Mag-log inความร้อนแรงบนเตียงกำลังปะทุเดือด คามินไม่เปิดโอกาสให้หายใจ เขาบดขยี้ริมฝีปากลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สลับกับซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอย่างหิวกระหาย ราวกับเสือที่กำลังขย้ำเหยื่อจนจมเขี้ยว
"บอส... อื้อ... พอก่อน..." จันทร์เจ้าหอบหายใจตัวโยน มือเล็กพยายามดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง "เดี๋ยว... เดี๋ยวแผลฉีก..." "ช่างแผลมันปะไร..." คามินงึมงำชิดผิวเนื้อ ไม่ฟังเสียงทัดทาน เขากดจูบหนักๆ ฝากรอยรักสีกุหลาบไว้แสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะวกกลับมาประกบปากเธออีกครั้ง ดูดเม้มริมฝีปากล่างย้ำๆ จนเกิดเสียงน่าอาย จ๊วบ... จุ๊บ... เสียงหยาบโลนดังลั่นห้อง ทำเอาจันทร์เจ้าหน้าแดงซ่านจนแทบระเบิด "บอส... อื้อ... คนบ้า..." ปัง! "กรี๊ดดดดดดดดดด!!" เสียงประตูถูกผลักกระแทกผนังดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดที่ทำลายบรรยากาศวาบหวามจนพังพินาศ คามินชะงักกึก อารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านสะดุดหัวทิ่ม ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเคลิบเคลิ้มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความหงุดหงิดสุดขีด จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก รีบผลักอกเขาออกแล้วตะกายหนีไปชิดหัวเตียง มือไม้สั่นรีบจัดเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ หันไปมองต้นเสียงที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำหน้าแดงอยู่กลางห้อง "นี่มันอะไรกันคะ!" 'นีน่า' ดาราสาวคู่ควงคนเก่า ยืนชี้หน้าด่ากราด นิ้วสั่นระริกเหมือนเจ้าเข้า "คามินคะ! ทำไมทำกับนีน่าแบบนี้! ทำไมมานัวเนียกับแม่นี่... ที่แท้ก็แอบกินขี้ข้าในบ้านเหรอคะ!" สายตาเหยียดหยามตวัดมองจันทร์เจ้าเหมือนเห็นขยะเปียก "นึกว่าใคร... ที่แท้ก็นังบอดี้การ์ดหน้าจืด เลี้ยงไม่เชื่อง! แอบปีนเตียงเจ้านายลับหลังฉัน หน้าด้าน!" คามินค่อยๆ หันกลับมามองนีน่าช้าๆ... ช้าแต่ทว่าน่ากลัว รัศมีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอากาศในห้องเย็นเฉียบ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ สายตาคมกริบมองดาราสาวเหมือนมองแมลงสาบที่ไต่ขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร "เข้ามาได้ยังไง" เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยขึ้น "วันก่อนกูบอกให้มึงไสหัวไปแล้วไม่ใช่เหรอ" "ก็... ก็นีน่าเป็นห่วงคุณนี่คะ!" นีน่าสะอึก เปลี่ยนท่าทีเป็นบีบน้ำตา เดินรี่เข้ามาจะเกาะแขน "ได้ข่าวว่าคุณไปถล่มพวกท่าเรือมา นีน่ากลัวคุณจะเป็นอะไรไป... เลยเป็นห่วง..." "อย่ามาแตะตัวกู" คามินสะบัดแขนอย่างแรงจนนีน่าเซถลาเกือบล้ม "แล้วใครสั่งใครสอนให้มึงถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในห้องนอนกู!" "ทำไมจะเข้าไม่ได้ล่ะคะ! นีน่าเป็นแฟนคุณนะคะ!" นีน่าแว้ดใส่เสียงหลง "คามินลืมไปแล้วเหรอคะว่าเรามีความสุขกันแค่ไหน คุณลืมรสชาติของนีน่าไปแล้วเหรอ!" "แฟน?" คามินทวนคำสั้นๆ พร้อมแค่นหัวเราะในลำคอ "กูไปตกลงเป็นแฟนมึงตอนไหนไม่ทราบ?" "ก็... ก็คุณให้สร้อยเพชรนีน่า... คุณพานีน่าออกงาน..." นีน่าเริ่มหน้าเสีย เสียงสั่น "ของพวกนั้นกูให้เป็นค่าตัว..." คามินพูดสวนทันควัน สายตาดูแคลนฉายชัด "ค่าแรงสำหรับการแสดงบนเตียง... ที่ผ่านมากูจ่ายไม่อั้น เพราะคิดว่ามึงฉลาดพอที่จะรู้สถานะตัวเอง... ว่าเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ชั่วคราว" จันทร์เจ้านั่งตัวลีบอยู่บนเตียง มือบีบกันแน่น ฟังคำพูดเชือดเฉือนนั้นแล้วรู้สึกจุกแทน... เจ็บและชาไปทั้งตัว เพราะลึกๆ เธอก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นได้แค่นั้น "ไม่จริง! คุณรักนีน่า!" นีน่ากรีดร้องปิดหูไม่ยอมรับความจริง "มันเป็นเพราะนังนี่ใช่ไหม! นังหน้าด้าน! แกใช้มารยาอะไรอ่อยเขา!" นีน่าพุ่งตัวเข้ามาง้างมือจะตบจันทร์เจ้า หมับ! "โอ๊ย! เจ็บนะคะคามิน!" คามินคว้าข้อมือนีน่าไว้กลางอากาศ บีบแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น กร๊อบ "อย่า-เสือก-แตะ-ต้อง-ผู้หญิง-ของกู" คามินเน้นทีละคำชัดเจน เสียงต่ำจนน่าขนลุก นัยน์ตาวาวโรจน์ดุจปีศาจ "ถ้ามึงยังอยากมีมือไว้จับไมค์ร้องเพลง... หรืออยากมีหน้าสวยๆ ไว้หากินในวงการ... ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน!" นีน่าหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด ไม่เคยเห็นด้านมืดของคามินที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน "วิทย์! มึงตายห่าไปไหนแล้ววะ!!" คามินตะโกนลั่นห้องจนกระจกสั่น ปัง! ประตูห้องเปิดผัวะ วิทย์รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกสองคน "ครับบอส! ขอประทานโทษครับ! ยามข้างล่างแจ้งว่าเธออ้างว่าเป็นแฟนบอส เลยปล่อยขึ้นมา..." "ไล่ออกให้หมด! ทั้งยาม ทั้งเลขาหน้าห้อง!" คามินสั่งเฉียบขาด ชี้หน้านีน่า "แล้วลากอีตัวนี่ออกไป... โยนออกไปหน้าตึก แล้วสั่งห้ามเหยียบที่นี่อีกตลอดชีวิต! ถ้ากูเห็นหน้ามันอีก... กูจะยิงทิ้ง!" "ครับบอส! เชิญครับคุณนีน่า" วิทย์กับลูกน้องรีบพุ่งเข้ามาล็อคแขนนีน่าซ้ายขวา "ไม่นะ คามิน! คุณทำกับนีน่าแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันรักคุณนะ! ปล่อยนะ! กรี๊ดดดด!" เสียงโวยวายของนีน่าค่อยๆ เบาลงเมื่อถูกลากตัวออกไปจนลับตา ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด คามินยืนหอบหายใจแรง พยายามระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งถึงขีดสุด เขาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นลวกๆ ก่อนจะหันกลับมามองจันทร์เจ้าที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง สีหน้าเธอซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่นจนสั่น "กลัวเหรอ..." เสียงของเขาอ่อนลงจนน่าแปลกใจ คามินเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เอื้อมมือไปแกะมือเล็กที่กำแน่นออก แล้วกุมไว้ในอุ้งมือใหญ่ ลูบหลังมือที่เย็นเฉียบเบาๆ "ขอโทษนะ..." คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากเขาช้าๆ "ขอโทษที่ปล่อยให้เรื่องเฮงซวยแบบนี้เกิดขึ้น... ทั้งที่ฉันรับปากว่าจะกันเธอไว้จากคนพวกนั้น" จันทร์เจ้าสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ... เสือร้ายเมื่อกี้ กลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ต่อหน้าเธอ เขายิ้มบางๆ ให้เธอ ยกนิ้วขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอทัดหูอย่างทะนุถนอม "จำไว้นะ... ไม่มีใคร... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะมายุ่งกับเธอได้อีก ไม่ว่าจะเป็นอดีต... หรือใครก็ตาม" เขาโน้มหน้าลงมาเอาหน้าผากแนบกับเธอ จ้องลึกเข้าไปในดวงตา "ที่นี่... บนเตียงนี้... จะมีแค่เธอกับฉัน... ตลอดไป"ทางเดินหน้าห้องขังใต้ดินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของคามินและเสียงรองเท้าของจันทร์เจ้าดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินคอนกรีตเย็นเฉียบ ตึก... ตึก...ด้านในห้องขังเหล็กที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร 'เสือ' มือสังหารวัยเก๋านั่งกอดเข่าพิงกำแพงด้วยความสิ้นหวัง รอคอยชะตากรรมและเป็นห่วงหลานสาวจับใจคามินเดินล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีสบายๆ แต่มือข้างหนึ่งโอบเอวคนรักไว้หลวมๆ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างกายมาสักพักแล้ว"เป็นอะไรไป" คามินหยุดเดิน หันมาสบตาจันทร์เจ้า "ทำหน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ... สงสารมันเหรอ หรือกลัวแผนแตก"จันทร์เจ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้ามองสามีด้วยแววตากังวล ซึ่งหาดูได้ยากจากนางปีศาจผู้เด็ดเดี่ยว"บอสคะ..." เธอเรียกเขาด้วยสรรพนามจริงจัง "จันทร์... จันทร์เป็นห่วงเด็กคนนั้นจังเลยค่ะ""หือ?" คามินเลิกคิ้ว "หลานไอ้เสือน่ะเหรอ? ทำไมต้องห่วง มันเป็นหลานศัตรูนะ อีกอย่างเราก็แค่ใช้เด็กเป็นตัวประกันขู่มันเฉยๆ ไม่ได้จะทำอะไรจริงๆ สักหน่อย""จันทร์รู้ค่ะว่าพี่คามินไม่ทำเด็ก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปาก "แต่... จันทร์กลัวทางฝั่งโน้นต่างหาก"เธอชี้ไปทางทิศที่ตั้งคฤหาสน์ของท่านกวี"ลุงเสือแกเป็นแค่คนรับจ้าง
แนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
จันทร์เจ้าขยับตัวยุกยิก ซุกหน้าเข้าหาไออุ่นที่โอบกอด กลิ่นสบู่เย็นๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายปลุกเธอที่ให้ตื่นจากฝัน... กลิ่นของคามินเธอกะพริบตาถี่ๆ ไล่ความงัวเงีย ภาพแรกที่ชัดเจนขึ้นมาเมื่อลืมตาคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่า อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามของคนที่กำลังนอนตะแคงกอดเธอไว้มือเล็กลูบไปตามเนื้อ
กลิ่นสนิมเหล็กชื้นๆ ผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องเหม็นหืน ลอยคลุ้งอยู่ในโกดังร้างริมท่าเรือ... เขตอิทธิพลของหมอคิมหันต์ที่ถูกยืมมาใช้เป็น 'โรงเชือด' ชั่วคราว พรึ่บ! สปอร์ตไลท์ดวงใหญ่สาดแสงลงมากลางโกดังมืดทึบ เผยให้เห็นร่างอวบอ้วนของ เสี่ยทรงพล ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อเชิ้ตราคาแพงยับยู่ยี่และเปื้อนฝุ่น เขา
ติ๊ง!เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เลื่อนเปิด จันทร์เจ้าก้าวออกมาด้วยท่าทางเหมือนคนหมดแรง ไหล่ตก คอพับ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ดัง เฮ้อ... ทันทีที่พ้นประตูลิฟต์ มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมตัวเองแรงๆ จนยุ่งเหยิงเหมือนอยากจะสลัดภาพบ้าๆ ในหัวออกไป"พี่คามี่..."เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ขาเรียวซอยเท้าเร็วๆ ตรงดิ่งไปท
หน้าประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงาน วิทย์ยืนชะงักฝีเท้า มือที่กำลังจะเคาะประตูค้างอยู่กลางอากาศเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเจ้านายสลับกับเสียงอ้อนงุ้งงิ้งของผู้หญิงที่ลอดออกมาทำให้เขาต้องค่อยๆ ลดมือลง แฟ้มรายงานในมือถูกดึงกลับมาแนบอก"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว พิงหลังกับผนังหน้าห้องอย่างคนปลงตก "กูว่ากูเลี้







