Share

กลที่ 2

last update Last Updated: 2025-11-25 18:59:10

จากตรงนี้ไปหาไร่รุ่งรวินท์ห่างกันไม่ไกล ถ้าขอความช่วยเหลือจากคนที่ไร่ น่าจะทันอยู่ พิชานันท์จำได้ว่าพ่อไปติดต่องานในเมือง แต่ยังมีหัวหน้าคนงานอยู่ติดไร่เสมอ เธอจึงกดมือถือโทรหาอีกฝ่ายทันที พอเขารับสายก็รัวบอกเลย “น้าชาติรีบออกมาหาขิงด่วนเลยค่ะ ตอนนี้ขิงอยู่ก่อนถึงไร่เราไม่มาก วายุมันพาคนมาดักรออยู่ ไม่รู้คิดจะทำอะไร รีบออกมาเลยค่ะ!”

(“อะไรนะครับ! คุณหนูไม่ต้องห่วง ผมจะรีบพาคนไปเดี๋ยวนี้!!”)

“เร็วๆ นะคะ” บอกแค่นั้นแล้วพิชานันท์ก็วางสายทันที หันมาพูดกับชญานินด้วยความไม่แน่ใจ “อีกเดี๋ยวคนที่ไร่จะมารับ เราต้องยื้อเวลาไว้ จะไหวไหมเนี่ย”

ไหวหรือเปล่าไม่รู้ แต่พอวายุเดินนำลูกน้องมาหา และส่งนักเลงคนนั้นมาบอกให้พวกเธอลงจากรถได้แล้ว พวกเธอก็ทำได้สูดหายใจเข้าลึกๆ สบตาให้กำลังใจกันแวบหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถแบบนิ่งๆ

การออกมาเผชิญหน้ากับผู้ชายตัวใหญ่สี่ห้าคนกลางถนนโล่งๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี แต่อยู่ในรถก็ไม่ดีเช่นกัน ถ้าพวกมันเข้ามาทุบหรือขับรถชน แล้วลากไปทั้งรถทั้งคนก็น่ากลัวเหมือนกัน ฉะนั้นลงมาคุยถ่วงเวลารอคนมาช่วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นยังวิ่งหนีได้

...จะหนีรอดหรือเปล่าก็อีกเรื่องละนะ

เมื่อเดินอ้อมมายืนอยู่ด้วยกันตรงหน้ารถ พิชานันท์ถึงหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนเก๊กท่ารออยู่ด้วยสายตาเป็นอริ ชญานินเองก็แอบประเมินอยู่เงียบๆ อีกฝ่ายหน้าตาดีพอสมควร ท่าทางก็สุภาพดี แต่แววตาไม่น่าวางใจเลย...

“ขอโทษที่มารบกวนพวกคุณกลางถนนแบบนี้นะครับ” วายุเอ่ยเสียงทุ้มน่าฟัง พิชานันท์กลับแค่นยิ้มเอ่ยเสียงหยัน

“นึกว่าวายุไหน ที่แท้ก็วายุนี้นี่เอง มีอะไรจะคุยกับฉันไม่ทราบ”

“อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ คุณจะไม่แนะนำให้ผมรู้จักสาวสวยที่มากับคุณสักหน่อยเหรอ”

“ไม่จำเป็นค่ะ มีธุระอะไรก็พูดมาเลย ฉันรีบ” พิชานันท์บอกปัดเสียงแข็งทันทีที่เห็นวายุดูจะสนใจชญานินมาก

ไม่ใช่แค่เมวินหรอก ที่หวงน้องสาวเข้าไส้

เธอก็หวงเพื่อนเข้าไส้เช่นกัน!

วายุหัวเราะเบาๆ บอก “จะรีบไปไหนล่ะ เรายังไม่ได้คุยธุระกันเลยนะ ส่วนเพื่อนคุณ เอาไว้เราค่อยทำความรู้จักกันทีหลังก็ได้”

“มีอะไรก็พูดมาสิ”

“คุณคงรู้เรื่องที่พ่อผมเคยเข้าไปเจรจาเรื่องที่ดินท้ายไร่ของคุณมาบ้าง ไม่ทราบว่าพ่อคุณยังยืนยันเหมือนเดิมรึเปล่า ว่าจะไม่ขายมันให้กับเรา” วายุเริ่มเจรจาเรื่องที่ทำให้เขามาดักรออยู่ตรงนี้หลังรู้ว่าลูกสาวสินธรขับรถออกจากไร่มาคนเดียว

“แน่นอน! เรายังยืนยันคำเดิมว่าไม่ขาย ที่ดินตรงนั้นสามารถทำประโยชน์อื่นได้มากกว่าการขายให้พวกคุณ”

“เหรอครับ งั้นคงไม่รังเกียจ ถ้าผมจะเชิญพวกคุณไปด้วยกัน” วายุยังใช้น้ำเสียงสุภาพ แต่สีหน้าเย็นชาขึ้นไม่น้อย คนอย่างเขา ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา แต่ถ้าไม่ได้สักทางก็จับตัวลูกสาวไปขู่เลยแล้วกัน!

พิชานันท์กลับไม่หวั่นเลย เธอยิ้มเย็นบอก “รังเกียจค่ะ คุณกับฉันไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะไปไหนมาไหนด้วยนะ คุณวายุ”

“อ่า ผมไม่อยากใช้กำลังนะครับ”

“ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้เหมือนกัน!”

ชญานินลูบแขนเพื่อนให้ใจเย็น ก่อนจะพูดกับวายุเสียงเรียบ “ฉันว่าเราคุยกันดีๆ เถอะค่ะ ในเมื่อเพื่อนฉันยืนยันว่าไม่ขาย คุณก็ควรจะจบเท่านี้และกลับไปได้แล้วนะคะ”

“ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ และขออภัยสำหรับเรื่องหลังจากนี้นะครับ” วายุยิ้มพูดกับชญานิน ก่อนส่งสายตาสั่งให้ลูกน้องสองคนเข้าไปจับพวกเธอ

ทรงไม่ดีแล้ว!

สองสาวใจกระตุก จะหนีไปทางไหนก็ถูกขวางทางไว้ จึงหันหลังชนกันซะ ในเมื่อหนีไม่ทัน คนมาช่วยยังมาไม่ถึง ก็ช่วยตัวเองไปก่อนละ!

พิชานันท์เปิดฉากถีบยอดอกคนเดินเข้ามาหาเธอก่อนเลย อีกฝ่ายไม่คิดว่าจะถูกถีบจังๆ เลยเสียหลักล้มลงกับพื้น ทำเอาเพื่อนอีกคนที่เดินไปหาชญานินส่งสายตาเยาะเย้ยใส่

ใครจะรู้

ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ตอนที่เขายื่นมือไปหาหญิงสาวหน้าหวานก็ต้องร้องออกมาเสียงหลง เพราะเธอจับแขนเขาดึงเข้าหาตัวเองแล้วพลันหมุนตัวยกร่างใหญ่โตทุ่มลงพื้นถนนในเสี้ยวนาทีนั้นเอง!

วายุมองหน้าหวานๆ ของผู้หญิงที่ขยับไม่กี่ทีก็เล่นซะลูกน้องเขาลุกไม่ขึ้นอย่างคิดไม่ถึง พอได้สติ ก็โบกมือให้มือขวาเข้าไปแทน คมสันต์ไม่ใช่ไก่อ่อนเหมือนสองคนนั้น ไม่มีทางพลาดท่าแน่ เขามองคนสนิทเดินเข้าไปหาชญานินอย่างมั่นใจ ไม่สนพิชานันท์ที่ถอยไปอยู่ห่างๆ

ทว่าคมสันต์ทำยังไงก็เข้าใกล้ชญานินไม่ได้เลย หญิงสาวสามารถปัดป้องได้ทุกครั้ง แถมยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะจับทุ่มลงพื้นอีกคนแล้ว แต่เสียงของวายุดังขัดขึ้นก่อน

“หยุด! ไม่งั้นยายนี่สมองเละแน่!”

ชญานินชะงักทันทีที่เห็นวายุใช้ปื้นจี้ศีรษะพิชานันท์ไว้ ยอมปล่อยคมสันต์อย่างว่าง่าย แต่พออีกฝ่ายจะจับแขนเธอรวบไว้ข้างหลัง ในขณะวายุชะล่าใจลดปืนลง เธอก็สับสันมือใส่ต้นคอมือขวาของเขาเต็มแรงจนคมสันต์ตัวอ่อนยวบลงไป วายุกะพริบตาอีกที ในมือเธอก็ยกปืนเล็งใส่เขาแล้ว “เอาละ คราวนี้ตาคุณปล่อยขิงหอมได้แล้ว”

“คุณไม่เร็วกว่าผมหรอก คนสวย” วายุกัดฟันบอก

“นิน...” พิชานันท์เรียกเสียงสั่นเครือ

ชญานินได้แต่มองเพื่อนอย่างปวดใจ ก่อนดวงตาคู่งามจะกวาดมองไปรอบตัว เมื่อสังเกตว่าลูกน้องอีกคนของวายุหายไป “ลูกน้องอีกคนของคุณอยู่ที่ไหน!” เธอตวาดถาม

“หึหึ รู้ตัวช้าไปแล้ว”

สิ้นเสียงนั้น ใครบางคนก็โผล่ออกมาทุบข้อมือเธอจากด้านหลังจนปืนตกพื้น แล้วจะเข้าจับตัวเธอ ไหนเลยชญานินจะยอม เธอเอี่ยวตัวหลบทันที วินาทีต่อมาก็ย่อตัวพุ่งกระแทกอีกฝ่ายเต็มแรงจนเซไปอีกทาง

“นังนี่!”

ปัง!

หมอนั่นโกรธจัด ทำท่าจะปรี่เข้าใส่อีก แต่ก็ต้องชะงักกับเสียงปืนที่ดังขึ้นกะทันหัน

“ขิง!” ชญานินรีบหันไปมองพิชานันท์ พอเห็นว่ายังโดนวายุจี้หัวอยู่เหมือนเดิมก็โล่งใจ

ดูเหมือนเสียงปืนจะไม่ได้มาจากวายุ

แล้วมันมาจากที่ไหน?

“มึง!”

เสียงวายุสบถออกมาในตอนนั้น ขณะสายตามองไปทางด้านหลังเธอ พอชญานินมองตามไป จึงเห็นชายหนุ่มหน้าเข้มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถกระบะสีดำคันใหญ่ที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เขาเล็งปืนใส่วายุขณะก้าวมาทางนี้ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

ทางวายุมีสีหน้าไม่พอใจ ทางพิชานันท์กลับทำตาเป็นประกายทันทีที่เห็นเขาคนนี้

“พ่อเลี้ยง!”

ผู้มาใหม่พยักหน้าให้พิชานันท์เล็กน้อย ก่อนมองพวกวายุด้วยสายตาคมกริบ “ใช้กำลังกับผู้หญิงแบบนี้ ไม่กระจอกไปหน่อยเหรอ วายุ”

เสียงเรียบๆ ของเขาช่างเข้ากับใบหน้าเรียบขรึมไร้อารมณ์นัก

“ไม่ใช่เรื่องของแก อย่ามายุ่ง!” วายุบอกอย่างหัวเสีย เขากำลังจะได้ตัวผู้หญิงสองคนนี้อยู่แล้วเชียว

“ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่คนที่แกจี้อยู่เป็นคนรู้จักของฉันนี่”

“อ้อ” วายุพยักหน้าช้าๆ ก่อนปล่อยพิชานันท์ ดึงชญานินที่กำลังจะย่องไปหยิบปืนมาจี้ไว้แทน “ทีนี้ก็ไม่ใช่แล้วนะ เลิกเสือกซะ!”

เมื่อวายุตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยนตัวประกันดื้อๆ แบบนี้ สองสาวก็ได้แต่มองตากันพูดไม่ออก ชญานินพยักหน้าให้พิชานันท์ถอยไปก่อนแล้วยืนนิ่งไม่ขยับ ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

พิชานันท์มองเพื่อนอย่างเสียงใจ ก่อนจะเดินไปหลบอยู่หลังคนที่ยังเล็งปืนใส่วายุ เธอถลึงตาใส่วายุพลางขอให้คนมาใหม่ช่วยชญานินด้วย

ชายหนุ่มพยักพเยิดบอกวายุทันที “ปล่อยเธอซะ”

“ไม่...”

ปัง!

ทันทีที่วายุปฏิเสธออกมา กระสุนนัดที่สองพลันพุ่งเฉียดหูเขา ใกล้จนเขายืนตัวแข็งเป็นหิน หน้าซีดเป็นไก่ก้มไปเลย

ส่วนชญานินที่อยู่ข้างหน้าวายุสะดุ้งกรี๊ดออกมาอย่างตกใจ พอเห็นว่าตัวเองไม่เป็นไรก็ถลึงตาใส่คนยิงไม่บอกไม่กล่าว “คุณจะบ้าเหรอ! ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ”

“งั้นมานี่”

ว่าแล้วคนหน้าเข้มก็ดึงเธอออกจากเงื้อมมือวายุที่ยืนตัวแข็งอยู่ทันที มันเกิดขึ้นเร็วมาก ร่างบางถลาเสียหลักเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างเต็มๆ

“โอ๊ย!”

“เงียบ!”

หลังตวาดดุเธอเขาก็หันไปถามวายุเสียงเย็น

“ถ้าแกยังไม่ไปแบบดีๆ นัดต่อไปไม่ใช่หูแน่นอน”

“!!!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 55

    ไร่ชาเศรษฐกรในวันนี้ถูกเวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตเป็นสถานที่จัดงานฉลองวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ดอกกุหลาบสีขาวที่เจ้าสาวทั้งสองคนชื่นชอบ ถูกนำมาประดับประดาอยู่ทุกมุม บรรยากาศงานเรียบหรูดูแพงสมหน้าตาตระกูลใหญ่จัดงานนางเอกของงานอย่างชญานินกับพิชานันท์มาแต่งหน้าทำผมอยู่ที่บ้านใหญ่ของไร่เศรษฐกรตั้งแต่บ่าย ส่วนเตชทัตกับตนุภัทรถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านหนุ่มโสด ห้ามมาเจอสาวๆ จนกว่าจะถึงเวลาเวลาเดินผ่านมาถึงช่วงค่ำ เจ้าสาวจึงสวยพร้อมออกงาน ทั้งสองเดินมาหมุนตัวดูความเรียบร้อยในกระจกบานใหญ่ช้าๆ งานนี้ชญานินได้เลือกสวมชุดทรงเอไลน์สีออฟไวท์ ช่วงบนเป็นซีทรูเปิดไหล่ ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ด้านหลังเว้าลึกแอบเซ็กซี่เย้ายวน พิชานันท์เลือกเป็นชุดเกาะอกสไตล์เจ้าหญิง กระโปรงพองหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีออฟไวท์เหมือนกัน แต่เพิ่มความหรูด้วยคริสตัล ดูสวยระยิบระยับจับตาไปหมดสองสาวยืนชื่นชมลุคเต็มๆ ของกันและกันได้ไม่นาน แม่เลี้ยงลดาก็พาชลวิภากับนิ่มนวลแวะมาดูความเรียบร้อย“สาวๆ พร้อมกันยังจ๊ะ”“พร้อมแล้วค่ะ สวยไหมคะ”พอพิชานันท์หมุนตัวโชว์ให้ดูพร้อมๆ กับชญานิน แม่ๆ ทั้งสามก็ปรบมือให้ทันที ชุด

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 54

    พอได้คำมั่นมาแล้ว เตชทัตไม่เสียเวลาพูดมากอีก ยกมือเรียวสวยขึ้นจุมพิตหนักๆ แล้วลุกเดินออกไปยังซุ้มดอกไม้ใกล้ๆ ทันที ชญานินได้แต่ยิ้มมองร่างสูงเดินหากุหลาบขาวดอกใหญ่มาในเวลาไม่ถึงนาที แต่แหวนไม่ได้มีอยู่รอบงานเหมือนดอกไม้ เขาจะหามาจากไหนเอ๊ะ! ดูเหมือนเขาจะไม่หา หลังจากได้ดอกไม้ เตชทัตก็หมุนตัวเดินกลับมาหาเธอเลย ระหว่างทางเขาจ้องเธอไม่ละสายตา ทั้งยังยกกุหลาบขาวดอกนั้นขึ้นจุมพิตอ้อยอิ่งราวกับว่าสิ่งที่กำลังจุมพิตคือเธอผู้เป็นที่รักท่าทางของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังเรียกสายตาคนอื่นให้หันมองเขาตามๆ กัน ไม่เว้นตนุภัทรกับพิชานันท์บนเวที ฝ่ายชายถึงกับหยุดร้องเพลงไปเลย ส่วนชญานินได้สบสายตาพราวระยับแฝงประกายอ่อนหวานคู่นั้นเข้าก็ชักเริ่มรู้สึกหวั่นๆไม่ใช่หรอกน่า...ในที่สุดเตชทัตก็กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าชญานิน เขายื่นกุหลาบขาวให้เธอแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาทำให้เธอเบิกตาโต วินาทีต่อมาก็ยกมือปิดปากมองเขาหยิบกล่องแหวนออกมาจากเสื้อสูทอย่างไม่เชื่อสายตาเขาพกแหวนมาด้วยเหรอเนี่ย!คนในงานก็ตะลึงกับการกระทำของเตชทัต พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปวิดีโอนาทีสำคัญข

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 53

    เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือพิชานันท์เข้ามาในงาน อิศวัตผู้รับหน้าที่พิธีกรรีบเชิญทั้งคู่ขึ้นกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวทีพลางส่งสัญญาณให้นักดนตรีเปลี่ยนไปเล่นเพลงหวานๆ ด้วยตนุภัทรพาพิชานันท์ก้าวขึ้นเวทีไปรับไมโครโฟนมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมและขิงหอมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมยินดีกับเราในวันนี้ด้วยนะครับ วันนี้เราฉลองกันเล็กๆ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนต้องขออภัย อีกสองเดือนข้างหน้าค่อยมาฉลองแต่งกันอีกนะครับ ยังไงเราขอเรียนเชิญไว้ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้เลย ขอบคุณค้าบบบ”หลังจากนั้นเขาก็ส่งไมโครโฟนให้พิชานันท์พูดต่อ หญิงสาวสบตาเขายิ้มๆ ก่อนจะพูดกับทุกคนในงาน “ขิงขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับเราสองคนเช่นกันค่ะ ดีใจที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนเราสองคนค่ะ คืนนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มเต็มท

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 52

    ทางฝั่งเชียงรายเตชทัตกับตนุภัทรกำลังถูกบิดามารดาที่เพิ่งกลับมาจากทริปเที่ยวทั่วไทยสอบถามเรื่องจับกุมเสี่ยเลวยันรัฐมนตรีเลวอยู่ แน่นอนว่าตนุภัทรเป็นคนเล่าเสียส่วนใหญ่ ยังเล่าไปถึงเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตอนพวกท่านไม่อยู่ไร่ด้วย กระทั่งมาถึงเรื่อง ‘ว่าที่สะใภ้’ คนนั่งฟังเรื่องดีและร้ายที่ลูกชายลงทุนลงแรงทำจนสำเร็จด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอย่างแม่เลี้ยงลดาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที“นี่แม่กำลังจะมีลูกสะใภ้กับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!”“โธ่! ผมไม่หลอกแม่หรอก จะหมั้นแล้วด้วย” ลูกชายคนเล็กว่า“ของลูกน่ะ แม่เชื่อแล้วจ้ะ” แม่เลี้ยงลดาพูดกับตนุภัทรเสียงหวาน แล้วหันไปทางเตชทัตที่นั่งเงียบอยู่อย่างไม่แน่ใจ “แต่ของเราน่ะ แม่จะเชื่อได้หรือเปล่าจ๊ะ”“แม่เชื่อได้สิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของแม่น่ะ สวยมากกกกก”“ต้นเงียบๆ ก่อน แม่จะฟังพี่เขาพูดเอง”ตนุภัทรปิดปากทันที ยังหันมองบิดาอย่างน้อยใจ พ่อเลี้ยงตฤณถึงกับส่ายหน้ากับความเยอะของลูกชายคนเล็กด้านเตชทัตสบตากับมารดาแล้วพยักหน้าตอบเสียงนุ่ม “แม่เชื่อได้แน่นอน ผมกับแฟนคบกันมาสักพักแล้วครับ อีกไม่นานแม่กับพ่อคงได้มีสะใภ้ใหญ่กับเขาแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น แม่เลี้ยงลดาก็หันไป

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 51

    เตชทัตหรี่ตามองน้องชายที่มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่อหน้าเขา ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หลังจากงอนง้อขอคืนดีได้แล้ว ตนุภัทรไปขลุกอยู่กับพิชานันท์มากกว่าเดิมอีก วันก่อนไปทำท่าไหนไม่รู้ มันถึงกลับมาบอกเขา ว่าสินธรตกลงยกพิชานันท์ให้หมั้นกับมันในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วก็แค่จะหมั้น ไอ้น้องบ้านี่ดีใจเหมือนจะได้แต่ง!“มองไมวะ” ตนุภัทรเหลือบมาเห็นพี่ชายมองตัวเองอยู่ ก็เลิกคิ้วถามกวนๆ “อิจฉาอะดิ ที่กูจะหมั้นแล้ว มึงยังได้แค่จิ้มโทรศัพท์คุยกันอะ”“...” เตชทัตคนถูกพูดให้อิจฉา คร้านจะบอกว่าตอนนี้หมดเวลาสามเดือนที่คุณชลวิภาขอไว้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ตอนไปดูการพิจารณาคดีของเสี่ยวงศกรกับนายอดิศร เขาก็รีบไปรีบกลับ ไม่ได้ไปหาชญานินเลย ทำเอาคนสวยงอนตุ๊บป่อง ด้วยไม่รู้เรื่องที่มารดาขอให้เขาอยู่ห่างจากเธอสามเดือน นี่ถ้าไม่ติดว่างานดึงตัว ยังไปไหนไม่ได้ เขาคงไปหาชญานินตั้งนานแล้วตนุภัทรเหมือนไม่สนใจว่าเตชทัตจะโต้ตอบหรือไม่ ถามต่อเสียงตื่นเต้น “มึงว่าพวกกูควรจัดงานหมั้นแบบไหนดีวะ”“พูดตรงๆ นะ กูสงสัยจริงๆ ทำไมลุงสินถึงตกลงที่จะยกขิงหอมให้กับมึงวะ”“อ้าวๆ พูดจาให้มันดีหน่อย กูออกจะแสนด

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 50

    ทั้งที่ถูกเตชทัตโจมตีกลับมา ตนุภัทรดันไม่โวยเช่นปกติ เขาเดินหน้าบูดไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ พี่ชาย ทอดสายตาเหม่อลอยมองไร่ชาเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก“เป็นอะไรของมึงอีกล่ะ”“เปล่า” ว่าแล้วก็หลบตาพี่ชายอย่างมีพิรุธ“มีอะไรจะพูดก็พูดมา ไม่อยากพูดก็ไสหัวไปจากสายตากู”“ก็...”เห็นตนุภัทรยังอึกอัก เตชทัตเลยยักไหล่จะเดินหนี ร้อนคนเป็นน้องต้องรีบมารั้งเอาไว้ กดให้นั่งลงข้างๆ ตน “มึงนี่! รอฟังกูก่อนไม่ได้ไง”“กูพูดมาสิ”“เรื่องขิงหอมน่ะ” บอกสั้นๆ แล้วตนุภัทรก็เริ่มเดินไปมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ พอเห็นเตชทัตทำท่าจะลุกอีกถึงยอมพูดต่อ “วันนี้กูเข้าไปทำธุระในเมือง แวะกินข้าวร้านประจำของเรา กูเจอขิงหอมนั่งหัวเราะกินข้าวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง”“แล้ว?”“แล้วกูก็เข้าใจผิด หึงจนหน้ามืดเลยน่ะสิ!” ตนุภัทรพูดแล้วทึ้งหัวตัวเองแรงๆ พอเห็นพิชานันท์นั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น เขาก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งลงกอดเอวเธอ แนะนำตัวกับหมอนั่น ว่าเขาเป็นคนรักของเธอ แสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ หมอนั่นดันเปิดยิ้มบอกว่าตนเป็นรุ่นพี่ของพิชานันท์ รู้จักกันมาแต่เล็ก นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง เขานี่ปั้นยิ้มคืนแทบไม่ออก แล้วยังโดนพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status