เข้าสู่ระบบหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ร่างกายของจันทร์เจ้าฟื้นตัวเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อสมกับที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก แผลที่เอวแห้งสนิทจนตัดไหมได้แล้ว แต่ดูเหมือนคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนจะไม่ใช่คนเจ็บ แต่เป็น 'คุณหมอจำเป็น' ที่คอยตามประกบเช้าเย็นไม่ยอมห่าง
"มานี่... ขึ้นมาบนเตียง" คามินตบที่ว่างข้างตัวดังปุๆ สั่งเสียงเข้มทันทีที่จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพล่อแหลม... เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาเพียงตัวเดียวที่ยาวคลุมลงมาถึงแค่หน้าขา อวดเรียวขาสวยวับๆ แวมๆ ทุกจังหวะการก้าวเดิน จันทร์เจ้าเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ อย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยยังคงนิ่งเรียบตามสไตล์ แต่แก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังประหม่า... เพราะรู้ดีว่า 'การตรวจแผล' ของบอสระยะหลังมานี้ มันไม่เคยจบแค่การดูแผล "เลิกเสื้อขึ้น... สูงๆ" มือหนาไม่รอให้เธอทำเอง เขาจัดการเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นรวดเร็ว เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อจางๆ และรอยแผลเป็นสีชมพูใหม่เอี่ยมที่เอวขวา "แห้งสนิทแล้ว..." คามินพึมพำ นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ไปตามรอยแผล สัมผัสสากระคายทำเอาคนตัวเล็กเกร็งหน้าท้องวูบ "เก่งมาก... ทายาอีกไม่กี่อาทิตย์คงจางจนมองไม่เห็น" แต่แทนที่จะหยุดแค่นั้น มือหนากลับเลื้อยสูงขึ้นไปอีก... ลูบไล้ผ่านเอวคอดกิ่ว ขึ้นไปกอบกุมเนินเนื้อนุ่มหยุ่นที่ล้นทะลักออกมาจากบราลูกไม้สีดำ "ถอดออก..." เขาออกคำสั่งเสียงพร่า จ้องมองเนินอกเธอตาเป็นมัน "มันเกะกะสายตา" จันทร์เจ้าเม้มปากแน่น แต่ก็ยอมเอื้อมมือไปปลดตะขอหน้าอย่างรู้งาน กริ๊ก... บราตัวจิ๋วร่วงลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นความอวบอิ่มคู่สวยที่เด้งผึงออกมาท้าทายสายตา ยอดถันสีหวานชูชันสู้ลมแอร์ คามินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ภาพตรงหน้าทำเอาเส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ... เด็กกะโปโลที่เขาเคยอาบน้ำให้เมื่อสิบปีก่อน หายไปไหนหมดวะ... เหลือแต่แม่เสือสาวที่สวยจนน่าขย้ำตรงหน้านี้ "สวยชิบหาย..." ความอดทนขาดผึง เขาโน้มหน้าลงไปฝังจมูกกับร่องอกขาวผ่อง สูดดมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นกายสาวอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะอ้าปากงับยอดอกสีชมพู ดูดดึงแรงๆ สลับกับตวัดลิ้นรัวเร็ว "จ๊วบ... จ๊วบ... อื้มมม..." "อึก... บอส..." จันทร์เจ้าเชิดหน้าขึ้น กัดฟันแน่นจนกรามเป็นสัน มือเล็กขย้ำผ้าปูที่นอนระบายความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วร่าง แต่ใบหน้ายังคงพยายามรักษาความเย็นชาเอาไว้สุดฤทธิ์ ทั้งที่ข้างในใจเต้นโครมครามจนแทบระเบิด คามินเงยหน้าขึ้นมามองเธอ พอเห็นสีหน้านิ่งๆ เหมือนรูปปั้นนั่นแล้วก็นึกหงุดหงิด "จันทร์..." เขาเรียกเสียงดุ ขบกรามแน่น "ถามจริง... เป็นท่อนไม้เหรอวะ? ฉันเล้าโลมขนาดนี้ นั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์อยู่ได้... เสียความมั่นใจนะเนี่ย" จันทร์เจ้าหลุบตามองเจ้านายที่ทำหน้าเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาทอประกายท้าทายแบบที่คามินไม่เคยเห็น "ก็ต้องทำให้ชินไม่ใช่เหรอคะ..." "หือ? ว่าไงนะ" "บอสบอกเอง... ว่าจะเปลี่ยนร่างกายจันทร์ ให้คุ้นชินกับสัมผัสของบอส" เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย... รอยยิ้มที่ทำให้คามินชะงัก "จันทร์ก็กำลัง 'ฝึกความอดทน' อยู่ไงคะ... อยากรู้ว่าจะทนมือบอสได้นานแค่ไหน" "อวดเก่ง..." คามินแค่นหัวเราะ "คิดจะลองดีกับฉันเหรอ" "ไม่ได้ลองดีค่ะ... แค่ 'เรียนรู้' " พูดจบ จันทร์เจ้าก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่คามินคาดไม่ถึง เธอยันตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน สบตาเขาไม่หลบ มือเรียวค่อยๆ เลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว... ปราการด่านสุดท้ายที่ปกปิดความลับ นิ้วเรียวเกี่ยวขอบยางยืด... แล้วรูดมันลงอย่างเชื่องช้า... รูดผ่านสะโพกผาย... ผ่านหน้าขาขาวเนียน... จนมันหลุดออกจากปลายเท้า ภาพที่ปรากฏทำเอาคามินลมหายใจสะดุดกึก ความงามตามธรรมชาติที่ไร้สิ่งปกปิด กลีบเนื้อสาวสีหวานปิดสนิทแต่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานที่ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวมีอารมณ์ร่วมแค่ไหน... มันขัดกับใบหน้าที่แสร้งทำเป็นเย็นชานั่นลิบลับ เซ็กซี่ชิบหาย... เซ็กซี่จนแก่นกายเขาปวดหนึบจนแทบระเบิดคาเป้ากางเกง "จันทร์เจ้า..." คามินครางชื่อเธอเสียงแหบพร่า สายตาโลมเลียจุดอ่อนไหวตาไม่กระพริบ "นี่เธอ... ไปหัดทำแบบนี้มาจากไหน..." "แบบนี้ใช่มั้ยคะ... ที่บอสต้องการ" จันทร์เจ้าขยับสะโพกเล็กน้อย อ้าขาออกกว้างขึ้นอีกนิดอย่างเชิญชวน แต่ยังคงบุคลิกนิ่งขรึม "พอจะแก้ตัวเรื่องที่ทำตัวเป็นท่อนไม้เมื่อกี้... ได้มั้ยคะ" "แก้ตัว?" คามินแสยะยิ้มร้าย แววตาเปลี่ยนจากเจ้านายกลายเป็นนักล่าเต็มรูปแบบ "นี่ยังไม่เรียกแก้ตัว... นี่มันเรียกว่า 'ยั่ว' ชัดๆ" "แล้วบอส... จะลงโทษไหมคะ" "ลงโทษแน่..." คามินกระชากตัวเธอเข้ามาจนชิดขอบเตียง จับขาเรียวแยกออกกว้างแล้วแทรกตัวเข้าไปตรงกลางทันที "โทษฐานที่ทำกูคลั่งจนจะบ้า... วันนี้อย่าหวังจะได้ใส่กางเกงอีกเลย!"แนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
คามินดึงร่างอ่อนปวกเปียกของจันทร์เจ้าเข้ามาในอ้อมกอด จัดท่าทางให้เราทั้งคู่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน เขาค่อยๆ ยกขาเรียวข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดเอวสอบ เปิดทางให้จุดกึ่งกลางกายแนบชิดกันสนิท"ช้าๆ นะคนดี..." เขากระซิบเสียงนุ่มคามินค่อยๆ ดันตัวตนที่ยังคงแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักที่บวมช้ำแต่ฉ่ำลื่นอย่างช้าๆ ทะนุถนอมซวบบบ"อื้อออ... ซี๊ดดดด... ขนลุก... จันทร์ขนลุกไปหมดแล้ว..."จันทร์เจ้าครางเสียงสั่นเครือ ซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของเขา ร่างกายสั่นสะท้านเบาๆ เมื่อความอุ่นร้อนเติมเต็มเข้ามาจนสุด สัมผัสของเนื้อแนบเนื้อในท่านี้มันช่างวาบหวามและอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด"พี่คามี่ขา..." เธอเรียกชื่อเล่นเขาเสียงหวานหยดเยิ้มเหมือนเด็กน้อยอ้อนขอขนม "จันทร์เสียวเหลือเกิน... ที่รักของจันทร์... อื้อออ... มันดีเหลือเกิน... ดีที่สุดเลย..."เธอพร่ำเพ้อราวกับคนละเมอ แขนเล็กโอบกอดรอบคอเขาแน่น ฝังจมูกลงสูดกลิ่นกายชายหนุ่มฟอดใหญ่ ขาที่พาดเอวเขาไว้ออกแรงรัดเบาๆ ตามจังหวะการขยับคามินเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ นุ่มนวลแต่หนักแน่นทุกจังหวะการสอดใส่ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม แก้มแดงปลั่ง ปากเจือสีระเรื่อเผ
ซ่าาาาา...เสียงน้ำจากฝักบัวไหลซู่ลงมากระทบพื้นหินอ่อน ควันขาวจากไอร้อนลอยอบอวลจนกระจกบานใหญ่ขึ้นฝ้าขาวโพลน"หันหลังมา..." คามินสั่งเสียงทุ้ม แข่งกับเสียงน้ำจันทร์เจ้าหมุนตัวตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เรือนผมเปียกลู่แนบไปกับแผ่นหลัง เธอยืนนิ่ง หลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความอุ่นของน้ำชำระล้างคราบเหงื่
กลิ่นคาวโลกีย์จางหายไป เหลือเพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมน้ำหอมผู้ชายที่เป็นเอกลักษณ์ของคามิน... กลิ่นที่สำหรับจันทร์เจ้าแล้ว มันคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเธอนอนตะแคงซบหน้าลงกับแผงอกเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ฟังเสียงหัวใจเขาเต้น ตึกตัก... ตึกตัก... เหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ทำให้พายุในใจเธอสงบลง มือเรี
ปัง! ปัง! ปัง!เสียงปืน Glock 19 คำรามก้อง ปลอกกระสุนสีทองร่วงกระทบพื้นคอนกรีตดัง เคร้ง! เคร้ง! รูกระสุนเจาะกลางหน้าผากเป้ากระดาษซ้ำจุดเดิมแม่นราวจับวางจันทร์เจ้าในชุดออกกำลังกายรัดรูปยืนปาดเหงื่อที่ไหลโซมกาย เธอปลดแม็กกาซีนทิ้งลงบนโต๊ะ ตึง! แล้วหันขวับไปหากระสอบทรายหนักร้อยกิโล"ฮึบ!"ผัวะ! ผัวะ!
เสียงหอบหายใจแฮกๆ ดังประสานกันก้องห้องนอนที่เพิ่งผ่านสมรภูมิเดือด กลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาย และกลิ่นคาวรักลอยคลุ้งเตะจมูกจันทร์เจ้าที่นอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่บนเตียง ค่อยๆ กระพริบตาไล่ความมึนงง สติที่กระเจิดกระเจิงเมื่อครู่เริ่มไหลย้อนกลับมา... พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกเธอรีบตะเกียกตะกายลุ







