LOGINพี่ชายของนางแย่งคู่หมายผู้อื่น บัดนี้คนในตระกูลหมายใช้นางเป็นตัวแทนเพื่อลดความขัดแย้ง ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่านี่เป็นกับดักของเขา แผนการทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นางค่อยๆ เดินเข้าไปติดกับ เมิ่งเสวี่ยเยวียน คุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง เพราะเป็นบุตรสาวจึงไม่ได้รับความสำคัญเท่ากับพี่ชายทั้งสี่คน กระทั่งวันหนึ่งคนในตระกูลเห็นความสำคัญขึ้นมา เพราะพี่ชายไม่เพียงพาคู่หมายของผู้อื่นหนีตามกันไป แต่ยังนำสินสอดที่เป็นของตกทอดของอีกฝ่ายไปขายอีกด้วย!!! นางเป็นคุณหนูตระกูลเมิ่งคนเดียวที่ปักปิ่นแล้ว อีกทั้งไม่มีคุณหนูตระกูลเมิ่งคนใด อยากแต่งให้กับบุรุษที่สองมือเคยเปื้อนเลือด!!!
View Moreรถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นขึ้นเขาตรงไปยังอารามนางชีเมืองหวงฝู่ สตรีที่เพิ่งเลิกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปยังด้านนอก แท้ที่จริงก็คือคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรสาวนายท่านเมิ่งแห่งร้านแพรพรรณอันดับหนึ่งเมืองหวงฝู่ คหบดีที่ทั้งร่ำรวยและมีชื่อเสียง
...เมิ่งเสวี่ยเยวียน นามรองอวี้หลาน
นางเพิ่งปักปิ่นและกำลังจะขึ้นเขาไปเยี่ยมมารดาซึ่งบวชชีอยู่ที่อารามดังกล่าว
หากกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ก็ต้องย้อนไปตอนที่นางยังไม่ถือกำเนิด บิดามารดาแต่งงานกันก็เพราะการสนับสนุนของผู้อาวุโสสองตระกูล แม้ไม่มีความรักทว่าทั้งสองก็ให้เกียรติกันเป็นอย่างดี สองปีของการแต่งงาน เมิ่งสวี่และอวี้หรู อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นแต่กลับไม่มีทายาท ตระกูลเมิ่งร้อนใจเพราะเกรงว่าจะไม่มีผู้รับช่วงดูแลกิจการ ครานั้นแม้นายท่านเมิ่งมีฮูหยินเอกเพียงคนเดียวไม่รับอนุ แต่เขาจนใจที่อวี้หรูไม่มีวี่แววจะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงเสนอให้บุตรชายรับอนุเพื่อให้กำเนิดทายาท
ผู้ใดจะรู้...ต่อมาเมิ่งสวี่กลับหลงใหลในตัวอนุคนงามยิ่งกว่าสิ่งใด ที่สำคัญไปกว่านั้นโจวอี๋เหนียงก็ยังให้กำเนิดบุตรชายถึงสองคน นำความปลาบปลื้มมาให้นายท่านตระกูลเมิ่งเป็นอย่างยิ่ง
ในจวนตระกูลเมิ่งอวี้หรูแม้เป็นฮูหยินเอก ทว่ากลับไม่ได้รับความสำคัญอีกต่อไป อะไรที่ว่าดี ที่ว่าเป็นมงคล นายท่านเมิ่งล้วนยกยออนุของบุตรชายมาเป็นอันดับหนึ่ง แม้อวี้หรูดูแลจวนอย่างยากลำบากก็ยังไม่นำพา ครานั้นหากมิใช่ว่าแม่สามีอย่างเมิ่งฮูหยินเอ็นดูเห็นใจนาง เกรงว่านางคงหนีกลับตระกูลอวี้ไปหลายครั้ง
วันเวลาผันผ่านจิตใจคนเองก็เหมือนกับสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนกลับ โจวอี๋เหนียงให้กำเนิดบุตรชายคนที่สาม คนที่สี่ กระทั่งในที่สุดอวี้หรูก็ทนไม่ไหวแล้ว นางแอบหนีไปกลางดึกโกนผมบวชชีอย่างปลงตก ไม่ยี่หระกับชีวิต
ตอนนั้นเองหลังออกบวชชีและส่งข่าวกลับจวนตระกูลเมิ่ง นางกลับพบว่าตัวนางเองกำลัง...ตั้งครรภ์!!!
ใช่แล้ว...นี่คือเรื่องเล่าอันน่าตื่นตาของคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรีที่เกิดจากฮูหยินเอกของเมิ่งสวี่ ชาวบ้านหากกล่าวถึงนางล้วนต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ทันที
กระทั่งหลังจากนางลืมตาดูโลกขึ้นมาอย่างปลอดภัย เมิ่งสวี่จึงเขียนหนังสือหย่าให้อวี้หรู เพื่อส่งเสริมให้นางบวชชีได้อย่างสงบในอารามบนเขาห่างไกลจากความวุ่นวาย
เมิ่งฮูหยินรับตัวเมิ่งเสวี่ยเยวียนไปดูแลด้วยตัวเอง กระทั่งไม่นานเมิ่งสวี่จึงยกอนุของตนขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก เนื่องจากอย่างไรเสียบุตรชายของเขาก็ต้องเป็นทายาทตระกูลเมิ่งอย่างถูกต้อง
ภายใต้การดูแล อบรม สั่งสอน และการปกป้องของเมิ่งฮูหยิน แน่นอนว่าในจวนตระกูลเมิ่งไม่มีใครกล้ารังแกเมิ่งเสวี่ยเยวียน เนื่องจากอย่างไรนางก็เป็นถึงบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกอย่างถูกต้อง อีกทั้งหลายครานางยังเคยช่วยผู้เป็นย่าดูแลจวนใหญ่โต แม้แต่โจวซื่อที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกของบิดา ทุกครั้งที่มองนางยังแทบจะไม่กล้าโอ้อวดถือดี
จะชอบใจก็ดี ไม่ชอบใจก็ช่าง เรื่องที่โจวซื่อเคยเป็นเพียงโจวอี๋เหนียงก็ไม่อาจเปลี่ยน แม้นางจะมีบุตรชายก็เป็นช่วงที่มีตำแหน่งเป็นเพียงอนุ ดังนั้นในสายตาของผู้คนก็ยังถือสาเรื่องเหล่านี้อยู่วันยังค่ำ
ปีที่แล้ว...เมิ่งเสวี่ยเยวียนปักปิ่น นายท่านเมิ่งจากไปเพราะอาการป่วย เมิ่งฮูหยินวางมือจากการดูแลจวน ยกหน้าที่ให้โจวซื่อ อีกฝ่ายยินดีจนแม้แต่รอยยิ้มก็เก็บไม่มิด
จนกระทั่งล่วงรู้ว่าการดูแลจวนนี้...เว้นเพียงสินเดิมของอวี้หรูที่นางไม่อาจแตะต้อง โจวซื่อรับหน้าที่เมิ่งฮูหยินเต็มตัวแล้วแต่กล้ำกลืนความไม่พอใจ ด้วยตระหนักดีว่าสินเดิมของอวี้หรูนั้นมหาศาลเพียงใด...
ท่านย่าของหญิงสาวเปลี่ยนฐานะเป็นฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่ง กอดบัญชีสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียนเอาไว้แน่น รอวันที่หญิงสาวจะได้ออกเรือนอย่างถูกต้อง ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องแม้แต่เมิ่งสวี่บิดาของหญิงสาวเองก็ตาม!!
เมิ่งเสวี่ยเยวียนถอนหายใจออกมาเสียงเบา
ซิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองผู้เป็นนาย “คุณหนู...ยังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอีกหรือเจ้าคะ เรื่องสินเดิม??”
“อืม เกรงว่าท่านแม่คงรู้แล้วเป็นแน่” ข่าวลือข้างนอกลือกันไปทุกมุมถนน เมิ่งอวี่อี้ พี่ชายคนโตของนางแต่งฮูหยินเข้าจวนอย่างยิ่งใหญ่ สินสอดที่สมทบกับสินเดิมเจ้าสาวขบวนยาวถึงสองมุมถนน คหบดีสองตระกูลผูกไมตรีสัมพันธ์แนบแน่น ร้านแพรพรรณกับร้านเครื่องกระเบื้องอันมั่งคั่งของเมืองหวงฝู่
เรื่องเหล่านี้คงน่าชื่นชมและได้รับการกล่าวถึงที่ดีกว่านี้ หากมิใช่คนตระกูลอวี้ตระกูลเดิมมารดาของหญิงสาวมิได้มาต่อว่าถึงที่จวน กล่าวว่าเมิ่งอวี่อี้ไปที่ร้านข้าวสารที่เป็นสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ชี้มือชี้ไม้สั่งการบอกว่าร้านนั้นถูกยกให้เขาแล้ว และเขาจะใช้ร้านนั้นเป็นสินสอดแต่งฮูหยินน้อยเข้าจวนตระกูลเมิ่ง!!
“เมื่อช่วงบ่ายท่านหมอเฝิงไปดูอาการมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่ว่าพรุ่งนี้พวกเราแวะไปเยี่ยมนาง เป็นการให้กำลังใจคนสูงอายุ ดีหรือไม่”นางพยักหน้าเร็วๆ ให้เขา เขาลูบศีรษะนางด้วยรอยยิ้ม “มีข้าอยู่ไม่ต้องกังวล”นางกอดเขาซบใบหน้ากับอกกว้างถอนหายใจออกมาเบาๆ “ดีจริงๆ ที่ข้ามีท่าน”เขาหัวเราะ “ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ข้าลงแรงไปมากกว่าจะได้แต่งเจ้าเข้าจวน ข้าไม่อยากถูกตำหนิในภายหลังว่าใช้เล่ห์กลหลอกเจ้าแต่งเข้ามา”นางหรี่ตามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ยังจะพูดเรื่องนี้”เขาอุ้มนางขึ้น “ได้ ไม่พูดแล้ว วันนี้นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง มีหลายที่ต้องไป”ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงพร้อมกับเงาของสองสามีภรรยาที่แนบชิดกอดเกี่ยว เสียงกระซิบแผ่วเบาของคู่ยวนยาง กระทั่งค่อนคืนทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงเสียงของสายลมและหิมะที่โปรยปราย...เช้าวันหนึ่ง...อยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนและความวุ่นวาย เหยียนจิ่นเหิงที่นั่งดูบัญชีของร้านแลกเงินขมวดคิ้ว เสียงที่กำลังตะโกนนั้นเขาฟังหลายรอบจึงตระหนักว่าเป็นเสียงของเหยียนอวี่คุน“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”“พี่สะใภ้ขอรับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้อยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ ข้าตามหมอแล้วพี่ให
“ท่านพี่” นางมองเขาดวงตาปกคลุมด้วยไอหมอก มีความเศร้าปะปน “ท่านพ่อดู...แก่ลงมาก”เขาเงยหน้าขึ้นมองนางจากนั้นอุ้มนางขึ้นนั่งบนตัก กอดปลอบนางเงียบๆ ปล่อยให้นางได้พูดเรื่องในใจ“หลายปีมานี้ข้ารู้ว่าเขาไม่เคยใส่ใจข้า ข้าเองก็ไม่เคยคาดหวัง ทว่าลึกๆ ข้าเคยคิดว่าหากในยามที่เขาไร้ที่พึ่งพิง เขาอาจจะลดทิฐิแล้วมาหาข้า มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเห็นเขาเมื่อครู่ข้ากลับ...”“หากเขามาข้าข้าจะช่วยเหลือเขาเอง เจ้าไม่ต้องกังวล”“แต่ว่าตระกูลเมิ่ง...”“คุณชายรองดูแล้วน่าจะมีฝีมือในการดูแลการค้ามากกว่า คุณชายใหญ่เขา...ไม่ฉลาด”นางหลุดหัวเราะ “ท่านจะบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าโง่?”“เวลาเพียงปีเดียวเขาทำลายกิจการของตระกูลเมิ่งไปเท่าไหร่แล้ว หากท่านพ่อตายังดึงดันเช่นนี้ ต่อไปคงสิ้นเนื้อประดาตัวกระมัง”“หากท่านพ่อมาหาท่านจริงๆ ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้น ท่านจะทำอย่างไร”“ยื่นข้อเสนอให้เขาเปลี่ยนประมุขตระกูลคนต่อไปเสีย คุณชายใหญ่ไม่เพียงโง่งม แต่เขายังชอบเข้าๆ ออกๆ บ่อนตระกูลซวี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมปล่อยผ่าน หากท่านพ่อตายังทำเป็นไม่รู้ เกรงว่าต่อไปตระกูลเมิ่งแม้แต่จวนก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว เจ้าวางใจเถิดเจ้
“จริงๆ คือข้าอยากช่วยนางด้วย” นางกล่าว “หากตอนนั้นท่านลงมือจริงๆ นางกับคุนคุนเองก็คงมีชีวิตอยู่ต่ออย่างสิ้นหวังไม่ต่างกัน” นางกุมมือเขา ข้ามองเห็นความสิ้นหวังของนาง ยังมองเห็นความสิ้นหวังของท่านด้วย หากพวกท่านทั้งสองทำอะไรไม่ยั้งคิดผู้ที่น่าสงสารที่สุดตอนนั้นก็คือคุนคุน ตอนนั้นข้าเพียงมองเห็นตัวเองแต่ข้ายังโชคดีที่มีท่านย่า ทว่าหากพวกท่านล้วนลงมือคุนคุนก็จะไม่เหลือใครเลย...”เหยียนจิ่นเหิงบีบมือนางแน่นมากราวกับเขาเองก็เพิ่งตระหนักในเรื่องนี้... “ข้า...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้ก็มิใช่ดีมากแล้วหรือ”เขายิ้มให้นาง “ใช่ ดีมาก ดีที่สุด” น้องสาวของเขาหัวเราะบ่อยขึ้น เหยียนอวี่คุนเองก็มีท่าทีอยากพูดไม่เก็บตัวเหมือนเมื่อก่อน “ต่อไปก็จะดีขึ้นแน่นอน”“ว่าแต่...ท่านทำอย่างไรพี่รองกับคุณหนูลั่วจึงติดกับ”เอ่อ... “คุนคุนออกมาแล้ว” เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเรื่องทันที“ท่านพี่หยุดนะ ท่านเล่ามาให้หมด ท่านนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างเป็นท่านที่วางแผน คุนคุนจับเขาเอาไว้เร็วเข้า”เหยียนจิ่นเหิงหัวเราะสอดแขนอุ้มเหยียนอวี่คุนขึ้น “คุนคุนพวกเรารีบหนีเร็ว พี่สะใภ้จับได้แล้วว่าพี่ใหญ่ของเจ้าวางแผนหลอ
“ก็รู้จัก รู้จักนานพอๆ กับที่รู้จักเจ้า วันนั้นที่เจ้าช่วยเขากับน้องสาวข้าเองก็อยู่ไกลๆ ยังช่วยจับโจรเจ้าก็เห็น หลังจากนั้นยังเห็นว่าช่วงที่เจ้ามาเยี่ยมมารดา เจ้าหนุ่มแซ่เหยียนนั่นยังมาแอบดูเจ้าอยู่ตรงนั้น” เขาชี้มือไปยังเนินไกลออกไป “มาทุกครั้งพอเจ้ากลับเขาก็หายไป”“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเขามาแอบดูข้า”“ไม่ใช่เจ้าแล้วเขาจะมาแอบดูข้า?” เหล่าจางโบกมือ “หากไม่ใช่เจ้าเขาจะเปลืองแรงหลอกล่อให้พี่ชายเจ้าได้พบกับคู่หมั้นของเขาหรือ แถมสองคนนั้นยังมีใจให้กันอีกด้วย ข้าจะบอกอะไรนะนั่นน่ะไม่ใช่ครั้งแรก”“ไม่ใช่ครั้งแรก?” นางมีท่าทีงุนงง“ใช่ เพราะเขาเคยทำแบบเดียวกันกับพี่ชายคนโตของเจ้า เพียงแต่ว่าคุณหนูคนนั้นน่ะแซ่อะไรนะที่เป็นคูหมั้นของเขา”“แซ่ลั่วเจ้าค่ะ”“ใช่ๆ นั่นละ นางไม่ชอบพี่ชายคนโตของเจ้า แต่นางดันมาตกหลุมพรางเพราะชอบพี่ชายคนรองของเจ้าแทน หากมิใช่เพราะครั้งก่อนเขายอมปกป้องเจ้าจนไม่ห่วงว่าตัวเองจะเจ็บตัว คนเจ้าเล่ห์มากแผนการเช่นนั้นข้าว่าไม่เหมาะกับเจ้าสักนิด แต่ก็นั่นละคนที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่ห่วง เพื่อปกป้องเจ้ายอมบังเจ้าจากห่าธนู คนโง่มเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วดังนั้นแต่งให้เขาเจ้าก็