LOGINภายในห้องทำงานของท่านประธาน
เควินกำลังยืนมองลงไปที่ถนนที่มีพนักงานบริษัทต่าง ๆ เดินข้ามไปมาพลุกพล่าน และหยุดสายตาอยู่ที่หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่กำลังยกมือขอทางจากรถที่วิ่งสวนไปมา พร้อมกับก้มศีรษะขอบคุณ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงรถเข็นขายผลไม้ คนหนึ่งคือเลขาหน้าห้องของบิดา ส่วนอีกคนคือคนที่วิ่งเข้ามาอยู่ในความรู้สึกของเขาตั้งแต่ที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เขายืนมองพวกเธอจนกระทั่งเดินหายเข้าไปภายใต้อาคารแห่งนี้
“เควี่พ่อจะออกไปพบคุณประสาน ลูกจะไปด้วยไหม”
ชายหนุ่มหันไปทางบิดา “ไปก็ได้ครับ แต่คงไม่นานใช่มั้ย เพราะผมนัดกับแม่ไว้แล้ว”
“ไม่นานหรอก เพราะพ่อก็นัดกับแม่ไว้เหมือนกัน” สมิธพูดติดตลกแล้วพากันออกไปจากห้อง และเจอกับสินีที่เดินขึ้นมาพอดีจึงสั่งงานไว้
“ฉันจะออกไปพบเพื่อน วันนี้ไม่เข้ามาแล้วนะ ถ้ามีอะไรด่วนที่ตัดสินใจแทนไม่ได้ก็โทรหาฉันได้เลยนะ”
“ค่ะท่าน”
.....................................
ห้องทำงานของณัฐวรา
“สวัสดีค่ะท่าน” ณัฐวรากดรับโทรศัพท์ แล้วกล่าวทักทายไปตามสายอย่างนอบน้อม
“หนูน้ำผึ้ง ป้าจะโทรมาเตือนว่าเย็นนี้อย่าลืมนัดของเรานะจ๊ะ แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกป้า ทำไมชอบทำให้ป้าเสียใจอยู่เรื่อยเชียว” คุณกานดาตอบกลับมาตามสาย และต่อว่าไม่จริงจังนัก
“ขอโทษค่ะคุณป้า น้ำผึ้งลืมตัวตลอดเลยค่ะ น้ำผึ้งบอกเด็ก ๆ ไว้แล้วค่ะว่าวันนี้จะพาไปหาคุณยาย เด็ก ๆ ดีใจกันใหญ่เลยค่ะ” เธอค่อนข้างจะสนิทใจกับคุณกานดามากกว่าคุณสมิธผู้เป็นสามีของท่าน จึงกล้าเรียกตามที่ท่านต้องการ แต่กับสามีของท่านเธอไม่กล้าเรียกท่านว่าลุง อาจเป็นเพราะต้องทำงานร่วมกัน จึงไม่อยากให้คนอื่นมองเธอว่าได้อภิสิทธิ์เหนือกว่า
“แม่น้ำผึ้งขา แวะซื้อขนมไปฝากคุณยายด้วยนะคะ” วลาลีบอกกับมารดาที่กำลังขับรถ
“ค่ะ เดี๋ยวแม่แวะให้นะคะ”
“ให้น้องวากับพี่คิมเป็นคนเลือกขนมนะคะ” เด็กหญิงต่อรอง
“ค่ะลูก” ปากตอบแต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ถนนข้างหน้า
หญิงสาวพาเด็ก ๆ ทั้งสองแวะที่ร้านเบเกอรี่ เพื่อซื้อขนมไปฝากคุณยายตามที่ได้รับปากไว้
ซื้อขนมเสร็จแล้วก็พาเด็ก ๆ กลับขึ้นรถ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินทางถึงที่หมาย เธอเปิดประตูพาเด็ก ๆ ลงจากรถ แต่ยังไม่ทันได้เดินออกไปก็ได้ยินเสียงทักทายอย่างยินดีดังขึ้น
“น้องวาน้องคิมมาแล้วเหรอลูก มาหายายมาลูก ยายคิดถึงจังเลย” ปากร้องเรียกแต่เท้าก็ไม่หยุดเดิน รีบก้าวไปหาเด็ก ๆ ที่กำลังวิ่งเข้าไปหาเช่นเดียวกัน คุณกานดาคุกเข่าลงรับไหว้จากเด็ก ๆ แล้วกอดพวกเขาไว้ในอ้อมแขน หอมแก้มสลับไปมาอย่างรักใคร่ ถึงไม่ใช่ลูกหลานแท้ ๆ แต่นางก็รักและเอ็นดูเด็กทั้งคู่มาก กอดจูบจนพอใจแล้วจึงพยุงตัวขึ้นยืนโดยมีสาวใช้คอยช่วยประคอง
“สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะน้าวรรณ” ณัฐวราไหว้เจ้าของบ้านแล้วไหว้คนดูแลท่านด้วย
“สวัสดีจ้ะ งานยุ่งมากเหรอลูก ถ้าป้าไม่บอกให้มาหาก็คงไม่มาใช่มั้ย” เจ้าของบ้านบ่นน้อยใจ
“ไม่ใช่หรอกค่ะคุณป้า แต่ตอนนี้น้ำผึ้งปวดเมื่อยมากเลยค่ะ” เธอแสร้งทำท่าบีบนวดขาตัวเอง ทำหน้าละห้อยแต่ปากกลับส่งยิ้มแบบน่ารัก ๆ ไปให้
“ป้ารู้สึกผิดจังเลยที่ให้คนป่วยมาหา รีบเข้าบ้านไปนั่งเก้าอี้นวดสักหน่อยดีกว่านะ” กานดาแกล้งหยอกกลับไปบ้าง ก่อนจะชวนเธอเข้าบ้าน
ทั้งหมดจึงย้ายเข้าไปภายในบ้าน ตรงไปยังห้องพักผ่อนของครอบครัว ไม่ใช่ห้องรับแขกเหมือนที่ใช้ต้อนรับคนอื่น…
เด็ก ๆ กำลังนั่งดูซีดีการ์ตูน และนั่งทานขนมที่ซื้อมาฝากเจ้าของบ้านอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่หญิงสาวก็นั่งคุยสัพเพเหระกับคุณกานดาอย่างออกรส
“แม่น้ำผึ้งขา” น้องวาลุกจากเบาะนั่งมายืนข้างหน้าหน้ามารดาและคุณยาย “น้องวากับพี่คิมดูการ์ตูนไม่รู้เรื่องเลยค่ะ”
“ทำไมคะลูก” มารดาถามลูกสาวตัวน้อยด้วยความสงสัย
“ก็แม่น้ำผึ้งกับคุณยายคุยกันแล้วหัวเราะเสียงดังนี่คะ” คำพูดของเด็กหญิง และอาการพยักหน้ายืนยันของเด็กชาย ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากัน..ก่อนที่จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“คุณป้าคะ น้ำผึ้งคุยเสียงดังหรือว่าคุณป้าหัวเราะดังกันแน่คะ โดนเด็กเอ็ดเลยเรา”
“เป็นเพราะหนูนั่นแหละไม่มาหาป้าบ่อย ๆ พอนาน ๆ เจอกันทีก็เลยคุยซะลืมเกรงใจลูกหลานเลย” คุณกานดาพูดกลั้วหัวเราะ
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นก่อนที่จะเปิดออกด้วยฝีมือของสาวใช้ “คุณท่านคะ อาหารเรียบร้อยแล้ว จะให้ตั้งโต๊ะเลยมั้ยคะ”
“คุณสมิธกับลูกชายฉันกลับมาแล้วหรือยัง” เพราะมัวแต่คุยเพลินจึงไม่ได้สนใจ
“กลับมาแล้วค่ะ กลับมาพร้อมกันเลย” สาวใช้รายงาน
“งั้นก็ไปตั้งโต๊ะเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“ค่ะคุณท่าน”
ผ่านไปสักพักคุณกานดาก็ชวนทุกคนย้ายไปที่โต๊ะอาหาร เพื่อกินข้าวเย็นร่วมกัน ทั้งหมดเดินมาถึงห้องกินข้าว และได้พบกับสมิธที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว
เควินดึงลูกชายเข้าไปกอด แม้จะไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ แต่ก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จึงรักและผูกพันมาก เขาเองก็ใจหายที่ต้องส่งลูกไปเรียนไกลบ้านแบบนี้“ไปอยู่ทางโน้นต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคิม แล้วพ่อกับแม่จะหมั่นไปเยี่ยมนะ”“ครับพ่อ คิมจะดูแลตัวเองอย่างดีและจะตั้งใจเรียนครับ”“ถ้าเหงาก็โทรหาปู่นะลูก” คุณสมิธที่วัยล่วงเลยเลขเจ็ดไปแล้วแต่สุขภาพยังแข็งแรงมากลูบหัวหลานชาย“ครับปู่ ดูแลสุขภาพให้ดีนะครับ ถ้าจะไปตีกอล์ฟก็ชวนน้องวาไปเป็นเพื่อนนะครับ น้องวาต้องดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมนะ อย่าปล่อยให้พวกท่านไปไหนตามลำพัง”“ได้เลยค่ะพี่คิม น้องวาจะดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมเองค่ะ น้องวาสัญญา” เด็กน้อยรับคำเสียงสั่นเครือ ฝืนน้ำตาแล้วฉีกยิ้มกว้างที่ค่อนข้างสั่นเอาไว้“อย่าหลงสาว ๆ ทางโน้นจนลืมย่านะหลาน” คุณกานดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นอ้าแขนออกรับหลานชายที่เข้ามากอด แอบเช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เพราะไม่อยากให้หลานชายเห็น“คิมไม่ลืมคุณย่าที่รักคิมหรอกครับ”วาคิมลุกขึ้น ม
“แม่เข้าใจแล้วลูก เอาเป็นว่าเรื่องนี้แม่จะคุยกับป้าสินีเขาเองนะ วันนี้ลูกมีสอบไม่ใช่เหรอคะ รีบไปโรงเรียนก่อนดีกว่านะ”“แม่ต้องคุยจริง ๆ นะครับ คิมอยากมีน้องผู้หญิงมาเพิ่มอีกคน”“แม่สัญญา ให้แด๊ดดี้และคุณปู่คุณย่าเป็นพยานก็ได้”“น้องวาก็อยากมีน้องสาวอีกค่ะแม่น้ำผึ้งขา”“จ้ะลูกรัก”“พี่คิม แม่น้ำผึ้งรับปากเราแล้ว เราไปโรงเรียนกันเถอะค่ะ”.....................บ้านของสินี“ฉันกำลังจะบอกแกอยู่เหมือนกันว่าฉันท้อง”“อะไรนะ แกรู้เมื่อไหร่”“ก็รู้เมื่อเช้านี้เอง หลังจากคุณนภไปทำงานแล้ว พอดีเมื่อวานพาน้องกายไปฉีดวัคซีนก็เลยแวะซื้อที่ตรวจมาตรวจดูหน่อย เพราะท้องนี้อาการมันฟ้องว่ะน้ำผึ้ง”“แกนี่บทจะมีก็มีติด ๆ กันเลยนะ แต่ก็ดีเลี้ยงทีเดียวเหนื่อยทีเดียว พี่นภนี่ก็ใช้ได้เลยนะแก น้องกายเพิ่งจะห้าเดือนเองจัดการแกซะอยู่หมัดเลย” แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น“ฉันจะฟ้องคุณนภ” เธออายเพื่อนจนหน้า
“จริงสิ พี่เคยได้ยินมาแบบนี้” เด็กชายอธิบายจริงจัง“ถ้าอย่างนั้นพ่อแม่เราก็ทะเลาะกันบ่อยมาก ๆ เลยสิคะ ถึงมีน้องแฝดให้วากับพี่คิมตั้งสี่คน”จบคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันทีโดยพร้อมเพรียงกัน และดังกว่ารอบแรกหลายเท่าตัวนัก จนเด็กน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมอกของนภดลถึงกับสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ“พอเถอะครับ ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อคู่นั้น ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะไม่ค่อยได้ทะเลาะกัน”น้ำผึ้งเดินไปทุบพี่สามีเบา ๆ ที่ไหล่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “น้ำผึ้งขอเช็คคืนด้วย ไม่ให้แล้ว”“อยากยิ้มก็ยิ้มมาเถอะ ไม่ต้องอายหรอกฮันนี่”“คุณเป็นพวกพี่นภเหรอคะ คืนนี้ไปนอนห้องลูกเลยนะ”“อะไรครับฮันนี่ ผมทำอะไรผิด ผมไม่ยอมนะ” เขาประท้วงสีหน้าจริงจัง“คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันอีกแล้วค่ะคุณปู่คุณย่า” เด็กหญิงวลารีรีบเดินไปแทรกตรงกลางระหว่างบิดามารดาเพื่อต้องการห้าม“ไม่ใช่หรอกลูก พวกเราแค่ล้อกันเล่นสนุก ๆ เท่านั้น พ่อกับแม่รักกันมากไม่ท
โรงพยาบาล“เมียฉันเป็นยังไงบ้างเควี่” นภดลที่เพิ่งมาถึงรีบถามน้องชายที่รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เควินยังไม่ทันตอบคำถามของพี่ชายประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก“คุณหมอครับ ภรรยากับลูกผมปลอดภัยมั้ย” นภดลจึงรีบไปถามหมอแทน “ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อ คุณได้ลูกชาย และพวกเขาปลอดภัยดี ไม่มีอะไรให้น่าห่วง รอดูอาการหลังคลอดสักครู่ก็ส่งเข้าห้องพักได้เลยครับ”“ขอบคุณมากครับ” นภดลถอนหายใจโล่งอก“สบายใจแล้วนะนภ ยินดีด้วยสำหรับลูกชาย” “ขอบใจนายมากนะที่เป็นธุระให้ฉัน แล้วน้ำผึ้งไปไหนล่ะ” เขาถามหาน้องสะใภ้ “ไปติดต่อเรื่องห้องพักน่ะ เพิ่งไปได้แป๊บเดียวเอง”.....................สินีนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเธอขาวซีดไร้สีเลือด ข้างเตียงมีสามีของเธอนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง “น้ำผึ้ง ไหนหมอบอกว่าสินีไม่เป็นอะไรมาก แต่ทำไมเธอดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยแบบนี้ล่ะ ทำไมยังไม่รู้สึกตัวสักที”“เดี๋ยวสินีก็ฟื้นค่ะ เธอหลับเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้น” เธอปลอบพี่สามี“พี่เข้าใจแต่พี่ก็เป็นห่วง พี่ว่าน้ำผึ้งกับเควี่กลับไปก่อนดีกว่า เป็นห่วงเด็ก ๆ น่ะ ฝากดูตานายให้พี่ด้วยนะ”“ถ้างั้นฉันกับน้ำผึ้งกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาเยี่ยม
“น้องนายครับ มาหาอาน้ำผึ้งมาลูก” ณัฐวราเรียกหลานชายด้วยความเอ็นดู แต่เด็กชายกลับไม่สนใจเธอเลย วิ่งตรงไปที่กลุ่มเด็ก ๆ ด้วยกันพร้อมส่งเสียงหัวเราะ “น้องคิมน้องวาดูน้องด้วยนะลูก” บอกกับวาคิมที่ตอนนี้อายุได้สิบขวบและวลาลีที่อายุหกขวบ ซึ่งลูกทั้งสองก็รับปากอย่างดี แล้วหันไปมองเพื่อนรักที่กำลังหยอกเย้ากับแฝดคู่เล็กที่นั่งอยู่ในรถหัดนั่งบ้านแม็คแคนเลย์เปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมไปมาก ไม่ว่าจะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อเด็ก ๆ สระว่ายน้ำที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ และสำคัญที่สุดคือความสุขที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จากเสียงหัวเราะของลูก ๆ หลาน ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน “เป็นไงบ้างสินี ยังแพ้ท้องอยู่หรือเปล่า” เธออุ้มลูกขึ้นจากรถแล้วไปวางลงบนสนามหญ้า โดยมีเพื่อนสาวที่กำลังท้องช่วยอุ้มอีกคนไปวางไว้ด้วยกัน ปล่อยให้ลูก ๆ ได้คลานเล่นโดยมีพี่เลี้ยงตามดูแล“เป็นบางครั้งนะน้ำผึ้ง วันนี้ไม่มีอาการอะไรเลย แต่เมื่อวานเล่นเอาฉันแทบไม่มีแรงเลี้ยงน้องกาย” เอามือลูบไปที่หน้าท้องนูนอย่างอ่อนโยน ท้องเธออายุได้แปดเดือนกว่าแล้ว ใกล้คลอดแล้วแต่อาการแพ้ท้องก็ยังมีอยู่ จึงทำให้ท้อ
อาบน้ำเสร็จแล้วจึงเลือกใส่ชุดนอนแสนเซ็กซี่เพื่อเอาใจสามี ทั้งที่เลิกใส่มานานเนื่องจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปนภดลนอนมองภรรยาที่กำลังคลานเข่าขึ้นมาบนที่นอนด้วยท่าทางยั่วยวน มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเร้าใจจนส่วนนั้นเริ่มขยายขึ้นมาทันที“อย่ามายั่วผมเลยสินี เดี๋ยวเจ็บตัวแล้วจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ” เขารับจูบของเธอที่จูบหยอกเย้าซ้ำ ๆเธอหัวเราะ “สินีไม่ได้ยั่วนะคะ แค่อยากเทสต์ว่าสามีสุดที่รักยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะวันนี้เห็นเฉา ๆ ไปก็เลยอยากพิสูจน์” แล้วซบไปบนอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ลูบไล้มันไปมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่เธอรู้สึกแล้วว่ามันตื่น“ที่รัก”เธอจูบปิดปากที่กำลังเอ่ยจนสนิทอย่างเรียกร้อง “สินีรักคุณนภนะคะ คุณนภเป็นอะไรบอกสินีได้มั้ยคะ”“ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่รู้สึกอิจฉาครอบครัวของเควี่เขาเท่านั้น เขามีลูกของตัวเองสี่คนแล้วนะสินี แต่ของเราเพิ่งมีคนเดียวเอง ผมรู้สึกขายหน้าชะมัด” เขามองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “แต่ตอนนี้ผมไม่อิจฉาเขาแล้ว เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ทำแบบเราไม่ได้” พูดจบเขาก็จูบเธออย่างดูดดื่มเรียกร้องชายหนุ่มพลิกร่างของภรรยาให้นอนราบไปกับเตียงนอน จั
เด็ก ๆ ยกมือทำความเคารพคุณตาอย่างนอบน้อม ท่านจึงอุ้มเด็กหญิงไปนั่งที่ตัก และเอาแขนอีกข้างโอบเด็กชายเอาไว้ พูดคุยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เด็กไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมกินข้าว “คุณคะ แล้วลูกชายเราไม่ลงมาทานด้วยกันเหรอคะ” “นั่นสิ ทำไมยังไม่ลงมานะ วรรณไปดูเขาหน่อยซิ”“ผมมาแล้วค
สองพี่น้องทำงานอยู่กับเรา แล้วพี่ชายเขาก็เป็นแบบนี้เพราะเรา ถ้าเป็นแกจะทำยังไง ในเมื่อเขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือเรื่องเงินจากเราเลย ทุกวันนี้ที่พ่อจ่ายให้เขาอยู่ก็เป็นแค่ค่ารักษาพยาบาลของพี่ชายเธอเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้แม่แกก็ถึงกับต้องขอร้องว่าวายุเขาเจ็บเพราะเรา ขอให้เราได้มีส่วนรับผิดชอบบ้างเธอถึง
ถึงแม้หน้าตาเธอไม่ได้สวยฉูดฉาดบาดใจเหมือนกับคู่ขาทั้งหลายของเขา แต่เธอก็ดูน่ารักมาก แต่งหน้าบาง ๆ เผยให้เห็นเนื้อแท้ของผิว ปากเคลือบไว้ด้วยลิปมันดูเป็นประกายวาว แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็หุ่นของเธอนี่แหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกสองคนแล้ว "สวัสดีค่ะคุณเควี่ ดิฉันณัฐวราค่ะ หรือจะเรียกน้ำผึ้งก็ได้นะคะ" ณัฐว
ณัฐวราเดินออกจากห้องประชุมพร้อมเพื่อนร่วมงาน หลังจากที่ประชุมเรื่องการจัดงานเลี้ยงเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้ เธอเคยได้ยินสินีพูดเหมือนกันว่าเขาเป็นลูกชายของท่านประธาน ที่ไปดูแลกิจการในเครือแม็คแคนเลย์ของต้นตระกูลอยู่ที่อเมริการ่วมกับญาติ ๆ ทางฝั่งบิดา ส่วนธุรก







