Masukบรรยากาศริมทะเลตอนนี้อากาศปลอดโปร่ง น่าเดินสูดอากาศอันบริสุทธิ์เหลือเกิน เท้าน้อย ๆ อันเปลือยเปล่า ย่ำบนพื้นทรายสีขาวละเอียดอย่างรู้สึกดี สายตาหวานทอดมองไปยังแนวฝั่งที่ทอดเป็นแนวยาวด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย เธอจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยมาวิ่งเล่นแถวนี้ เมื่อครั้งที่ครอบครัวคุณหญิงมาพักผ่อน และเพื่อนเล่นสมัยนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นกันติทัตคนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในตอนนี้นั่นเอง
ภาพเมื่อครั้งที่เธอโดนกันติทัตแกล้ง ผลักลงไปในทะเลจนสำลักน้ำเกือบตาย จนต้องนั่งร้องไห้อยู่ริมหาดปรากฏขึ้นตรงหน้า นั่นทำให้รอยยิ้มหวานฉายบนดวงหน้าสวย ตอนเด็ก ๆ เธอมีความทรงจำร่วมกับผู้ชายคนนี้มาโดยตลอด แม้ว่าจะเป็นฝ่ายโดนกลั่นแกล้ง ทว่ามันกลับทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับเขาไปโดยปริยาย
พลั่ก!!
โครม!!!
“ว้าย!!!”
กำลังยืนยิ้มอยู่ดี ๆ ก็โดนมือดีผลักจนล้มลงไปในน้ำทะเล จนเปียกปอนไปทั้งตัว เมื่อปาดหยดน้ำออกจากใบหน้าแล้ว เจ้าหล่อนก็เงยขึ้นไปมองแรงใส่คนที่เป็นตัวการ
“ฮ่า ๆ รู้สึกคุ้น ๆ ไหม” กันติทัตหัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นเธอนั่งอยู่ในน้ำทะเลอย่างหมดสภาพ โดยมีคลื่นซัดสาดปะทะร่างอยู่ตลอดเวลา
“พี่ทัต! ทำบ้าอะไรเนี่ย”
“ก็ทำเหมือนอย่างที่ฉันเคยทำกับเธอ เมื่อตอนเรายังเป็นเด็กไงล่ะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเธอก็ยังเป็นเหยื่อให้ฉันอยู่ดี ฮ่า ๆ” คนพูดยืนกอดอกมองดูผลงานตัวเอง หัวเราะเยาะไม่หยุดปาก ปลายฝนได้แต่ทำหน้าบูดบึ้ง พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างทำอะไรไม่ได้
แทนที่เธอจะโกรธ…
ทว่ากลับรู้สึกดีที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั่น สงสัยเธอคงจะเป็นบ้าไปแล้วกระมัง
“ฝนโตแล้วแต่คนที่ยังไม่โตคือพี่ต่างหากละ” เธอพูดแค่นั้นก็เดินต่อไปไม่สนใจเขา หากยืนต่อปากต่อคำคงไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น
“ใครว่าฉันยังไม่โต”
เมื่อโดนหยามซึ่ง ๆ หน้ากันติทัตก็รีบจ้ำอ้าว เดินตามไปหาเรื่องเจ้าหล่อน ปลายฝนรู้สึกรำคาญได้แต่ถอนหายใจ เร่งฝีเท้าออกห่างให้มากที่สุด
“ก็ฝนกำลังว่าอยู่นี่ไงคะ คนโตแล้วเขาไม่เล่นกันอย่างนี้หรอก”
“ฉันโตแล้วนะ เธออยากสัมผัสไหมล่ะ” ไม่ว่าเปล่าอีกฝ่ายคว้ามือเธอเอาไว้ ทำให้ปลายฝนต้องชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันขวับมามองคนที่กำลังกวนประสาทตอนนี้
ใบหน้าหล่อ ๆ ยิ้มกวนแถมยังยักคิ้วอย่างมีเลศนัย นั่นทำให้ปลายฝนขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัยปนหวาดระแวง กลัวว่าจะโดนแกล้งอะไรอีก
“พี่จะกวนประสาทฝนไปถึงไหนคะ ฝนอยากอยู่คนเดียว ถ้าว่างมากก็เอาเวลาโทรฯ หาแฟนพี่เถอะ ห่างกันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องนั้นฉันทำอยู่แล้วไม่ต้องมาบอก แต่ตอนนี้ฉันจะสั่งสอนเธอก่อนไง”
“สั่งสอน? ทำไมต้องสั่งสอนฝนด้วย ในเมื่อฝนไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ก็เธอสบประมาทฉันไง”
“สบประมาทว่า…” ปลายฝนยังคงงุนงงกับคำกล่าวหา เธอยังไม่รู้ตัวว่าไปสบประสาทเขาตอนไหน
“ก็ว่าฉันเป็นเด็ก”
“นั่นไม่ใช่สบประมาท แต่มันคือพฤติกรรมของพี่จริง ๆ ปล่อยมือฝนเดี๋ยวนี้!”
“ฉันปล่อยแน่ แต่ขอพิสูจน์ให้เธอรู้ก่อนว่าฉันไม่ได้เด็ก”
หมับ!
ปลายฝนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ เขาก็ดึงมือเธอไปกุมที่บริเวณเป้ากางเกง ซึ่งตอนนี้มันมีแท่งอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น ใหญ่เกินกว่าที่ฝ่ามือของเธอจะเกาะกุมมันได้หมด และที่สำคัญมันขยับตัวได้อีกต่างหาก
“พะ…พี่ทัต!”
น้ำเสียงเธอสั่น ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อได้สัมผัสความเป็นชายของเขา ช่างหน้าไม่อายเสียจริง เธอไม่นึกว่ากันติทัตจะเล่นพิเรนทร์ได้ถึงเพียงนี้ พยายามดึงมือเรียวกลับแต่เขาไม่ยอม
“เป็นไงฉันเด็กไหม”
“หน้าไม่อาย ปล่อยมือฝนเดี๋ยวนี้ อี๋ น่ารังเกียจที่สุด”
“น่ารังเกียจตรงไหน ยังไงเธอก็หนีไม่พ้นเรื่องแบบนี้หรอก ดีไม่ดีสามีในอนาคตของเธอ อาจจะใหญ่กว่าของฉันก็ได้นะ” กันติทัตยิ้มหน้าระรื่นเมื่อแกล้งเธอได้สำเร็จ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน แต่การได้แกล้งปลายฝนมันเป็นอะไรที่สนุกเช่นเคย
“นั่นมันเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้พี่ไม่ใช่สามีของฝน อย่ามาทำอย่างนี้เด็ดขาดรู้ไว้ด้วย”
“จริงสินะ คนอย่างเธอถูกคุณย่าล้างสมองให้เป็นผู้หญิงหัวโบราณ คงไม่ชินกับเรื่องอย่างนี้ ฉันชักเริ่มจะสนุกซะแล้วสิ”
“สนุกกับผีน่ะสิ ถ้าไม่ปล่อยฝนฟ้องคุณหญิงแน่”
“เอาเลย! ฟ้องเลย! ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะกล้าฟ้องไหม ฟ้องว่าเธอจับไอ้นี่ฉันงั้นเหรอ กล้าไหมล่ะ” กันติทัตกล่าวอย่างมั่นใจ ทำหน้ากวน ๆ ให้เธอเจ็บใจเล่น
“พี่ทัต! มันจะมากไปแล้วนะ ถ้าอย่างนั้นฝนจะบอกแฟนพี่ ว่าพี่ทำอะไรกับฝนบ้าง อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะมองพี่ยังไง” ตอนนี้เป็นปลายฝนที่สามารถยิ้มเยาะได้
กันติทัตรีบปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเอาความไปฟ้องแฟนสาว ถ้าเป็นอย่างนั้นมีหวังเขาโดนด่าจนหูชาแน่ ดีไม่ดีเธออาจจะงอนก็เป็นได้ เขารู้ดีว่าหากอลิชางอนแล้วกว่าจะง้อได้ต้องใช้เวลานานมาก
เมื่อได้รับอิสระแล้วปลายฝนก็รีบวิ่งหนีไป ก่อนที่จะโดนแกล้งซ้ำอีกครั้ง เมื่ออยู่ในระยะปลอดภัยแล้วเจ้าหล่อนก็หยุดแล้วเดินช้า ๆ อย่างรู้สึกโล่งใจ ยกมือขึ้นมามองทั้งที่ใบหน้ายังคงขึ้นสีแดงระเรื่อ
“อีตาบ้า! ไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือไง”
บ่นแล้วก็หันกลับไปมอง พบว่ากันติทัตกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อนั่นก็พอจะเดาออก ว่าปลายสายคงไม่ใช่ใครที่ไหน คงเป็นอลิชาแฟนสาวสุดที่รักอย่างแน่นอน ส่วนเธอคงเป็นได้แค่ของเล่นคั่นเวลาสำหรับเขาสินะ ปลายฝนคิดในใจอย่างไร้ซึ่งความหวัง
“อย่ามากล่าวหากันนะ พี่ไม่ได้วางแผนสักหน่อย อีกอย่างใครจะบ้ามาทำอะไรตรงนี้ หรือว่า...เราชอบเอาท์ดอร์” เขากระซิบบอกข้างใบหูปลายฝนหน้าแดงก่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“บ้า! ใครจะไปชอบแบบนั้นเหมือนพี่กันล่ะ”“อายอย่างนี้แสดงว่า...เธอคิดใช่ไหมว่าพี่จะทำอะไร แสดงว่าคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องโดน”“พี่ทัต! หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไม่กลัวคนอื่นได้ยินก็เกรงใจเจ้าที่ท่านบ้าง” เธอเอ็ดเสียงดังแก้เขิน“พี่แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง ใครจะกล้ามาทำอะไรตรงนี้ นั่งนิ่ง ๆ บนตักให้พี่กอดอย่างนี้ก็พอ บรรยากาศโรแมนติกอย่างนี้ เราควรจะนั่งชมจันทร์ฟังเสียงคลื่นทะเลดีกว่าว่าไหม”“พูดจริง?”“จริงดิ ไม่ไว้ใจพี่แล้วเหรอครับ” คนพูดทำน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อย“ไม่ต้องทำเสียงอ้อนหรอก เชื่อแล้วค่ะ”“วันนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะว่าไหม”“ค่ะสวยมาก”“แต่พี่ว่ายังไงฝนก็สวยกว่าอยู่ดี แถมยังหอมกว่าด้วย”“ถ้าพระจันทร์ได้ยินคงจะเสียใจแย่เลย แต่ฝนเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ เพราะมันคือความจริง”“ฝนว่า...เราจะมีลูกกันกี่คนดี”“แหนะ! วนเข้าเรื่องใต้สะดืออีกแล้วนะพี่”“เปล่า...แค่ถามความเห็นเฉย ๆ พี่ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยนะ แค่อยากให้หนูฟ
ชายหนุ่มยังไม่เลิกเล่นสงครามประสาทกับคนเป็นเมีย ปลายฝนทำหน้ายักษ์ใส่แล้วคว้ามือลูกสาวมาจับไว้“เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะหนูฟ้า”“มาขี่คอพ่อจ๋าดีกว่าค่ะ”กันติทัตชิงตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนคอตัวเอง แล้วยักคิ้วให้กับภรรยา ปลายฝนแยกเขี้ยวใส่ กำหมัดขึ้นทำท่าจะชกหน้า ผู้เป็นสามีรีบเอียงหน้ารอรับอย่างไม่รู้สึกกลัว ท้ายที่สุดเจ้าหล่อนก็ยื่นหมัดนั้นเข้าไปสัมผัสที่ก้มออกแรงดันเบา ๆ เท่านั้น“รีบไปเลย จะได้อาบน้ำอาบท่ากินข้าวเย็นกัน”“นึกว่าจะแน่ซะอีก หึ ๆ”“ไม่ต้องทำเป็นดีใจไปหรอก ฝนแค่ฝากไว้ก่อน รอให้พี่เผลอเมื่อไหร่จัดหนักแน่”“รีบมาจัดนะจ๊ะเมียจ๋า พี่พร้อมรับมือเสมอ นานแล้วนะที่ไม่ได้นอนกอดเมีย” คนพูดทำหน้าตายียวนกวนประสาทอย่างน่าหมั่นไส้ โยงเข้าเรื่องใต้สะดือเข้าจนได้ ปลายฝนยิ้มพลางส่ายหน้า รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้านก่อนหลังจากทานมื้อเย็นแล้วทั้งสามก็ออกมานั่งรับลมที่หน้าบ้าน ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาประสานกับเสียงคลื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แสงไฟตามจุดต่าง ๆ ของสวนหน้าบ้าน กำลังประชันเปล่งแสงกับดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า โซฟาตัวยาวถูกจับจองจนไม่มีที่ว่าง คนเป็นพ่อกับแม่นั่งริมส่วนลูกสาวตัวน้อยนั่
สองปีต่อมา…ณ ประเทศอังกฤษ“อลันมาหาหม่ามี๊เร็วลูก”“มี๊”เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เด็กชายอลันวัยขวบเศษก็รีบวิ่งเข้ามาหา ขณะวิ่งเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้าน อลิชากอดลูกชายไว้ด้วยความหวงแหน กดปลายจมูกลงที่กลางกระหม่อมฟอดใหญ่ด้วยความรัก“เก่งมาก ๆ เดี๋ยวหม่ามี๊จะพาไปอาบน้ำนะครับ”“ไม่อาบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นเจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นด้วยความเอ็นดู แค่มีลูกชายคนนี้คนเดียวชีวิตเธอก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรับใครเข้ามาในชีวิตเพิ่มเติมอีกสองสัปดาห์หลังจากวันที่ได้เจอกับเขมทัต เธอก็ตัดสินใจมาคลอดลูกที่อังกฤษ เพราะต้องการหลีกหนีจากความทุกข์ที่เกิดขึ้น และเพื่อสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยกลับเมืองไทยเลยสักครั้ง“อลันมานี่เดี๋ยวนี้เลย จะไปไหนครับ” เธอว่าพลางวิ่งไล่จับลูกชายพร้อมกับรอยยิ้มแห่งสุข แทนที่จะรีบจับตัวไปอาบน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ามาวิ่งไล่กันเล่นเสียอย่างนั้น“ฮ่า ๆ ๆ หม่ามี๊”“ดื้อนักนะเรา ฮ่า ๆ”ขณะสองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานภายในรั้วบ้าน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เป็นเขมทัตน
เมื่อเสร็จภารกิจช่วงเช้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่กันติทัตจะได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาสองต่อสอง ตอนนี้ปลายฝนกำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว คนเป็นสามีเห็นก็แอบเดินย่องไปเงียบ ๆ แล้วสวมกอดจากด้านหลัง เกยคางบนไหล่บางอย่างถือวิสาสะ“พี่ทัตทำอะไรเนี่ย”เมื่อโดนรบกวนปลายฝนก็วางจานลงในอ่าง เอียงหน้ามามองคนที่กำลังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ เขาทำตัวราวกับเด็กน้อย ที่กำลังต้องการเรียกร้องความสนใจ“ท้องก็โตขึ้นทุกวัน ๆ ทำไมถึงยังดื้อมายืนล้างถ้วย”“แค่ล้างถ้วยเองนะคะ มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย”“ก็พี่เป็นห่วง อยากให้เรานั่งเฉย ๆ ทำตัวเป็นคุณนายสวย ๆ ไม่ได้เหรอ งานบ้านก็ปล่อยให้คนใช้ทำแทน”“ไม่เอา แค่งานในบ้านใหญ่ทุกคนก็ยุ่งมากพอแล้ว แค่นี้ฝนทำไหวค่ะ ต่อให้ท้องโย้วฝนก็ไหว” เธอยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่แม่ศรีเรือนต่อไป“งั้นพี่จะเป็นคนทำเอง ไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน และอื่น ๆ ที่ฝนบัญชามาพี่ทำได้ทั้งนั้น”“จริงดิ ฝนไม่ไว้ใจพี่เลย กลัวว่าจะทำบ้านพังไปทั้งหลังนะสิไม่ว่า”“ไม่เชื่อใจพี่เหรอครับ สมัยไปเรียนต่างประเทศพี่ก็ทำเองทั้งนั้น”“โม้ป่าว ไปอยู่ที่โน่นไม่มีใครเห็นด้วยจะพูดอะไรก็ได้”“จริง
หลังจากวันนั้นอลิชาก็ไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนในบ้านเทวทัตภิรมย์อย่างที่พูดจริง ๆ และตอนนี้กันติทัตได้เอาเฝือกออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เท่าที่ควร การเดินจึงช้ากว่าคนทั่วไปช่วงนี้อารมณ์ของปลายฝนขึ้น ๆ ลง ๆ ผู้เป็นสามีจึงต้องตามใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะตอนนี้คนที่มีอำนาจเหนือกว่าคือปลายฝนไปเสียแล้ว กันติทัตคอยเอาอกเอาใจและคอยดูแลภรรยาแทบยี่สิบสี่ชั่วโมง หวงยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก“จะรีบตื่นไปไหน”เสียงอันงัวเงียดังอยู่ข้างหู ขณะเธอกำลังพยายามแกะมือเขาออก เตรียมตัวจะลุกขึ้นเพื่อไปใส่บาตรในตอนเช้า“ฝนจะไปตักบาตรค่ะ คนบาปอย่างพี่คงไม่เข้าใจหรอก”“ให้กอดอีกสักแปบไม่ได้เหรอ เดี๋ยวพี่จะไปใส่ด้วย”ฟอดดด!!!คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขินจนหน้าแดง เธอยังคงไม่คุ้นชินกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปของกันติทัต ฟังดูแล้วมันเลี่ยน ๆ อย่างบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกหัวใจพองโตเช่นกัน“ขืนนอนต่อมีหวังพระท่านไปก่อนพอดี ปล่อยฝนเดี๋ยวนี้เลย”“โอเคครับปล่อยก็ปล่อย แต่ฝนต้องจูบพี่ก่อนนะ” ว่าแล้วก็พลิกร่างบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน และตอนนี้กันติทัตได้รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลัง
ภายในร้านอาหารสุดหรูย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง มุมหนึ่งของร้านมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งดื่มน้ำส้มคั้นด้วยจริตผู้ดี พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอัปเดตข่าวสารจากบรรดาคนรู้จักในโลกโซเชียล เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกที่จู่ ๆ กันติทัตก็นัดมาเจอ คำพูดของอดีตแฟนหนุ่มมีพิรุธ ราวกับมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเธอกำลังลังเลใจว่าจะยอมบอกความจริงเรื่องพ่อของเด็ก หรือปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วหายไปจากชีวิตคนพวกนี้ ให้พ่อของลูกได้ชื่อว่ากันติทัตต่อไป“ทำไมยังไม่มาอีกนะ เป็นคนโทรฯ นัดเรามาแท้ ๆ”อลิชาบ่นหลังจากดูเวลาที่หน้าจอมือถือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดไปแล้วเกือบยี่สิบนาที เธอนั่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้“คุณอลิซ”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เจ้าหล่อนขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ เสียงนั่นไม่ใช่กันติทัตแต่เป็นเสียงเขมทัต หรือว่าเธอจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว เมื่อหันไปมองก็เป็นอย่างที่คาดเดาในใจจริง ๆ“คุณเขม! คุณมาที่นี่ทำไม”“ก็ผมอยากจะมาคุยกับคุณไงล่ะ”“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เธอกล่าวแล้วเดินผ่านหน้าไป ทว่าเขมทัตรั้งมือเอาไว้ เจ้าหล่อนส่งส







