LOGINชายหนุ่มหยุดนิ่งอยู่กับอกนุ่ม สูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ ขณะหักห้ามใจ เขาเงยหน้าขึ้นจากอกนุ่ม มองหน้าที่แดงก่ำของเธอ
เธอหลบสายตาเขาด้วยความเขินอายและสับสนในความรู้สึก “ป่านนี้เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ”
“ก็ได้ครับฮันนี่” เขาพยายามข่มอารมณ์ของตนเองให้กลับเป็นปกติ
“อย่าเรียกแบบนี้นะคะ ถ้าเพื่อน ๆ มาได้ยินอายเขาแย่”
“แต่ผมไม่อายนี่นา” เขาจับมือเธอ “ก็ผมรักของผมนี่ แต่งงานกับผมนะน้ำผึ้ง”
“คุณเควิน!” เธออุทานด้วยความตกใจ อาทิตย์ที่แล้วสารภาพรัก อาทิตย์นี้ขอแต่งงาน ทำอะไรแต่ละอย่างตั้งตัวไม่ทันจริง ๆ “มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ”
“ผมพูดเพราะผมมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ผมรู้ใจตัวเองดีเสมอ” เขาชี้ไปที่อกด้านซ้ายของตัวเอง “ผมใช้ใจไม่ได้ใช้เวลา”
“แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะคะ”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น ผมพูดจริง ต่อจากนี้ผมจะให้คิมกับวาอยู่ที่บ้านผมถาวร ไม่ให้กลับไปอยู่กับคุณแล้ว เพราะอีกไม่นานผมจะทำให้คุณต้องย้ายมาอยู่กับผมให้ได้”
“ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยจะให้ไปอยู่ด้วยกัน แล้วคุณพ่อคุณแม่คุณจะว่ายังไง” เธอรู้สึกลำบากใจกับความมุ่งมั่นเกินเหตุของเขา
“ท่านอยากได้คุณเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้ว ท่านไม่ว่าอะไรหรอก.. น้ำผึ้ง”
“คะ”
“ถ้าคุณลังเล ไม่มั่นใจในตัวผม เราหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ แล้วพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยแต่งงานกัน.. นะครับน้ำผึ้ง” เขาทำเสียงออดอ้อนใส่เธอที่เอาแต่ทำท่าครุ่นคิด
ณัฐวราครุ่นคิดถึงเวลาเกือบเดือนที่เธอได้รู้จักเขา นึกถึงความรู้สึกของหัวใจตัวเอง นึกถึงคำพูดของสินีและเพื่อน ๆ ว่าทุกอย่างอยู่ที่เธอตัดสินใจ คนโบราณรุ่นพ่อแม่เราไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ ยังแต่งงานอยู่กินกันจนแก่เฒ่าได้เลย
เธอยังโชคดีกว่าตั้งเยอะ ที่ได้ถูกจีบ ได้ถูกบอกว่าชอบ ได้ถูกขอแต่งงาน แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน ส่วนอนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่ต้องไปพะวงกับมันล่วงหน้าหรอก
“ก็ได้ค่ะ เราจะหมั้นกันไว้ก่อน ส่วนเรื่องแต่งงานอย่างเพิ่งเร่งน้ำผึ้งนะคะ” เธอตอบรับเขาไป
เขาจับมือของเธอมาหอมด้วยความดีใจอย่างที่สุด ชูมือสองข้างอย่างผู้ชนะ ดีใจจนทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
“ขอบคุณนะครับน้ำผึ้ง ผมดีใจที่สุดเลยครับ” เขาจะให้เวลาเธอเต็มที่ แต่เขาจะต้องพาเธอเข้าห้องนอนให้เร็วที่สุด จะต้องรวบรัดเธอเป็นของเขาให้ได้ เธอจะได้ยอมแต่งงานกับเขา
“เราไปหาเด็ก ๆ กันดีกว่าค่ะ ป่านนี้คงถามหาเรากันแล้ว” แล้วจูงมือเขาเดินออกจากบ้านพัก ขืนอยู่นานกว่านี้เธอคงได้ปล้ำเขาแน่ อยู่กับเขาทีไรความเป็นกุลสตรีหนีหายไปหมด
……………………..
ภายในห้องพักของโรงแรม
ซอนย่าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดอารมณ์ หลังจากที่ถูกเควินเมินใส่ ไม่สนใจเธอเลยสักนิด แถมยังมีลูกและภรรยาซุกไว้ที่เมืองไทยอีก เธอก็อยากรู้ว่าถ้าคู่แข่งของเธอรู้เข้าจะทำยังไง ยัยนั่นคลั่งไคล้เขามาก ๆ ถ้ารู้เรื่องนี้เข้าหล่อนจะกรี๊ดเลยมั้ยนะ..
เธอหยิบโทรศัพท์ต่อสายข้ามประเทศอีกครั้ง หลังจากที่โทรอยู่หลายครั้งแต่ปลายสายไม่รับ และครั้งนี้เธอก็ทำได้สำเร็จ แล้วเสียงครางของชายหนุ่มที่เล็ดลอดเข้ามาในสายก็ทำให้เธอเดาได้ทันที
“มีความสุขดีจังเลยนะลิป” เธอหัวเราะไปตามสาย
(ซอนย่า! แกรู้เบอร์ฉันได้ยังไง) ฝ่ายนั้นส่งเสียงเกรี้ยวกราดไม่พอใจกลับมา
“เธอยังรู้เบอร์ฉันเลย แล้วทำไมฉันจะรู้เบอร์เธอไม่ได้”
(ฉันไม่มีเบอร์ของเธอ!)
“ไม่มีเบอร์ฉัน แต่รู้ทันทีว่าเป็นฉันโทรไป ตอแหลไม่เนียนเลยนะลิป”
(ถ้าเธอจะ..)
“ไม่ต้องพูด! แค่ฟังฉันให้ดี ตอนนี้ฉันอยู่ประเทศไทย และฉันได้เจอกับเควินด้วย”
(แกเจอเควินเหรอ เจอได้ยังไง แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน)
“เขาก็อยู่กับลูกกับเมียเขานะสิ” จงใจเน้นคำว่าลูกเมียให้ปลายสายได้รับรู้
(กรี๊ดดด... ไม่จริง ฉันไม่เชื่อเธอหรอก เธอโกหก ตอแหล หน้าไม่อาย อยากจะได้เขามากก็เลยหาเรื่องโกหกฉันล่ะสิ)
ซอนย่าเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู รู้สึกสะใจมากที่ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นบ้าไปได้ รอจนเสียงอีกฝ่ายเงียบเสียงลงจึงแนบโทรศัพท์ชิดหู
“ไม่เชื่อเธอก็มาดูเอาเองสิ แต่ฉันไม่บอกหรอกนะว่าเจอเขาที่ไหน” แล้วกดตัดสายทันที เธอรู้ว่าคนอย่างลิปหาเควินได้ไม่ยาก เพราะตระกูลของหล่อนก็ทำธุรกิจร่วมกับตระกูลของเขา และเพราะเหตุนี้หล่อนจึงคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของเขา จึงชอบแสดงความเป็นเจ้าของ และระรานผู้หญิงทุกคนที่เข้าไปพัวพันกับเขา
.............................
“ผมโทรไปบอกคุณแม่เรื่องของเราแล้วนะครับ คุณแม่ดีใจมาก บอกจะรีบดูฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้”
“ทำไมเร็วนักละคะ อีกซักสามเดือนค่อยหมั้นก็ได้” เธอโวยเมื่อได้ฟังเรื่องที่เขากับมารดาคุยกัน
“ถ้าอีกสามเดือนแต่งผมรอได้นะครับ แต่ถ้ารอหมั้นผมรอไม่ไหวหรอก” ใจจริงเขาอยากจะหมั้นพรุ่งนี้มะรืนนี้ด้วยซ้ำ อีกสักเดือนสองเดือนก็แต่งเลย ใครจะเข้าใจเขาดีเท่าตัวเขาเอง อายุขนาดนี้แล้วลูกก็ยังไม่มี ส่วนตัวเธอนั้นเขาเพิ่งรู้ว่าอายุสามสิบเอ็ดปีแล้ว ถ้ามัวแต่รอเวลาแล้วเมื่อไหร่จะมีลูกของตัวเองสักที เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบแต่งงานให้เร็วที่สุด “เราคุยกันแล้วนี่ครับน้ำผึ้ง คุณยังไม่พอใจอะไรอีกเหรอ”
“ตามใจคุณแล้วกันค่ะ” แล้วเธอก็ต้องยอมเขาจนได้
“ขอบคุณครับ แล้วอย่ากลับคำอีกล่ะ” เขาติงไว้แค่นั้น และบอกให้เธอนอนหลับพักผ่อนระหว่างทางกลับบ้านไปก่อน แต่เธอกลับชวนเขาคุยตลอดทางจนถึงบ้าน
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






