าเดิมขาเรียวยาวสองข้างถูกถ่างออกก่อนที่แท่งร้อนจะถูไถค่อยๆ สอดใส่เพื่อทำการเปิดทางกึด!!!อึก!







