Share

บทที่ 1.5

last update Tanggal publikasi: 2026-03-31 07:18:08

ม้าสีขาวส่งเสียงร้องชูขาหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก มันสะบัดไปมาอย่างแรงจนหญิงสาวเกือบจะตกหลายครั้ง เมื่อไม่อาจบังคับม้านางจึงโดนตามจนทัน เห็นโจรป่าคนหนึ่งส่งเสียงหัวเราะและหันไปตะโกนหยาบโลนกับสหาย นางหัวใจหล่นวูบหวาดหวั่นขึ้นมาในทันที ทว่ายังไม่ทันที่โจรคนนั้นจะเอื้อมมือมาจนถึงตัวนาง ม้าอีกตัวกลับไม่รู้ว่าพุ่งเข้ามาจากทิศทางใด ชนจนโจรป่ากระเด็นตกลงไปล้มกลิ้งบนพื้น

“เหยียนจิ่นเหิง?!” นางพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เวลานี้

“ส่งมือมา!!” เขาตะโกนบอกนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนยื่นมือไปหาเขา ถูกเขากระชากตัวลอยขึ้นจากหลังม้า ร่างอรชรกระแทกเขากับอกกว้าง ถูกชายหนุ่มรวบเอาไว้บนหลังม้าพาควบม้าหนีออกมาจากจุดนั้น

นางควรโล่งใจกระทั่งมองเห็นว่าด้านหลังยังมีโจรป่าอีกสองคนควบม้าตามหลังมา!

“จับให้แน่น!” ชายหนุ่มตะโกนบอกนาง

หญิงสาวสอดสองแขนกอดรวบแผ่นหลังของชายหนุ่ม นางนั่งซ้อนอยู่ข้างหน้าเขาจึงยากที่จะให้เขาบังคับม้าได้อย่างสะดวก ในเวลาเช่นนี้ไม่ได้คำนึงถึงการเว้นระยะห่างหรือความเหมาะสมทั้งสิ้น เพราะนางกลัวจนห่วงเพียงชีวิตและการเอาตัวรอด แขนทั้งสองข้างกอดเขาใบหน้าซบลงไปกับไหล่ พยายามทำตัวให้เป็นภาระให้น้อยที่สุด ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหวีดร้องถึงจะหวาดกลัวจนแม้แต่สติก็เกือบจะรั้งเอาไว้ไม่อยู่

เสียงบางอย่างแหวกอากาศเฉียดหน้าผากไปเพียงนิด หญิงสาวสะดุ้งกอดรัดสองแขนแน่นเข้า นางเหลือบมองไปด้านหลัง “มีคนตามมาแล้ว พวกเขามีธนู” นางกระซิบบอกเขาเสียงสั่น

“ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่” เขากระซิบตอบกลับมา

เมิ่งเสวี่ยเยวียนฟุบใบหน้าลงไปบนไหล่เขาดังเดิม รับรู้ว่าเขากระตุ้นสีข้างม้าจนมันส่งเสียงร้องและพุ่งทะยานไปข้างหน้า ฟ้าใกล้มืดแล้วหากยังสลัดโจรสองคนนี้ไม่หลุด เส้นทางมืดมิดกลับทำให้พวกเขาเสียเปรียบมากกว่า

เสียงธนูแหวกอากาศมาถี่ขึ้น เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูกับสองมือที่กระชับกอดนาง “ไว้ใจข้า...”

จากนั้นหญิงสาวจึงรับรู้เพียงร่างของตนกับเหยียนจิ่นเหิงเหินตัวขึ้นจากหลังม้า ลอยลิ่วพุ่งลงไปยัง...แม่น้ำ!!!

นางหลับตาไม่ตอบคำสองมือกอดกระชับชายหนุ่ม เมิ่งเสวี่ยเยวียนสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงการกระแทกของร่างบนผืนน้ำท่ามกลางแสงสุดท้ายอันเลือนรางของวัน

สายน้ำเย็นเยียบ กระแสน้ำเชี่ยวกราก เสียงตะโกนของคนที่ไล่ตามมา บวกกับร่างกายที่กำลังต่อต้านกับกระแสน้ำที่ม้วนดึง นางตะเกียกตะกายเรี่ยวแรงลดทอน สองมือถูกคว้าลมหายใจเฮือกหนึ่งถูกเป่าเข้ามา เงาเลือนรางของใบหน้าหล่อเหลา...เหยียนจิ่นเหิง เขากอดนางแนบอกอีกครั้งนำพานางทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ กระทั่งในที่สุดนางก็สามารถหายใจได้แล้ว

สัมผัสที่หลงเหลือ เรี่ยวแรงที่ช่วยฉุดรั้ง กระทั่งในที่สุดความเหนื่อยอ่อนก็โอบล้อมนาง ความเย็นเยียบ และท้ายที่สุดเมิ่งเสวี่ยเยวียนได้แต่ก่นด่าตัวเอง ทั้งหมดที่นางทำไปนั้นเพื่อใครกัน ช่าง...โง่งมสิ้นดี

เรื่องราวมันเริ่มขึ้นเมื่อห้าปีก่อน... เขาอายุเพียงสิบแปด เหยียนจิ่นเหิง นามรอง...ฉางเฟิง

ไม่สิ จริงๆ แล้วมันเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ ปีนั้นบิดามารดาของเขารวมไปถึงน้องสาวและน้องชายคนเล็ก ทั้งสี่คนออกจากเมืองหวงฝู่ไปเยี่ยมท่านน้าที่ต่างเมือง ระหว่างทางเพราะโจรป่าชุกชุมบิดาของเขาสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือมารดาและน้องสาวกับน้องชาย สุดท้ายแม้ทั้งสามรอดชีวิตมาได้แต่ก็ยังโดนจับตัวไปอยู่ดี

การเรียกค่าไถ่ของกลุ่มโจรครานั้นเกือบทำให้ตระกูลเหยียนสิ้นเนื้อประดาตัว เหยียนจิ่นเหิงสละทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเพื่อช่วยมารดา น้องสาว และน้องชายกลับมา ทว่าระหว่างแลกเปลี่ยนตัวคนและจ่ายเงินค่าไถ่ เขากลับพบว่าน้องสาวของตัวเองโดนย่ำยี!!

ชั่วขณะที่น้องสาวถูกช่วยออกมานางพยายามบอกเขาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือผู้ใด กลุ่มโจรพวกนั้นไหวตัวทันคิดหลบเร้นไปกับเงินค่าไถ่ กระบี่ที่พุ่งออกมาหมายสังหารน้องสาวของเขา มารดาของเขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปรับ

เพียงเหตุการณ์เดียวเขาสูญเสียบิดา ต่อมาก็มารดา กระทั่งแม้แต่น้องชายคนเล็กที่รอดกลับมาได้ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดออกมาสักครึ่งคำจนถึงวันนี้

เช่นกันกับน้องสาวของเขาที่แม้รอดกลับมาได้ ทว่านางกลับกลายเป็นคนพิการขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ อีกทั้งเพราะความแค้นนางบอกเล่าถึงสิ่งที่ล่วงรู้ กระทั่งพบว่าผู้ที่วางแผนนี้ขึ้นก็คือท่านน้าที่บิดามารดาพวกเขาไปเยี่ยมเยียนที่ต่างเมืองนั่นเอง!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.4 จบ

    “เมื่อช่วงบ่ายท่านหมอเฝิงไปดูอาการมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่ว่าพรุ่งนี้พวกเราแวะไปเยี่ยมนาง เป็นการให้กำลังใจคนสูงอายุ ดีหรือไม่”นางพยักหน้าเร็วๆ ให้เขา เขาลูบศีรษะนางด้วยรอยยิ้ม “มีข้าอยู่ไม่ต้องกังวล”นางกอดเขาซบใบหน้ากับอกกว้างถอนหายใจออกมาเบาๆ “ดีจริงๆ ที่ข้ามีท่าน”เขาหัวเราะ “ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ข้าลงแรงไปมากกว่าจะได้แต่งเจ้าเข้าจวน ข้าไม่อยากถูกตำหนิในภายหลังว่าใช้เล่ห์กลหลอกเจ้าแต่งเข้ามา”นางหรี่ตามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ยังจะพูดเรื่องนี้”เขาอุ้มนางขึ้น “ได้ ไม่พูดแล้ว วันนี้นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง มีหลายที่ต้องไป”ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงพร้อมกับเงาของสองสามีภรรยาที่แนบชิดกอดเกี่ยว เสียงกระซิบแผ่วเบาของคู่ยวนยาง กระทั่งค่อนคืนทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงเสียงของสายลมและหิมะที่โปรยปราย...เช้าวันหนึ่ง...อยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนและความวุ่นวาย เหยียนจิ่นเหิงที่นั่งดูบัญชีของร้านแลกเงินขมวดคิ้ว เสียงที่กำลังตะโกนนั้นเขาฟังหลายรอบจึงตระหนักว่าเป็นเสียงของเหยียนอวี่คุน“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”“พี่สะใภ้ขอรับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้อยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ ข้าตามหมอแล้วพี่ให

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.3

    “ท่านพี่” นางมองเขาดวงตาปกคลุมด้วยไอหมอก มีความเศร้าปะปน “ท่านพ่อดู...แก่ลงมาก”เขาเงยหน้าขึ้นมองนางจากนั้นอุ้มนางขึ้นนั่งบนตัก กอดปลอบนางเงียบๆ ปล่อยให้นางได้พูดเรื่องในใจ“หลายปีมานี้ข้ารู้ว่าเขาไม่เคยใส่ใจข้า ข้าเองก็ไม่เคยคาดหวัง ทว่าลึกๆ ข้าเคยคิดว่าหากในยามที่เขาไร้ที่พึ่งพิง เขาอาจจะลดทิฐิแล้วมาหาข้า มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเห็นเขาเมื่อครู่ข้ากลับ...”“หากเขามาข้าข้าจะช่วยเหลือเขาเอง เจ้าไม่ต้องกังวล”“แต่ว่าตระกูลเมิ่ง...”“คุณชายรองดูแล้วน่าจะมีฝีมือในการดูแลการค้ามากกว่า คุณชายใหญ่เขา...ไม่ฉลาด”นางหลุดหัวเราะ “ท่านจะบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าโง่?”“เวลาเพียงปีเดียวเขาทำลายกิจการของตระกูลเมิ่งไปเท่าไหร่แล้ว หากท่านพ่อตายังดึงดันเช่นนี้ ต่อไปคงสิ้นเนื้อประดาตัวกระมัง”“หากท่านพ่อมาหาท่านจริงๆ ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้น ท่านจะทำอย่างไร”“ยื่นข้อเสนอให้เขาเปลี่ยนประมุขตระกูลคนต่อไปเสีย คุณชายใหญ่ไม่เพียงโง่งม แต่เขายังชอบเข้าๆ ออกๆ บ่อนตระกูลซวี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมปล่อยผ่าน หากท่านพ่อตายังทำเป็นไม่รู้ เกรงว่าต่อไปตระกูลเมิ่งแม้แต่จวนก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว เจ้าวางใจเถิดเจ้

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.2

    “จริงๆ คือข้าอยากช่วยนางด้วย” นางกล่าว “หากตอนนั้นท่านลงมือจริงๆ นางกับคุนคุนเองก็คงมีชีวิตอยู่ต่ออย่างสิ้นหวังไม่ต่างกัน” นางกุมมือเขา ข้ามองเห็นความสิ้นหวังของนาง ยังมองเห็นความสิ้นหวังของท่านด้วย หากพวกท่านทั้งสองทำอะไรไม่ยั้งคิดผู้ที่น่าสงสารที่สุดตอนนั้นก็คือคุนคุน ตอนนั้นข้าเพียงมองเห็นตัวเองแต่ข้ายังโชคดีที่มีท่านย่า ทว่าหากพวกท่านล้วนลงมือคุนคุนก็จะไม่เหลือใครเลย...”เหยียนจิ่นเหิงบีบมือนางแน่นมากราวกับเขาเองก็เพิ่งตระหนักในเรื่องนี้... “ข้า...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้ก็มิใช่ดีมากแล้วหรือ”เขายิ้มให้นาง “ใช่ ดีมาก ดีที่สุด” น้องสาวของเขาหัวเราะบ่อยขึ้น เหยียนอวี่คุนเองก็มีท่าทีอยากพูดไม่เก็บตัวเหมือนเมื่อก่อน “ต่อไปก็จะดีขึ้นแน่นอน”“ว่าแต่...ท่านทำอย่างไรพี่รองกับคุณหนูลั่วจึงติดกับ”เอ่อ... “คุนคุนออกมาแล้ว” เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเรื่องทันที“ท่านพี่หยุดนะ ท่านเล่ามาให้หมด ท่านนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างเป็นท่านที่วางแผน คุนคุนจับเขาเอาไว้เร็วเข้า”เหยียนจิ่นเหิงหัวเราะสอดแขนอุ้มเหยียนอวี่คุนขึ้น “คุนคุนพวกเรารีบหนีเร็ว พี่สะใภ้จับได้แล้วว่าพี่ใหญ่ของเจ้าวางแผนหลอ

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.1

    “ก็รู้จัก รู้จักนานพอๆ กับที่รู้จักเจ้า วันนั้นที่เจ้าช่วยเขากับน้องสาวข้าเองก็อยู่ไกลๆ ยังช่วยจับโจรเจ้าก็เห็น หลังจากนั้นยังเห็นว่าช่วงที่เจ้ามาเยี่ยมมารดา เจ้าหนุ่มแซ่เหยียนนั่นยังมาแอบดูเจ้าอยู่ตรงนั้น” เขาชี้มือไปยังเนินไกลออกไป “มาทุกครั้งพอเจ้ากลับเขาก็หายไป”“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเขามาแอบดูข้า”“ไม่ใช่เจ้าแล้วเขาจะมาแอบดูข้า?” เหล่าจางโบกมือ “หากไม่ใช่เจ้าเขาจะเปลืองแรงหลอกล่อให้พี่ชายเจ้าได้พบกับคู่หมั้นของเขาหรือ แถมสองคนนั้นยังมีใจให้กันอีกด้วย ข้าจะบอกอะไรนะนั่นน่ะไม่ใช่ครั้งแรก”“ไม่ใช่ครั้งแรก?” นางมีท่าทีงุนงง“ใช่ เพราะเขาเคยทำแบบเดียวกันกับพี่ชายคนโตของเจ้า เพียงแต่ว่าคุณหนูคนนั้นน่ะแซ่อะไรนะที่เป็นคูหมั้นของเขา”“แซ่ลั่วเจ้าค่ะ”“ใช่ๆ นั่นละ นางไม่ชอบพี่ชายคนโตของเจ้า แต่นางดันมาตกหลุมพรางเพราะชอบพี่ชายคนรองของเจ้าแทน หากมิใช่เพราะครั้งก่อนเขายอมปกป้องเจ้าจนไม่ห่วงว่าตัวเองจะเจ็บตัว คนเจ้าเล่ห์มากแผนการเช่นนั้นข้าว่าไม่เหมาะกับเจ้าสักนิด แต่ก็นั่นละคนที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่ห่วง เพื่อปกป้องเจ้ายอมบังเจ้าจากห่าธนู คนโง่มเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วดังนั้นแต่งให้เขาเจ้าก็

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.6

    รุ่งเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นก็พบว่าอ้อมแขนอบอุ่นกอดนางจากด้านหลัง เสียงหายใจเป็นจังหวะกับสัมผัสแนบชิด ทันทีที่ขยับตัวอ้อมแขนก็รัดแน่นเข้า ปลายจมูกโด่งซุกลงมายังซอกคอ “ตื่นแล้วหรือ” เหยียนจิ่นเหิงกระซิบถาม “ยังเช้าอยู่เลย”หญิงสาวพลิกตัวกลับไปมองเขาทว่าทันทีที่เงยหน้าขึ้นจุมพิตก็ประทับลงยังหว่างคิ้ว “ฮูหยิน”“หืม” นางส่งเสียงตอบรับเขากลับยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อ “ท่านจะไม่ลุก?”“สักครู่” เขาดันนางแนบอกหลับตาจากนั้นครู่ใหญ่จึงลืมตาขึ้น “เกรงว่าหากยังไม่ลงจากเตียง ซีเอ๋อร์กับคุนคุนคงเข้ามาดูให้มั่นใจว่าเจ้ายังอยู่”นางหัวเราะประคองใบหน้าของเขาด้วยสองมือ “ท่านพี่”เขาลืมตามองนาง “หืม?”“อรุณสวัสดิ์”เขายิ้มยื่นหน้าเข้ามา “อรุณสวัสดิ์อวี้หลานของข้า” นี่เป็นเช้าแรกของการเป็นสามีภรรยาสองคนอ้อยอิ่งใช้เวลาด้วยกันจนสายโด่ง ออกมาข้างนอกก็พบว่าเหยียนหร่วนซีและเหยียนอวี่คุนรอกินมื้อเช้าอยู่ก่อนแล้ว “พวกท่านมาแล้ว?! ในที่สุดก็มา ข้ากับคุนคุนรอคารวะน้ำชาพี่สะใภ้อยู่”“เช่นนั้นยกเข้ามาสิ” เหยียนจิ่นเหิงนั่งลงพร้อมกับเตรียมของขวัญเอาไว้แล้ว เมื่อสองพี่น้องคารวะน้ำชานางก็ส่งของขวัญให้ ของเหยียนหร่วนซีเป็นเครื่

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.5

    นางส่ายหน้า “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“ดีๆ ย่าจะจัดการเขาเองเจ้าเตรียมตัวขึ้นเกี้ยวก็พอ”หญิงสาวอยู่เฝ้าผู้เป็นย่าไม่ห่าง แม้แต่ในตอนที่อีกฝ่ายเรียกตัวพี่ชายคนที่สามเข้ามาพบ อีกทั้งยังตัดสินใจยกที่ดินนอกเมืองแปลงใหญ่ให้เขา สมทบเป็นสินสอดให้เขาได้แต่งงาน นอกจากนั้นยังมีพี่ชายคนที่สี่ที่นางมอบร้านใบชาที่ถนนฝู่ซางให้ล่วงหน้า ส่วนเมิ่งเสวี่ยเยวียนก็ได้ตั๋วเงินห้าพันตำลึง หลานห้าคนเรียกได้ว่าล้วนไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงที่อยู่เฝ้าผู้เป็นย่าหลังจากนั้นได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับบิดาบ่อยครั้ง นอกจากท่าทีอึดอัดของอีกฝ่ายนางก็ไม่มีเรื่องใดให้สนทนา ยิ่งเห็นบิดาเต็มไปด้วยความละลายใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าพูดกับนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนได้แต่บอกตัวเองว่าขอเพียงนางไม่คาดหวัง เช่นนี้แล้วนางก็จะไม่ผิดหวัง...ชุดเจ้าสาวสีแดง หมวกหงส์และผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ขบวนเกี้ยวและสินเดิมยาวเหยียด รายการที่จดบันทึกอย่างละเอียด สินสอดที่เชิดหน้าชูตาคนตระกูลเมิ่ง การแต่งงานที่เชื่อมสองตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งอันดับสองเข้าเป็นหนึ่ง ถึงอย่างนั้นด้วยบุคลิกและนิสัยของเหยียนจิ่นเหิง บวกกับเรื่องในอดีตของเขาที่ได้รับการกล่าวขานว่ามือเค

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.3

    “ตระกูลเหยียน??” กล่าวถึงตระกูลเหยียนเมิ่งเสวี่ยเยวียนกลับนึกถึงเรื่องราวหนหลังในอดีต ใบหน้าหล่อเหลาทว่าดุดันน่ากลัว ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสุขุมลึกล้ำ กลิ่นอายบนตัวเขาให้ความรู้สึกเย็นเยียบพานให้ผู้คนหวาดหวั่น ใบหน้าเปื้อนเลือด สองมือกุมกระบี่ กลิ่นอายของความตายคุกรุ่น ทว่าเบื้องหลังกลับทำเพื่อปกป้องคน

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.2

    เรื่องน่าขบขันเช่นนี้ถูกชาวบ้านกล่าวถึงอยู่เกือบสิบวัน ผู้เป็นพี่ชายหมายแย่งสินเดิมของน้องสาว อีกทั้งยังเป็นน้องสาวต่างมารดา เรื่องขบขันของตระกูลเมิ่งถูกขุดขึ้นมากล่าวถึงอย่างสนุกปากไม่พอยังกล่าวว่าเมิ่งสวี่ทำให้ฮูหยินเอกของตนขุ่นเคืองจนหนีไปบวชชี อีกทั้งบุตรชายที่เขายกขึ้นเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แท

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.1

    รถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นขึ้นเขาตรงไปยังอารามนางชีเมืองหวงฝู่ สตรีที่เพิ่งเลิกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปยังด้านนอก แท้ที่จริงก็คือคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรสาวนายท่านเมิ่งแห่งร้านแพรพรรณอันดับหนึ่งเมืองหวงฝู่ คหบดีที่ทั้งร่ำรวยและมีชื่อเสียง...เมิ่งเสวี่ยเยวียน นามรองอวี้หลาน นางเพิ่งปักปิ่นและกำลัง

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 2.3

    “ยังไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบคุณ” เขาเอ่ย “ขอบใจเจ้ามาก...เรื่องครั้งนั้น หากไม่ได้เจ้าข้าคงทำอะไรโง่งมจริงๆ”“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ช่วยท่านได้ก็ดีแล้ว ข้าเข้าใจว่าตอนนั้นท่านทั้งโกรธและร้อนใจ ที่สำคัญคือท่านสามารถยับยั้งชั่งใจได้ต่างหาก”เขาถอนหายใจ “เรื่องวันนี้อันตรายมาก เหตุใดออกมาด้วยตัวเอง”“เกรง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status