LOGINความเงียบสงัดปกคลุมห้องนอนกว้าง จันทร์เจ้าในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของคามินนอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอด้วยฤทธิ์ยาแก้ปวดที่เพิ่งกินไปหลังมื้อเย็น
เธอหลับลึก... แต่สัญชาตญาณนักฆ่าในสายเลือดนั้นไม่เคยหลับ แอ๊ด... เวลาตี 2 ประตูห้องถูกแง้มออกอย่างแผ่วเบา คามินเพิ่งลากสังขารกลับมาจากตรวจงานที่คาสิโน เขาย่องเข้ามาในความมืด ถอดสูทและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองสามเม็ดเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะค่อยๆ สอดตัวขึ้นไปบนเตียงกว้าง เบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากร่างบางที่ครองพื้นที่ไปกว่าครึ่ง เขาโอบกอดเธอจากด้านหลัง ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นกายสาวเพื่อล้างความเครียดสะสมมาทั้งวัน "อื้มมม... หอม..." ฟึ่บ! สัมผัสคุกคามจากด้านหลังกระตุกสวิตช์ป้องกันตัวของจันทร์เจ้าให้ทำงานทันที! ไวเท่าความคิด ร่างบางพลิกตัวกลับด้วยความเร็วระดับปีศาจ มือคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้หมอนตามความเคยชิน แกร๊ก! ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแนบสนิทกลางหน้าผากกว้างของคามิน นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนเตรียมลั่นไกสังหาร! ดวงตากลมโตเบิกโพลงในความมืด ไร้ความงัวเงีย ไร้ความตื่นกลัว มีเพียงแววตาว่างเปล่าและอำมหิตของเครื่องจักรสังหารที่จ้องมองศัตรู คามินตัวแข็งทื่อ ไม่ขยับหนี ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับไหล่อย่างช้าๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แม้เหงื่อกาฬจะซึมฝ่ามือด้วยความทึ่ง... เร็วนรกแตก ทั้งที่เพิ่งเย็บแผลมาหมาดๆ "ชู่ว... ใจเย็นๆ ทูนหัว..." คามินกระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มลึกและมั่นคง "กูเอง... ไม่ต้องกลัว... ผัวมึงเอง" ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ประกายตาอำมหิตค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความสับสนมึนงง จันทร์เจ้ากระพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าใหม่ "บ... บอส?" "เออ... บอสเอง" คามินระบายยิ้มมุมปาก ค่อยๆ เอื้อมมือไปจับข้อมือเธอแล้วกดปากกระบอกปืนลงต่ำ "ทักทายกันโหดไปไหม... จะเป่าสมองเจ้านายตัวเองทิ้งเลยเรอะ" แก๊ง! ปืนร่วงหลุดจากมือจันทร์เจ้าลงบนที่นอนทันทีที่สติกลับมาครบร้อย ความรู้สึกผิดพุ่งชนหัวใจจนหน้าซีดเผือด "ขอโทษค่ะ! บอส... จันทร์... จันทร์ไม่ได้ตั้งใจ!" เธอลนลาน มือไม้สั่น รีบจับหน้าเขาพลิกซ้ายขวาสำรวจ "จันทร์นึกว่า... นึกว่าศัตรู... มันเป็นสัญชาตญาณ... ขอโทษจริงๆ ค่ะบอส!" "เฮ้ยๆ ไม่เป็นไร... ใจเย็นๆ" คามินรวบมือน้อยที่สั่นเทานั้นมากุมไว้แน่น "ดีแล้ว... ที่มึงระวังตัวตลอดเวลาแบบนี้ กูผิดเองที่ย่องเข้ามาเหมือนโจร" "แต่ถ้าฉันเหนี่ยวไกไป..." "มึงก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์บูรพาแทนกูไง ง่ายจะตาย" เขาพูดติดตลกหวังให้เธอคลายกังวล แต่สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นรอยสีแดงจางๆ ที่เริ่มซึมวงกว้างออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงเอวขวา "ฉิบหาย..." คามินสบถลั่น เปลี่ยนเสียงเป็นดุดันทันที "ขยับตัวเร็วเป็นลิงขนาดนี้ แผลไม่ฉีกให้รู้ไปสิ! เจ็บไหมนั่น?" พอโดนทัก ความเจ็บจี๊ดก็แล่นปราดขึ้นมาเล่นงานทันที จันทร์เจ้านิ่วหน้า ยกมือกุมท้อง "ซี้ดด... นิดหน่อยค่ะ... แค่ตึงๆ" "ตึงพ่องสิ เลือดซึมขนาดนี้!" คามินดีดตัวลุกขึ้นตบสวิตช์ไฟหัวเตียงจนสว่างโร่ รีบแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกด้วยความร้อนรน "บอส... ไม่ต้องค่ะ... เดี๋ยวจันทร์ทำเอง..." เธอหน้าแดงแปร๊ด พยายามเอามือปิด "อยู่นิ่งๆ!" คามินสั่งเสียงเฉียบขาด ปัดมือเธอออกแล้วเลิกเสื้อขึ้นดูแผล ผ้ากอซสีขาวมีรอยเลือดซึมออกมา แต่โชคดีที่ไหมยังไม่ขาด "โชคดีนะที่แค่ซึม... ยัยตัวแสบเอ๊ย เจ็บเจียนตายยังมีแรงคว้าปืนมาจ่อหัวกูอีกนะ" เขาบ่นกระปอดกระแปด พลางลุกไปคว้ากล่องปฐมพยาบาลในห้องน้ำออกมา "นอนลง... เดี๋ยวทำแผลให้ใหม่" จันทร์เจ้ายอมเอนตัวนอนลงอย่างว่าง่าย ปล่อยให้คามินบรรจงเช็ดแผลและเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้อย่างเบามือ สัมผัสของเขาละเอียดอ่อนจนเธอแปลกใจ... มือคู่นี้ที่เคยแต่จับปืนฆ่าคน กลับทำแผลให้เธอได้นุ่มนวลราวกับกลัวเธอจะบุบสลาย "บอส..." จันทร์เจ้าเรียกเขาเบาๆ ขณะมองเสี้ยวหน้าคมเข้มที่กำลังจดจ่อกับการแปะเทป "บอสไม่โกรธเหรอคะ... ที่จันทร์เกือบฆ่าบอส" "ไม่โกรธ" คามินตอบห้วนๆ โดยไม่เงยหน้า "แต่กูสงสาร..." "คะ?" คามินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ฉายชัด "สงสารที่มึงต้องมาใช้ชีวิตระแวงแบบนี้... แม้แต่ตอนนอนก็ยังวางใจไม่ได้... กูเองที่เป็นคนสร้างปีศาจในตัวมึงขึ้นมา จันทร์เจ้า" เขาดึงเสื้อเธอลงปิดให้เรียบร้อย แล้วทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างๆ ดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก "กูสร้างมึงให้เป็นอาวุธ เพื่อปกป้องกู... แต่ตอนนี้... กูอยากให้มึงวางอาวุธลง... แล้วเป็นแค่จันทร์เจ้า... ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งของกู" "มันยากนะคะบอส..." เธอกระซิบเสียงเครือ ซุกหน้าเข้ากับอกอุ่น "สิบกว่าปีที่ผ่านมา... ร่างกายจันทร์มันจดจำไปแล้ว มันแก้ไม่ได้หรอกค่ะ" "งั้นกูจะล้างสมองมึงเอง" คามินกดจูบลงบนเรือนผมเธอหนักๆ "กูจะทำให้ร่างกายมึงจำสัมผัสของกู... จำความปลอดภัยที่กูมอบให้... แทนความกลัวพวกนั้น" มือหนาลูบหลังเธอแผ่วเบา เป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนกำลังกล่อมเด็กนอน "นอนซะ... คืนนี้กูจะไม่ลุกไปไหนอีก... แล้วถ้ามึงตื่นมาตกใจจะยิงกูอีกรอบ... ก็เล็งให้แม่นๆ ล่ะ อย่าให้กูทรมาน" "คนบ้า..." จันทร์เจ้าหลุดขำทั้งน้ำตาคลอเบ้า ตีอกเขาดังปึก "ใครจะไปกล้ายิงหัวใจตัวเองล่ะคะ" ประโยคนั้นทำเอาคามินชะงัก ยิ้มกว้างออกมาอย่างหุบไม่ได้ เขาจูบหน้าผากเธอซ้ำอีกครั้งด้วยความรักใคร่ "ฝันดีครับ... คุณว่าที่นายหญิง" "ห่ะ อะไรนะคะ?" จันทร์เจ้าเงยหน้าขวับ "ชู่วว... นอนได้แล้ว พูดมากเดี๋ยวแผลฉีก" คามินตัดบท รวบร่างบางเข้ามากอดแน่นแล้วแกล้งหลับทันที ทิ้งให้คนในอ้อมกอดนอนหน้าร้อนผ่าวไปทั้งคืนแนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
คามินดึงร่างอ่อนปวกเปียกของจันทร์เจ้าเข้ามาในอ้อมกอด จัดท่าทางให้เราทั้งคู่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน เขาค่อยๆ ยกขาเรียวข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดเอวสอบ เปิดทางให้จุดกึ่งกลางกายแนบชิดกันสนิท"ช้าๆ นะคนดี..." เขากระซิบเสียงนุ่มคามินค่อยๆ ดันตัวตนที่ยังคงแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักที่บวมช้ำแต่ฉ่ำลื่นอย่างช้าๆ ทะนุถนอมซวบบบ"อื้อออ... ซี๊ดดดด... ขนลุก... จันทร์ขนลุกไปหมดแล้ว..."จันทร์เจ้าครางเสียงสั่นเครือ ซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของเขา ร่างกายสั่นสะท้านเบาๆ เมื่อความอุ่นร้อนเติมเต็มเข้ามาจนสุด สัมผัสของเนื้อแนบเนื้อในท่านี้มันช่างวาบหวามและอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด"พี่คามี่ขา..." เธอเรียกชื่อเล่นเขาเสียงหวานหยดเยิ้มเหมือนเด็กน้อยอ้อนขอขนม "จันทร์เสียวเหลือเกิน... ที่รักของจันทร์... อื้อออ... มันดีเหลือเกิน... ดีที่สุดเลย..."เธอพร่ำเพ้อราวกับคนละเมอ แขนเล็กโอบกอดรอบคอเขาแน่น ฝังจมูกลงสูดกลิ่นกายชายหนุ่มฟอดใหญ่ ขาที่พาดเอวเขาไว้ออกแรงรัดเบาๆ ตามจังหวะการขยับคามินเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ นุ่มนวลแต่หนักแน่นทุกจังหวะการสอดใส่ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม แก้มแดงปลั่ง ปากเจือสีระเรื่อเผ
ปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรม
โซน VIP หลังร้าน ดิ เอ็มเพอเรอร์ คาสิโนเอี๊ยด...รถตู้กันกระสุนสีดำมันขลับแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนิ่มนวล ประตูสไลด์เปิดออกอัตโนมัติ คามินก้าวลงมาด้วยสีหน้าเรียบตึง แม้ร่างกายจะล้าจากศึกหนักเมื่อครู่ แต่แววตาพยัคฆ์ยังคงตื่นตัว"เช็คความเรียบร้อย 10 นาที... แล้วกลับ" คามินหันไปสั่งลูกน้องจันทร์เ
ความอดทนเส้นสุดท้ายของคามินขาดผึง สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขาเนียนสวย ก่อนจะวกกลับมาที่ใจกลางความสาวที่เปิดรออยู่"อ้ากว้างๆ..."เขาออกคำสั่งเสียงพร่า นิ้วกลางที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาครึ่งชีวิต ค่อยๆ กดคลึงลงบนติ่งเนื้อ
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่







