Se connecter“เรียบร้อยค่ะ นี่กุญแจห้อง”
พิมพ์มาดายื่นกุญแจทองเหลืองที่มีพวงกุญแจไม้สลักชื่อ ‘เรือนไม้หอม’ คืนให้พร้อมกับบัตรเครดิต
“เดี๋ยวฉันจะให้เด็กยกกระเป๋า...”
“ไม่ต้อง” โรมตัดบททันที “ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามกับของส่วนตัว คุณนั่นแหละ เป็นคนนำทางผมไปที่ห้อง”
“คะ? แต่ว่าฉัน...”
เปรี้ยง!!
ยังไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธ เสียงฟ้าผ่าก็ดังกึกก้องกัมปนาทจนสะเทือนไปทั้งตึก ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออก แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบติดดับอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงโดยสิ้นเชิง
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งล็อบบี้ในชั่วพริบตา เสียงพายุฝนด้านนอกสาดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะล้างบางทุกสิ่ง พิมพ์มาดาหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอเกลียดความมืด เกลียดเสียงฟ้าร้อง หญิงสาวถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้เอกสารด้านหลังอย่างแรง
“โอ๊ย!”
ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง พิมพ์มาดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วราวกับเสือดำที่มองเห็นในที่มืด
ท่อนแขนแกร่งดั่งเหล็กกล้าตวัดรัดรอบเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงร่างที่กำลังสั่นเทาให้ถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เธอเบิกตากว้างในความมืด มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นดันยอดอกของเขาไว้ตามสัญชาตญาณระวังภัย
“ปล่อยนะคะ!” เธอร้องเสียงหลง พยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับคีมเหล็ก
“จะดิ้นทำไม ผมแค่จะช่วยไม่ให้คุณล้มหน้าฟาดพื้น”
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดที่ซอกคอขาวผ่องจนพิมพ์มาดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
โรมจงใจกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ร่างกายของเธออ่อนนุ่มและมีกลิ่นหอมละมุนของแป้งเด็กผสมกับดอกมะลิอ่อน ๆ มันเป็นกลิ่นที่บริสุทธิ์จนทำให้สติของมัจจุราชหนุ่มถึงกับแกว่งไปชั่ววินาที แต่ความแค้นที่ฝังลึกก็ดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว
“ไฟดับบ่อยแบบนี้ บริการแย่สมกับเป็นรีสอร์ตใกล้เจ๊งเลยนะ”
เขาจงใจใช้คำพูดทิ่มแทงจุดอ่อนของเธอในขณะที่ยังกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ
“กรุณาปล่อยดิฉันด้วยค่ะคุณรเมศ ปล่อย!”
หญิงสาวออกแรงผลักเขาเต็มที่ โรมยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างช้า ๆ แต่ยังคงยืนประชิดตัวเธอในระยะที่อันตราย
“กลัวหรือเปล่า...พิมพ์มาดา” เขาถามเสียงพร่า ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำ
“ดิฉันไม่ได้กลัวค่ะ ดิฉันแค่ตกใจเสียงฟ้า”
เธอโกหกคำโต มือรีบคลำหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากระโปรงเพื่อเปิดไฟฉาย
แสงสว่างจ้าจากแฟลชโทรศัพท์ส่องกระทบใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่กำลังยืนมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี...”
โรมฉวยโอกาสแย่งโทรศัพท์มือถือมาจากมือของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่องแสงไฟไปที่ใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก
“นำทางไปสิ เรือนไม้หอมของคุณน่ะ ผมแทบจะรอให้ถึงเตียงไม่ไหวแล้ว”
คำพูดกำกวมและสายตาโลมเลียที่แฝงมากับแสงไฟสลัว ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ตัวแล้วว่าพายุลูกใหญ่ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ในคราบของเทพบุตรซาตานที่ชื่อ รเมศ อัครเดชสกุล ต่างหาก
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
ความสับสนและตกตะลึงแล่นริ้วขึ้นมาในอก ทว่าเมื่อก้มลงมองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ สัญชาตญาณของการปกป้องก็ทำงานเร็วกว่าความแค้น เขาปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราว โน้มตัวลงไปกอดรัดร่างบางไว้แน่น พรมจูบซับน้ำตาให้คนใ
ผิวขาวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูราวกับประติมากรรมชิ้นเอก หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ เอวคอดกิ่ว และสะโพกผาย ทุกสัดส่วนของเธอช่างเย้ายวนจนผู้ชายที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างเขายังต้องลอบกลืนน้ำลาย
โรมถามกลับเสียงนุ่ม จงใจเกยคางลงบนลาดไหล่บอบบาง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดของดอกมะลิที่กรุ่นออกมาจากซอกคอของเธออย่างหลงใหล ซึ่งเขาเองก็แยกไม่ออกแล้วว่านี่คือการแสดงเพื่อล่อลวง หรือเป็นความต้องการจากก้นบึ้งของสัญชาตญาณดิบกันแน่
วิลล่าหรูที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอวลไปด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้งและร้อนผ่าว ทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง พิมพ์มาดาก็รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องนอนกว้างอย่างเชื่องช้า แสงไฟสลัวสีส้มทองจากโคมไฟระย







