Masukเขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน
“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”
“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม
“ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลีย
ณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน
“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส
หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง
“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”
“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”
“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
หญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข้าไปอาบต่อ เธอเปิดตู้หยิบเสื้อผ้าและชั้นในออกมาเตรียมให้เขา แล้วก็รู้สึกเขินขึ้นมาดื้อ ๆ กับการกระทำของตัวเอง แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเธอมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ เตรียมของเขาเสร็จแล้วจึงจัดการกับตัวเองบ้าง
“ทำไมไม่แต่งตัวล่ะคะ” เธอถามชายหนุ่มที่ออกมาจากห้องน้ำ และเอาแต่ยืนมองเธอ
“ก็คุณอยากน่ารักจนทำให้ผมลืมตัวทำไมล่ะ” เขาปลดผ้าขนหนูแล้วหยิบชั้นในที่เธอเตรียมไว้ให้ขึ้นมาสวม
“คุณเควิน” เธอหันหน้าหนีทันที “ทำไมไม่ไปใส่ในห้องน้ำล่ะ” คนผีทะเลไม่รู้จักอายบ้างหรือไงนะ เธอยังรู้สึกอายแทนเลย
เควินหัวเราะเสียงดัง “ผมอยากอวดนี่ครับ”
เธอคาดว่าเขาต้องใส่กางเกงแล้วจึงหันไปมอง เห็นเขานุ่งกางเกงเรียบร้อยและกำลังสวมเสื้ออยู่จึงเดินเข้าไปหา ช่วยติดกระดุมเสื้อให้อย่างเต็มใจ แล้วโอบรอบลำคอเขาแล้วเขย่งเท้าขึ้นไปรับจุ๊บเบา ๆ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้
“หล่อจังเลยค่ะ” ยังไม่ทันได้ปล่อยแขนก็ถูกเขารวบไปกอด แล้วจูบดูดดื่มเรียกร้อง เนิ่นนานกว่าจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ
“หวานจัง”
“อือ ลิปหมดปากแล้วมั้งคะ” เธอทักท้วงหน้าแดง เมื่อเห็นสีลิปสติกของตัวเองเปื้อนปากเขา เดินไปหยิบกระดาษทิชชูเช็ดปากเขาจนสะอาด แล้วจึงเติมสีปากของตัวเองใหม่ “เช้านี้จะกินอะไรดี ที่ตู้เย็นมีแต่ไข่กับขนมปัง คุณโอเคมั้ยคะ”
“ไม่ต้องทำหรอกฮันนี่ เพราะเราต้องแวะไปที่หนึ่งก่อนเข้าบริษัท ไปหากินข้างนอกก็ได้”
เธอเพียงพยักหน้ารับเพราะคิดว่าชายหนุ่มมีนัดกับลูกค้า และไม่ได้ถามอะไรจนเขาเลี้ยวรถเข้าไปในสำนักงานเขตที่เป็นทางผ่านเวลาไปบริษัท
“มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
“มาทำธุระครับ” เขาลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปหาเธอ จูงมือเธอเดินเข้าไปสอบถามรายละเอียดกับประชาสัมพันธ์
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง และตอนนี้เธอกับเขาก็มานั่งอยู่ในรถด้วยกันอีกครั้ง ภายในมือของหญิงสาวมีกระดาษขนาดเอสี่ที่เขียนไว้ว่าใบสำคัญการสมรสสองแผ่น และบัตรประชาชนใบใหม่ที่ระบุชื่อ ณัฐวรา แม็คแคนเลย์ ทั้งสองสิ่งที่ได้มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกอย่างมันผ่านไปไวมาก ๆ
“ฮันนี่” เควินแตะมือลงบนหลังมือของหญิงสาวที่ดูกำลังสับสน
“คะ” เธอหันไปมองเขา
“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านใหญ่นะ คุณคงคิดถึงเด็ก ๆ” จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะให้มารดาช่วยพูดกับเธอเรื่องงานแต่งงาน ส่วนเรื่องหมั้นเขาได้คุยกับบิดาแล้ว ตกลงกันว่าจะทำเซอร์ไพรส์ในวันเปิดตัวประธานบริษัทคนใหม่ จะประกาศหมั้นในวันนั้นเลย
และเขาก็ได้สั่งให้สินีโทรบอกเพื่อนสนิทของเธอทุกคนให้ไปร่วมงานในวันนั้นด้วย ตัวเขาเองก็โทรเชิญเพื่อน ๆ ของเขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้บอกเรื่องการหมั้น แค่บอกว่ารับตำแหน่งใหม่เท่านั้น
งานนี้นักข่าวมางานเดียวได้ข่าวใหญ่สองข่าวไปพร้อม ๆ กัน สมใจมารดาเขาที่สุด
...........................
“แม่น้ำผึ้ง พ่อเควี่”
วาคิมและวลาลีวิ่งเข้าหาผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความคิดถึง พวกเขารับเด็ก ๆ ขึ้นมาอุ้มไว้คนละคนและผลัดกันกอดอย่างเท่าเทียม
“ไม่เจอกันแค่วันเดียว ทำไมลูกสองคนดูตัวโตขึ้นเยอะเลย” ณัฐวราหอมแก้มเด็กทั้งสอง “แม่คิดถึงพวกหนูจังเลย”
“น้องวากับพี่คิมก็คิดถึงแม่น้ำผึ้งกับพ่อเควี่ค่ะ” เด็กหญิงจีบปากจีบคอพูดจ้อย ๆ
“แม่น้ำผึ้งครับ ย่าดาบอกว่าพวกเราต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป ไม่ได้กลับไปอยู่บ้านเก่าแล้ว แล้วเมื่อไหร่แม่น้ำผึ้งจะย้ายมาอยู่กับเราเหรอครับ” เขาถามย่าดาไปแล้วแต่ย่าดาตอบไม่ได้ ย่าดาบอกว่าเขาต้องถามแม่น้ำผึ้งเอาเอง
“น้องวาดีใจมากเลยค่ะแม่น้ำผึ้งขา น้องวาจะได้อยู่กับพ่อแม่เหมือนเพื่อน ๆ แล้ว น้องวายังมีปู่สมิธกับย่าดาด้วยค่ะ ต่อไปนี้เพื่อนของน้องวาก็จะล้อน้องวาว่าไม่มีพ่อไม่ได้แล้ว เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมพบพ่อ แม่น้ำผึ้งก็ไม่ต้องไปแทนพ่อเควี่แล้ว เพราะพ่อเควี่มีเวลาว่างที่จะไปเองแล้วใช่มั้ยคะพ่อเควี่”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







