تسجيل الدخول“ปล่อยมันไปนังน้อย นังแจ่ม ฉันจะคอยดูว่าคุณหนูของเธอสองคนจะปีกกล้าขาแข็งไปได้สักกี่น้ำ เงินทุกบาท บัตรเครดิตทุกใบ ฉันจะสั่งอายัดให้หมด ดูสิว่ามันจะไปไหนรอด”
เสียงห้าวของประมุขใหญ่แห่งเทพวรกุลตะโกนมาจากหน้าโซฟากลางห้องโถงใหญ่ และวงแขนก็ยังไม่ยอมคลายจากร่างบางของคนที่พามาเป็นภรรยา
คนเป็นลูกที่ได้ยินถึงกับชะงักขาอยู่แค่หน้าประตู แต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมองผู้เป็นบิดาแม้แต่น้อย ลำคอระหงตั้งตรง พยายามกลั้นน้ำตาที่ปริ่มขอบตาไม่ให้ไหลลงมาให้ใครได้เห็น ชั่วอึดใจถึงตัดสินใจเดินออกจากประตูไปอย่างไม่เหลียวหลัง และก้าวสวนกับร่างสูงใหญ่ของพี่ชายตรงเชิงบันไดบ้านพอดี
“ชายา! จะไปไหน”
พี่ชายเป็นฝ่ายร้องทักขึ้นด้วยความแปลกใจ หากคนเป็นน้องไม่ตอบว่ายังไงกลับก้าวลิ่วๆ ไปยังรถกระบะโฟร์วีลคันใหญ่ จัดการเปิดประตูเสร็จ ก็เหวี่ยงเป้เข้าไปก่อน แล้วถึงก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ
ราชหันไปมองในบ้านก็ได้เห็นบิดากับผู้หญิงนางหนึ่งกำลังเดินตรงมายังประตูหน้าบ้าน เขาจึงเข้าใจเหตุการณ์ได้โดยไม่ต้องมีใครบอก ท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของน้องสาวในตอนนี้คงจะทะเลาะกับบิดาเรื่องผู้หญิงอีกตามเคย ทว่าคราวนี้รู้สึกจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ แม่น้องสาวตัวดีถึงได้หอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านแบบนี้
คนเป็นพี่รีบหมุนร่างกลับ วิ่งตรงไปหาน้องสาว พร้อมกับตะโกนแข่งกับเสียงรถที่ถูกสตาร์ตเครื่องจนดังกระหึ่มขึ้น
“ชายา แกจะไปไหน ลงมาคุยกับพี่ก่อนนะ ชายา!”
ราชตบกระจกรถร้องเรียกอย่างร้อนรน หากคนเป็นน้องทำแค่ลดกระจกลงมานิดหนึ่ง แล้วเอ่ยกับพี่ชายแค่เพียงสั้นๆ
“พี่ราช เดี๋ยวชายาโทรหานะ”
“ราช! ปล่อยมันไป ฉันจะคอยดูว่ามันจะไปได้สักกี่วัน เดี๋ยวมันก็ซมซานกลับมาเองนั่นแหละ”
คนเป็นบิดายังตะโกนบอกกับลูกชายมาจากบันไดหน้าบ้าน และคนอยู่ในรถก็ได้ยินเต็มสองหูเช่นกัน ปากอิ่มจึงถูกกัดเอาไว้แน่น ก่อนตัดสินใจปิดกระจกแล้วขับเคลื่อนรถคันโตออกไปทันที ปล่อยให้พี่ชายยืนมองตามท้ายรถไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ชั่วครู่ราชถึงพาร่างสูงใหญ่เดินกลับมาเพื่อจะเข้าไปในบ้าน เขาก้าวขึ้นบันไดไปด้วยท่าทางเรียบเฉยโดยไม่สนใจจะซักถามอะไรกับใครทั้งนั้น เนื่องจากราชไม่เคยยุ่งเรื่องผู้หญิงของบิดา ส่วนเรื่องน้องสาวทะเลาะกับบรรดาผู้หญิงของผู้เป็นบิดามันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ทุกครั้งน้องสาวจะเป็นฝ่ายได้ชัยชนะมาโดยตลอด ทว่าหนนี้มันแปลก ที่คนอย่างชายิกายอมล่าถอยง่ายๆ
หลังจากราชเข้ามาในห้องพักส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวจะอาบน้ำ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนก็ดังขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรมา เขาจึงล้วงออกมากดรับสายอย่างรวดเร็ว
“ชายา แกอยู่ที่ไหน แล้วนั่นจะไปไหนของแก”
“ชายาจะเข้ากรุงเทพ พี่ราชให้ใครมาเอารถที่สนามบินไปเก็บที่บ้านหน่อยนะคะ”
“แกคิดดีแล้วใช่ไหม พี่ว่ากลับมาบ้านเราก่อนดีกว่านะ ชายาของพี่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ แบบนี้นี่นา”
“แต่คราวนี้พ่อเอาจริงนะพี่ราช ถึงขนาดเห็นแม่นั่นดีกว่าลูกในไส้อย่างชายา แถมจะตกจะแต่งให้ด้วย ชายารับไม่ได้ ขอชายาไปทำใจสักพักแล้วกัน ถ้าสบายใจเมื่อไรชายาจะกลับมาเอง”
“แล้วไปกรุงเทพแกจะไปพักกับใคร จะไปอยู่ที่ไหน พี่ว่าถ้าไม่มาที่บ้านก็ไปค้างที่โรงแรมของเราในเมืองก่อนก็ได้ อย่าเข้ากรุงเทพเลยนะชายา พี่เป็นห่วง”
“พี่ราชไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เพื่อนของชายาที่กรุงเทพก็มีตั้งเยอะแยะ แล้วชายาจะโทรหาพี่ราชบ่อยๆ ก็แล้วกันนะคะ”
“แต่แกเป็นผู้หญิงนะชายา จะไม่ให้พี่เป็นห่วงได้ยังไง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอาไว้ถ้าชายาถึงกรุงเทพและได้ที่พักเป็นที่แน่นอนแล้ว ชายาจะโทรบอกพี่ราชอีกทีนะคะ แค่นี้ก่อนนะพี่ราช เครื่องจะขึ้นแล้ว อย่าลืมให้คนมาเอารถล่ะ ชายารักพี่ราชนะ” ร่ำลาเสร็จน้องสาวก็รีบตัดสายไปทันที ทิ้งให้ผู้เป็นพี่ชักหัวคิ้วชนกัน และจ้องโทรศัพท์ในมือนิ่งค้างอยู่นาน
ราชกับชายิกาถึงแม้จะเป็นลูกคนละแม่แต่ทั้งสองก็รักกันมากเพราะผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก มารดาของราชเสียชีวิตลงเมื่อตอนเขาอายุได้แปดขวบ หลังจากนั้นหนึ่งปีบิดาก็ได้มารดาของชายิกาเป็นภรรยาใหม่ ตั้งแต่นั้นมามารดาของชายิกาก็เลี้ยงดูราชเหมือนลูกแท้ๆ อีกคน ทั้งสองจึงรักใคร่กันเหมือนพี่น้องคลานตามกันออกมา
หลังจากมารดาของชายิกาเสียเมื่อสิบหกปีก่อน บิดาก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาในชีวิตไม่เคยขาด แต่ก็โดนน้องสาวตีกระเจิดกระเจิงกลับไปแทบทุกราย มีแค่ช่วงที่ชายิกาไปเรียนต่อปริญญาตรีกับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษอยู่หกปีเท่านั้น ที่พ่อเลี้ยงเทวาพาผู้หญิงเข้าออกบ้านเทพวรกุลเป็นว่าเล่นได้แบบไร้คนขัดขวาง ชายิกาเพิ่งกลับมาอาละวาดเอากับผู้หญิงของบิดาได้ยังไม่ครบหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำ
หากขณะนี้สิ่งที่ราชเป็นห่วงก็คือ ชายิกาไม่เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพมาก่อน แล้วจะไปอยู่ไปกินแบบไหนซึ่งเขายังสงสัย แต่ด้วยอารมณ์ของผู้เป็นน้องในตอนนี้คงไม่ยอมฟังใครทั้งนั้น เอาไว้ถ้าอารมณ์เย็นกว่านี้ค่อยลองโทรไปเกลี้ยกล่อมอีกทีก็แล้วกัน คิดได้ดังนั้นราชจึงตัดสินใจก้าวเข้าห้องน้ำไป
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท







