LOGINตกดึกในคืนนั้นเอง ลู่เข่อซินถูกเรียกให้ยกชาร้อนเข้าไปให้คุณชายหลี่จางเหว่ยที่เรือน ถึงนางจะหาทางปฏิเสธแล้วก็มิอาจทำได้ นี่ก็ยามห้ายแล้วนางเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี อีกทั้งสายตาของชายหนุ่มยามที่มองตนนั้นดูน่ากลัวและไม่น่าไว้ใจ ทางเดินทอดยาวไปยังเรือนของชายหนุ่มถูกจุดด้วยตะเกียงส่องแสงสว่าง ในมือถือถาดน้ำชาสั่นเล็กน้อยเพราะความกลัว นางปฏิเสธและให้คนอื่นไปส่งแทนแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ เดิมทีก็เป็นเพียงบ่าวไหนเลยจะกล้าขัดคำสั่งผู้เป็นนายได้
ก๊อกๆ มือเรียวเคาะประตูเสียงดัง "เรียนคุณชายรอง ข้านำชามาให้เจ้าค่ะ" "เข้ามา" เสียงอนุญาตจากคนด้านในเรือนดังออกมา ลู่เข่อซินสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่อย่างทำใจ ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เพล้ง! เสียงถาดน้ำชาหล่นลงพื้นจนถ้วยชาแตกกระจาย ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปก็ถูกมือหนากำแน่นที่ข้อมือ กระชากให้หญิงสาวเข้าอ้อมกอดร่างใหญ่ ลู่เข่อซินตะเกียกตะกายผลักใสชายหนุ่มอย่างสุดกำลัง อีกทั้งกรีดร้องให้คนมาช่วยไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้นแรงสตรีตัวเล็กๆไหนเลยจะสู้บุรุษร่างใหญ่ได้ "คุณชายปล่อยข้านะเจ้าค่ะ ปล่อยข้า" โอ๊ย~~~ ปัก! เสียงร้องตะโกนของชายหนุ่มดังออกมาหลังถูกหญิงสาวกัดเข้าที่ไหล่จนจมเขี้ยว ถึงนางจะเป็นอิสระแต่ก็ถูกสะบัดอย่างแรงจนร่างบางเซไปกระแทกที่ขอบโต๊ะไม้ ศีรษะชนที่มุมพอดีโลหิตสีแดงสดไหลลงมาตามกรอบหน้า หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยเนื่องด้วยรู้สึกมึนหัว นางไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อแม้เพียงเสี้ยววิ รีบพาตนเองกระเสือกกระสนออกไปจากเรือนแห่งนี้ทันที เพียงอีกก้าวแค่ก้าวเดียวเท่านั้นนางก็จะหนีออกไปได้ แต่เหมือนว่าฟ้าจะไม่เป็นใจ เมื่อข้อมือขาวถูกฝ่ามือใหญ่จับเข้าให้ดึงนางเข้ามาสู่อ้อมกอดเขาอีกครั้ง ร่างเล็กคุกเข่าไปกับพื้นอ้อนวอนให้เขาเห็นใจ "คุณชายได้โปรดปล่อยข้าไปเถิดเจ้าค่ะ อย่าทำอันใดข้าเลย" หญิงสาวเอ่ยไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบน้ำหน้า "ปล่อยไปอย่างนั้นหรือ อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะออกเรือนกับไอ้รองแม่ทัพนั้น เจ้าอยู่ที่จวนนี้มาเกือบห้าปีข้ายังไม่มีสิทธิ์ได้แตะต้องเจ้าเลยจะออกไปง่ายๆเช่นนั้นหรือ ฝันไปเถอะ" ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังพยายามจะข่มเหงนางอีกด้วย "คุณชายนายท่านหลี่เรียกพบขอรับ" หลี่จางเหว่ยยังไม่ทันได้ลงมือก็ถูกคนผู้หนึ่งเอ่ยขัดเสียก่อน ทำให้ชายหนุ่มโมโหมิน้อย ปล่อยให้นางเป็นอิสระและจัดอาภรณ์ตนเองก่อนจะเดินไปเปิดประตู "ไป!" เขาเอ่ยกับพ่อบ่านป๋อเหวินเสียงดังและเดินออกไป จวนแห่งนี้บิดาเขาเป็นใหญ่เรียกหายามใดก็ต้องรีบไปทันที พ่อบ้านป๋อหลินรีบหันมาส่งสัญญาณให้นางรีบออกไป หญิงสาวที่เป็นอิสระรีบวิ่งออกจากเรือนทันที วิ่งตรงเข้าห้องพักตนเอง ดวงตากลมโตไม่อาจลืมขึ้นได้เพราะเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาใส เสียงระส่ำปนเสียงสะอื้นปานจะขาดใจขณะที่มือก็เก็บข้าวของตนเองใส่ในถุงผ้า ถิงถิงทำตัวไม่ถูกที่เห็นสหายวิ่งร้องให้เข้ามาในห้อง เนื่องรู้ดีว่านางคงเจอเรื่องอย่างที่ทั้งคู่คาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจเกิดขึ้น นางเองก็เป็นเพียงบ่าวรับใช้ก่อนหน้านี้จึงไม่รู้จะทำเช่นไร จึงได้รีบไปบอกพ่อบ้านป๋อหลินเพื่อหาทางช่วยสหายได้ "ซินซินเจ้าใจเย็นๆ เจ้าใจเย็นก่อน" ถิงถิงรีบเอ่ยปลอบสหายทันที ลู่เข่อซินโผล่เข้ากอดแน่นพร้อมปล่อยโฮออกมายากที่จะควบคุม ถิงถิงทำได้เพียงกอดหญิงสาวตอบ หากเป็นนางเจอเรื่องเช่นนี้ก็คงสภาพไม่ต่างกัน "ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ข้าไม่กล้าอยู่ที่นี่แล้วถิงถิง ฮื่อๆ" "ใจเย็นๆนะ ข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้า" ถิงถิงลูบหลังสหายเบาๆ ชีวิตบ่าวรับใช้อย่างพวกนางก็เป็นเช่นนี้ หากบ่าวที่เป็นสตรีผู้ใดงดงามและอยากสบายก็ใช้ทางลัด พวกนางสองคนเข้ามาที่นี่พร้อมกันจนอีกไม่นานก็จะครบห้าปีแล้ว ทุกครั้งก็หลบเลี่ยงมาได้ตลอด จนมาครั้งนี้ที่ลู่เข่อซินไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ ภาวนาให้ไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ กว่าครึ่งชั่วยามในที่สุดหญิงสาวก็สงบลง ถิงถิงทำแผลที่ศีรษะให้หญิงสาวและทายาที่ข้อมือ รอยฝ่ามือใหญ่ทั้งเขียวซ้ำและแดงก่ำ ไม่ต้องนึกเลยว่าตอนที่นางถูกจับที่ข้อมือนั้นรุงแรงมากเพียงใด "หากเจ้าไปตอนนี้ ที่ผ่านมาตลอดห้าปีก็จะสูญเปล่าเลยนะซินซิน" ถิงถิงเอ่ยอย่างเตือนสติสหาย "ข้ารู้...." อีกแค่เดือนกว่าๆนางก็จะเป็นอิสระแล้ว ทุกเดือนนางจะได้เงินเดือนจากการเป็นบ่าวรับใช้ก็จริง แต่เงินจากการขายตัวเป็นบ่าวจะได้หลังจากครบสัญญา และเงินนั้นก็มากพอที่นางจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้สบายๆ หากนางถอดใจไปตอนนี้ที่นางทำงานทั้งหมดตลอดห้าปีก็ไร้ค่า "เจ้าอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนข้าจนครบกำหนดได้หรือไม่ เจ้ามิต้องห่วงข้าจะปกป้องเจ้าเอง ข้าสาบานว่าหากคุณชายใหญ่เรียกเจ้าไปพบอีกข้าจะปฏิเสธแทนเจ้าและรีบไปบอกพ่อบ้านป๋อหลินทันที" "......" ลู่เข่อซินไม่เอ่ยตอบเพียงหยักหน้าเท่านั้น นางอยากเป็นอิสระก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่โง่ขนาดทิ้งเงินจำนวนมากเพราะอารมณ์ร้อน โชคดีที่วันนี้พ่อบ้านป๋อเหลินมาช่วยนางได้ทัน แต่เหตุการณ์นี้นางไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆเป็นแน่ ถึงอย่างไรชายผู้นั้นก็ต้องชดใช้ให้กับสิ่งที่ตนเองกระทำกับนางวันนี้ห้าปีต่อมาสายลมเย็นในช่วงปลายยามเว่ยพัดเบาๆ บริเวณลานหญ้ากว้างทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เด็กหญิงตัวเล็กกำลังวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ส่วนเด็กชายตัวเท่ากันกำลังนอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้ากับเจ้าแมวขนปุกปุย วิ่งเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ดูเหมือนว่าจวนแห่งนี้จะมีพี่เลี้ยงมากกว่าจวนอื่นๆ หลังสมรสกันได้เพียงแค่สามเดือน ลู่เข่อซินก็ตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงในไม่นาน เนื่องด้วยผู้เป็นบิดาอายุมากแล้วเกรงว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับลูกนานๆ ท้องแรกก็เป็นลูกแฝดเลยเล่นทำเอาหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยยามตั้งท้องเป็นอย่างมาก ปากของเขาก็บอกว่าไม่อยากเห็นหญิงสาวต้องทรมานอีกแล้ว แต่ในใจลึกๆของโจวหนิงเฉินก็อยากมีลูกเพิ่ม เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนตนไม่อยากมีผู้ใดอยู่ตัวคนเดียว พอมีเจ้าตัวเล็กสองคน จวนของเขาก็เป็นจวนมากขึ้น เป็นครอบครัวมากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้มาหลายสิบปี จนอยากมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีก"ท่านแม่~ ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"เด็กหญิงเอ่ยพลางชี้ไปทางประตูหน้าจวน เด็กสองคนแข่งกันวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นบิดา โจวหนิงเฉินอ้าแขนรับคนทั้งคู่มาอุ้มด้วยแขนสองข้าง เดินมาทางหญิง"วันนี้ดื
"ครานี้ไม่มีคนอยู่แล้วนะ"โจวหนิงเฉินเอ่ยพลางยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว มือเรียวยกขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อน "ท่านอ๋องมิเหนื่อยหรือเจ้าคะ""มิเหนื่อย อีกทั้งหิวมาเสียด้วย"ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็แนบหน้าประชิดและบรรจงจูบช้าๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวตอบรับการจูบนั้นอย่างมิปฏิเสธ ครานี้หญิงสาวเป็นคนของเขาอย่างสมบูรณ์ เป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง มือหนาคว้าร่างบางมานั่งบนตักตนเอง หญิงสาวเองก็ยกแขนขึ้นโอบคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นตวัดที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าในปากเกี่ยวรัดกันเอาไว้เบาๆ ร่างใหญ่ยกหญิงสาวให้ลอยลิ่วเหนืออากาศเดินไปยังเตียงกว้างทันทีและวางนางลงเบาๆ"ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้าที่สุดฮูหยิน"โจวหนิงเฉินเอ่ยขณะที่ใช้มือสัมผัสไปที่เรียวปากบาง"ข้าเองก็ชอบดวงตาของท่านพี่ยามที่มองข้าที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าคม มือหนาเอื้อมมือไปถอดเครื่องหัวบนศีรษะนางออก เส้นผมดกดำสยายตกลงมาตามแรงลม"สตรีที่ข้ารัก วันนี้กลายมาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว"โจวหนิงเฉินไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจูบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้
จ้งตง.ยามชื่อ (กลางฤดูเหมันต์เดือนสิบเอ็ด) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนเกร็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ช่วงกลางฤดูเหมันต์เช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ก่อนวันงานหิมะตกหนักจนทำให้ทุกคนเป็นกังวล แต่วันนี้กลับเห็นแสงแดดของดวงอาทิตย์ได้ เหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาว ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุขเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวของอ๋องหนิงเฉิน บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว"รับตัวเจ้าสาว"โจวหนิงเฉินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากเกี้ยวเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้นก่อนเข้าจวน พรมแดงทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีขาวสะอาดทั้งตัว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน สมกับเป็นชุดมงคลที่เจ้าบ่าวป่าวประกาศไว้ว่าตัดเอาไว้ตั้งแต่พบนางได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ทำให้ยามที่เดินเคียงข้าง
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากงานพระราชสมภพของฝ่าบาทได้เพียงสองวัน ก็มีประกาศคลายข้อสงสัยที่กำลังถูกราษฎร ที่วิจารณ์เหตุการณ์ไฟใหม้ที่อำเภอชายแดนติดกับแคว้นเจียงซี แท้จริงแล้วของที่ถูกเผาถูกสับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ข้าวของ วัถุดิบ แร่ต่างๆต้องเสียเปล่า ขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกประหาร ส่วนคนที่เรือนก็ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด นับว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ ไทเฮามีโทษประหารแต่ยังไม่ทันได้ประกาศบทลงโทษ นางก็ตัดสินใจปลิดชีวิตของตนเองลงในตำหนัก มีข่าวลือออกมาว่าก่อนวันที่นางจะสิ้นใจ ได้นั่งสนทนากับฝ่าบาททั้งวันทั้งคืน"ทั้งหมดหนึ่งเหรียญภู่เงินเจ้าค่ะ"ลู่เข่อซินยังคงใช้ชีวิตปกติของนางทุกวัน ตอนนี้ร้านของนางไปได้ดีมากๆ และยังเปิดอีกหลายที่ต่างจากความคิดของนางก่อนหน้าที่จะทำเพียงเล็กๆเท่านั้น ขนาดขยันถึงเพียงนี้กลับมีคนผู้หนึ่งที่เอาแต่ขู่ว่าจะทำให้ร้านนางเจ๊งไปซะ เนื่องด้วยไม่มีเวลาให้เขา แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังขายของอยู่นั้นก็มีขบวนทหารอีกทั้งขุนนางจำนวนหนึ่งตั้งแถวเดินมาที่ร้านนาง"แม่นางลู่อยู่หรือไม่"เสียงขันทีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่หน้าร้าน ลู่เข่อซินรีบเดินเข้าไป
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยคืนความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วย"ขณะที่ถูกทหารคุมตัวไปนั้นก็ร้องออกมาขอความเป็นธรรมด้วย หลันหลงเหยฟุบไปที่พื้นด้วยความจนปัญญา ครานี้นางพลาดแล้ว นางคิดว่าบุตรชายที่เกิดนางจะเข้าข้างนางเสียอีก กลับไปเห็นด้วยกับคนผู้นี้ น้ำตาของนางไหลออกมาจนดูน่าสงสารเผื่อมันจะช่วยเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง"หานเออร์ฟังแม่ก่อนนะ""เสด็จแม่รู้หรือไม่ ทำเช่นนี้โทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะพะยะค่ะ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้าเป็นฮ้องเต้ที่สั่งประหารมารดาตนเองอย่างนั้นหรือ"หลันเฟิงเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาทั้งผิดหวังและแตกสลาย แต่เขาจะยอมแลกมารดาเพียงคนเดียว กับราษฎรและทหารที่ปกป้องอยู่ชายแดนกว่าแสนนายอย่างไร "ท่านกำลังทำให้ข้าต้องเลือก ว่าจะทำหน้าที่บุตรชายที่ดีแต่ละทิ้งราษฎร หรือกำลังเป็นบุตรที่อกตัญญูละทิ้งมารดาเพื่ออยู่ข้างราษฎร ท่านจะให้ข้าต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตหรือ""หานเออร์แม่......"คำพูดของบุตรชายทำให้นางพูดอะไรไม่ออก นางเพียงกลัวว่าจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนี้ไป และกลัวว่าอำนาจที่นางมีในมือจะถูกเปลี่ยนคน ที่นางทำทุกอย่างมิใช่เพื่อตัวนางเองคนเดียวทั้งหมด นางเองก็ถู
"รับอะไรดีเจ้าคะ"ลู่เข่อซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังหันหลังอยู่ แต่สัมผัสได้จากเสียงเดินว่ามีลูกค้ามา หญิงสาวถามไปสักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับมา นางจึงหันหลังไปดู พบว่าเป็นคนผู้หนึ่งคนที่นางคุ้นเคยดี ใบหน้าที่ยิ้มกว้างก่อนหน้าหุบลงทันที เท้าเรียวสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ"เจียวมิ่ง"เหตุการณ์คราก่อนหญิงสาวยังจำไม่เคยลืม เรื่องเลวร้ายที่ชายหนุ่มทำกับตน หากว่าท่านอ๋องไม่ได้ช่วยไว้ทันป่านนี้นางอาจจะกลายเป็นอนุในเรือนเขาแล้วก็ได้ หญิงสาวรักและเชื่อใจเขามาตลอดหลายปี แต่ชายหนุ่มกลับทำร้ายและทำลายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้ในใจนางจะรังเกียจชายผู้นี้ไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นก็ผ่านไปแล้ว ความโกรธถูกลืมเลือนเหลือเพียงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน ไม่ขอข้องเกี่ยวกันอีก ใบหน้าของเจียวมิ่งเต็มไปด้วยคำขอโทษ เขาได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว และรู้ดีว่าที่วันนี้เขาได้เป็นถึงรองแม่ทัพมิได้มาจากความสามารถเขาเพียงอย่างเดียว แต่นางยังมีส่วนช่วยอีกด้วย เขาก็ยังทิ้งนางไปแต่งงานกับสตรีอื่น"ข้าอยากมาขอโทษเจ้าสำหรับทุกเรื่อง หากแล้วไม่ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีความสุขและไม่สามารถปล่อยวางได้"ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
วันถัดมาภายในห้องทำงาน บรรยากาศตั้งแต่ยามเว่ยจนตอนนี้ยามเซินแล้ว ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นเลยแม้แต่เพียงคำเดียวเงียบเสียจนได้ยินเสียงหายใจ ลู่เข่อซินยืนนิ่งเป็นหุ่น ทำตัวกลืนกินไปกับห้องเมื่อว่านางคือของตกแต่งสักชิ้น มือเรียวก็ยังคงฝนหมึกให้ท่านอ๋องไม่หยุด วันนี้สีหน้าของชายหนุ่มไม่ดีหนัก เหมือนกับว่าร
"ข้าตอบเจ้าได้ทุกเรื่อง"คำตอบของท่านอ๋องทำเอานางผ่อนลมหายใจออกมา เขาดูไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อยถึงจะเป็นคนระดับสูงมากก็ตาม ยามอยู่จวนหลี่ ไม่ว่าจะนายท่านหลี่ คุณหนูคุณชายในจวนมักรังเกียจบ่าวรับใช้อย่างนางเป็นที่สุด จะเข้าใกล้แต่ละทีก็ถูกสายตาและคำพูดไม่ดีตลอด ที่ผ่านมานางจึงระวังตนกับคนระดับสูงๆ แต่ท
"เข้ามาได้แล้ว ด้านนอกอากาศหนาว"โจวหนิงเฉินเอ่ยทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองนางด้วยซ้ำ เขาเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่วรยุทธ์ไม่ธรรมดา ได้ยินตั้งแต่เสียงนางเดินมากับแม่นมลี่ฉุนแล้ว หญิงสาวได้สติตนเองก่อนจะค่อยๆเดินย่องเข้าไปหาชายหนุ่ม ลู่เข่อซินรู้สึกว่าตนเองตัวรีบเล็ก นางเป็นใครไม่รู้จู่ๆกลับได้มายืนสนทนาก
"เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันถึงมากับท่านอ๋องได้"แม่นมลี่ฉุนเอ่ยพลางบิดผ้าสะอาดที่ชุบน้ำค่อยๆเช็ดตัวหญิงสาวให้อย่างเบามือ ความร้อนจากกายสาวติดผ้าตามมาด้วยจนนางรู้สึกเห็นใจ ใบหน้างดงามอีกทั้งผิวยังขาวเนียนละเอียด แล้วเหตุใดมือถึงได้ด้านเช่นนี้มิเหมือนคุณหนูในห้องหอทั่วไป อีกทั้งกายแต่งกายอาภรณ์ที่นาง







