LOGIN[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : สัญญาจ้างงาน
--------------------------------------------------------------------------
ภายในคฤหาสน์หลังนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายที่สองสาวต้องค่อย ๆ เรียนรู้ และใช้เวลาทำความเข้าใจกับมัน ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับชายทั้งสี่ และความลับของเกาะแห่งนี้...
หัวหน้าแม่บ้านปล่อยให้พวกเธอได้ใช้เวลาส่วนตัวในการเดินดูรอบ ๆ คฤหาสน์ โดยมีสาวใช้สองคนคอยเดินตามอยู่ไม่ห่าง เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกใช้ และเพื่อไม่ให้พวกเธอเดินออกไปนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด...
“ที่นี่เป็นเกาะสินะ” เลย์อิพูดย้ำเตือนถึงสิ่งที่เธอรู้มา
“คุณแม่บ้านพูดแบบนั้น ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ”
“เราเชื่อเธอได้ใช่ไหม”
“ถ้าไม่เชื่อที่เธอบอก…ก็เชื่อสายตาตัวเองเถอะ” โมอาใช้สายตาของเธอ ชี้ไปทางด้านหน้าที่เป็นทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา
“ถ้าเราจะหนี ก็คงมีวิธีเดียว คือต้องว่ายน้ำหนี…”
“แกว่ายน้ำเป็นด้วยเหรอ?”
“...” เลย์อิส่ายหัวตอบคำถามของเพื่อนรักสีหน้าสิ้นหวัง
“ทำแบบนั้นเราคงได้ไปตายอยู่กลางทะเลกันแน่ หรือไม่ก็จมตั้งแต่ยังไปไม่ถึงกลางทะเลด้วยซ้ำ” โมอาเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นเช่นกัน ทางหนีเดียวที่พอจะนึกออก จึงเป็นการเสี่ยงตายมากกว่าการลอดชีวิต
“นั่นสิ...เฮ้อ” สองสาวมองทอดสายตาออกไปที่กลางทะเลกว้างใหญ่ และได้แต่คิดว่าการหนีนั้นคือการฆ่าตัวตายชัด ๆ
“หาทางหนีกันอยู่เหรอ?” เสียงเปอร์ดังขึ้นด้านหลังสองสาว เวลานี้เสือทั้งสามตัวออกไปจัดการความเรียบร้อยของงาน ที่จะจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้ จะมีก็แต่นายท่านน้อยที่อยู่ประจำที่คฤหาสน์เวลาที่พี่ ๆ ไม่อยู่บ้าน
“ปะเปล่านะคะ พวกเราก็แค่...” โมอารีบพูดปฏิเสธ
“จะคิดหนีก็ไม่แปลกหรอก ที่นี่ดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะ?”
“...”
“เป็นไงบ้าง หายดีแล้วใช่ไหม?” คนใจดีถามถึงอาการของสองสาว และลากสายตาอบอุ่นมาจ้องมองเลย์อิเพื่อรอคำตอบจากคนพูดน้อย
“...ค่ะ” เลย์อิตอบคำถามไปตามที่ร่างกายของเธอรู้สึก ความเจ็บปวดที่ว่าเธอไม่ได้สัมผัสถึงมันตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ อาจจะเพราะได้ยาวิเศษจากคุณหมอที่ฉีดเข้าร่างกายในคืนวันนั้น
“ตรงนั้นก็หายเจ็บแล้วเหรอ?”
“...”
คำถามที่ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมของเปอร์ทำคนขี้อายไม่รู้จะตอบว่าอะไร “...ช่างเถอะ หายก็ดีแล้วล่ะ พรุ่งนี้เลย์อิต้องไปออกงานกับฉันรู้แล้วใช่ไหม”
“...” เธอพยักหน้าเบา ๆ ตอบกลับ
“หลับตาซิ๊ ฉันมีอะไรจะให้”
“...” เลย์อิทำตามที่เปอร์บอกโดยไม่ตั้งคำถามใด ๆ แม้ลึก ๆ จะแอบสงสัยว่าเขาสั่งให้ทำแบบนั้นทำไม
ใบหน้าหล่อแสนอบอุ่นโน้มลงมาจ้องมองความสวยหวานของเด็กสาวใกล้ ๆ ขนตาหนาเป็นแพที่ทำให้ดวงตาคู่สวยของเธอดูหวานมีเสน่ห์น่าหลงใหล ปากนิดจมูกหน่อยที่เข้ากันกับโครงหน้าเล็ก ๆ ของเธอ
ฟอด~
“..!”
ภาพแรกที่เธอเห็นในทันทีที่ลืมตา คือรอยยิ้มของคนตรงหน้า ที่ยิ้มให้เธอก่อนจะเดินจากเธอไปเฉย ๆ ไม่พูดไม่จาหรืออธิบายอะไรถึงการกระทำเมื่อครู่นี้ เพราะสิ่งที่เขาต้องการมอบให้กับเธอ เขาได้ให้เธอไปเรียบร้อยแล้ว...
ทว่าคนที่ดูจะเขินอายกว่าสาวสวยที่ถูกขโมยหอมนั้น กลับเป็นโมอา คนที่เห็นภาพนั้นเต็มสองตา “นั่นแน่…”
“นั่นแน่อะไร?”
“^^”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เวลาแบบนี้ยังจะติดเล่นได้อยู่อีก” เลย์อิดุเพื่อนของเธอ ที่เป็นคนติดเล่นติดตลกไม่รู้เวล่ำเวลา
“ก็แล้วจะให้ฉันร้องไห้ฟูมฟายหรือไง ทำแบบนั้นไปก็ไม่ได้กลับบ้านอยู่ดี แล้วอีกอย่าง...”
“อะไร?” เลย์อิถามต่อเมื่อเห็นโมอาเงียบไป
“ความฝันที่จะได้เป็นศิลปินของเรา มันก็ยังไม่จบลงสักหน่อย...”
“แกหมายความว่าไง”
“จำที่ผู้ชายคนนั้นพูดบอกเราได้ไหม ที่เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของค่ายเพลงที่เกาหลี ถ้าเราจบงานจากที่นี่เขาจะส่งตัวเราไปเป็นเด็กฝึกที่นั่น...” โมอาจำข้อเสนอของอาร์เจที่ยื่นให้กับเธอได้ดี และจำได้ว่าเธอจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ในการดำลงตำแหน่งนี้
“เรื่องโกหกอีกหรือเปล่า ฉันไม่อยากเชื่ออะไรใครง่าย ๆ อีกแล้ว”
“ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นความจริงล่ะ...เราสองคนสู้มาถึงขนาดนี้แล้ว จะไม่ลองสู้ดูอีกหน่อยเหรอ?”
“...”
เลย์อิเงียบและคิดตามที่โมอาพูด หากว่าเรื่องนั้นที่พวกเธอได้ยินคือเรื่องจริงความฝันที่จะได้เป็นศิลปินก็ยังไม่ดับวูบลงซะทีเดียว แม้จะเป็นเส้นทางที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ แต่เพียงแค่คิดว่าเธอสูญเสียอะไรไปบ้างกว่าจะมาถึงจุดนี้ แค่นั้นก็ทำให้พวกเธอสองคนลังเล และอยากจะลองสู้ดูอีกสักครั้ง
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเขาเป็นเจ้าของค่ายเพลงจริง ๆ”
“ก็ต้องสืบสิ”
“สืบจากไหน?”
“สืบจากคนที่อยู่ใกล้ตัวพวกเขาไง...คนที่เราพอจะเชื่อถือได้มากที่สุด” โมอาทำหน้าเจ้าเล่ห์อย่างมีความหวัง เธอคิดเอาตัวลอดจากคนน่ากลัวด้วยการอยู่ร่วมกันกับเขาเพื่อหวังซึ่งประโยชน์บางอย่าง
เพราะหากไม่มีทางให้หนีไปจากที่นี่ การปรับตัวก็เป็นสิ่งที่พวกเธอควรทำ และรอเวลาจนกว่าจะถึงวันที่เธอหมดหน้าที่จากที่แห่งนี้ เพื่อให้เขาตอบแทนในสิ่งที่เธอสองคนต้องการ นั่นคือความฝันที่จะได้เป็นศิลปิน…
“งั้นเราต้องสืบจาก…หัวหน้าแม่บ้าน”
“ใช่ ฉันว่าเธอน่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับที่นี่เยอะ”
ช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น…
วันนี้สองสาวตื่นขึ้นมาแต่งตัวสวยเตรียมพร้อมรับกับการเริ่มทำงานวันแรก ซึ่งในช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่ายของวัน หนุ่ม ๆ ก็ยังให้เวลาพวกเธอได้พักผ่อนฟรีสไตล์ ก่อนที่จะเริ่มงานสำคัญในช่วงเย็นอย่างจริงจัง…
“งั้นเรายังมีเวลาพักจนถึงบ่ายใช่ไหมคะคุณแม่บ้าน?” โมอาถามกับหัวหน้าแม่บ้านที่เป็นคนมาแจ้งข่าวนี้กับพวกเธอ ในระหว่างที่สองสาวนั่งทานมื้อเช้าด้วยกันที่ห้องทานข้าวเล็กอย่างเป็นส่วนตัว เหมือนกับในเมื่อวานนี้
“ใช่ค่ะ แล้วอีกเรื่องที่ฉันต้องแจ้งให้กับพวกคุณทราบ คือกำหนดการทำงาน และค่าจ้างที่จะได้รับ”
“กำหนดการทำงานเหรอคะ กี่วัน กี่เดือนคะ?” โมอาวางช้อนที่จะตักอาหารเข้าปาก และรีบเอ่ยถามถึงรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการรู้
“สัญญาจ้างงานคือหกเดือนค่ะ…”
“หกเดือน เฮ้อ ทำไมไม่เป็นสามเดือนนะ” โมอาพูดตัดพ้อ เพราะเธอต้องอาศัยอยู่ที่แห่งนี้นานกว่าที่คิดและคาดหวังไว้
“นั่นสิ ตั้งหกเดือน…” เลย์อิก็เศร้าไม่ต่างกัน สองสาวฟังเรื่องนั้นแล้วก็พลอยไม่มีอารมณ์ตักข้าวเข้าปาก เพราะเวลาหกเดือนมันยาวนานเสมือนหกปีสำหรับความคิดพวกเธอ
“…ส่วนเรื่องค่าจ้าง เนื่องจากพวกคุณสองคนต้องดูแลนายท่านพร้อมกันถึงสองคน ค่าจ้างจึงถูกเพิ่มให้เป็นสองเท่า นั่นคือเดือนละหนึ่งล้านสองแสนบาท จากเดิมที่จะได้เพียงแค่หกแสน…”
“ห๊ะ! ทะ…เท่าไหร่นะคะ” เสียงโมอาคนเก่าเจ้าเดิม ตะโกนถามหัวหน้าแม่บ้านด้วยความตกใจกับเงินค่าจ้างที่ได้รับ
“หนึ่งล้านสองแสนบาทค่ะ”
“ล้านสอง!” เลย์อิหลุดปากตะโกนออกมา เมื่อได้ยินว่าค่าตัวของเธอสูงถึงหนึ่งล้านสองแสนต่อเดือน
“นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังจะมีเงินพิเศษเพิ่มเติมให้ในการออกงานแต่ละครั้งกับนายท่านอีกด้วยนะคะ และทุกต้นเดือนจะได้รับเป็นเงินสดสกุลเงินบาท ซึ่งฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นให้พวกคุณเอง แล้วก็…ภายในห้องแต่งตัวของห้องนอน จะมีตู้เซฟสำหรับเก็บของมีค่าอยู่ สามารถนำเงินหรือของมีค่าอื่น ๆ ที่ได้รับจากนายท่านไปเก็บไว้ในนั้นได้นะคะ…”
ทั้งสาวพูดมากและสาวพูดน้อย ต่างก็เงียบฟังสิ่งที่หัวหน้าแม่บ้านพูดแจ้งจนจบ โดยไม่เอ่ยถามหรือพูดขัดจังหวะใด ๆ เพราะเรื่องที่เธอกำลังเล่าให้ฟังนั้นน่าสนใจมาก มากจนทำสองสาวจิตหลุด…
“นี่เป็นกุญแจตู้เซฟของคุณเลย์อิค่ะ และนี่ของคุณโมอา ส่วนเงินเดือนก้อนแรก ฉันนำไปใส่ไว้ให้ในตู้เรียบร้อยแล้ว…” เธอแจ้งข่าวการทำงานจบ ก็ยื่นกุญแจที่เป็นของส่วนตัวให้กับสองสาวเก็บไว้ดูแล
“มะ…หมายถึงว่า ตอนนี้หนูได้เงินค่าทำงานแล้วเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ เป็นเงินที่นายท่านจ่ายให้ล่วงหน้าก่อนเริ่มงานตอนนี้เงินนั้นเป็นของพวกคุณแล้ว…”
“งั้นถ้า…ถ้ากินข้าวเช้าเสร็จแล้ว หนูขอไปดูได้ไหมคะ”
“ตามสบายค่ะ” เธอยิ้มเล็ก ๆ พร้อมกับโค้งหัวตอบรับคำของโมอา ก่อนจะเดินออกจากห้องทานข้าวไป และให้สองสาวได้ทานมื้อเช้ากันอย่างเป็นส่วนตัว เพราะคิดว่าพวกเธอคงมีเรื่องให้ต้องพูดคุยและปรึกษากัน
ทว่าเวลานี้พวกเธอกลับกินข้าวไม่ลง เพราะรู้สึกอยากเห็นเงินล้านที่เป็นค่าจ้างของพวกเธอ “เลย์ แกอิ่มข้าวหรือยัง”
“ฉันอิ่มนานแล้ว” เธอพูดตอบไปแบบนั้นทั้งที่เพิ่งตักข้าวเข้าปากไปได้เพียงคำเดียว
“งั้นเรา…”
“ไป!” เลย์อิพูดตอบรับเสียงดังตั้งแต่เพื่อนของเธอยังพูดชวนไม่ทันจบประโยค แต่เพราะสองสาวมีความคิดที่ตรงกันจึงรู้ทันกันอยู่ตลอด
“ไปเถอะ” โมอาและเลย์อิปล่อยทิ้งช้อนกับส้อม และจูงมือกันวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของพวกเธอ เพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่ามีสิ่งนั้นอยู่จริง ๆ
ห้องนอนสองสาว…
เมื่อสองสาวเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวภายในห้องนอน ก็เห็นว่ามีบางอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา บางอย่างนั้นทำมุมปากของสองสาวยกขึ้นเล็ก ๆ อย่างไม่รู้ตัว เพราะเบื้องหน้าตอนนี้คือตู้เซฟ ตู้ที่คาดว่าน่าจะมีเงินค่าจ้างหนึ่งล้านสองแสนบาทอยู่ในนั้น
“เปิดดูพร้อมกันดีไหม?”
“เอาสิ…” เลย์อิพูดตอบโมอาไปอย่างเห็นด้วย
เวลานี้พวกเธอประจำอยู่หน้าตู้เซฟของตัวเอง และค่อย ๆ ไขเปิดพร้อมกัน ซึ่งเมื่อประตูตู้เซฟสองบานเปิดออก เด็กสาวก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นว่าด้านในมีเงินสดวางอยู่ในนั้นหลายปึก
“โมอา แกเห็นหรือเปล่า”
“ฉันเห็นแล้ว เงินทั้งนั้นเลย” สองสาวตะลึงกับสิ่งที่พวกเธอได้รับ ดูเหมือนว่าสวรรค์กำลังตบหัวพวกเธอด้วยเรื่องเลวร้าย แต่ก็ลูบหลังปลอบใจพวกเธอด้วยเงินก้อนโตที่ชีวิตนี้ไม่เคยได้มี “นะ…นี่เงินของพวกเราจริง ๆ เหรอเนี่ย”
“ถ้าได้แบบนี้ทุกเดือน หกเดือนก็เป็นเงิน จะ..เจ็ดล้านสองแสน” เลย์อิคิดคำนวณเงินที่พวกเธอจะได้รับตลอดหกเดือน ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พวกเธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะตั้งตัวรับไม่ทันกับจำนวณเงินมากมายเช่นนี้
“บ้าไปแล้ว เงินเยอะขนาดนั้นคงซื้อบ้านหลังใหญ่ให้แม่ได้เลย” โมอาพูดด้วยใบหน้าเหม่อลอยที่เหมือนจะอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา สองสาวทั้งอยากจะร้องไห้และดีใจในเวลาเดียวกัน แต่การทำแบบนั้นคงดูเหมือนคนเสียสติ ซึ่งตอนนี้พวกเธอกำลังรู้สึกเป็นแบบนั้นอยู่จริง ๆ
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ช่วงชีวิตที่สมบูรณ์--------------------------------------------------------------------------สองปีต่อมา...เวลานี้ทายาทของทั้งสี่หนุ่มมาเฟียใหญ่ ได้ลืมตาดูโลกเป็นที่เรียบร้อย พวกเขากลายเป็นพ่อลูกอ่อน ติดทั้งลูก ติดทั้งเมีย และคนที่น่าจะเหนื่อยที่สุดก็คงจะเป็นสองสาว ที่คลอดคนแรกออกมาเสร็จ สามีก็ไม่เว้นจังหวะให้ช่องคลอดได้พักฟื้น พวกเธอก็ต้องคลอดลูกคนที่สองให้กับสามีที่รอคิวเป็นคนต่อไป เพื่อไม่ให้น้อยน่ากันเรื่องลูก ที่หนุ่ม ๆ ชอบเอามาพูดขิงกัน…ลูกคนแรกที่เกิดจากเลย์อิ คือนายน้อย ‘ฮอล’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เป็นลูกของฮาร์ทตามที่ทุกคนคาดการไว้ ส่วนลูกคนที่สอง เป็นสาวน้อยวัยสองเดือน คุณหนู ‘ปอไหม’ น้องเล็กสุดท้องของบ้าน ที่เกิดจากคุณพ่อเปอร์คนอบอุ่น เขาได้ลูกสาวตามใจอยาก แม้จะได้มีลูกหลังพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในแก๊ง แต่ก็มีความสุขไม่ต่างกันส่วนลูกคนแรกของโมอาก็คือ นายน้อย ‘เจ้าขุน’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เช่นกัน เพราะเลย์อิกับโมอาคลอดลูกชายในวันเดียวกัน และเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งฮอลคลอดในช่วงเช้า ส่วนเจ้าขุนคลอดในช่วงบ่าย และแน่นอนว่าฟัง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของโมอา Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------ก่อนหน้าที่จะหมดสัญญาเพียงหนึ่งเดือน โมอามีข่าวเดทกับประธานค่ายอย่างอาร์เจ และแน่นอนว่านั่นคือแฟนหนุ่มตัวจริงของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ความจริงที่ทั้งคู่รักกันมายาวนานถึงเจ็ดปีก็ไม่ได้ถูกเปิดเผย ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะอาร์เจที่ควบคุมสื่อบันเทิง และเวลานี้ก็เริ่มเข้าควบรวมสื่อต่าง ๆ ในยุโรปได้มากขึ้น ข่าวที่ออกไป จึงมีเนื้อหาบอกว่าพวกเขาเริ่มคบหาดูใจกันมาได้หนึ่งปี แม้จะเป็นความรักต่างวัยที่ห่างกันค่อนข้างมาก และข่าวนี้ก็ทำแฟนคลับแตกเป็นสองฝั่ง บ้างก็ยินดีกับความรักครั้งนี้ของศิลปิน บ้างก็ด่าว่าอาร์เจกินเด็ก แต่คอมเมนต์พวกนั้นก็หาทำให้รักของเขาสั่นคอนอาร์เจถูกยกให้เป็นแฟนออกสื่อของโมอา อย่างที่ขุนพลเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าให้พูดความจริงบอกทุกคนไปถึงเรื่องความสัมพันธ์สาม
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของเลย์อิ Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------5ปีต่อมา...เมื่อถึงเวลาที่สองสาวหมดสัญญา พวกเธอก็กลายเป็นซุปตาร์อย่างที่ไฝ่ฝันไปแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นสองสาวก็ตัดสินใจโบกมือลาสมาชิกอีกห้าคน และกลับมาใช้ชีวิตเป็นครอบครัวตามที่ให้สัญญาไว้กับหนุ่ม ๆแต่เป็นเพียงการพักงานในฐานะศิลปินชั่วคราวเท่านั้น และจะกลับไปทวงคืนความเป็นซุปตาร์ หลังจากที่พวกเธอมีทายาทให้กับแฟนหนุ่มดั่งสัญญาที่ให้ไว้“เฮียอย่าลืมที่ตกลงนะ”“เออ รู้แล้วน่า มึงอยากเป็นผัวออกสื่อออกแสงอะไรก็ตามใจ แต่กูขอมีลูกก่อน”“โอเคเฮีย ตกลงตามนั้น...” เปอร์ยอมรับข้อเสนอของฮาร์ทอย่างไม่มีข้อต่อรอง เพราะเขาอยากได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มของเลย์อิ และสามารถจูงมือเธอไปเที่ยวรอบโลกได้ โดยไม่ต้องแคร์สายตาคน หากว่าเขาอยู่ในสถานะนั้นโดยได้รับการยินยอมจากพี่ใหญ่ เพราะจะไ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : วันรวมตัว 7มาเฟียเจ้าของเกาะ--------------------------------------------------------------------------สนามหญ้าหลังบ้าน...บริเวณสนามหญ้าหลังบ้านนี้ ถูกจัดไว้อย่างร่มรื่นเพื่อให้เหมาะกับการเป็นมุมนั่งผ่อนคลายของคนในบ้าน ซึ่งบรรยากาศเย็นสบายของช่วงเวลานี้ ทุกคนก็พากันมานั่งรวมตัวปิกนิกเพื่อพูดคุยแรกเปลี่ยนชีวิตส่วนตัวที่ผ่านมา...“บ้านไปถึงไหนแล้ววะ” ขุนพลถามกับลูก้า เกี่ยวกับคฤหาสน์หลังใหม่ ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเขตพื้นที่ปกครองพิเศษ ซึ่งอยู่ในเขตปกครองเดียวกันกับคฤหาสน์หลังที่พวกเขาสี่คนอาศัยอยู่ในทางเหนือ สถานที่ ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของครอบครัวลูก้า วีเดน เจได ซันซานย์ รวมถึงเด็ก ๆ ผู้เป็นทายาทของสามมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่“ยังเหลือที่ต้องทำอีกเยอะ แต่รับรองว่าอลังการกว่าคฤหาสน์ของพวกมึงแน่” ลูก้าพูดขิง“จะย้ายมาอยู่กันเมื่อไหร่เหรอคะ”“ต้องรอซานย์คลอดลูกไอ้วีเดนก่อนน่ะ ถึงจะย้ายมาอยู่ที่นี่กันได้” เจไดพูดตอบความสงสัยของโมอา“อ้อ เหรอคะ”“เมียจ๋า เมียจ๋า” เสียงเรียกเมียของเปอร์ดังมาจากด้านในบ้าน ซึ่งเสียงนั้นไม่เพียงเรียกความสนใจของค
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------หลังจากการเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของพวกเธอ 7-Shine จบลง ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ทั้งเจ็ดคนจะได้แยกย้ายกันไปหยุดพัก และใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้โมอาและเลย์อิก็อยู่ที่เกาะโยโล่ ที่ ที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเธอ...โมอาและเลย์อิในวัยยี่สิบสองปี ดูสวยสง่าขึ้นมาก ไม่ต่างจากมาเฟียทั้งสี่ ที่ดูสุขุมและสมาร์ทขึ้นตามวัย ‘อาร์เจ ฮาร์ท ขุนพล’ ในวัยสามสิบหกปี เป็นวัยที่กำลังคลั่งรักเมียเด็กสุด ๆ ส่วนเปอร์น้องเล็กที่อยู่ในวัยสามสิบสาม ก็ดูสุขุมขึ้นไม่ต่างกัน“คิดถึงจังเลยค่ะ”“เฮียก็คิดถึงครับ” เปอร์พูดบอกถึงความรู้สึกของตนกับเลย์อิ ที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเขาด้วยความคิดถึงอย่างที่เธอบอก สายตาของเลย์อิยังคงแสดงความรักกับชายเบื้องหน้าไม่เปลี่ยน เพราะเขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้เธอมีทุกวันนี้“ขวัญใจ” เสียงของโมอาเรียกหาสมาชิกตัวน้อย ก่อนแฟนหนุ่มทั้งสองที่ยืนยิ้มหน้าบานรอกอดจากเธอ แต่พวกเขาก็ต้องยิ้มรอจนเหงือกแห้งเพราะเธอให้ความสนใจกับหนูน้อยมากกว่าพวกเขา“ผัวคิดถ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เฝ้ามองความสำเร็จของคนที่รัก--------------------------------------------------------------------------วงเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่จากค่าย RAW อย่าง ‘7-Shine’ ที่เพิ่งเดบิ้วได้เพียงแค่ห้าเดือน ก็กวาดรางวัลบนเวทีใหญ่ ๆ ของเกาหลีอย่างนับไม่ถ้วน พวกเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะความเปล่งประกายของเด็กสาวทั้งเจ็ดคน ทำให้มีแฟนคลับทั้งในเกาหลีและต่างชาติ ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปยอดขายของอัลบั้มแรกก็สร้างสถิติสูงเกินหน้าเกินตารุ่นพี่ที่เดบิ้วมาก่อนหลายปี ซึ่งมากถึงสิบเจ็ดล้านก็อปปี้ แน่นอนว่ายอดขายเกินครึ่งมาจากการซัพพอร์ตของหนุ่ม ๆ ทั้งสี่คน ที่เวลานี้ตั้งตัวเป็นบ้านไซต์ใหญ่ของสาว ๆ หรือเรียกว่าเป็นกลุ่มแฟนคลับของ ‘7-Shine’ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยก็ว่าได้ และพวกเขาก็มีชื่อเรียกว่า ‘my shine’ ชื่อเรียกของกลุ่มแฟนคลับที่ศิลปินตั้งให้ทั้งสี่คนตามเกาะติดขอบเวทีเพื่อส่งกำลังใจให้สองสาวไม่ห่าง รวมทั้งลูกน้องนับร้อยชีวิตก็ตามไปให้กำลังใจในหญิงของพวกเขาทุกที่ ตามคำสั่งของนายท่านทั้งสี่ และหลาย ๆ สเตจ (stage) ที่ ‘7-Shine’ ขึ้นแสดง จึงมีเสียงร้องเชีย







