Se connecterพายุฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธ หยาดน้ำเม็ดใหญ่สาดซัดกระทบหลังคาและหน้าต่างกระจกของเรือนรับรองจนเกิดเสียงดังกึกก้อง ทว่าความน่ากลัวของธรรมชาติกลับเทียบไม่ได้เลยกับรังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชายที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง
‘นำทางไปสิ...’
น้ำเสียงทุ้มพร่าของโรมยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่จับสมาร์ตโฟนสั่นระริกจนแสงไฟฉายที่สาดออกไปเบื้องหน้าแกว่งไปมา หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวออกจากการกักขัง ทว่าแผงอกแกร่งราวกับกำแพงหินผากลับขยับตามมาประชิดจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่ทะลุผ่านเนื้อผ้า
“เชิญทางนี้ค่ะ”
พิมพ์มาดาเค้นเสียงตอบ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาให้เขาเห็น
หญิงสาวเดินนำเขาฝ่าความมืดมิดของล็อบบี้ออกไปยังระเบียงด้านนอก ลมกรรโชกแรงหอบเอาละอองฝนสาดเข้ามาจนเดรสผ้าป่านสีครีมของเธอเริ่มเปียกชื้น เธอหยิบร่มคันใหญ่ที่วางเตรียมไว้ในตะกร้าหน้าประตูขึ้นมากาง แต่ออกแรงดันเพียงนิดเดียว ลมพายุก็แทบจะพัดเอาร่มและร่างบอบบางของเธอปลิวไปตามลม
หมับ!
ฝ่ามือหนาของโรมเอื้อมมาคว้าด้ามร่มซ้อนทับมือเล็กของเธอไว้อย่างรวดเร็ว แรงบีบที่มั่นคงและหนักแน่นของเขาช่วยรั้งร่มเอาไว้ได้ทันท่วงที
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะ คุณแค่ส่องไฟแล้วเดินนำไปก็พอ”
โรมเอ่ยเสียงเรียบพลางดึงร่มไปถือไว้ด้วยมือขวา ส่วนท่อนแขนซ้ายกลับตวัดรวบเอวคอดของหญิงสาวให้ขยับเข้ามาแนบชิดใต้ร่มคันเดียวกัน
“คุณรเมศ! ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ค่ะ ดิฉันเดินเองได้”
พิมพ์มาดาประท้วงเสียงหลง พยายามขืนตัวออกจากการโอบรัดที่ฉวยโอกาสอย่างหน้าด้าน ๆ
“อย่าอวดเก่ง พิมพ์มาดา” เขากดเสียงต่ำชิดใบหู “ทางเดินข้างหน้าทั้งมืดและลื่น ถ้าคุณล้มหัวฟาดพื้นไป ใครจะคอย ‘บริการ’ ผมล่ะ จริงไหม?”
คำพูดที่แฝงนัยยะล่อแหลมทำให้พิมพ์มาดาหน้าร้อนผ่าว เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่าทางเดินขึ้นเนินเขาไปยังเรือนไม้หอมในเวลานี้นั้นอันตรายอย่างที่เขาว่าจริง ๆ พื้นดินที่เคยอัดแน่นบัดนี้กลายเป็นโคลนลื่น ทางเดินที่ปูด้วยหินศิลาแลงก็เปียกชุ่มและมีน้ำขัง
ทั้งคู่เดินฝ่าพายุขึ้นไปตามทางลาดชันอย่างทุลักทุเล แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องให้เห็นเพียงระยะทางสั้น ๆ เบื้องหน้า ความหนาวเย็นจากสายฝนที่สาดกระเซ็นทำให้พิมพ์มาดาตัวสั่นสะท้าน ทว่าทุกครั้งที่เธอเผลอสะดุดหรือเสียหลัก ท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้ก็จะกระชับแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่คอยพยุงและกักขังเธอไว้ในเวลาเดียวกัน
โรมลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวในความสลัว กลิ่นหอมสะอาดของดอกมะลิที่กรุ่นออกมาจากตัวเธอถูกชะล้างด้วยกลิ่นไอดินและสายฝน ทว่ามันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้พลุ่งพล่านอย่างประหลาด
‘มารยาเก่งสมคำร่ำลือ...’
โรมคิดเย้ยหยันในใจ ท่าทางอ่อนแอและตัวสั่นเป็นลูกนกนี่คงเป็นหนึ่งในละครฉากใหญ่ที่เธอใช้หลอกล่อไอ้เวหาน้องชายของเขาจนหมดตัวสินะ
ใช้เวลาเดินฝ่าพายุเกือบสิบนาที ในที่สุดเรือนไม้ทรงไทยประยุกต์หลังกะทัดรัดที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินเขาก็ปรากฏให้เห็น
พิมพ์มาดารีบไขกุญแจและผลักประตูไม้บานหนักเข้าไปด้านในทันที หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้หลุดพ้นจากสายฝนและการโอบรัดที่แสนจะอันตรายของชายหนุ่ม
“รอสักครู่นะคะ ดิฉันจะจุดเทียนให้”
พิมพ์มาดาละล่ำละลักบอก มือบางที่สั่นเทาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะควานหาไม้ขีดไฟและเทียนหอมอโรมาที่ทางรีสอร์ตเตรียมไว้ให้ลูกค้า
แสงสีส้มริบหรี่จากเปลวเทียนค่อย ๆ สว่างขึ้น ขับไล่ความมืดมิดให้จางหายไป เผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่เน้นงานไม้และผ้าพื้นเมืองที่ดูอบอุ่นและโรแมนติก
ทว่าแสงสว่างนั้นก็เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของมัจจุราชหนุ่มถึงกับสะดุด
เดรสผ้าป่านสีครีมที่เคยฟูฟ่องและดูเรียบร้อย บัดนี้เปียกชุ่มและลู่แนบติดกับเรือนร่างบอบบางจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ความชื้นทำให้เนื้อผ้าบางเบาโปร่งแสงจนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างชัดเจน ทั้งเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ และทรวดทรงคอดกิ่วที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเทพธิดา
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
จากที่เคยดิ้นรนต่อต้าน ร่างกายของเธอกลับเริ่มอ่อนระทวยเมื่อถูกความชำนาญของเขาหลอมละลาย โรมถอนริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างจาบจ้วง โดยไม่แยแสหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศที่ไหลอาบแก้มของคนใต้ร่างเลยแม้แต่น้อย มือหนาที่ว่างอยู่ออกแรงเพียงน
ท้องฟ้าเหนือเทือกเขาตะนาวศรีในบ่ายวันจันทร์ดูหม่นเศร้าผิดปกติ กลุ่มเมฆฝนสีทะมึนก่อตัวหนาทึบจนบดบังแสงอาทิตย์ที่ควรจะเจิดจ้า ลมกรรโชกแรงหอบเอาความชื้นและกลิ่นดินโชยเข้าจมูก เป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เสียงใบไม้เสียดสีกันดังระงมราวกับเสียงคร่ำครวญของป่าไม้ที่ร
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แสงสีจากไฟนีออนและจอโฆษณายักษ์ส่องสว่างประชันกับแสงดาวบนฟากฟ้า ทว่าความรุ่งโรจน์เหล่านั้นดูจะจืดชืดไปทันทีเมื่อเทียบกับความโอ่อ่าของ ‘อัครเดชสกุล ทาวเวอร์’ ตึกกระจกสีเข้มที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวและทรงอำนาจอยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ ชั้นสูงส
เปิดม่านอาณาจักรลับของเหล่าผู้ทรงอิทธิพล กับซีรีส์ดราม่าโรมานซ์สุดเข้มข้น "The Empire"เขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมพายุร้าย... เพื่อพรากทุกสิ่งไปจากเธอ'รเมศ อัครเดชสกุล' มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและพี่ใหญ่แห่ง The Empire Club อาณาจักรส่วนตัวบนยอดตึกระฟ้า ต้องใจสลายเมื่อน้องชายเพียงคนเดียวถูกผู้หญิงหลอกป







