เข้าสู่ระบบ“แกไม่ต้องกลัวหรอกชายา พี่ไมค์ไม่ค่อยมาพักที่บ้านหรอก โน่น! ต้องรอเงินหมดน่ะแหละถึงโผล่หัวกลับมาสักครั้ง แต่ถึงพี่ไมค์จะอยู่ คราวนี้ฉันก็ไม่ปล่อยให้เขาทำอะไรแกได้หรอก ต้องข้ามศพคนอย่างไมลี่ย์ไปก่อน”
มาลินาบอกเพื่อนรักยิ้มๆ พลางยักคิ้วถี่ๆ ทำหน้าทะเล้นให้ไปด้วย ทำให้ชายิกาอดคลี่ยิ้มขำออกมาไม่ได้
“แล้วนี่แกเป็นคุณหนูหรูติดแบรนด์ไปตั้งแต่เมื่อไร อาร์มานีซะด้วย แต่ฉันว่ามันตัวใหญ่ไปหน่อยนะ”
ชายิกามองตามสายตาของเพื่อนสาวที่พยักพเยิดหน้ามาบนตักของเธอ ก่อนจะเบิกตาโต อุทานออกมาเสียงหลง
“เฮ้ย! นี่มันของอีตาหนวดดกนั่นนี่นา แล้วมาอยู่ที่ฉันได้ไงเนี่ย”
“อะไรของแกไอ้ชายา อีตาหนวดดกที่ไหนกัน”
“ก็ไอ้คนที่นั่งข้างๆ ฉันบนเครื่องน่ะสิ”
ชายิกาบอกเพื่อนพลางยกมือเกาศีรษะอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าตัวเองถือติดมือลงมาได้ยังไง
“เขาอาจจะแอบจองแกเอาไว้ด้วยแจ็กเก็ตราคาหลายหมื่นนี่ก็ได้ ว่าแต่...หล่อปะ! เจ้าของเสื้อน่ะ” มาลินาแกล้งถามพร้อมตาพราวระยับ
“ไม่รู้! หนวดดกซะขนาดนั้น แถมยังใส่แว่นเสียดำปี๋ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ตาอาจจะเขอยู่ก็ได้ แต่ที่รู้เจ้าชู้ละของแท้แน่นอน ฉันละเกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายเจ้าชู้เนี่ย ขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย เชอะ! ทำเป็นมาพูดให้ตัวเองดูดี เจออีกทีแม่จะจับตอนไม่ให้เหลือซากเลย อ๊าย! เกลียดๆ”
มาลินาหัวเราะขำกับท่าทางของเพื่อนที่กำลังซัดกำปั้นกระหน่ำใส่เสื้อแจ็กเก็ตแบรนด์ดังอย่างเอาเป็นเอาตาย ให้นึกสงสัยว่าเจ้าของเสื้อไปทำอีท่าไหน แม่เพื่อนรักตัวดีถึงได้เป็นฟืนเป็นไฟซะขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยแซวยิ้มๆ
“แต่เขาว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างงั้นนะเพื่อนรัก”
“หุบปากของแกไปเลยไอ้ลี่ย์ ผู้ชายเจ้าชู้พรรค์นั้นฉันไม่เอามาทำพันธุ์หรอก จะสาปส่งให้ไปไกลๆ น่ะสิไม่ว่า”
คนถูกแซวด้วยสำนวนเดียวกับอีตาฝรั่งหนวดดกบนเครื่องตวัดเสียงใส่เพื่อนสาวพร้อมปั้นหน้าหงิก ก่อนจะสะบัดหน้าออกไปมองนอกรถอย่างหงุดหงิดในหัวใจ มาลินาก็ได้แต่คลี่ยิ้มขำเพื่อนรักอยู่เช่นเดิม
**********
ทาวน์เฮาส์สามชั้นกว้างใหญ่เอาการซึ่งเป็นที่ตั้งของชุดาไทยฟูดส์ ชั้นล่างกับชั้นสองกรุกระจกใสสามารถมองเห็นด้านนอกและด้านในอย่างชัดเจนเพราะเป็นชั้นห้องอาหาร ส่วนชั้นสามจัดเป็นที่พักของเจ้าของร้าน ตรงหน้าร้านตกแต่งด้วยซุ้มฉลุไม้สักสลักลายบ่งบอกความเป็นไทยอย่างเด่นชัด สองสาวเพื่อนรักพอมาถึงที่หมายก็ต้องเขม้นมองรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่ตรงหน้าร้านเป็นตาเดียว เนื่องจากว่ามันเป็นรถของไมเคิล ลาเวลล์ มาลินาบีบมือเพื่อนรักเบาๆ พร้อมกับเอ่ยปลอบ
“ไม่เป็นไรนะชายา ฉันอยู่ทั้งคน พี่ไมค์ทำอะไรแกไม่ได้หรอก ไอ้พี่บ้านี่จะกลับมาทำไมวันนี้เนี่ย”
สาวร่างอวบบ่นพลางจับจูงเพื่อนรักพาก้าวเข้าไปในร้าน พอสองสาวก้าวผ่านประตูที่พักบนชั้นสามเข้ามา คนที่นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่ตรงโซฟากลางห้องโถงใหญ่ก็กระเด้งลุกพรวดพาร่างสูงโปร่งมาขวางหน้าสองสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว คนเป็นน้องจึงรีบตวาดเสียงใส่ทันควัน
“หลีกไปนะพี่ไมค์ แล้วมาตั้งแต่เมื่อไร ไม่มีที่ไปแล้วหรือไง หรือว่าไม่มีตังค์ไปต่อทุนถึงได้มามุดหัวอยู่ที่นี่น่ะ”
“นี่นังไมลี่ย์! ปากดีนักนะ ฉันเป็นพี่ชายแกนะโว้ย! บ้านนี้มันก็บ้านของฉันเหมือนกัน จะไปจะมาเมื่อไรมันก็เรื่องของฉัน แกมายุ่งอะไรด้วย ตอนนี้ฉันคิดว่ามีบัญชีที่ต้องสะสาง ใช่ไหมจ๊ะชายาคนสวย ไม่ได้เจอกันซะนานยังน่าหม่ำเหมือนเดิมเลยนะเรา”
ไมเคิลขยับเข้าหาเป้าหมาย ใช้แขนกวาดร่างน้องสาวที่ยืนขวางออกไปจนแทบล้มหน้าคะมำ แต่มาลินาก็รีบตั้งหลักกระโดดมาขวางหน้าอีกครั้ง พร้อมกับผลักอกพี่ชายออกไปเต็มแรงจนเซไปหลายก้าว เพราะมาลินาตัวหนากว่าไมเคิล แต่คนเป็นพี่จะสูงกว่าเกือบฟุต
“อย่านะพี่ไมค์ อยากกบาลแยกก็ลองแตะเพื่อนของฉันดูสิ คราวนี้ไม่ใช่จากไอ้ชายาคนเดียวหรอกนะ ฉันจะทุ่มกบาลพี่ด้วยตู้ปลานี้แน่ ไม่เชื่อก็ลองดู มานี่ชายา! ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ถ้ามืออันหยาบระคายของพี่ชายฉันแตะแกเมื่อไรก็ซัดกลับไปเลย คราวนี้ไม่ต้องยั้งมือ เดี๋ยวฉันซ้ำเอง”
มาลินาเอ่ยกับเพื่อนรัก และลากพาก้าวเข้าห้องนอนไปรวดเร็วอย่างไม่สนใจคนเป็นพี่ชายอีกต่อไป แถมปิดประตูใส่หน้าเสียโครมใหญ่ ปล่อยให้ไมเคิลขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตามหลังไปเบาๆ
“อย่าเผลอเชียวนะนังไมลี่ย์ ไม่งั้นเพื่อนแกได้เป็นเมียของฉันแน่”
ทว่าสองสาวเพื่อนรักเข้าห้องไปยังไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องรีบวิ่งแข่งกันออกมาจากห้องพักด้วยหน้าตาแตกตื่น เมื่อได้ยินเสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวและเสียงข้าวของหล่นเกรียวกราวดังถี่ๆ มาจากชั้นล่าง พอไม่เห็นร่างของพี่ชายให้ถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงพากันวิ่งลงมายังชั้นห้องอาหารที่เกิดเสียง
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท







