LOGINบ้านแม็คแคนเลย์
คุณกานดาเดินออกมารับเด็ก ๆ ถึงหน้าบ้าน กอดพวกเขาด้วยความคิดถึงก่อนพากันเดินเข้าไปในบ้าน และบอกให้พี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำ
“อยู่กินข้าวเย็นกันก่อนนะหนูน้ำผึ้ง แล้วค่อยกลับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะคุณป้า พวกเราเพิ่งแวะทานข้าวที่ดอนหอยหลอดกันมา และน้ำผึ้งอยากไปเยี่ยมพี่วายุด้วยค่ะ”
“ตามใจหนูก็แล้วกัน เมื่อวานป้ากับคุณลุงก็เพิ่งไปเยี่ยมเขามาเหมือนกัน” กานดาพูดเพียงเท่านั้น เพราะท่านเองก็รู้เรื่องอาการของวายุพอ ๆ กับที่หญิงสาวรู้เหมือนกัน จึงไม่อยากพูดให้สะเทือนใจกันเปล่า ๆ
“แล้วเรื่องงานหมั้นหนูจะเอายังไง” คุณสมิธเป็นฝ่ายถามบ้าง
“เอ่อ... น้ำผึ้งแล้วแต่คุณลุงคุณป้าจะกรุณาค่ะ” เธอมองหน้าท่านทั้งสอง ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มที่นั่งยิ้มแก้มแทบปริอยู่ข้าง ๆ เธอยิ้มตอบด้วยความสุขใจ
เมื่อเปิดใจยอมรับ ทุกอย่างก็ดูดีมีความสุขไปหมด
“งั้นเราจะจัดแถลงข่าวงานหมั้นอย่างเป็นทางการให้สมกับเป็นสะใภ้แม็คแคนเลย์เลย” คุณกานดาบอกรายละเอียด
“อย่าเลยค่ะคุณป้า สิ้นเปลืองเปล่า ๆ น้ำผึ้งไม่ใช่ไฮโซ และก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แค่เรารับรู้ซึ่งกันและกันก็พอแล้วค่ะ”
“มันจะดีเหรอหนู” คุณกานดายังลังเล
“ดีสิคะคุณป้า น้ำผึ้งสบายใจกว่าด้วยค่ะ”
“ตามใจน้ำผึ้งเถอะครับคุณพ่อคุณแม่ ไว้ตอนแต่งเราค่อยจัดงานใหญ่ก็ได้นะครับ”
“ว่าไงคะสมิธ” กานดาหันไปถามความเห็นสามี
“ตามใจเจ้าตัวเขาก็แล้วกัน”
.............................
ณัฐวราและเควินไปถึงโรงพยาบาลเกือบหกโมงเย็น หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง โดยมีชายหนุ่มนั่งตามอยู่ใกล้ ๆ เธอจับมือของพี่ชายแล้วยกขึ้นมากุมไว้เหมือนถ่ายทอดความรู้สึกส่งไปให้
“สวัสดีค่ะพี่วายุ น้ำผึ้งคิดถึงพี่จังเลย แล้วพี่คิดถึงน้ำผึ้งมั้ย” แล้วเธอก็เล่าเรื่องไปเที่ยว เรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงเรื่องลูก ๆ ให้เขาฟังเหมือนทุกครั้ง “พี่วายุ วันนี้น้ำผึ้งมีข่าวดีจะบอกพี่ด้วยนะ.. น้ำผึ้งกำลังจะหมั้นกับคุณเควินจ้ะ ลูกของคุณป้ากานดากับคุณลุงสมิธไงคะ คุณเควินกับเด็ก ๆ เข้ากันได้ดีมาก วันนี้น้ำผึ้งพาเขามาหาพี่ด้วยนะคะ” เธอมองชายหนุ่มพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“สวัสดีครับคุณวายุ” เขากล่าวทักทายแล้วเริ่มแนะนำตัวเอง เล่าประวัติตัวเองให้คนป่วยฟังคร่าว ๆ ก่อนเริ่มพูดเรื่องสำคัญ “ผมอยากบอกคุณวายุว่าผมรักน้ำผึ้ง และรักน้องคิมน้องวาด้วยเช่นกัน ผมจะดูแลพวกเขาทุกคนแทนคุณเอง ผมจะแต่งงานกับน้องสาวของคุณ ผมจึงอยากบอกให้คุณได้รับรู้ถึงความในใจของผม ผมขอสัญญาว่าจะรักและดูแลพวกเขาทุกคนอย่างดี จะไม่ให้พวกเขาลำบาก ขอให้คุณเชื่อใจผมนะครับคุณวายุ” ทันใดนั้นก็มีน้ำใส ๆ ไหลออกมาจากหางตาของคนป่วย ที่นอนไร้ความรู้สึกอยู่บนเตียง เหมือนกับว่าเขาได้รับรู้ในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด
ทั้งสองหันมามองหน้ากัน หญิงสาวหน้าตาตื่นตะลึง ที่เห็นน้ำตาของพี่ชายที่ไม่เคยรู้สึกตัวเลยสักครั้งตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุ เธอกุมมือพี่ชายเหมือนถ่ายทอดความรู้สึก น้ำตาไหลอย่างสุดจะกลั้น
เควินปล่อยให้เธอร้องไห้กับมือของพี่ชายอยู่สักพัก เหมือนให้พี่น้องได้สื่อความรู้สึกถึงกัน
“น้ำผึ้ง มืดแล้วนะ เรากลับกันเถอะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วกระซิบบอกลาพี่ชายเบา ๆ..
............................
ออกจากโรงพยาบาลแล้วเควินก็ขับรถไปส่งว่าที่คู่หมั้นที่บ้าน เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอยและขับต่อไปอีกหลายกิโลกว่าจะถึงบ้านเธอ
“ทำไมบ้านคุณถึงอยู่ไกลและเปลี่ยวแบบนี้ฮันนี่” เขาเปิดประตูลงจากรถแล้วบ่นหญิงสาวที่กำลังปิดประตูรั้วทันที บ้านของเธอไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านหรืออยู่ติดถนนใหญ่ในซอย แต่ต้องขับต่อเข้าไปในซอยเล็ก ๆ แล้วเลี้ยวเข้าแยกไปอีก
“เปลี่ยวตรงไหนคะ ไม่เห็นจะเปลี่ยวเลย ปากซอยก็มีเซเว่น”
“คุณเคยเดินออกไปซื้อของตอนมืด ๆ หรือเปล่า”
“ไม่เคยหรอกค่ะ”
“เพราะคุณไม่เคยเดินไง ลองคุณเดินออกไปซื้อสิ คุณจะรู้ว่ามันน่ากลัว” เขาเตือนเธอด้วยความเป็นห่วง เขาเดินไปโอบเอวเธอจากด้านหลัง ขณะที่เธอกำลังเอาชุดที่เปียกน้ำออกจากถุงใส่เครื่องซักผ้า “ย้ายไปอยู่บ้านผมกับเด็ก ๆ นะฮันนี่ เห็นคุณอยู่แบบนี้แล้วผมเป็นห่วงจังเลย”
หญิงสาวอยากจะเบี่ยงตัวหนี แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการกอด เธอจึงปล่อยให้เขากอดด้วยใจที่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
“บอกว่าอย่าเรียกแบบนี้ไงคะ น้ำผึ้งอายนะ”
“ก็ฮันนี่แปลว่าน้ำผึ้งไม่ใช่เหรอครับ แล้วผมเรียกผิดตรงไหน” เขาแถไถหน้าซื่อ แต่ความหมายของเขาก็คือที่รัก ไม่ใช่น้ำผึ้งอย่างที่บอก แล้วก้มลงไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ด้วยความรักที่ล้นอก
“เจ้าเล่ห์นักนะ เดี๋ยวไม่หมั้นด้วยเลย” เธอหันไปค้อนใส่ จึงถูกเขากระหน่ำจมูกลงมาอีกหลายทีติดต่อกัน ถึงจะชอบที่เขาทำแบบนี้แต่มันก็น่าอายมากนะ
“ถ้าไม่หมั้นก็จะปล้ำทำเมียซะเลย เอาให้ท้องแล้วค่อยแต่งเลยดีมั้ย เริ่มเลยดีกว่า” ว่าแล้วก็จับตัวเธอให้หันหน้ามาหา แล้วก้มลงไปหาเธอด้วยเจตนาจะแกล้ง
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







