LOGINจากตรงนี้ไปหาไร่รุ่งรวินท์ห่างกันไม่ไกล ถ้าขอความช่วยเหลือจากคนที่ไร่ น่าจะทันอยู่ พิชานันท์จำได้ว่าพ่อไปติดต่องานในเมือง แต่ยังมีหัวหน้าคนงานอยู่ติดไร่เสมอ เธอจึงกดมือถือโทรหาอีกฝ่ายทันที พอเขารับสายก็รัวบอกเลย “น้าชาติรีบออกมาหาขิงด่วนเลยค่ะ ตอนนี้ขิงอยู่ก่อนถึงไร่เราไม่มาก วายุมันพาคนมาดักรออยู่ ไม่รู้คิดจะทำอะไร รีบออกมาเลยค่ะ!”
(“อะไรนะครับ! คุณหนูไม่ต้องห่วง ผมจะรีบพาคนไปเดี๋ยวนี้!!”)
“เร็วๆ นะคะ” บอกแค่นั้นแล้วพิชานันท์ก็วางสายทันที หันมาพูดกับชญานินด้วยความไม่แน่ใจ “อีกเดี๋ยวคนที่ไร่จะมารับ เราต้องยื้อเวลาไว้ จะไหวไหมเนี่ย”
ไหวหรือเปล่าไม่รู้ แต่พอวายุเดินนำลูกน้องมาหา และส่งนักเลงคนนั้นมาบอกให้พวกเธอลงจากรถได้แล้ว พวกเธอก็ทำได้สูดหายใจเข้าลึกๆ สบตาให้กำลังใจกันแวบหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถแบบนิ่งๆ
การออกมาเผชิญหน้ากับผู้ชายตัวใหญ่สี่ห้าคนกลางถนนโล่งๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี แต่อยู่ในรถก็ไม่ดีเช่นกัน ถ้าพวกมันเข้ามาทุบหรือขับรถชน แล้วลากไปทั้งรถทั้งคนก็น่ากลัวเหมือนกัน ฉะนั้นลงมาคุยถ่วงเวลารอคนมาช่วยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นยังวิ่งหนีได้
...จะหนีรอดหรือเปล่าก็อีกเรื่องละนะ
เมื่อเดินอ้อมมายืนอยู่ด้วยกันตรงหน้ารถ พิชานันท์ถึงหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนเก๊กท่ารออยู่ด้วยสายตาเป็นอริ ชญานินเองก็แอบประเมินอยู่เงียบๆ อีกฝ่ายหน้าตาดีพอสมควร ท่าทางก็สุภาพดี แต่แววตาไม่น่าวางใจเลย...
“ขอโทษที่มารบกวนพวกคุณกลางถนนแบบนี้นะครับ” วายุเอ่ยเสียงทุ้มน่าฟัง พิชานันท์กลับแค่นยิ้มเอ่ยเสียงหยัน
“นึกว่าวายุไหน ที่แท้ก็วายุนี้นี่เอง มีอะไรจะคุยกับฉันไม่ทราบ”
“อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ คุณจะไม่แนะนำให้ผมรู้จักสาวสวยที่มากับคุณสักหน่อยเหรอ”
“ไม่จำเป็นค่ะ มีธุระอะไรก็พูดมาเลย ฉันรีบ” พิชานันท์บอกปัดเสียงแข็งทันทีที่เห็นวายุดูจะสนใจชญานินมาก
ไม่ใช่แค่เมวินหรอก ที่หวงน้องสาวเข้าไส้
เธอก็หวงเพื่อนเข้าไส้เช่นกัน!
วายุหัวเราะเบาๆ บอก “จะรีบไปไหนล่ะ เรายังไม่ได้คุยธุระกันเลยนะ ส่วนเพื่อนคุณ เอาไว้เราค่อยทำความรู้จักกันทีหลังก็ได้”
“มีอะไรก็พูดมาสิ”
“คุณคงรู้เรื่องที่พ่อผมเคยเข้าไปเจรจาเรื่องที่ดินท้ายไร่ของคุณมาบ้าง ไม่ทราบว่าพ่อคุณยังยืนยันเหมือนเดิมรึเปล่า ว่าจะไม่ขายมันให้กับเรา” วายุเริ่มเจรจาเรื่องที่ทำให้เขามาดักรออยู่ตรงนี้หลังรู้ว่าลูกสาวสินธรขับรถออกจากไร่มาคนเดียว
“แน่นอน! เรายังยืนยันคำเดิมว่าไม่ขาย ที่ดินตรงนั้นสามารถทำประโยชน์อื่นได้มากกว่าการขายให้พวกคุณ”
“เหรอครับ งั้นคงไม่รังเกียจ ถ้าผมจะเชิญพวกคุณไปด้วยกัน” วายุยังใช้น้ำเสียงสุภาพ แต่สีหน้าเย็นชาขึ้นไม่น้อย คนอย่างเขา ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา แต่ถ้าไม่ได้สักทางก็จับตัวลูกสาวไปขู่เลยแล้วกัน!
พิชานันท์กลับไม่หวั่นเลย เธอยิ้มเย็นบอก “รังเกียจค่ะ คุณกับฉันไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะไปไหนมาไหนด้วยนะ คุณวายุ”
“อ่า ผมไม่อยากใช้กำลังนะครับ”
“ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้เหมือนกัน!”
ชญานินลูบแขนเพื่อนให้ใจเย็น ก่อนจะพูดกับวายุเสียงเรียบ “ฉันว่าเราคุยกันดีๆ เถอะค่ะ ในเมื่อเพื่อนฉันยืนยันว่าไม่ขาย คุณก็ควรจะจบเท่านี้และกลับไปได้แล้วนะคะ”
“ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ และขออภัยสำหรับเรื่องหลังจากนี้นะครับ” วายุยิ้มพูดกับชญานิน ก่อนส่งสายตาสั่งให้ลูกน้องสองคนเข้าไปจับพวกเธอ
ทรงไม่ดีแล้ว!
สองสาวใจกระตุก จะหนีไปทางไหนก็ถูกขวางทางไว้ จึงหันหลังชนกันซะ ในเมื่อหนีไม่ทัน คนมาช่วยยังมาไม่ถึง ก็ช่วยตัวเองไปก่อนละ!
พิชานันท์เปิดฉากถีบยอดอกคนเดินเข้ามาหาเธอก่อนเลย อีกฝ่ายไม่คิดว่าจะถูกถีบจังๆ เลยเสียหลักล้มลงกับพื้น ทำเอาเพื่อนอีกคนที่เดินไปหาชญานินส่งสายตาเยาะเย้ยใส่
ใครจะรู้
ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ตอนที่เขายื่นมือไปหาหญิงสาวหน้าหวานก็ต้องร้องออกมาเสียงหลง เพราะเธอจับแขนเขาดึงเข้าหาตัวเองแล้วพลันหมุนตัวยกร่างใหญ่โตทุ่มลงพื้นถนนในเสี้ยวนาทีนั้นเอง!
วายุมองหน้าหวานๆ ของผู้หญิงที่ขยับไม่กี่ทีก็เล่นซะลูกน้องเขาลุกไม่ขึ้นอย่างคิดไม่ถึง พอได้สติ ก็โบกมือให้มือขวาเข้าไปแทน คมสันต์ไม่ใช่ไก่อ่อนเหมือนสองคนนั้น ไม่มีทางพลาดท่าแน่ เขามองคนสนิทเดินเข้าไปหาชญานินอย่างมั่นใจ ไม่สนพิชานันท์ที่ถอยไปอยู่ห่างๆ
ทว่าคมสันต์ทำยังไงก็เข้าใกล้ชญานินไม่ได้เลย หญิงสาวสามารถปัดป้องได้ทุกครั้ง แถมยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะจับทุ่มลงพื้นอีกคนแล้ว แต่เสียงของวายุดังขัดขึ้นก่อน
“หยุด! ไม่งั้นยายนี่สมองเละแน่!”
ชญานินชะงักทันทีที่เห็นวายุใช้ปื้นจี้ศีรษะพิชานันท์ไว้ ยอมปล่อยคมสันต์อย่างว่าง่าย แต่พออีกฝ่ายจะจับแขนเธอรวบไว้ข้างหลัง ในขณะวายุชะล่าใจลดปืนลง เธอก็สับสันมือใส่ต้นคอมือขวาของเขาเต็มแรงจนคมสันต์ตัวอ่อนยวบลงไป วายุกะพริบตาอีกที ในมือเธอก็ยกปืนเล็งใส่เขาแล้ว “เอาละ คราวนี้ตาคุณปล่อยขิงหอมได้แล้ว”
“คุณไม่เร็วกว่าผมหรอก คนสวย” วายุกัดฟันบอก
“นิน...” พิชานันท์เรียกเสียงสั่นเครือ
ชญานินได้แต่มองเพื่อนอย่างปวดใจ ก่อนดวงตาคู่งามจะกวาดมองไปรอบตัว เมื่อสังเกตว่าลูกน้องอีกคนของวายุหายไป “ลูกน้องอีกคนของคุณอยู่ที่ไหน!” เธอตวาดถาม
“หึหึ รู้ตัวช้าไปแล้ว”
สิ้นเสียงนั้น ใครบางคนก็โผล่ออกมาทุบข้อมือเธอจากด้านหลังจนปืนตกพื้น แล้วจะเข้าจับตัวเธอ ไหนเลยชญานินจะยอม เธอเอี่ยวตัวหลบทันที วินาทีต่อมาก็ย่อตัวพุ่งกระแทกอีกฝ่ายเต็มแรงจนเซไปอีกทาง
“นังนี่!”
ปัง!
หมอนั่นโกรธจัด ทำท่าจะปรี่เข้าใส่อีก แต่ก็ต้องชะงักกับเสียงปืนที่ดังขึ้นกะทันหัน
“ขิง!” ชญานินรีบหันไปมองพิชานันท์ พอเห็นว่ายังโดนวายุจี้หัวอยู่เหมือนเดิมก็โล่งใจ
ดูเหมือนเสียงปืนจะไม่ได้มาจากวายุ
แล้วมันมาจากที่ไหน?
“มึง!”
เสียงวายุสบถออกมาในตอนนั้น ขณะสายตามองไปทางด้านหลังเธอ พอชญานินมองตามไป จึงเห็นชายหนุ่มหน้าเข้มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถกระบะสีดำคันใหญ่ที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เขาเล็งปืนใส่วายุขณะก้าวมาทางนี้ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
ทางวายุมีสีหน้าไม่พอใจ ทางพิชานันท์กลับทำตาเป็นประกายทันทีที่เห็นเขาคนนี้
“พ่อเลี้ยง!”
ผู้มาใหม่พยักหน้าให้พิชานันท์เล็กน้อย ก่อนมองพวกวายุด้วยสายตาคมกริบ “ใช้กำลังกับผู้หญิงแบบนี้ ไม่กระจอกไปหน่อยเหรอ วายุ”
เสียงเรียบๆ ของเขาช่างเข้ากับใบหน้าเรียบขรึมไร้อารมณ์นัก
“ไม่ใช่เรื่องของแก อย่ามายุ่ง!” วายุบอกอย่างหัวเสีย เขากำลังจะได้ตัวผู้หญิงสองคนนี้อยู่แล้วเชียว
“ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่คนที่แกจี้อยู่เป็นคนรู้จักของฉันนี่”
“อ้อ” วายุพยักหน้าช้าๆ ก่อนปล่อยพิชานันท์ ดึงชญานินที่กำลังจะย่องไปหยิบปืนมาจี้ไว้แทน “ทีนี้ก็ไม่ใช่แล้วนะ เลิกเสือกซะ!”
เมื่อวายุตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยนตัวประกันดื้อๆ แบบนี้ สองสาวก็ได้แต่มองตากันพูดไม่ออก ชญานินพยักหน้าให้พิชานันท์ถอยไปก่อนแล้วยืนนิ่งไม่ขยับ ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
พิชานันท์มองเพื่อนอย่างเสียงใจ ก่อนจะเดินไปหลบอยู่หลังคนที่ยังเล็งปืนใส่วายุ เธอถลึงตาใส่วายุพลางขอให้คนมาใหม่ช่วยชญานินด้วย
ชายหนุ่มพยักพเยิดบอกวายุทันที “ปล่อยเธอซะ”
“ไม่...”
ปัง!
ทันทีที่วายุปฏิเสธออกมา กระสุนนัดที่สองพลันพุ่งเฉียดหูเขา ใกล้จนเขายืนตัวแข็งเป็นหิน หน้าซีดเป็นไก่ก้มไปเลย
ส่วนชญานินที่อยู่ข้างหน้าวายุสะดุ้งกรี๊ดออกมาอย่างตกใจ พอเห็นว่าตัวเองไม่เป็นไรก็ถลึงตาใส่คนยิงไม่บอกไม่กล่าว “คุณจะบ้าเหรอ! ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ”
“งั้นมานี่”
ว่าแล้วคนหน้าเข้มก็ดึงเธอออกจากเงื้อมมือวายุที่ยืนตัวแข็งอยู่ทันที มันเกิดขึ้นเร็วมาก ร่างบางถลาเสียหลักเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างเต็มๆ
“โอ๊ย!”
“เงียบ!”
หลังตวาดดุเธอเขาก็หันไปถามวายุเสียงเย็น
“ถ้าแกยังไม่ไปแบบดีๆ นัดต่อไปไม่ใช่หูแน่นอน”
“!!!”
เมื่อเมวินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพียงรักษ์ก็ไม่พูดพร่ำให้มากความ บอกศิวาเพื่อนรักให้เปิดเผยความจริงซะ เธอจะไม่เสียเวลาหาผู้ชายมาเล่นละครตบตาผู้ใหญ่แล้ว!ทว่าความเป็นไปได้ที่ศิวาจะเปิดเผยตัวตนในตอนนี้คือครึ่งต่อครึ่งเพราะเขาหายเข้ากลีบเมฆไปหลายวันแล้วเวลาที่เหลือของเพียงรักษ์ลดน้อยลงทุกวันๆ เธอหวังว่าศิวาจะตัดสินใจบอกความจริงก่อนที่พวกพ่อๆ จะรู้เองรู้จากอะไรน่ะเหรอก็จากการล่าเหยื่อทุกเดือนๆ ของมันไงคิดไปคิดมา เพียงรักษ์ก็วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงาน หญิงสาวพนมมือขึ้นพร้อมหลับตาพึมพำ “คุณแม่ขา หนูไม่อยากแต่งงานกับชีตาห์เลย คุณแม่บอกคุณป๋าให้ล้มเลิกความคิดนี้ด้วยสิคะ หนูสัญญาว่าจะหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณป๋ามาเป็นสามี จะหาคนที่รักหนูมากกว่าคุณแม่มาดูแล ถ้าหาไม่ได้ หนูจะไม่ลงจากคานเด็ดขาด คุณแม่ช่วยหนูด้วยนะคะ”ส่งคำขอถึงแม่ที่จากไปแล้ว เธอก็นั่งถอนใจอยู่คนเดียวในห้องทำงานเล็กๆ ของตน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องทำงานกว้างขวางของบิดา เพียงรักษ์เข้าทำงานในบริษัทที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศของบิดามาได
4เป็นแฟนฉันเถอะคนตั้งใจเดินมาทักยืนกะพริบตาปริบๆ หลังโดนคนหล่อตวาดใส่หน้าด้วยคำพูดประโยคเด็ดที่แท้เขาก็ไม่ชอบผู้หญิง!พวกเธอสามารถพิสูจน์ว่าเมวินคนหล่อเป็นเพื่อนในป่าเดียวกับศิวาโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลยเพียงรักษ์กับศิวามองกันไปมองกันมาอยู่นาน เมวินก็ไม่มีท่าทีว่าจะเงยหน้ามาสนใจกัน เพียงรักษ์ยังอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่สะกิดให้ศิวาทำอะไรสักอย่าง จะอยู่ต่อหรือจะกลับโต๊ะก็เลือกเอา เก้งหนุ่มเลยขยับเข้าไปทักอีกฝ่ายอีกครั้ง“สวัสดีครับคุณเมวิน”คนถูกทักถอนหายใจแรงๆ บอกอาการสิ้นสุดความอดทนของเขาเป็นอย่างดี หากพอเงยหน้าหล่อที่มีไรหนวดขึ้นบางๆ ขึ้นมอง เขาก็ต้องขมวดคิ้วแบบนึกไม่ถึง “พวกคุณ...”ศิวายิ้มแห้ง ออกตัวไว้ก่อน “พอดีเห็นคุณเมวินนั่งอยู่คนเดียว เราสองคนเลยคิดว่าน่าจะเข้ามาทักสักหน่อย ไม่คิดว่าจะได้ยินความลับของคุณเข้า”“ความลับ?”“ที่คุณเมวินบอกว่าไม่ชอบผู้ชายไงครับ”“...” เมวินได้ยินแล้วอึ้งไป ยิ่งเหลือบเห็นดวงต
“งั้นก็ลดสายตาลงหน่อยสิยะ ไม่ต้องหาในนี้ก็ได้ ห้างที่หล่อนเดินตรวจอยู่ทุกวันน่ะ ไฮโซหล่อรวยเดินกันควัก หล่อนก็รู้จักตั้งหลายคน จิ้มๆ เลือกเอาสักคนเหอะ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ บางคนเขาไม่จริงจังเรื่องรักหรอก พาไปให้คุณป๋าเห็นหน้าสักครั้งสองครั้งแล้วเทเลย พวกนี้นะ มีผู้หญิงยาวกว่าหางว่าวอีก"“แล้วทำไมแกไม่หาผู้หญิงสวยๆ ไปหลอกพ่อบ้าง ทำไมต้องให้ฉันหาอยู่คนเดียว!” เพียงรักษ์แหวใส่อย่างหมดความอดทน เวลาสองเดือนที่ได้มา ถูกใช้ไปกับการหาผู้ชายมาเล่นเป็นแฟนมากกว่าครึ่ง แล้วพวกผู้ชายที่พอจะเข้าตาหน่อย ดันถูกใจศิวาหมด แววไม่รอดกรงวิวาห์ลอยมาแต่ไกลเลยเนี่ยคนทำไม่ได้ยิ้มแห้งให้เพื่อน “หล่อนก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ แค่ชะนีอื่นที่ไม่ใช่หล่อนเข้าใกล้ ฉันก็ขนลุกแล้ว”“เฮ้อ! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจบเห่แน่”“เอาน่า ไหนๆ ก็เลือกทางนี้แล้ว เราก็ต้องเดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาในแอปฯ หาคู่อะไรนั่น”“...”“ถามจริงๆ ทำไมเลือกนัก”“ก็ไม่ถูกใจอะ”
“แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า”“คิดอะไร”“ฉันว่าคนพวกนั้นต้องวางแผนจับตัวรัฐมนตรีคนนั้นแน่ๆ”“เด็กสามขวบยังมองออกเลย” ศิวาว่าพลางมองกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ถูกคุมตัวออกไป แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ เหมือนคุณหญิงคุณนายพวกนั้น แต่สายตาไม่เคยพลาดการเคลื่อนไหวทางนั้นเลย“แล้วแกคิดว่าคนที่กล้าวางแผนใช้งานบริษัทตัวเองเป็นกับดักแบบนี้ จะเอาคุณป๋าฉันอยู่มั้ย?”“หืม นี่หล่อนต้องการจะสื่อว่า?”เพียงรักษ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมามองศิวาตาเป็นประกาย “คุณเมวินต้องเอาคุณป๋าอยู่แน่ๆ”“โอ้!”“ทำไงดีๆ ฉันอยากทำข้อตกลงกับเขาอะ” เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนายหมียักษ์กวนประสาทคนนั้น หากเขาสามารถทำให้คุณป๋าเชื่อได้ เธอก็ยินดีลบบัญชีแค้น!“แรง! บทจะเลือกได้ หล่อนก็เลือกของดีเลยนะชะนี”“บอกที ต้องทำยัง ฉันถึงจะได้เขามาอยู่ในกำมือ”ศิวาไม่ต้องคิดนานก็รู้ว่าค
นักข่าวสายไฮยีน่าไม่รอช้า รีบเข้ารุมล้อมตัวรัฐมนตรีอดิศรทันที เร็วจนการ์ดคนสนิทเข้าขวางไว้ไม่ทัน แสงแฟลชสาดใส่รัวพอๆ กับเสียงซักถาม นักข่าวทุกคนไม่คิดจะปล่อยให้ข่าวนี้หลุดมือ เพราะคนในภาพเป็นถึงรัฐมนตรีใหญ่ แต่กลับมีคลิปหลุดว่าทำผิดกฎหมายเสียเอง ข่าวใหญ่แบบนี้พวกเขาต้องเล่นให้เปรี้ยงข่าวด่วนและพาดหัวข่าวในช่วงดึกของวันต้องมีข่าวนี้ไปลง!“ไม่มีอะไรทั้งนั้น! เจ้าหน้าที่ปิดจอเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมฟ้องพวกคุณแน่! ฟ้องให้หมดเลย!” เสียงตวาดก้องดังมาจากคนที่ถูกล้อมเอาไว้ เขายังหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนอยู่นอกวง ไม่นานฝ่ายนั้นก็ถอยห่างออกไป“ท่านคะ ท่าน!"“ชี้แจงด้วยค่ะท่าน!”นักข่าวยังร้องถามเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลบออกไป แต่รัฐมนตรีใหญ่กลับไม่แม้แต่จะหยุดฝ่ากองทัพนักข่าวออกไป“จะรีบไปไหนล่ะครับท่าน”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนรัฐมนตรีเฒ่าจะก้าวเท้าไปถึงประตูห้องจัดงาน การ์ดที่กันนักข่าวอยู่รีบเข้ามาขวางผู้มาใหม่ไว้ ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในชุดบริกร แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนอีกหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง“แกเป็นใคร!” นายอดิศรถามเสียงกร้าวทันที และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนท
“สวัสดีครับคุณเมวิน”“...” ร่างสูงของคนคิดจะหลบออกไปสูดอากาศหลังเดินทักทายแขกเหรื่อจนเมื่อยขาถอนใจเบาๆ เมื่อมีคนมาทักอีกแล้ว เขากลับไปพร้อมรอยยิ้มบางแบบปั้นแต่ง พอเห็นว่าใครมาทักก็กลายเป็นยิ้มจริงใจทันที “คุณศิวาเองเหรอครับ”“ครับ ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณเมวินแล้ว”เมวินเอ่ยสีหน้าละมุน “ยังไงต้องขอบคุณที่มาร่วมงานของเรานะครับ”“ยินดีครับ งานดีๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไง”“คุณนงลักษณ์ไม่มาด้วยเหรอครับ คืนนี้เราเอาของสวยๆ งามๆ ออกมาประมูลตั้งหลายชิ้น” เจ้าของงานถามหาเมื่อไม่เห็นมารดาของชายหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วรายนั้นแทบไม่พลาดงานแบบนี้“คุณแม่ไม่สะดวกครับ ผมเลยควงสาวน้อยคนนี้มาแทน” ว่าแล้วศิวาก็ดึงร่างเล็กของเพื่อนรักที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาแนะนำกับหนุ่มหล่อตรงหน้า “นี่เพียงรักษ์ เพื่อนสนิทผมครับ”“...” เพียงรักษ์ เวลานี้เธอปั้นหน้าแทบไม่ถูก เมื่อถูกดึงออกมาจ๊ะเอ๋กับชายตรงหน้าดื้อๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ตอนแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอมาเจอจังๆ แบบนี้ถึงนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนายหมียักษ์บนเครื่องบินนั่น!“นี่เพื่อนคุณศิวาเหรอครับ” เมวินถามเสียงนุ่ม สายตามองแก้มป
เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือ
สองวันต่อมาชญานินยังอยู่ที่ไร่รุ่งรวินท์ ไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย เพราะเมวินอยากรอดูเรื่องคนร้ายที่หนีไปได้ก่อนวันนั้นหลังจากทำแผลถูกยิงถากๆ ที่หัวไหล่เสร็จ สินธรหารือกับเตชทัตอยู่นานหลายชั่วโมง ด้วยพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องการจัดการเสี่ยวงศกรเอง ไม่อยากให้สินธรเข้ามายุ่งอีก สินธรไม่เห็นด้วย คุยกัน
บริเวณป่าห่างจากจุดปะทะกันออกมาไกลพอสมควร ในเวลานี้มันได้กลายเป็นสนามไล่ล่าของพวกตนุภัทรกับพวกเสี่ยวงศกรไปแล้วเมื่อขึ้นรถหลบหนีออกมาได้แบบไม่ทิ้งฝุ่น พวกเสี่ยวงศกรยังนึกกระหยิ่มใจว่าปลอดภัยแล้วแน่ๆใครจะรู้ ยังไปไม่ถึงไหน พลันมีคนสาดกระสุนใส่รถไม่ยั้ง เป็นเหตุให้รถเป๋ไปเป๋มาทันที“รีบลงจากรถ!!” เส
ฝ่ายวงศกรไม่สงสัยอะไร เขายิ้มน้อยๆ ถามสินธร “ไหนล่ะ สัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดิน”พ่อเลี้ยงวัยกลางคนจ้องเสี่ยชั่วอย่างชิงชัง ก่อนหันไปพยักหน้าให้ชาติชาย“ของอยู่นี่”ทุกคนหันไปมองชาติชายที่ชูสัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดินขึ้นเป็นตาเดียว แม้จะยืนห่างกันนับสิบก้าว แต่ฝ่ายเสี่ยใหญ่ก็เห็นว่าหัวกระดาษสองชุดนั่น





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

